สรรพสิ่งที่อยู่ภายนอกจวนราวกับเป็สิ่งที่อาเหยียนไม่เคยพบเห็นมาก่อน เหยาเชียนเชียนเองก็ไม่เคยออกมาเที่ยวเล่นอย่างสบายอกสบายใจเช่นกัน เพียงครู่เดียวทั้งคู่ก็ลืมคำว่ารีบไปรีบกลับเสียสิ้น
“ท่านแม่ กินอันนี้”
อาเหยียนถือถังหูลู่ [1] ไม้หนึ่งไว้พลางพยายามเขย่งเท้า เหยาเชียนเชียนจึงให้ความร่วมมือด้วยการกัดเข้าไปคำหนึ่ง สองแม่ลูกจูงมือกันกินดื่มไปตลอดทาง พวกเขาซื้อซวนเหมยทัง [2] ชามหนึ่งเตรียมไว้สำหรับดับกระหาย แต่ยังไม่ทันได้ลิ้มรสกลับถูกผลักจนล้มลงไปเสียก่อน
“ถอยไปเ้าคนตาบอด!”
กลุ่มคนราวห้าหกคนเดินโฉบเข้ามาด้วยท่าทีราวกับอันธพาล ทว่าเป้าหมายไม่ใช่พวกเขาทั้งสอง แต่เป็แม่นางผู้หนึ่งที่ยืนดูเครื่องประดับอยู่ตรงริมถนน
คนที่เป็หัวหน้าเป็ชายไว้หนวดเคราผู้หนึ่ง เขาเดินเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“นี่แม่นางซั่งกวนมิใช่หรือ ไม่ได้เจอกันนาน ครั้งที่แล้วข้ามอบดอกไม้ให้ไยเ้าไม่รับเล่า?”
ซั่งกวนหลิงโค้งคำนับเล็กน้อย เมื่อนางเงยหน้าขึ้นเหยาเชียนเชียนถึงได้กระจ่าง แม่นางผู้นี้มีรูปโฉมที่ง่ายต่อการตกเป็เป้าสายตาของพวกโจรโดยแท้ นางมีรูปร่างดุจกิ่งหลิว คิ้วตาเจือแววปรารถนา และรูปลักษณ์อันบอบบางนั้นทำให้ต้องเผชิญกับพวกอันธพาลได้อย่างง่ายดาย
ถึงแม่นางผู้นี้จะดูบอบบาง แต่ยามเอื้อนเอ่ยกลับไม่มีความเกรงใจต่อกันแม้แต่น้อย
“ข้าไม่ชอบดอกไม้ และไม่ชอบสิ่งอื่นด้วย ผู้ใดมอบให้ข้า ข้าก็ไม่้าทั้งสิ้น”
ชายไว้หนวดเบิกตาโพลง “เ้าพูดกับแขกเช่นนี้หรือ ทำธุรกิจเ้ายังเื่มากอยู่อีก เ้าคิดว่าเ้ามีคุณธรรมสูงส่งมากนักหรือ นักแสดงงิ้วที่ข้าเคยเล่นด้วยนั้นมีมากมายดุจขนวัว เลิกจีบปากจีบคอพูดกับข้าได้แล้ว ข้าไม่หลงกลเสียหรอก”
เขาพูดพลางยื่นมือออกไปคว้ามือของแม่นางผู้นั้น ท่าทางเหมือน้าจะฉุดตัวนางไปที่อื่น
“หลิงเอ๋อร์เป็นางโลมที่แตกต่างจากนักแสดงงิ้วคนอื่น นายท่านโปรดให้เกียรติกันด้วย”
แม่นางผู้นั้นเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ แต่กลับกลายเป็การเรียกเสียงหัวเราะเยาะ คนพวกนี้น่าจะเป็ลูกน้องของชายไว้หนวด วาจาหยาบคายนัก ต่อหน้าคนมากมายริมถนนกลับไม่ไว้หน้านางเลยแม้แต่น้อย
เหยาเชียนเชียนปิดหูอาเหยียน คำพูดเ่าั้หยาบคายเกินไป จะให้อาเหยียนได้ยินมิได้
“ท่านแม่ พวกเขากำลังทำอะไรหรือ?”
อาเหยียนเติบโตขึ้นมาภายในจวน บุตรชายของชิงผิงอ๋องย่อมไม่มีผู้ใดกล้าดูิ่ การใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นหรือการสบประมาทผู้อื่นข้างถนนเช่นนี้เขาจึงไม่เข้าใจ
“พี่สาวคนนั้นโดนรังแก อาเหยียนอยากช่วยนางหรือไม่?”
“อยากขอรับ ต้องช่วยอย่างไรหรือ?”
ถ้าให้สู้ก็สู้ไม่ไหว เหยาเชียนเชียนมองไปรอบๆ ด้านข้างคือเหลาสุราที่กิจการไม่เลวหลังหนึ่ง นางคิดออกแล้ว จากนั้นจึงพาอาเหยียนปลีกตัวจากฝูงชนและมุ่งตรงเข้าไปที่เหลาสุรานั้น
ไม่นานนัก คนกลุ่มหนึ่งก็เดินถือไม้กระบองออกมาอย่างดุดัน ไม้กระบองนั้นหนาเท่าปากชาม คนเหล่านี้ล้วนเป็มืออันธพาลที่ทางเหลาสุราว่าจ้างมาเพื่อป้องกันแขกที่ก่อเื่โดยเฉพาะ
เหยาเชียนเชียนพาอาเหยียนมายืนอยู่บริเวณวงนอกสุด มองคนกลุ่มนั้นเดินไปข้างหลังและแหวกฝูงชนออก พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ตั้งใจยกไม้กระบองพุ่งเข้าใส่กลุ่มของชายไว้หนวดทันที
ไม้กระบองหนาเช่นนั้นถ้าหวดลงไปมีหรือจะไม่เจ็บ ชายไว้หนวดทั้งโกรธทั้งโมโห แต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจคำถามของเขาสักคน
ถึงอย่างไรก็เป็แค่นักเลงหัวไม้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีกันเยอะ คนไม่กี่คนตะลุมบอนกันอยู่ข้างถนน คนที่อยากตีกับพวกเขาเดิมทีก็มีไม่น้อย
ดังนั้นการได้เห็นชายไว้หนวดถูกต่อยครั้งนี้ ทุกคนต่างพากันร้องชื่นชมในใจ บางส่วนอยากระบายความโกรธก็สามารถแอบผสมโรงถีบไปด้วยได้อย่างลับๆ
เหล่าอันธพาลไม่พูดอะไรสักคำ เข้าไปถึงก็ต่อยเข้าที่หัวและหน้าอย่างแรงหนึ่งหมัด ชายไว้หนวดไม่ทันได้ถามสาเหตุ แต่ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหนก็ทำได้เพียงพาพวกพ้องหนีไป
เมื่อฝูงชนสลายตัวแล้ว เหยาเชียนเชียนจึงพาอาเหยียนเตรียมตัวจากไป
สู้ไม่ได้ก็จริง แต่นางมีเงิน!
แค่หาคนที่สู้ได้มาก็สิ้นเื่แล้ว
“ท่านแม่เก่งมากเลยขอรับ”
อาเหยียนน้อยไม่ปล่อยให้โอกาสชื่นชมผู้เป็แม่หลุดลอยไปแม้แต่ครั้งเดียว “ท่านแม่ทำเื่ที่ดีอีกแล้ว ท่านแม่เก่ง”
เหตุใดจึงดูเหมือนสองคนจะสลับบทบาทกัน กลายเป็เขาโอ๋ให้นางดีใจแทนเสียอย่างนั้น
เหยาเชียนเชียนยิ้มพลางลูบศีรษะเล็กของอาเหยียนอย่างนุ่มนวล ในขณะที่กำลังจะเตรียมไปเดินเล่นที่อื่นก็ได้ยินเสียงร้องเรียกดังมาจากข้างหลังเสียก่อน
“แม่นางโปรดช้าก่อน”
เรียกนางหรือ?
เหยาเชียนเชียนหันกลับไปอย่างสงสัย เห็นแม่นางที่ถูกรังแกเมื่อครู่กำลังมองนางด้วยรอยยิ้ม นางอุตส่าห์ซ่อนตัวแล้วแท้ๆ แต่ยังถูกพบตัวได้อีกหรือ?
“เมื่อครู่ขอบคุณแม่นางมาก” หญิงสาวโค้งคำนับพร้อมกล่าวขอบคุณ “หากมิใช่แม่นางลงมือเพื่อรักษาความเป็ธรรม เกรงว่าวันนี้หลิงเอ๋อร์ต้องทุกข์ทรมานแล้ว”
เหยาเชียนเชียนโบกมือ อย่างไรก็ใช้เงินของชิงผิงอ๋อง นางก็แค่ผ่านมาเห็นความไม่ยุติธรรม เป็การทำความดีวันละครั้งเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ เมื่อครู่แม่นางผู้นี้กล่าวว่าตนเป็นางโลม เหยาเชียนเชียนรู้ว่ามารดาของนางก็เป็นางโลมเช่นเดียวกัน มารดาถูกเหยาซื่อเฟิงบังคับไถ่ตัวแต่กลับไม่เคยได้รับความสุข แม้เป็นางโลมที่ได้รับความนิยมสูงสุดแต่ยังคงอมทุกข์ และสุดท้ายก็จากไปทั้งอย่างนั้น
นี่เป็สิ่งที่นางสืบมาได้อย่างระมัดระวัง เพราะมารดามีฐานะต่ำต้อย ดังนั้นจึงทำให้นางพลอยโดนดูถูกไปด้วยั้แ่ยังเด็ก ทว่าเื่เหล่านี้ล้วนเป็อดีตของเ้าของร่างเดิม เมื่อเหยาเชียนเชียนได้ยินคำว่านางโลมยามนี้จึงมีเพียงความรู้สึกหดหู่
“เื่เล็กน้อย ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง” นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แม่นางงดงามเพียงนี้ วันหน้ายามออกมาข้างนอกควรจะมีคนติดตามสักสองสามคน จะได้หลีกเลี่ยงปัญหาเช่นนี้ได้”
อีกฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะก้มหน้าลงยิ้มให้อาเหยียน คล้าย้ายื่นมือออกไปแตะตัวเขา แต่เด็กน้อยกลับหลบเลี่ยง มือเล็กทั้งสองข้างกอดเหยาเชียนเชียนไว้ ไม่รู้ว่ากลัวหรือว่าเขินกันแน่
“เขาไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอก อาจจะเขินอายอยู่บ้าง แม่นางอย่าถือสาเลยนะเ้าคะ”
วันนี้อาเหยียนเป็อะไรไป แม้กระทั่งสาวใช้ในจวนเขายังปล่อยให้จับตัวได้ตามใจชอบ เหตุใดต่อหน้าพี่สาวคนสวยกลับไม่เป็ตัวของตัวเองเสียได้
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ” อีกฝ่ายดึงมือกลับไปอย่างเป็ธรรมชาติ ก่อนจะชี้ไปยังอาคารสูงหลังหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป “หากแม่นางไม่รังเกียจ กลับไปนั่งพูดคุยกันสักครู่ได้หรือไม่ หลิงเอ๋อร์อยากจัดเตรียมสุราจืดชืดและอาหารเล็กๆ น้อยๆ เป็การขอบคุณแม่นาง”
เหยาเชียนเชียนสามารถเห็นชื่อบนป้ายคำขวัญที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน 'หอเพียวเซียง'คล้ายกับว่านางเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ใดมาก่อน
นางมองไปทางอาเหยียนอย่างลำบากใจ แม้จะบอกว่าไม่ใช่สถานที่เริงรมย์เช่นนั้น แต่ถ้าพาเขาไปด้วยก็ดูจะไม่เหมาะสมอยู่ดี อย่างไรคนแบบชายไว้หนวดผู้นั้นก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว
หากอาเหยียนไปเห็นอะไรเข้า และกลับไปบอกให้ชิงผิงอ๋องรู้ เขาต้องจับนางกลืนทั้งเป็แน่
“แม่นางเข้าไปทางประตูหลังกับข้า ไม่มีผู้ใดเห็นแน่นอนเ้าค่ะ”
เหยาเชียนเชียนเม้มปาก นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธไป
“ท่านก็ได้เห็นแล้ว วันนี้ข้าไม่สะดวกจริงๆ” ที่นางบอกไม่ได้หมายถึงอาเหยียน “วันหน้าหากข้าผ่านมาที่นี่จะต้องร่วมรับประทานอาหารกับแม่นางอย่างแน่นอน วันนี้ช่างเถิด แม่นางไม่ต้องขอบคุณข้า อากาศดีๆ หายากเช่นนี้ อย่าให้คนสารเลวพวกนั้นทำให้เสียอารมณ์เลย”
นางจูงอาเหยียนไปบอกลาอีกฝ่าย เมื่อเดินออกไปไกลแล้ว ซั่งกวนหลิงจึงหุบยิ้มมุมปากลงและหมุนกายกลับไปที่หอเพียวเซียง
ที่แท้ผู้นั้นก็คือชายาของชิงผิงอ๋อง แค่นี้เองหรือ
ซั่งกวนหลิงโยนใบมีดบนปลายนิ้วลงบนโต๊ะ มันบางดุจปีกจักจั่น และสามารถซ่อนไว้ในมือได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น หากไม่ใช่เพราะเหยาเชียนเชียนเข้ามายุ่ง วันนี้นางคงได้จัดการขยะพวกนั้นไปแล้ว
“เด็กที่อยู่ข้างนางคงเป็เสี่ยวซื่อจื่อ แปลกจริง เหตุใดเสี่ยวซื่อจื่อถึงปฏิเสธััจากข้า ในคืนแต่งงานเขาเกือบถูกเหยาเชียนเชียนผู้นั้นบีบคอจนตายมิใช่หรือ เหตุใดถึงยังอาลัยอาวรณ์เพียงนั้น?”
คนที่องค์ชายสามมอบหมายให้ทำภารกิจสำคัญย่อมไม่เขลาจนเกินไป แม้ว่าวันนี้นางจะมีท่าทีไร้เดียงสากับตน แต่ก็สามารถทำให้เสี่ยวซื่อจื่อเปลี่ยนความคิดที่มีต่อนางได้ และยังสามารถอยู่ในจวนอ๋องได้อย่างราบรื่นจนถึงวันนี้ คิดดูแล้วก็มีฝีมือไม่น้อย
“คุณหนูหลิงเอ๋อร์ แขกของท่านมาถึงแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้ที่อยู่นอกประตูเข้ามาแจ้งให้นางทราบ
ดวงตาของซั่งกวนหลิงฉายแววรังเกียจเล็กน้อย นางแต่งหน้าใหม่จนกระทั่งไร้ที่ติแล้วจึงลุกขึ้นไปรับแขก
เสียงฉินแ่โผย บุรุษหลังม่านไข่มุกมองไปแล้วดูเปราะบางอยู่หลายส่วน ทั้งยังได้ยินเสียงไอเบาๆ ดังขึ้นเป็ครั้งคราว
“ไม่ได้พบกันหลายวันเลยนะเพคะองค์ชายสาม พระองค์ทรงสบายดีหรือไม่เพคะ?”
เป่ยเซวียนเฉิงกวักมือเรียกนาง เมื่อซั่งกวนหลิงนั่งลงข้างกายแล้วจึงยื่นชาให้ด้วยตนเอง
“ต้องขอบคุณฝีมือการรักษาของแม่นางหลิงเอ๋อร์ สองสามวันมานี้ข้าถึงเบิกบานใจได้บ้าง ข้ามาครั้งนี้มีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาด้วย หวังว่าแม่นางหลิงเอ๋อร์จะไม่รังเกียจ”
ภายในกล่องไม้คือปิ่นระย้าและกำไลหยกอันประณีต ซั่งกวนหลิงลุกขึ้นกล่าวขอบคุณ นางนึกถึงสตรีที่เพิ่งได้พบเมื่อครู่แล้วก็ยิ้มกว้างขึ้นอย่างอดไม่ได้
“ฝีมือการรักษาของหลิงเอ๋อร์ไม่ลึกซึ้ง หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าอดีตคุณหนูสามแห่งตระกูลเหยาพระชายาของชิงผิงอ๋องในปัจจุบันมีเทียบยาอาหารบำรุงชนิดหนึ่งใน และเทียบยานั้นสามารถทำให้พระวรกายขององค์ชายสามดีขึ้นได้ ทักษะของหลิงเอ๋อร์นั้นต่ำต้อย แต่กลับได้รับรางวัลจากองค์ชายเช่นนี้ ช่างไม่คู่ควรจริงๆ เพคะ”
พูดถึงเหยาเชียนเชียน แววยินดีในดวงตาของเป่ยเซวียนเฉิงก็เจือจางไปเล็กน้อย ทว่าสีหน้าเผยให้เห็นแววเสียดายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ใช่ เทียบยานั้นเหยาเชียนเชียนขอมาจากผู้าุโท่านหนึ่ง ทว่าบัดนี้ไม่อาจใช้ได้อีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็ชายาของชิงผิงอ๋องแล้ว ย่อมไม่ควรเกี่ยวพันอันใดกับข้าอีก”
เหตุการณ์ในวังหลวงเมื่อวันก่อนเป่ยเซวียนเฉิงไม่ใช่จะไม่รู้ ไม่ว่าอย่างไรเหยาเชียนเชียนก็ไม่ยินยอมมอบเทียบยาอาหารบำรุงนั้น และยังอาศัยพระนามของอดีตฮองเฮาทำให้เสด็จแม่ยั่วยุให้เสด็จพ่อกริ้ว เห็นได้ชัดเจนว่านางยืนอยู่ฝั่งเป่ยเหลียนโม่โดยสมบูรณ์
เป่ยเซวียนเฉิงนึกถึงคำสาบานในอดีต เขาเงยหน้าขึ้นกระดกสาเกจนหมดจอก นางเป็หมากของเขา แต่สุดท้ายก็แตกต่างจากคนอื่นๆ ถูกทรยศเช่นนี้ จะไม่ให้เขาเกลียดนางได้อย่างไร
“องค์ชายสามอย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ หลิงเอ๋อร์จะคิดหาวิธีรักษาพระวรกายของพระองค์” ซั่งกวนหลิงเติมสาเกให้เขา “ทว่าที่นี่ไม่มีผู้อื่น หลิงเอ๋อร์ขอกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าวสักสองประโยค”
นางมองไปยังเป่ยเซวียนเฉิง “ชิงผิงอ๋องอ้อนวอนต่อฮ่องเต้เพื่อสู่ขอคุณหนูเหยา เื่นี้มีลับลมคมในไม่น้อย และคาดว่าในใจของพระองค์ก็คงกระจ่าง ผู้คนในนครหลวงล้วนรู้ว่าความรู้สึกที่คุณหนูเหยามีต่อพระองค์นั้นแข็งกว่าทองคำและกว้างกว่ามหาสมุทร พระองค์จะยอมมอบนางแก่ผู้อื่นจริงๆ หรือเพคะ?
เป่ยเซวียนเฉิงไอเบาๆ สองครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปข้างหลังนาง ภายในห้องเงียบสงัด นักสังคีตถอยออกไปก่อนแล้ว เหลือเพียงควันธูปที่หมุนวนลอยขึ้นอย่างเงียบเชียบ ชวนให้รู้สึกอึดอัดขึ้นมาหลายส่วนโดยไม่มีสาเหตุ
“นี่เป็คำที่ไม่ควรกล่าวโดยแท้” เป่ยเซวียนเฉิงเอ่ยเบาๆ “คำนี้แม่นางหลิงเอ๋อร์กล่าวต่อข้าไม่เป็ไร แต่อย่าได้ไปกล่าวต่อหน้าผู้อื่น”
“องค์ชายสามทรงกลัวอะไรหรือเพคะ” ซั่งกวนหลิงยังคงแย้มยิ้ม แม้ว่าในแววตาของอีกฝ่ายจะไม่หลงเหลือความอ่อนโยนแม้เพียงครึ่งแล้ว นางก็ยังกล่าวต่อไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “กลัวว่านางจะเลือกเป็ชายาของชิงผิงอ๋อง และไม่ยอมกลับมาเป็คุณหนูเหยาขององค์ชายสามหรือเพคะ?”
“คนที่อวดฉลาด คือคนที่ตายเร็วที่สุด”
เป่ยเซวียนเฉิงบีบกรอบหน้าของนางแ่เบา การกระทำอ่อนโยนเหลือเกิน แต่แววตากลับเ็าจนน่ากลัว
“ข้าชอบความฉลาดของแม่นางหลิงเอ๋อร์ แต่ในบางครั้ง ความเฉลียวฉลาดนี้ก็ไม่อาจใช้งานได้ และกลายเป็กระบี่ที่คร่าชีวิต ไม่รู้จะแทงทะลุหัวใจจนฝังตัวเองทั้งเป็เมื่อใด”
เป่ยเซวียนเฉิงกล่าวถ้อยคำเลื่อนลอยนี้ทิ้งไว้ก่อนจะจากไป ซั่งกวนหลิงรินชาให้ตัวเองจอกหนึ่ง แววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัวโดยสิ้นเชิง
ชีวิตนางเป็ของท่านอ๋อง นอกจากท่านอ๋องและตัวนางเอง ผู้ใดก็ห้ามแตะต้อง เป่ยเซวียนเฉิง นางอยากเห็นนักว่าเขาสนใจชายาของชิงผิงอ๋องผู้นั้นจริงหรือไม่
เชิงอรรถ
[1] ถังหูลู่ คือ ผลไม้เคลือบน้ำตาลเสียบไม้
[2] ซวนเหมยทัง หรือน้ำบ๊วยสมุนไพร เป็เครื่องดื่มยอดนิยมของคนจีนใน่ฤดูร้อน มีส่วนประกอบสำคัญคือบ๊วยและสมุนไพรจีนอื่นๆ
