ูเาเล็กธรรมดา ภายนอกไม่มีอะไรพิเศษ ทว่ากลับเต็มเปี่ยมด้วยพลังิญญาเก่าแก่ โดยเฉพาะบนยอดซึ่งปลดปล่อยแสงหมอก์ออกมาเป็เส้นๆ พลังชีวิตเต็มล้นจนถึงขีดสุด
สถานที่บริสุทธิ์โบราณเงียบสงบ บัดนี้เต็มไปด้วยจิตสังหาร อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างฉับพลัน หวังหยวนจงก้าวฝีเท้าเดินออกมาประหนึ่งูเาั์ พลังที่แผ่ซ่านออกมาหนักอึ้งเป็อย่างยิ่ง
“วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าให้รู้สำนึก ว่าใครที่ไม่ควรหาเื่” หวังหยวนจงเอ่ยเสียงกระด้าง ฝ่ามือทะลวงฝ่าอากาศ พลังฟ้าดินสั่นไหว หลังจากนั้นเส้นพลังนับพันหมื่นเส้นก็แผ่ปกคลุมทั่วบริเวณ
เส้นผมของเต้าหลิงสะบัดตามแรง ใบหน้าอ่อนเยาว์เรียบเฉยสุขุม ชายเสื้อโบกกระพือ ฝ่าเท้าของเขากระทืบลงพื้นทำเอาฟ้าดินไหวสะท้าน
“ทลาย” เต้าหลิงเปล่งเสียง ฝ่ามือกำหมัดแน่นพลางปล่อยพลังมหาศาลออกไป แรงเสียดสีแทรกฝ่าอากาศจนเกิดเสียงลมหวีดร้องดังขึ้น เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเส้นแสงสีนวลพุ่งออกมาดุจแสงกระบี่ ทั้งยังรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า แต่ชั่วพริบตา พลังนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย
“ฮึ ที่แท้ก็มีพลังนิดหน่อยนี่เอง ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้โอหังนัก” หวังหยวนจงใช้สายตาเ็าราวกับน้ำแข็งจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้า เขายกมุมปากเป็รอยยิ้มเยาะ “อย่าคิดว่ามีพลังแค่นี้แล้วจะกล้ามาสังหารคนของตระกูลหวัง ข้าจะสั่งสอนเ้าเองว่าเป็มนุษย์ควรจะทำตัวเช่นไร”
กล่าวจบ ร่างของเขาก็กระโจนประจันหน้า แรงกดดันบีบอัดทำให้มวลอากาศแตกสลาย ก้อนหินขนาดใหญ่ต่างถูกอานุภาพลี้ลับยกลอยตัวขึ้น
“ตายซะ” เขาเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ พลังกำปั้นพุ่งหลาวแหวกอากาศ เสียงลมหวีดร้องดังทำเอาแก้วหูสั่นะเื
เต้าหลิงยื่นฝ่ามือออกไปต้านรับปะทะเข้ากับหมัด ปราณลมโดยรอบกระแทกแตกสลายออกเป็ชั้นๆ ราวกับแผ่นกระดาษ
“อะไรกัน?” หวังหยวนจงเลิกคิ้วขึ้น พลางนึกตรึกตรอง “สามารถทำลายปราณลมของข้าได้ เ้านี่แข็งแกร่งไม่เบาเลย ที่แท้ก็เป็อัจฉริยะ”
หวังหยวนจงคำรามตวาด คลื่นเสียงสะท้านออกมาเป็ระลอกๆ ดุจัคะนองน้ำเหินขึ้นมาจากมหาสมุทร เขาคลายกำปั้น พลังทั่วร่างไหลกรากระอุ ก่อนจะใช้ฝ่ามือโจมตีเข้าใส่ศีรษะของเต้าหลิง
ั์ตาของเต้าหลิงสาดส่องประกายแสงสีทอง ฝ่ามือเปลี่ยนไปเป็หมัด หมอกเรืองแสงเริงระบำลอยออกไป แสงเจิดจ้าละลานตาห้าวหาญประหนึ่งเสือป่าะโแผล็วลงมาจากเขา พุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของเขา
กรอบแกรบ
ปรากฏเสียงกระดูกดังลั่น สีหน้าของหวังหยวนจงดูไม่ดีเท่าไรนัก ฝ่ามือของเขาสั่นเทา กระดูกแต่ละชิ้นปริแตกออก ก่อนทั้งร่างจะกระเด็นลอยออกไปตามแรง
“อะไรกัน นี่มันเป็ไปได้อย่างไร พลังของเ้าเดรัจฉานนั่นแข็งแกร่งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร เขาเอาชนะหวังหยวนจงได้อย่างนั้นหรือ” หวังจวิ้นอี้พูดด้วยอาการตื่นตระหนก หวังหยวนจงเป็อัจฉริยะของตระกูลหวัง ทว่ากลับถูกซัดหมัดเดียวจนตัวลอย
“เ้า นี่มันเป็ไปได้อย่างไร” มุมปากของหวังหยวนจงมีเืไหลออกมา เนื้อหนังที่ฝ่ามือเละเทะจนมองเห็นกระดูกสีขาว ร่างนอนหมอบอยู่ที่พื้น เขากล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“มีความสามารถ” เด็กหนุ่มที่ยืนดูอยู่เดินออกมา สีหน้าของเขาเย็นะเื ฝีเท้าแฝงอำนาจพิฆาตทำให้พื้นดินแตกร้าว แต่ละฝีก้าวหนักหน่วงประหนึ่งสัตว์อสูรโบราณ
“ในที่สุด หวังห้าวคงก็จะลงมือแล้ว” เมื่อเห็นดังนั้น ภายในใจของหวังจวิ้นอี้ก็มีความปีติ คนผู้นี้เป็อัจฉริยะของตระกูลหวังอีกผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็ลูกชายของผู้นำตระกูล พลังของเขาแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง
หวังห้าวคงสาวเท้าเดินออกมา ทั่วทั้งฟ้าดินตลบอบอวลไปด้วยจิตสังหารทั้งยังมีแรงกดดันบีบอัดเป็ชั้นๆ ในตอนนี้พื้นที่แวดล้อมได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว รวมถึงทุกย่างก้าวจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเท่าตัว
“โฮก!” ในขณะเดียวกัน รอบๆ กายของหวังห้าวคงก็ปรากฏร่างเงาอสูรดุร้าย เสียงคำรามดังสนั่นกึกก้อง พลังป่าเถื่อนนั้นทำให้ผู้คนหวาดผวาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “น่ากลัวเกินไปแล้ว หวังห้าวคงบรรลุขั้นสถิติญญามาจนถึงระดับนี้แล้วอย่างนั้นหรือ ถึงขนาดมีร่างเงาอสูรปรากฏขึ้นมา” หวังหยวนจงอึ้งไป
“แค่หวังห้าวคงลงมือ เ้านั่นได้จบเห่แน่ ไม่ว่าใครก็ช่วยเขาไม่ได้” หวังจวิ้นอี้หัวเราะร่าอย่างสาแก่ใจ เขารู้ดีว่าการสร้างร่างเงาให้บังเกิดขึ้นได้นั้นมันยอดเยี่ยมขนาดไหน ร่างเงาอสูรพวกนี้ก็เหมือนกับสัตว์อสูรโบราณที่สามารถช่วยต่อสู้กับศัตรูได้
พื้นดินรอบทิศของเต้าหลิงพลันแตกร้าวเป็ทางยาว ชายเสื้อของเขากระพือขึ้น ผมยาวปลิวไสว ดวงตาทั้งสองประกายแสงสีทองออกมา เพื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันฟ้าดิน
“ไม่เลว เ้าคงจะฝึกฝนวิชากายอย่างนั้นสินะ แล้วมาดูกันว่าเ้าจะรับกระบวนท่าของข้าได้หรือไม่”
ั์ตาของหวังห้าวคงฉายแสงวาววาม พลังทั่วร่างเอ่อล้นทะลัก ร่างเงาสัตว์อสูรโบราณรอบกายของเขาะเิพลังที่น่าเกรงขามกระจายออกมา ทั้งยังแฝงไปด้วยจิตสังหาร
หวังห้าวคงยืนเอามือไขว้หลัง ราศีจับดุจยอดยุทธ์ คนที่อยู่ขั้นสถิติญญาแต่ยังไม่มีพลังจนถึงขั้นนี้ ในสายตาของเขาก็เป็แค่พวกหมูหมากาไก่ไร้ค่าเท่านั้น
“ไม่รู้เหมือนกันว่า เต้าหลิงจะมีิญญาอะไร” หลินซือซือเม้มปากพลางนึกพึมพำกับตนเอง ดวงตามีแววสงสัย นางไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเต้าหลิง ถึงแม้พวกเขาเ่าั้จะแข็งแกร่ง แต่ถ้าเทียบกับเต้าหลิงแล้วนั้นถือว่ายังห่างชั้นกัน
ร่างเงาสัตว์อสูรแผดเสียงร้องสั่นะเืทั่วฟ้าดิน ก้อนหินขนาดใหญ่ะเิออก ชั่วพริบตามันก็พุ่งตรงมายังหน้าของเต้าหลิง
ตูม
แสงสีเงินเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า
สายฟ้าลั่นคำรามครื้นครั่น พลังทำลายะเิออก ดวงดาราลอยเคว้งอยู่บนท้องฟ้า แสงสีเงินร่วงหล่นลงมา แต่ละดวงหนักอึ้งอย่างที่สุด
กลุ่มดวงดาราผสานเข้าด้วยกัน ร่างเงาสัตว์อสูรยังไม่ทันจะโผนเข้ามาใกล้ กลับแหลกสลายในทันที
หวังห้าวคงััได้ถึงแสงสีเงินเส้นหนึ่ง ิญญาของเขาที่ผลิตออกมาพลันแตกเป็เสี่ยง จนถึงตอนนั้นสีหน้าที่นิ่งเฉยของเขากลับแสดงความตกตะลึง
“นี่มันเป็ไปได้อย่างไร” รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังหยวนจงแข็งค้างทันควัน เขาร่ำร้องโวยวาย ดวงตาทั้งสองแดงก่ำแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“นี่มันวิชามหาอำนาจอะไร?” สีหน้าของหวังห้าวคงงุนงง ภายในใจรู้สึกร้อนรุ่ม วิชามหาอำนาจนี้น่ากลัวมาก เขารู้จักพลังอานุภาพ์ของนิมิตของตัวเองดี ทว่าต่อหน้าแสงสีเงินนั่นแล้ว มันกลับทำอะไรไม่ได้
“ข้าจำเป็ต้องบอกเ้าด้วยอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงก้าวเท้าพร้อมกล่าวเรียบๆ อำนาจทั่วร่างปะทุพรั่งพรู พลังปราณทะลุทะลวงลอยสู่ท้องฟ้า
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของหวังห้าวคงก็พลันเคียดขึ้ง ก่อนที่จะกล่าวเสียงแข็งเหี้ยมเกรียม “อวดดีนัก ไม่รู้จักความน่ากลัวของตระกูลหวังของข้าอย่างนั้นสินะ ตระกูลหวังของข้าเป็ตระกูลขุนนางชั้นสูงของราชวงศ์ต้ากัน วิชามหาอำนาจที่ล้ำค่านั้นมีจำนวนมากจนนับไม่ได้ เ้าเป็แค่คนชั้นต่ำแต่กลับกล้ามากล่าวยอกย้อนข้าเช่นนี้ อยากตายมากอย่างนั้นสินะ”
เมื่อเห็นท่าทีบ้าอำนาจของอีกฝ่าย เต้าหลิงก็แสยะยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “ตระกูลหวัง? ฮึ ข้ารู้จักแค่ราชวงศ์ต้ากัน ไม่รู้จักพวกตระกูลก้นสุนัขแบบอะไรเช่นนั้นหรอก”
“หาญกล้ามากนะ!” หวังห้าวคงโกรธมาก เขาตะคอกตวาดลั่น “ตระกูลหวังของข้าเ้ายังกล้าดูถูก ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ จะเหนือฟ้าหรือใต้ดินก็ไม่มีที่ให้เ้าซ่อนทั้งนั้น เ้าจะต้องตาย!”
เขาบันดาลโทสะ จิตสังหารพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ฝ่ามือพุ่งโจมตีแหวกอากาศ ปราณลมบ้าคลั่งสำแดงความเกรี้ยวกราด ร่างเงาอสูรปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แรงกดดันที่บีบอัดทำให้ฟ้าดินสั่นะเื
เต้าหลิงะโพุ่งตัวออกต่อต้าน แขนทั้งสองหมุนควง ภายใต้แรงพลังหมัดของเขา ร่างเงาสัตว์อสูรก็พลันสลายหายไปราวกับกระดาษ
“ฮึ” หวังห้าวคงแค่นเสียง เขาไม่โกรธแต่กลับยกยิ้ม พลังหมัดที่สั่งสมเอาไว้เป็เวลานานได้ทะลวงฝ่าอากาศออกไป กระบวนท่านี้แปลกประหลาดเป็อย่างมาก มวลอากาศเบื้องหน้าของเต้าหลิงปรากฏช่องว่างหนึ่งขึ้น พร้อมกับหมัดั์ที่ดิ่งตรงแน่วเข้ามาหา
มันเหมือน จู่ๆ กำปั้นนั้นก็ผุดบังเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า
“หมัดห้วงมิติ” หลินซือซือกระชับฝ่ามือแล้วเอ่ยพึมพำ นางรู้จักวิชามหาอำนาจประหลาดนี้ มีจอมยุทธ์บางคนสามารถใช้พลังของห้วงมิติมากำราบศัตรูได้ เป็วิชาที่แข็งแกร่งเหลือล้น
“หืม เป็วิชามหาอำนาจที่ประหลาดเสียจริง ถ้ามันเป็ของข้าก็น่าจะดี” ดวงตาของเต้าหลิงร้อนผ่าว ความเร็วของเขาเพิ่มพูนเท่าทวี อักขระสีทองคายออกมาจากปาก มันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็กระบี่เต๋า ก่อนตรงเข้าต่อกรกับหมัดห้วงมิติ
หวังห้าวคงขมวดคิ้ว ภายในใจพลันพะวงวิตก เ้านี่ร้ายกาจเสียจริง ขนาดหมัดห้วงมิติยังไม่สามารถทำอะไรได้ ในขณะที่เขากำลังใอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าเต้าหลิงพุ่งทะยานออกมาทำให้เขาพึมพำกระวนกระวาย “แย่ละสิ”
หมัดของเต้าหลิงถูกปล่อยออกมา เสียงลมหวีดร้องทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยจิตสังหาร มวลอากาศแต่ละขั้นแตกออกเป็ผุยผง แสงเจิดจ้าพร่างพราวลอยว่อนไปทั่วฟ้าดิน ทุกตารางพื้นที่เต็มไปด้วยร่างเงาหมัดเรืองรองที่น่ากลัว ประหนึ่งพายุฝนที่โหมสาดเข้าใส่ร่างของหวังห้าวคง
บริเวณโดยรอบทั้งสี่ทิศสั่นะเื ต้นไม้แต่ละต้นถูกโจมตีจนแตกหัก ใบไม้ถูกปลิดปลิวร่วงหล่นสู่พื้น ก้อนหินขนาดใหญ่สั่นคลอนโยกไหว
ท่ามกลางแสงหมัดจำนวนมากนั้น จู่ๆ ก็มีลำแสงสว่างจ้าพุ่งออกมา หมอก์ห้าสีพรั่งพรูเอ่อล้น ทั้งยังส่งเสียงครืนๆ คล้ายกับกระบี่ล้ำค่าห้าเล่มที่ะเิแสง์
“นั่นมันบ้าอะไร” เต้าหลิงขมวดคิ้ว สายตาจ้องมองไปยังพัดที่มีคลื่นพลังป่าเถื่อนไหลเวียนอยู่ ของสิ่งนี้น่าพรั่นพรึงเป็อย่างยิ่ง
ตัวพัดทำขึ้นมาจากขนห้าชนิด ขนแต่ละอันปลดปล่อยแสงสีสว่างเรืองรอง ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังรุนแรงเกรี้ยวกราด เหมือนกับสัตว์อสูรโบราณทั้งห้า “ข้ายอมรับว่าพลังของเ้านั้นแข็งแกร่งกว่าข้า ทว่าด้วยพลังอานุภาพของของล้ำค่านี้แล้ว อย่างไรเสียเ้าก็จะต้องตาย”
หวังห้าวคงเปล่งเสียงเย็นดุจูเาน้ำแข็ง พัดล้ำค่าห้าสีในมือของเขาโบกสะบัด ทันใดนั้น พลันปรากฏปราณพายุห้าสีขึ้น มันะเิอานุภาพออกมาประหนึ่งสายน้ำที่ไหลเชี่ยว
เต้าหลิงััได้ถึงอันตรายที่เข้ามาเยือน ร่างของเขาหลบหลีกอย่างว่องไว ปราณพายุห้าสีนั้นน่าหวาดหวั่นเหลือล้น ก้อนหินขนาดใหญ่แต่ละก้อนแหลกสลายกลายเป็ฝุ่นผง ูเาเล็กที่อยู่ในระยะร้อยเมตร ะเิออกจนแหลกเป็จุณ
“ฮ่าๆๆ หวังห้าวคงนำของล้ำค่าที่ตระกูลหวังมอบให้ออกมาใช้แล้ว เ้านั่นตายแน่ ไม่ว่าใครก็ช่วยเขาไม่ได้”
หวังจวิ้นอี้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความสุข เขารู้จักถึงความน่ากลัวของอาวุธล้ำค่าชิ้นนี้ดี แค่พลังอานุภาพ์เพียงเล็กน้อยของมันก็สามารถฆ่าเต้าหลิงได้
