หลี่ต้าหลินเอ่ยสมทบอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า “หาก้าเงินเพิ่มย่อมไม่มี มีเหลือเพียงชีวิตแล้ว!” ในฐานะบุตรชายคนโต นับว่าคำพูดของเขายังมีอำนาจชี้ขาด
แต่ก่อนเขามิได้ห้ามปรามบิดามารดาในการใช้จ่ายเงินแปดตำลึงเพื่อแต่งภรรยาให้น้องชาย ทว่าเื่เช่นนี้กลับถูกภรรยาของเขาเติ้งซื่อหยิบยกมาด่าทออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด่าจนเขารู้สึกเสียใจในภายหลังแล้ว
หากตระกูลหู้าเงินอีก เขาจะเป็คนแรกที่ไม่เห็นด้วย เขาคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว หากบิดามารดายังคงรักใคร่บุตรชายคนเล็กแต่เพียงผู้เดียวอยู่เช่นนี้ เขาจะขอสวมหมวกคนอกตัญญูอันฉาวโฉ่นี้เอ่ยปากเื่แยกบ้านเอง ให้ท่านพ่อท่านแม่ได้ไปอยู่กับน้องชายคนเล็กตามใจพวกเขา
ิซื่อเองก็หยุดกวาดพื้นต่อแล้วเช่นกัน นางยืนอยู่ข้างกายหวังเฮ่า สบถด่าว่า “น้องเขย เ้าไม่รู้หรอกว่าของหมั้นและสินสอดทั้งหมดห้าตำลึงที่บ้านท่านใช้แต่งหลี่ชิงชิง ถูกนำไปมอบให้บ้านสกุลหูจนหมดเกลี้ยง ทั้งๆ ที่เป็เช่นนี้ทว่าสกุลหูก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ ยังเปิดปาก้านั่นนี่ รวมเป็เงินทั้งสิ้นแปดตำลึง เฮ้อ เงินแปดตำลึงนี้มากพอสำหรับซื้อที่ดินถึงสองหมู่กว่าๆ ในหมู่บ้านของเรา ทั้งยังมากพอจะซื้อวัวจากในอำเภอเมืองอีกด้วย!”
“ไม่มีเงิน ต่อให้ตระกูลหู้าอีก ก็ไม่มีเงินให้แล้ว!” ผู้เฒ่าหลี่เองก็เอ่ยปากแล้วเช่นนั้น เขามองออกว่าหากต้องเสียเงินให้กับเื่แต่งภรรยาให้บุตรชายคนเล็กอีก ครอบครัวของเราก็คงจะต้องบ้านแตกสาแหรกขาดแล้ว
หวังเฮ่าเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “เสียเงินไปเยอะถึงเพียงนั้น เหตุใดคนถึงยังไม่แต่งเข้ามาอีกเล่าขอรับ?”
แม้หวังเฮ่าจะใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหาร ทว่าเขาก็เคยได้ยินเื่ราวต่างๆ มาไม่น้อย มีบางบ้านที่เพื่อหาเงินแล้ว บุตรสาวเพียงคนเดียวกลับตกปากรับคำเื่แต่งงานกับสองสกุล ก็รับเงินสินสอดไปเต็มๆ ถึงสองทาง
ถังซื่อถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยว่า “ตระกูลหูรังเกียจที่ฤดูหนาวของบ้านเราหนาวเกินไป จึงบอกว่าให้รอฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ค่อยยกหูเจินให้แต่งเข้าบ้านเรา” ก่อนจะเหลือบสายตาหันไปมองหลี่ซานหลิน “เด็กคนนี้ก็ช่างไร้ความรับผิดชอบเสียเหลือเกิน หูเจินยังไม่ทันตบแต่งเข้ามา เขาก็ถนอมรักตามใจเสียดิบดี ยังไม่ทันผ่านความเห็นชอบจากข้ากับบิดาของเขา เขาก็ดันไปรับปากบ้านสกุลหูเสียเรียบร้อยแล้ว!”
หลี่ซานหลินก้มหน้าเงียบไม่เปล่งเสียงคัดค้านแม้แต่คำเดียว หลายวันมานี้ คนในบ้านมักจะหยิบยกเื่ที่ใช้เงินมากมายถึงเพียงนั้นเพื่อแต่งหูเจินขึ้นมาด่าทออยู่ทุกวัน!
หวังเฮ่ากวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านอันทรุดโทรมของคนสกุลหลี่ ยามนี้ยังไม่ทันเข้าราตรีก็เริ่มมีสายลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาแล้ว หากถึงฤดูหนาวจริงๆ อากาศย่อมเหน็บหนาวมากเป็แน่ เฮ้อ ภรรยาของเขาหลี่ชิงชิงต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ถึงสิบว่าปี เขาควรจะแต่งนางเข้าบ้านตนเองให้เร็วกว่านี้ พานางหนีออกไปจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนให้เร็วกว่านี้
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่ต้าโถวก็มาเชิญให้หวังเฮ่าไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านของเขาแทน
เดิมทีหวังเฮ่า้าทิ้งเงินไว้ให้ผู้เฒ่าหลี่และภรรยาสักหนึ่งตำลึง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้หยิบออกมา เขาได้แต่หยิบหยูกยาที่หลี่ชิงชิงมอบให้ตนเองพกไปยังค่ายทหารออกมาหนึ่งส่วน และเอ่ยอธิบายวิธีการใช้ยาให้คนสกุลหลี่ฟังอย่างละเอียด สุดท้ายก็เอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ วันพรุ่งทันทีที่ฟ้าสว่าง ข้าก็จะออกเดินทางแล้วขอรับ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะไม่ได้รบกวนพวกท่านอีกแล้ว”
“ได้” ผู้เฒ่าหลี่พยักหน้าด้วยความเคร่งขรึม ในบรรดาลูกเขยทั้งสามคน หวังเฮ่าคือคนที่หน้าน่างดงามที่สุด มีความสามารถมากที่สุด และใจกว้างกับสกุลหลี่มากที่สุด เขาพอใจหวังเฮ่าลูกเขยคนนี้มากทีเดียว
สิ่งของที่หวังเฮ่ามอบให้ล้วนเป็ของใช้จำเป็สำหรับตระกูลหลี่ทั้งสิ้น ถังซื่อย่อมยินดีที่สุด ทว่าต่อให้ดีใจมากเพียงใด นางก็ไม่เผยสีหน้าออกมาสักกระผีก แม้แต่หญ้าสักต้นก็ยังไม่มอบคืน
“น้องเขย ข้าไปส่งเ้าเอง” หลี่ต้าหลินเดินตามออกมาด้วยใจที่กระตือรือร้น “พรุ่งนี้เช้าเ้าจะออกเดินทางเมื่อใด? ข้าจะบอกเ้าให้ ถนนหนทางบนูเานั้นเดินทางไม่ง่าย หากเ้าออกเช้าเกินไปก็เกรงว่าจะเจอสัตว์ป่าดุร้ายเข้า เอาเช่นนี้ดีกว่า พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปส่งเ้าออกจากูเาเอง เ้ารอข้าอยู่ที่บ้านของต้าโถวเถอะ”
หลี่ซานหลินยืนอยู่ที่หน้าประตู เอ่ยปากเสียงดัง “พี่เขย พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปส่งท่านกับพี่ใหญ่เอง”
หวังเฮ่าแย้มยิ้มบาง
หลี่ต้าหลินกลัวว่าหลี่ซานหลินจะเปิดปากขอเงินจากหวังเฮ่าเพื่อนำไปมอบให้กับตระกูลหู จึงรีบร้อนเอ่ยว่า “เ้าไม่ต้องไปหรอก รออยู่ที่บ้านเฉยๆ”
ราตรีนั้นหวังเฮ่าพำนักอยู่ในบ้านของหลี่ต้าโถว ห้องในบ้านของหลี่ต้าโถวมีน้อยกว่าบ้านสกุลหลี่ ทว่าหลี่ต้าโถวไร้ภรรยา ภายในบ้านจึงมีเขาเพียงคนเดียว ไม่เหมือนบ้านสกุลหลี่ที่เต็มไปด้วยคน ดังนั้นที่อยู่ของเขาจึงนับว่ากว้างขวางยิ่งนัก
“มารดาของข้าเสียชีวิตตรงนั้น” หลี่ต้าโถวชี้ไปที่ห้องน้ำที่เสื่อมโทรมจนสุดจะทน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าว
หวังเฮ่าเอ่ยปลอบใจ “อย่าคิดมากเลย เหล่าผู้าุโไปเกิดใหม่ย่อมมีแต่ความโชคดี”
“ข้าอยากลองออกไปนอกูเาดู ไปหางานเล็กๆ สักอย่างทำ ทว่าข้ากลัวว่าคนข้างนอกจะโหดร้าย จนข้าไม่เหลือชีวิตให้กลับมา” หลี่ต้าโถวพาหวังเฮ่าเดินในบ้านั้แ่หน้าสุดไปหลังสุดมาทั้งหมดเก้ารอบแล้ว นี่ล้วนเป็สิ่งที่หลี่ต้าโถวฟังคนอื่นบอกมาว่า ให้พาคนที่มีไอชั่วร้ายเดินวนในบ้านเก้ารอบ ก็จะสามารถขจัดความอัปมงคลออกไปได้
“ในบ้านมีสิ่งใดให้กินหรือไม่?”
“มีโจ๊กอยู่เล็กน้อย หากเ้าหิวแล้ว ข้าจะไปอุ่นโจ๊กให้เ้า”
“ข้าทานข้าวที่บ้านพ่อตามาเยอะแล้ว ยามนี้จึงไม่หิว ข้าเพียงสงสัยว่าในบ้านของเ้ามีเสียงแปลกประหลาดแว่วมา น่าจะมาจากสัตว์ดุร้ายในป่า เ้าเอาโจ๊กไปวางไว้นอกบ้านและวางกับดักไว้ ดูว่าจะสามารถจับสัตว์ป่าได้หรือไม่” เมื่อครู่ระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ เขาได้ถามหลี่ต้าโถวแล้ว และพบว่าในบ้านของหลี่ต้าโถวมีกับดักจับสัตว์ขนาดกลางอยู่
หลี่ต้าโถวลูบศีรษะ ทำตามคำพูดของหวังเฮ่า นำโจ๊กไปเทไว้นอกประตูห้องโถงใหญ่ แล้วก็ไปห้องเก็บของเพื่อรื้อกับดักจับสัตว์ที่ขึ้นสนิม เพราะไม่ได้ใช้มาเป็เวลานานมา
“กับดักสัตว์อันนี้เป็ของท่านพ่อข้า ยามที่ข้ายังเด็ก ท่านพ่อเคยขึ้นเขาไปจับสุนัขจิ้งจอก พังพอน...”
หวังเฮ่าเห็นว่ากับดักจับสัตว์เต็มไปด้วยสนิมเกาะเขรอะ จึงใช้มือลองดึงดู ปรากฏว่าเสียแรงขนาดเก้าวัวสองเสือไปแล้ว กับดักก็ยังไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย “ใช้การไม่ได้แล้ว ในหมู่บ้านนี้ยังมีบ้านใดที่มีกับดักสัตว์อีกหรือไม่?”
หลี่ต้าโถวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าจะลองไปสอบถามดู”
“ข้าเห็นว่าลานบ้านด้านหลังของเ้ามีต้นไผ่มากมาย ที่บ้านของเ้ามีมีดหรือไม่ ข้าจะตัดไม้ไผ่มาทำของบางอย่าง”
“มี”
หวังเฮ่าอาศัย่เวลาที่หลี่ต้าโถวไปยืมกับดักจับสัตว์ที่บ้านอื่น เขาเองก็ไม่อยู่นิ่งเฉย ใช้มีดตัดกระบอกไม้ไผ่มาลำหนึ่ง เตรียมที่จะทำกับดักจับสัตว์ไม้ไผ่
ระยะเวลาหลายปีที่อยู่ในกองทัพ เขาได้เรียนรู้ทักษะจากนายทหารและทหารผ่านศึกมามากมาย และหนึ่งในนั้นคือการทำกับดักสัตว์จากไม้ไผ่
กับดักสัตว์ที่ทำจากไม้ไผ่ย่อมไม่มีทางแข็งแรงเท่ากับดักสัตว์ที่ทำจากเหล็ก สัตว์ที่ถูกจับด้วยกับดักไม้ไผ่ย่อมสามารถดิ้นรนหลบหนีไปได้ง่ายกว่า
ทว่าอย่างไรมีก็ย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว
ไม้ไผ่ยังสามารถนำมาทำเป็อาวุธฆ่าสัตว์ได้ และสามารถนำมาสร้างเป็แพไม้ไผ่เพื่อข้ามแม่น้ำได้...
หวังเฮ่ายังตั้งใจว่าจะใช้ไม้ไผ่ทำอาวุธอีกสองสามอันที่มีปลายแหลมคล้ายหอก เพื่อใช้ป้องกันสัตว์ป่าดุร้ายที่เข้ามาโจมตีในยามราตรี
ผ่านไปครู่หนึ่งหลี่ต้าโถวก็กลับมามือเปล่า ทว่าพาคนหนึ่งคนกลับมาด้วย เขาก็คือเถียนจื้อเกา
ทันทีที่เถียนจื้อเกามาถึง เขาก็เดินเข้ามาคุยกับหวังเฮ่าว่า “ข้าบอกกับพี่ต้าโถวั้แ่แรกแล้วว่า ในบ้านของเขาหาได้มีสิ่งอัปมงคล เขาก็ไม่ฟัง”
“เขาได้ยินว่าเ้าจะจับสัตว์ป่า แม้แต่หนังสือก็ไม่อ่านต่อด้วยซ้ำ ร้องจะตามข้ามาดูว่าเ้าจะทำกับดักจับสัตว์ป่าอย่างไร” หลี่ต้าโถวหัวเราะฮ่าๆ หลังจากนั้นก็มองไปยังบรรดาไม้ไผ่ที่ถูกหวังเฮ่าจัดการ “แยกส่วน” เอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ในใจของเขาย่อมไม่เชื่อว่า สัตว์ป่าดุร้ายจะสามารถเปล่งเสียงร่ำไห้ของสตรีได้ ในบ้านของเขาย่อมต้องมีกลิ่นอายอัปมงคลมากเกินไปแน่นอน
“จะมีสัตว์ป่าจริงหรือไม่ แค่ลองดูก็จะรู้เอง หากโชคดีก็สามารถจับได้” หวังเฮ่ามิได้เอ่ยให้ครบประโยค
ห้องโถงของบ้านหวังต้าโถวไม่ใหญ่ บริเวณที่แสงจากตะเกียงน้ำมันจะส่องไปถึงก็มิได้กว้างนัก เถียนจื้อเกานั่งอยู่ตรงมุมห้อง มองหวังเฮ่าที่ง่วนอยู่กับการทำกับดักไม้ไผ่กลางห้องโถง
ในฐานะคนที่รู้หนังสือเพียงคนเดียวประจำหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนแล้ว เถียนจื้อเกายังจำเป็ต้องทำงานในไร่ลงงานในนาอยู่ ทว่าเขากลับทำกับดักจับสัตว์ที่ทำจากไม้ไผ่ไม่เป็
เขากำลังคิดว่าชีวิตของหลี่ชิงชิงที่แต่งให้หวังเฮ่าจะดีกว่าแต่งให้เขาหรือไม่? ยามนี้ดูแล้วนางคงจะมีชีวิตที่ดีทีเดียว ทว่าในภายภาคหน้ารอกระทั่งเขาสอบซิ่วไฉได้ ชีวิตของนางย่อมดีกว่าหากได้อยู่กับเขา!
หวังเฮ่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “เสร็จแล้ว!” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจรอยเืเล็กๆ หลายสิบรอยบนมือที่เกิดจากการถูกไม้ไผ่บาดแม้แต่น้อย
ใช้ไม้ไผ่ทำเป็อาวุธ ต่อให้เป็คนที่คุ้นเคยดีก็ยังถูกไม้ไผ่บาดมือได้
มือที่มีเืออก หากถูกน้ำอาจทำให้เกิดบาดทะยักได้ง่าย คนที่เกิดมาเป็ทหารเช่นหวังเฮ่าย่อมไม่สนใจาแเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ ทว่าเขาเองก็กลัวว่าจะเกิดบาดทะยักเช่นกัน ยังดีที่เขามียาที่กลั่นจากฝีมือของหลี่ชิงชิง
หลี่ต้าโถวยกกับดักสัตว์ที่เพิ่งสร้างใหม่ๆ จึงยังมีกลิ่นสดชื่นของไม้ไผ่ขึ้นมาพลิกดู หากจะใช้ดักจับจำพวกกระต่ายก็คงไม่มีปัญหา อย่างไรเสียเ้าสิ่งนี้ก็ดีกว่ากับดักสัตว์สนิมเขรอะของเขาอยู่มาก ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา
