บนท้องฟ้าเหนือสำนักภูตผี
หลังจากที่ปีศาจสาวซาลาและเก๋อหลู่เท่อมาถึง เดิมทีเนี่ยเทียนมีแต่ความกังวลเต็มหัวใจ รู้สึกว่าสถานการณ์ในการสู้รบคงจะยิ่งดุเดือดและซับซ้อนมากกว่าเดิม
ทว่าขณะที่เขากำลังกังวลอยู่นั้นก็พลันได้ยินจื่อเหยียนะโด้วยภาษาภูตผีปีศาจพร้อมสีหน้าร้อนรน
หลังจากนั้นในมือของจื่อเหลียนก็มีลูกอาคมสีดำหลายลูกโผล่ขึ้นมา
ลูกอาคมเ่าั้พลันลอยขึ้นฟ้าและพริบตาเดียวก็ร่วงลงมาอยู่ตรงยอดของน้ำวนปีศาจ
เนี่ยเทียนเงยหน้ามอง พบว่าลูกอาคมสีดำเ่าั้ดูดซับเอาปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวมาอย่างรวดเร็ว ทั้งยังก่อตัวกันขึ้นมาเป็ลูกกลมปีศาจขนาดใหญ่ั์อยู่ยอดบนสุดของน้ำวนปีศาจ
ลูกกลมปีศาจปลดปล่อยคลื่นที่ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนพลันลอยขึ้นสูงกลางนภา
เมื่อลูกกลมปีศาจนั้นลอยขึ้นสูง ปราณปีศาจที่ปกคลุมตลอดทั้งสำนักภูตผีก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าไปด้วย
เวลานี้ ภูตผีปีศาจชั้นสูงทุกตนที่ต่อสู้อยู่กับผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ รวมไปถึงภูตผีปีศาจชั้นต่ำต่างก็คล้ายได้รับสัญญาณ จึงทยอยกันสละคู่ต่อสู้แล้วบินเข้าไปยังยอดของปราณปีศาจ
ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่มีฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งเป็ผู้นำพยายามไล่ตามไปโจมตี แต่กลับถูกพลังน่าหวาดกลัวระลอกหนึ่งกดทับกำราบเอาไว้
พวกเขาทำได้เพียงมองน้ำวนปราณปีศาจที่ลอยขึ้นสูงเรื่อยๆ และค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกไปจากท้องฟ้าของสำนักภูตผี
ไม่นานสำนักภูตผีที่ถูกปราณปีศาจไหลเชี่ยวปกคลุมมานานมากก็กลับคืนสู่ความสว่างไสวอีกครั้ง ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง เมืองโบราณหินมรกตจึงเผยตัวออกมาอย่างเต็มที่
“เกิดเื่อะไรขึ้น? ภูตผีปีศาจ...ถอนทัพออกไปแล้วรึ?”
“แปลกจริง ทั้งๆ ที่เพิ่งมีภูตผีปีศาจชั้นสูงมาเพิ่มอีกสองตน แต่เหตุใดอยู่ๆ พวกเขาถึงได้ถอยกลับ?”
“หรือว่าการรุกรานที่พวกภูตผีปีศาจมีต่ออาณาจักรหลีเทียนของพวกเราจะยุติลงแบบท่าดีทีเหลวเช่นนี้?”
“ใครจะไปรู้ว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้น”
“...”
ผู้แข็งแกร่งของวังยมบาล สำนักภูตผีและสำนักโลหิตต่างก็แหงนหน้ามองท้องฟ้า มองน้ำวนปราณปีศาจขนาดั์ที่ค่อยๆ จากไปไกล ทุกคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เวลาเดียวกันนั้น
ภูตผีปีศาจจำนวนมากที่รวมตัวกันอยู่ตรงสำนักหลิงอวิ๋นและอารามเสวียนอู้ ไม่ว่าจะเป็ภูตผีปีศาจชั้นต่ำหรือชั้นสูงต่างก็คล้ายได้รับคำสั่งจึงพากันถอยร่นออกไปราวกับกระแสน้ำลง
แม้แต่พวกภูตผีปีศาจที่กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ เพื่อคร่าชีวิตคนธรรมดาก็ยังได้รับคำสั่งให้ถอนทัพออกไปทั้งหมด
ภูตผีปีศาจที่ล่องลอยอยู่ทั่วอาณาจักรหลีเทียน ไม่ว่าก่อนหน้านี้อยู่ตรงจุดไหนต่างก็มุ่งหน้ามารวมตัวกันอยู่ตรงที่ตั้งของวังยมบาล
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเืพบว่าชั่วพริบตาเดียวข้างกายเขาก็ไม่มีภูตผีปีศาจหลงเหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ส่วนโครงกระดูกปีศาจเืที่อยู่ๆ มีภูตผีปีศาจเป็เป้าหมายหลังจากที่พวกมันหายไปก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น พื้นที่แห่งความตายที่โครงกระดูกปีศาจเืสร้างขึ้นมาก็หายไปในที่สุด
และเวลานี้เอง โครงกระดูกปีศาจเืที่ยืนตระหง่านก็พลันล้มโครมลงไปบนพื้น พลังชีวิตที่เนี่ยเทียนใช้การถ่ายโอนแห่งชีวิตกรอกลงไปบนร่างกายมันตอนนี้ได้หายหมดสิ้นไปแล้ว
ก่อนหน้าที่โครงกระดูกปีศาจเืจะล้มลง เนี่ยเทียนััได้จึงะโลอยตัวออกมาจากไหล่ของมันก่อนแล้ว
หงช่านแห่งวังยมบาล โจวอี้แห่งสำนักภูตผี และยังมีผู้แข็งแกร่งของสำนักโลหิตอีกหลายคนที่ยังโชคดีรอดชีวิตต่างก็มาหยุดยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าคลางแคลงใจ
พวกเขาหันไปมองท้องฟ้าอยู่เป็พักๆ แล้วก็หันมามองโครงกระดูกปีศาจเืที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่
ฉางเซิน กุ่ยถง และหลีจิ้งต่างก็ถอนกำลังของตัวเองกลับคืนมา ิญญาฟ้าสองตนนั้นของกุ่ยถงลอยกลับเข้ามาอยู่ในดวงตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของภูตผีน่าสะพรึงกลัวของเขาอีกครั้ง ผีดินเก้าตนก็แทรกซึมลงไปบนธงผ้าต่วนใหญ่ั์ เงาโลหิตที่หลีจิ้งปลดปล่อยออกมาก็ลอยกลับเข้ามาในแท่นดอกบัวสีเืเช่นกัน และไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ อีก
หลีจิ้งที่นั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืหันมามองฉางเซินและกล่าวว่า “ท่านเข้าใจภาษาของภูตผีปีศาจ รู้หรือไม่ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น? เหตุใดภูตผีปีศาจเ่าั้ถึงได้จากไป?”
กุ่ยถงเองก็มีสีหน้างงงัน มองฉางเซินและก็รอคำตอบของเขาเช่นกัน
“มีคนเผ่ามนุษย์คนหนึ่งที่แข็งแกร่งพอๆ กับข่าหลัวลอบโจมตีขณะที่ภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนนั้นเดินทางกลับมา เขายังไม่ได้ลงมือเต็มที่ ยอมปล่อยให้ภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนนั้นกลับมา ส่วนที่เหลืออีกสี่ตนตายไปหมดแล้ว” ฉางเซินขมวดคิ้วแล้วกล่าวต่อว่า “การปรากฏตัวของเขาทำให้พวกภูตผีปีศาจเข้าใจว่าผู้แข็งแกร่งของอีกแปดอาณาจักรเริ่มยื่นมือเข้าแทรกการเปลี่ยนแปลงของอาณาจักรหลีเทียนแล้ว”
“พวกภูตผีปีศาจกังวลว่าจะมีผู้แข็งแกร่งของอีกแปดอาณาจักรจำนวนมากกว่าเดิมทยอยมาปรากฏตัวที่อาณาจักรหลีเทียน ดังนั้นเลยถอนทัพออกไปก่อน”
ฉางเซินเองก็ฉงนสนเท่ห์ไม่ต่างกัน เขาส่ายหัวและกล่าวว่า “แต่เท่าที่ข้ารู้มา เ้าคนพวกนั้นในอีกแปดอาณาจักรที่เหลือไม่มีทางคิดยื่นมือมาช่วยเหลืออาณาจักรหลีเทียนแน่นอน พวกเขามีแต่จะคาดหวังให้พวกภูตผีปีศาจเผาผลาญพละกำลังของอาณาจักรหลีเทียนจนหมดสิ้น หลังจากที่ภูตผีปีศาจรบนองเืกับอาณาจักรหลีเทียน ไม่ว่าผู้ชนะจะเป็ใครก็ย่อมคว้าชัยไปได้อย่างร่อแร่เต็มที”
“เวลานั้นถึงจะเป็่เวลาที่ดีที่สุดในการเหยียบย่างเข้ามาอาณาจักรหลีเทียนของพวกเขา ทำให้พวกเขาเก็บเกี่ยวผลการต่อสู้ได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองแรงแม้สักกะผีก”
“คนที่แข็งแกร่งพอๆ กับข่าหลัว?” กุ่ยถงหน้าเปลี่ยนสี เขารู้ดีว่าข่าหลัวผู้นั้นก็คือคู่ต่อสู้ของฉางเซิน คือบุคคลที่น่ากลัวที่สุดในบรรดาภูตผีปีศาจที่มาเยือนอาณาจักรหลีเทียนครั้งนี้ แม้แต่กุ่ยถงเองก็ยังรู้ว่าหากคู่ต่อสู้ของเขาคือข่าหลัว เขาก็ไม่มีความหวังที่ชนะได้แม้แต่นิดเดียว
“อืม ตามที่ภูตผีปีศาจเ่าั้พูดกัน เ้าหมอนั่นที่ปรากฏตัวกะทันหันมีฝีมือทัดเทียมกับข่าหลัว” ฉางเซินกล่าว
“ไม่ว่าเขาจะเป็ใคร ถึงอย่างไรสถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียนตอนนี้ก็ถือว่าพอจะมั่นคงได้บ้างแล้ว” หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตผ่อนลมหายใจหนึ่งครั้งแล้วกล่าวว่า “ศึกครั้งนี้ อาณาจักรหลีเทียนของพวกเราเสียหายอย่างใหญ่หลวง จำเป็ต้องใช้เวลานานมากถึงจะฟื้นตัวขึ้นมาได้”
“อาณาจักรหลีเทียนสงบสุขมานานเกินไป การเผชิญภัยพิบัติในครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะเป็เื่ร้ายเสียทีเดียว” ฉางเซินเงียบไปครู่จึงพูดอีกว่า “มีเพียงตกอยู่ท่ามกลางานองเืที่สิ้นหวังเท่านั้น คนที่มีพลังแฝงเร้นอย่างแท้จริงถึงจะเผยตัวออกมา! าเหี้ยมโหดครั้งนี้สามารถทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นได้ อาณาจักรหลีเทียนในอนาคต้าคนเช่นนี้!”
ระหว่างที่พูดสายตาของเขาก็กวาดมองไปบนใบหน้าของผู้ที่รอดชีวิตทุกคน
สุดท้ายเส้นสายตาของเขามาตกอยู่บนร่างเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ข้างโครงกระดูกปีศาจเื แล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “เ้าเด็กนั่น...มาได้อย่างไร? เหตุใดโครงกระดูกปีศาจเืของสำนักโลหิตที่พวกเ้าหลอมขึ้นมาถึงได้ถูกเขาควบคุม? ดูเหมือนว่าเขาจะมีตบะแค่ท้าย์เท่านั้น อีกทั้งยังไม่ได้ฝึกเวทลับของสำนักโลหิตด้วยไม่ใช่หรือ?”
ดวงตาเ็าน่าสะพรึงกลัวของกุ่ยถงก็หันตามมามองเนี่ยเทียนด้วย เขากล่าวว่า “เ้าเด็กคนนั้นใช้โครงกระดูกปีศาจเืสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำไปมากมาย แม้แต่ปีศาจสาวจื่อเหลียนที่ฐานะสูงศักดิ์ก็ยังถูกเขาใช้โครงกระดูกปีศาจเืทำให้นางาเ็สาหัส เด็กที่มีตบะแค่ท้าย์ กลับสร้างประโยชน์ให้กับาครั้งนี้ไม่น้อย”
“หากเขาไม่ได้ปลุกโครงกระดูกปีศาจเืขึ้นมา สำนักโลหิตของพวกเรา...คงเหมือนหุบเขาเทา ที่ต้องล่มสลาย” หลีจิ้งถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง
“เขาเป็ใครกันแน่?” ฉางเซินถามอีกครั้ง
“ลูกศิษย์คนใหม่ที่อูจี้เพิ่งรับตัวมา” หลีจิ้งตอบรับหนึ่งประโยค แล้วจึงพลันเงยหน้าขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “แต่ว่านับจากนี้ไปเขาก็คือคนของสำนักโลหิตข้าแล้ว โครงกระดูกปีศาจเืสำคัญกับสำนักโลหิตของข้ายิ่งนัก ข้าไม่มีทางยอมให้เ้านายของโครงกระดูกปีศาจเืไปจากสำนักโลหิตเด็ดขาด!”
“ลูกศิษย์ของอูจี้?” ฉางเซินมีใบหน้าตกตะลึง รีบกล่าวต่อทันที “ความสามารถในการรับศิษย์ของตาแก่อู สมกับที่เป็อันดับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียนจริงๆ ข้าล่ะนับถือ”
“นับแต่นี้ไปเขาก็คือลูกศิษย์ของสำนักโลหิตข้า!” หลีจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“อ้อ เื่นี้เ้าไปบอกกับอูจี้เองเถอะ” ฉางเซินไม่ได้แสดงความคิดเห็น แต่กล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “ปัญหาของอาณาจักรหลีเทียนยังไม่รับการแก้ไขทั้งหมด เมื่อภูตผีปีศาจถอยไป เ้าพวกคนของอีกแปดอาณาจักรก็น่าจะรู้เื่เร็วๆ นี้ อีกไม่นานเท่าไหร่นัก คนของอาณาจักรคุณหลัวและอาณาจักรอั้นิต้องมาเยือนอาณาจักรหลีเทียนแน่นอน”
คำพูดนี้ของเขาจบลง กุ่ยถงและหลีจิ้งก็ไม่มีอารมณ์พูดสิ่งใดอีก ได้แต่หันไปมองยังเมืองโบราณหินมรกตของสำนักภูตผี
หลังจากที่น้ำวนปีศาจและพวกภูตผีปีศาจจากไป ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่กระจัดกระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็วังยมบาล สำนักภูตผีหรือสำนักโลหิตต่างก็พุ่งตัวไปที่เมืองโบราณแห่งนั้น
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่ยังคงเหม่อมองโครงกระดูกปีศาจเือยู่ที่เดิมด้วยความกลุ้มใจ
เพราะด้วยความสามารถของเขาตอนนี้ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายโครงกระดูกปีศาจเืจากทุ่งรกร้างแห่งนี้ไปยังเมืองโบราณของสำนักภูตผีได้
ยังดีที่หลังจากหลีจิ้งบินเข้าไปในเมืองโบราณได้ไม่นานก็ตระหนักได้ถึงปัญหาของเขา
หลีจิ้งจึงขับเคลื่อนแท่นดอกบัวสีเืมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนอย่างรวดเร็ว นางกล่าวว่า “ตามข้ามา”
คำพูดนั้นจบลง ในแท่นดอกบัวสีเืก็มีเข็มขัดสีเืหลายเส้นบินพรวดออกมา เข็มขัดเ่าั้คล้ายเชือกป่านที่ตรงเข้าไปรัดพันร่างของโครงกระดูกปีศาจเืแล้วพาโครงกระดูกปีศาจเืบินขึ้นไปบนฟ้า
“เ้าเองก็ขึ้นมาด้วย” หลีจิ้งชี้นิ้วออกมา
แสงสีเืเส้นหนึ่งที่นุ่มนวลคล้ายปุยนุ่นเข้ามาโอบรัดร่างของเนี่ยเทียนทันที ดึงรั้งให้เขาขึ้นมาอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืด้วยกัน
“ไหนว่ามันจะประคองตัวอยู่ได้ประมาณสิบวันอย่างไรเล่า?” ขณะที่แท่นดอกบัวสีเืชักร่างโครงกระดูกปีศาจเืให้มุ่งหน้าไปทางสำนักภูตผี หลีจิ้งก็เหลือบตามามองเขาหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยถามส่งๆ
“เอ่อ หลังจากที่มันปลดปล่อยสายเืแห่งความตายออกมา พลังแห่งชีวิตก็ไหลหายไปอย่างรวดเร็ว” เนี่ยเทียนเอ่ยตามความจริง
“อ้อ” หลีจิ้งพยักหน้าจากนั้นก็สั่งความอย่างเผด็จการ “ต่อไปหากมีคนถามเ้า จงบอกพวกเขาไปว่าเ้าเป็คนของสำนักโลหิต!”
-----
