ก่อนที่แม่ทัพจะออกไปทำา เขาตัดสินใจเตรียมของขวัญที่พิเศษและมีความหมายลึกซึ้งเพื่อมอบให้กับฮูหยินผู้เป็ที่รักในฐานะของสามีที่เข้าใจและรู้ใจภรรยาเป็อย่างดี ท่านแม่ทัพได้สั่งให้ช่างไม้แกะสลักท่อนไม้ชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้รับการแกะสลักให้มีรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับท่อนเนื้อของเขา ทั้งในเื่ขนาดและรูปร่าง โดยที่ความละเอียดในการแกะสลักทำให้มันดูเสมือนจริงมาก
เมื่อถึงวันก่อนที่เขาจะออกเดินทาง ท่านแม่ทัพนำของขวัญไปมอบให้กับฮูหยินพร้อมกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความรักและความจริงใจ “ฮูหยินเหมยอิงที่รักของข้า หากเ้าเผลอคิดถึงข้าใน่เวลาที่เราห่างไกลกัน เ้าจงใช้สิ่งนี้เป็เครื่องเตือนใจถึงความรักและความปรารถนาของข้าที่มีต่อเ้า ข้าหวังว่าเ้าจะรู้สึกถึงความรักของข้าที่มอบให้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่ากายของเราจะอยู่ห่างกัน แต่ใจของข้าจะอยู่กับเ้าตลอดไป”
คำพูดของท่านแม่ทัพไม่เพียงแต่ทำให้ฮูหยินรู้สึกถึงความรักอันร้อนแรงที่ท่านมีให้ แต่ยังทำให้เธอรู้สึกถึงความใกล้ชิดและการคอยห่วงใย แม้ในขณะที่เขาไม่สามารถอยู่ใกล้เธอได้
เมื่อฮูหยินเห็นของขวัญและได้ยินคำพูดของท่านแม่ทัพ เธอรู้สึกถึงความร้อนแรงจากการััของขวัญที่เสมือนตัวแทนของท่านแม่ทัพ น้ำราคะเริ่มไหลเยิ้มออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เธอรู้สึกถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่มาจากความรักของท่านแม่ทัพ
ฮูหยินกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกว่า “ท่านแม่ทัพที่รัก ข้าหวังว่าท่านจะปลอดภัยในการศึกครั้งนี้ ข้าจะรอคอยการกลับมาของท่านด้วยความรักและความหวัง ขอให้ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย”
แม้ว่าความรู้สึกตื้นตันใจและความร้อนแรงที่เกิดจากการแยกจากกันจะทำให้ใจของทั้งคู่รู้สึกถึงความเ็ปและความทรมาน แต่หน้าที่ของท่านแม่ทัพต่อประเทศชาติและบ้านเมืองต้องมาก่อน ท่านแม่ทัพต้องเตรียมตัวออกเดินทางไปทำาด้วยความจำใจ แม้ในขณะที่เขาต้องจากไป เขายังคงรู้สึกถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่มีต่อฮูหยิน
ฮูหยินที่รักของท่านแม่ทัพรู้สึกถึงความรักและความ้าของเขาอย่างเต็มเปี่ยม แต่เธอก็เข้าใจดีว่าหน้าที่และความรับผิดชอบของเขาต่อชาติเป็สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าทุกสิ่ง ขณะที่ท่านแม่ทัพเตรียมตัวออกเดินทาง ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงท่อนเนื้อของตนที่ยังคงแอบแข็งตัวอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกนี้เป็สัญญาณของความรักและความปรารถนาที่มีต่อฮูหยิน ซึ่งเขาต้องกดดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าแม้จะมีความรู้สึกที่ร้อนแรงนี้
ท่านแม่ทัพและฮูหยินมองตากันอย่างลึกซึ้งใน่เวลาสุดท้ายก่อนการจากลา ท่านแม่ทัพพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความเ็ปว่า “ฮูหยินที่รัก ข้าต้องออกไปทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ถึงแม้ว่าความรักของเราจะร้อนแรงและเต็มไปด้วยความปรารถนา แต่ข้าต้องจากไปด้วยความจำใจ ขอให้เ้ารอคอยการกลับมาของข้าด้วยความอดทน”
รถม้าของท่านแม่ทัพเคลื่อนตัวออกจากจวนอย่างช้า ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของความเงียบสงัดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวัง แม้ท่านแม่ทัพจะพยายามเก็บอารมณ์ไว้ภายใน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการแยกจากฮูหยินที่รักเป็สิ่งที่ทำให้ใจของเขาหวั่นไหวอย่างมาก
กองทหารที่ติดตามท่านแม่ทัพมีจำนวนมากมายและพร้อมที่จะออกไปทำา ทหารนับพันคนต่างเตรียมพร้อมและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ ขบวนรถม้าค่อยๆ เคลื่อนออกไปด้วยความช้าและมั่นคง เพื่อให้เวลาสำหรับการอำลาที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความรู้สึก
ฮูหยินยืนอยู่ที่ประตูจวนมองดูท่านแม่ทัพพร้อมทั้งกองทหารที่เคลื่อนตัวออกไป เธอรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่ท่านแม่ทัพทิ้งไว้ให้ แม้จะพยายามยิ้มให้ท่านแม่ทัพในขณะนี้ ความรู้สึกที่เ็ปและเต็มไปด้วยความทรมานก็ยังคงเห็นได้ชัดจากดวงตาของเธอ
ท่านแม่ทัพหันมามองฮูหยินครั้งสุดท้ายก่อนที่จะต้องออกเดินทาง เขามองเห็นความรักและความห่วงใยในดวงตาของเธอ และรู้สึกถึงความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจที่เธอมีให้กับเขา แม้จะมีความรู้สึกของความห่างไกลและความคิดถึง แต่เขาก็รู้ว่าภารกิจที่เขาต้องทำเป็สิ่งที่สำคัญยิ่ง
ขบวนรถม้าและกองทหารเริ่มเคลื่อนตัวออกจากจวนอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงแรงสนับสนุนและความหวังที่มีอยู่ในใจ เขาพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ขณะที่ฮูหยินและบ้านเมืองอยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา
แม้ว่าจะต้องแยกจากกันในขณะนี้ แต่ความรักและความมุ่งมั่นที่มีต่อกันจะเป็แรงบันดาลใจให้ท่านแม่ทัพและฮูหยินสามารถเผชิญกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต
ในขณะที่ขบวนรถม้าของท่านแม่ทัพกำลังเคลื่อนตัวออกจากย่านเมืองหลวง เสียงกลองและเสียงทหารที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ท่ามกลางการเดินทางที่ยาวนาน ท่านแม่ทัพพบว่าขบวนรถม้าผ่านย่านโคมแดง สถานที่ที่โด่งดังในเมืองหลวงซึ่งเป็ศูนย์รวมของสถานบริการที่มีชื่อเสียง มีสาวงามนับร้อยชีวิตคอยให้บริการและสร้างสีสันให้กับย่านนี้
ท่านแม่ทัพที่มีอารมณ์ขุ่นมัวจากการเตรียมตัวสำหรับการศึกได้หยุดรถม้าอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะะโออกมาด้วยเสียงที่ทรงพลังว่า “หยุด!”
ทหารคนรับใช้ที่ประจำอยู่ในย่านโคมแดงเดินออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและเต็มไปด้วยความเคารพว่า “มีอะไรให้รับใช้ขอรับท่านแม่ทัพ?”
ท่านแม่ทัพตอบด้วยเสียงที่เข้มข้นและตรงไปตรงมาว่า “ข้า้าสาวอุ่นเตียงไว้ข้างกาย ขอคนใจกล้าที่พร้อมออกสนามรบค่าตัวข้าจ่ายให้ไม่อั้น เ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าชอบสาวงามเรือนร่างแบบไหน?”
นายทหารรับใช้พยักหน้าแล้วตอบอย่างคนรู้งาน”โปรดรอสักครู่ขอรับ”
เพียงไม่นานหลังจากที่ท่านแม่ทัพให้คำสั่ง ทหารรับใช้ก็กลับมาพร้อมกับสาวงามจากย่านโคมแดงที่ได้รับการคัดสรรอย่างดี สีหน้าและแววตาของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ ขณะที่เธอก้าวเดินเข้ามา หน้าอกของเธอที่อวบอิ่มกระเพื่อมและสั่นไหวไปตามการเคลื่อนไหว สร้างความสะดุดตาและดึงดูดสายตาของท่านแม่ทัพ
ท่านแม่ทัพที่มองจากภายในรถม้าเกิดอาการหายใจติดขัด เขาััได้ถึงความร้อนแรงที่รุนแรงขึ้นภายในตัวเขา ความรู้สึกที่กระตุ้นให้เขามีความปรารถนาที่เด่นชัด ท่านแม่ทัพไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกนี้ได้ และท่อนเนื้อของเขาก็แข็งตัวอย่างชัดเจน
หญิงสาวจากย่านโคมแดงทำความเคารพด้วยการก้มหัวลงต่ำ หน้าอกที่ใหญ่โตของเธอหยดย้อยลงมาต่อหน้าท่านแม่ทัพ สร้างภาพที่ทำให้เขายิ่งรู้สึกถึงความ้าและความกระตือรือร้นของเขา
ท่านแม่ทัพตัดสินใจเรียกเธอขึ้นรถม้าด้วยความเร่งด่วน “เชิญ เ้าขึ้นรถม้ามาก่อน” เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจและความปรารถนาหญิงสาวยิ้มอย่างนอบน้อมก่อนที่จะขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว
“เคลื่อนทัพได้!” เสียงคำสั่งของท่านแม่ทัพดังขึ้นในบรรยากาศของความเตรียมพร้อมและความมุ่งมั่น
ทันทีที่คำสั่งออกมา ขบวนรถม้าของท่านแม่ทัพเริ่มเคลื่อนตัวออกจากย่านโคมแดงอย่างรวดเร็ว ทหารนับพันคนที่ติดตามก็เริ่มเคลื่อนตัวตามหลัง ขบวนทัพเดินทางไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจ
