“สำหรับอนารยชนแล้ว คลังสมบัติลับน่าจักเป็ประโยชน์กับพวกเขาไม่ใช่หรือ เหตุใดพวกเขาถึงนำมันออกมาแลกเปลี่ยนล่ะ?” จูชิงถามอย่างอดไม่ได้
“ฮ่าๆๆ นั่นก็เพราะอนารยชนเข้าคลังสมบัติลับไม่ได้น่ะสิ” จอมยุทธ์เมืองสมุทร์หัวเราะ
“ใช่แล้ว คลังสมบัติลับของมนุษย์ มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่เข้าไปได้” จอมยุทธ์ที่อยู่ข้างๆ พยักหน้า
อานารยชนกับมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกันในเขตมหาสมุทรนี้มาั้แ่สมัยดึกดำบรรพ์ กระนั้นแล้วอนารยชนก็ยังนำมนุษย์ไปก่อนก้าวหนึ่ง
ยุคดึกดำบรรพ์เป็ยุคแห่งความรุ่งโรจน์ของการบำเพ็ญเพียร หลังความตาย จอมยุทธ์บางคนผนึกสิ่งที่พวกเขาพร่ำเพียรเรียนรู้มาตลอดชีวิตไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลังเพื่อสืบทอดคัมภีร์และวิถียุทธ์ของตัวเอง หนึ่งในนั้นมีทั้งจอมยุทธ์ที่เป็มนุษย์และจอมยุทธ์ที่เป็อนารยชน
ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้สิ่งที่พวกเขาพยายามอย่างหนักตกไปอยู่ในมือของเผ่าพันธุ์อื่น พวกเขาจึงตั้งข้อจำกัดสิ่งต้องห้ามบริเวณคลังสมบัติลับ มีเพียงคนเผ่าพันธุ์เดียวกันเท่านั้นที่สามารถเข้าไปข้างในได้
ดังนั้นแม้ว่าช้างป่าเถื่อนจะพบคลังสมบัติลับ ทว่ามันเป็ของมนุษย์จึงไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ ทำได้เพียงแค่นำคลังสมบัติลับมาแลกเปลี่ยนเป็ของที่พวกเขา้าเท่านั้น
ในทำนองเดียวกัน หากมนุษย์ค้นพบคลังสมบัติลับของอนารยชน พวกเขาก็จะนำมันออกมาแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน
คลังสมบัติลับหนึ่งคลังแลกเปลี่ยนเป็เรือล่าสัตว์มนุษย์สิบลำ ข้อเสนอยอดเยี่ยมเยี่ยงนี้ ถึงตระกูลฮว๋างไม่ตกลงก็มีตระกูลอื่นๆ ที่อยากทำข้อตกลงอยู่ดี
ช้างป่าเถื่อน้าเรือล่าสัตว์สิบลำ ใครจะเป็คนทำข้อตกลงนั้น พวกเขาไม่ได้สนใจ
เมื่อมีเรือสิบลำ ช้างป่าเถื่อนจะมีความสามารถในการล่าสัตว์ในมหาสมุทรได้อย่างมาก พวกเขาไม่จำเป็ต้องไปสู้กับสัตว์อสูรใต้ก้นทะเลเพืุ่์อีกต่อไป
หากไม่มีเรือล่าสัตว์ เป็ไปมิได้เลยที่มนุษย์จะต่อสู้กับสัตว์อสูรทะเลในมหาสมุทรได้ การทำเช่นนั้นมิต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย ทว่าสำหรับช้างป่าเถื่อนที่มีร่างกายแข็งแกร่งแล้ว นั่นเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา
“ตระกูลฮว๋างบอกตอนไหนว่าไม่ยอมรับข้อเสนอ เรือล่าสัตว์มนุษย์สิบลำก็สิบลำ!” ฮว๋างจ้านแค่นเสียง ตระกูลอื่นในเมืองสมุทร์ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จัก่ชิงสมบัติต่อหน้าตระกูลฮว๋าง
“พรุ่งนี้ข้าต้องเห็นเรือล่าสัตว์สิบลำ แล้วข้าจักนำทางพวกเ้าไปยังคลังสมบัติลับ” บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์กล่าว
“ไม่มีปัญหา!” ฮว๋างจ้านพยักหน้า
ครั้นบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์เดินจากไป เมืองสมุทร์เดือดพล่านโดยพลันทันใด คลังสมบัติลับ! แม้จะได้ของล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวจากคลังสมบัติ มันก็มากพอที่จักเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้แล้ว เส้นทางการบำเพ็ญเพียรสามารถเปลี่ยนจากหลังมือเป็หน้ามือ มิต่างอันใดกับการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าทลายปฐี
“ใคร้าเข้าร่วมจ่ายส่วย 10,000 หินปราณ มิฉะนั้นจักถูกฆ่าอย่างไร้ความปรานี!” ฮว๋างจ้านแผดเสียง สุ้มเสียงเย็นเยือกเหนือพรรณนาทำให้จอมยุทธ์ที่อยู่บริเวณนั้นตัวสั่นสะท้าน
เมืองสมุทร์ค้นพบคลังสมบัติลับหลายสิบแห่งแล้ว แต่สุดท้ายไม่ว่าจักเป็ตระกูลที่ทรงอำนาจเพียงใดก็ไม่กล้าฮุบคลังสมบัติลับไว้คนเดียว ถึงลึกๆ พวกเขาจะไม่ยินยอมแต่ก็ต้องแบ่งผลประโยชน์ส่วนหนึ่งให้กับจอมยุทธ์เมืองสมุทร์ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจถูกมรสุมโทสะของเหล่าจอมยุทธ์ถล่มตระกูลจนราบคาบเป็หน้ากลอง
กระทั่งตระกูลฮว๋างซึ่งเป็ตระกูลที่มีอิทธิพลมากที่สุดของเมืองสมุทร์ก็ยังมิกล้าเผชิญกับความโกรธแค้นของชาวเมืองสมุทร์
การค้นหาคลังสมบัติลับนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ไม่รู้ว่ามีจอมยุทธ์ตั้งเท่าไหร่ที่ต้องจบสิ้นชีวิตลงในคลังสมบัติลับ
10,000 หินปราณไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ สำหรับจอมยุทธ์สามัญทั่วไป พวกเขาต่างก็ต้องใช้หินปราณเพื่อซื้อทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียร ลำพังแค่หินปราณที่ต้องใช้ซื้อทรัพยากรยังไม่พอ นับประสาอะไรกับหินปราณ 10,000 ก้อน
สิ่งที่ตระกูลฮว๋างทำก็คือขายใบเบิกทาง ถ้าเ้าจ่ายหินปราณ เช่นนั้นตระกูลฮว๋างก็ยอมให้เ้าเข้าไปในคลังสมบัติ ถ้าเ้าไม่จ่ายหินปราณแล้วเฉียดกรายเข้าใกล้คลังสมบัติลับก็จักถูกตระกูลฮว๋างฆ่าทิ้งโดยไม่ลังเล
“คลังสมบัติลับ ฟังดูน่าสนใจดีนี่ ข้าร่วมด้วย!” จูชิงหยิบหินปราณ 40,000 ก้อนออกมาจากถุงเอกภพ
จินหยางยิ้มเล็กน้อย “ข้าเอาด้วย!”
10,000 หินปราณ เปรียบเสมือนกับละอองฝนสำหรับเขาที่เป็เ้าของหมู่เกาะนักล่า!
“ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณก็เข้าร่วมด้วยงั้นรึ?” คนตระกูลฮว๋างขมวดคิ้ว
ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณยังคงเป็จอมยุทธ์ชั้นต่ำ จอมยุทธ์ระดับนั้นคิด่ชิงสมบัติในคลังสมบัติลับ ไม่รักตัวกลัวตายหรืออย่างไร
“ท่านปู่ ข้ากลับมาแล้ว!” เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่ห่างจากเมืองสมุทร์ออกไปหนึ่งร้อยลี้ บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ปีนขึ้นไปบนชายฝั่ง เขาว่ายน้ำมาจากเมืองสมุทร์!
ถ้าพวกจูชิงรู้เื่นี้ พวกเขาจะต้องเบิกตากว้างจนตาถลนเป็แน่แท้ บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ไม่จองหองเกินไปหน่อยหรือ ระยะทางหนึ่งร้อยลี้เพียงพอให้สัตว์อสูรทะเลสามารถฆ่าเขาตายได้เป็พันเป็หมื่นครั้งแล้ว
แต่เขากลับว่ายน้ำกลับมาได้โดยไม่าเ็แม้แต่นิดเดียว
“ซานเอ๋อร์กลับมาแล้วรึ พวกมนุษย์ว่าอย่างไรบ้าง?” ช้างป่าเถื่อนถือไม้เท้าหัวเราะแล้วเดินออกมา ร่างกายง่อนแง่นแคระแกร็น ตัวเล็กยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก ใครเห็นก็คงไม่เชื่อว่าเป็ช้างป่าเถื่อนชรา
“เหมือนกับที่ท่านปู่คิดเอาไว้ไม่ผิด พอพวกมนุษย์ได้ยินชื่อคลังสมบัติลับ พวกเขาก็ตอบตกลงโดยปราศจากข้อกังขา” เซี้ยงซานกล่าวด้วยความเคารพ
ช้างป่าเถื่อนชราพยักหน้า “เป็เื่ปกติ พวกมนุษย์ต่อต้านความโลภมิได้หรอก!”
“ท่านปู่ พวกเราจะมีเรือล่าสัตว์สิบลำแล้ว ในที่สุดวันของพวกเราช้างป่าเถื่อนก็มาถึง” เซี้ยงซานตื่นเต้นมาก
ชายชราพยักหน้า เมื่อมีเรือล่าสัตว์สิบลำ ความเป็อยู่ของช้างป่าเถื่อนจักต้องดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
มนุษย์เข้าใจวิธีการตีเหล็กและอักขระิญญาอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าเขาจักเป็ช้างที่ฉลาดที่สุดในบรรดาช้างป่าเถื่อน หรืออาจฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ทว่าก็ยังมิอาจเข้าใจอักขระิญญา มันเป็ข้อกำจัดของเผ่าพันธุ์ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับความพยายามของตัวเอง ไม่ว่าอย่างไร อนารยชนก็ไม่สามารถฝึกฝนเส้นทางอักขระิญญาได้
“ท่านปู่ ข้าพบมนุษย์คนหนึ่งในเมืองสมุทร์ แปลกมาก ข้าััได้ถึงกลิ่นไอพลังที่เหมือนกับนักหลอมอักขระิญญา” เซี้ยงซานนึกถึงจูชิงที่เห็นหน้าประตูเมืองสมุทร์
“นักหลอมอักขระิญญา!” ชายชราตาเป็ประกาย สิ่งที่อนารยชนคาดหวังมากที่สุดก็คือการว่าจ้างนักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์
“เขายังเด็กมาก น่าจะเด็กกว่าข้าอีกกระมัง อายุน่าจะไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ!” เซี้ยงซานพูด
“นักหลอมอักขระิญญาที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบอย่างนั้นรึ!” กระทั่งชายชราที่รอบรู้ยังประหลาดใจ นักหลอมอักขระิญญาอายุน้อยอนาคตยังไปได้อีกไกล
“เ้าลองไปหานักหลอมอักขระิญญาผู้นั้นดูสิ ดูว่าเขายินดีร่วมมือกับพวกเราช้างป่าเถื่อนหรือไม่ ถ้าเข้ายินยอม พวกเราช้างป่าเถื่อนจักให้ค่าตอบแทนมากที่สุดที่จะทำได้!” ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึก
นักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์เหมือนัไม่เห็นหัวไม่เห็นหาง โดยทั่วไปแล้วพวกเขามักไม่ปรากฏตัว การที่เผ่าอนารยชนจะเจอนักหลอมอักขระสักคนนั้นยากยิ่งกว่ากระไรดี เซี้ยงซานเหลือบไปเห็นจูชิงโดยบังเอิญ ั้แ่นั้นมากลิ่นไอพลังของนักหลอมอักขระิญญาก็ตราตรึงอยู่ภายในหัวใจของเขา
ช้างป่าเถื่อนชรายังไม่คาดคิดว่าการที่เขาส่งเซี้ยงซานไปยังเมืองสมุทร์ในครั้งนี้จักได้พบเจอเข้ากับนักหลอมอักขระิญญา ถ้านักหลอมอักขระิญญาผู้นั้นยอมร่วมมือกับช้างป่าเถื่อน ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากยิ่งกว่าเรือล่าสัตว์มนุษย์สิบลำหลายสิบเท่า
เมืองสมุทร์ระแวดระวังเผ่าอนารยชนมาตลอด พวกเขาจึงไม่สามารถเข้าใกล้นักหลอมอักขระิญญาได้เลย การที่เซี้ยงซานได้พบกับนักหลอมอักขระิญญาเป็โอกาสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับช้างป่าเถื่อน
“ข้าจะรีบไปทันที!” เซี้ยงซานพยักหน้าแล้วะโลงทะเลว่ายกลับไปที่เมืองสมุทร์
เมื่อจูชิงเห็นเซี้ยงซานปรากฏกายอยู่ตรงหน้า สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึง เหตุใดเ้านี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
“จมูกข้าดีมาก ข้าได้กลิ่นเ้าทันทีที่เข้าเมืองสมุทร์” เซี้ยงซานยิ้ม
จูชิงถึงกับพูดไม่ออก เ้านี่เป็ช้างป่าเถื่อนหรือหมาป่าเถื่อนกันแน่ ทำไมจมูกถึงได้ไวกับกลิ่นขนาดนี้!
“เ้าเป็นักหลอมอักขระิญญาสินะ ท่านปู่อยากพบเ้า” เซี้ยงซานไม่สนใจว่าจูชิงยินยอมหรือไม่ เขาอุ้มจูชิงแล้ววิ่งหนีออกจากเมือง
“เฮ้ๆ ปล่อยข้า!” จูชิงะโขอความช่วยเหลือ
จินหยางกับซินต้าซานตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาพุ่งตัวออกจากห้องปรากฏกายอยู่ที่ถนนขวางเซี้ยงซานเอาไว้
“บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์!” จินหยางคำราม
“ปล่อยจูชิงซะ!” ซินต้าซานพูด
“ท่านปู่้าพบเขา ข้าต้องพาเขากลับไปหาท่านปู่ พวกเ้าอย่าขวางทางข้า!” เซี้ยงซานพูดจบก็บุกทะลวงโดยพลันทันใด
“ครืนนน!” ทั้งถนนสั่นสะท้าน แม้แต่จินหยางที่เป็ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้ายังหน้าถมึงทึง เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าถูกเซี้ยงซานชนเข้าจักเป็อย่างไร เกรงว่ากระดูกคงแหลกเป็ชิ้นๆ
“ช้างศักดิ์สิทธิ์เหยียบพสุธา!” เซี้ยงซานคำราม ะโกระทืบเท้าลงบนถนน คลื่นพลังกำจายเป็วงกว้าง น่าพรั่นพรึงแสนหยั่งถึง
“แย่ล่ะสิ หลบเร็วเข้า!” จินหยางใมาก ถึงเขาไม่รู้ว่าการโจมตีของบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์เป็อย่างไร หากแต่เขาที่เป็ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้ายังััได้ถึงอันตรายจากสัญชาตญาณ
“ตู้ม!” ถึงจินหยางจะเตือนก่อนแล้วแต่ซินต้าซานก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เขาถูกคลื่นกระแทกเข้าใส่ ลมปราณคุ้มกันกายแหลกเป็เสี่ยง ถึงขั้นกระอักโลหิตออกมา
เซี้ยงซานแบกจูชิงโดดลงไปในทะเล ถึงเป็จินหยางก็ไม่กล้าทำแบบนั้นโดยไม่มีเรือล่าสัตว์
พอซินิจูมาถึง เซี้ยงซานก็พาจูชิงว่ายน้ำไปไกลหลายสิบลี้แล้ว เรือล่าสัตว์ก็ยังแล่นตามไม่ทัน
“ทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ? ช้างป่าเถื่อนจับตัวจูชิงทำไม?” ทุกคนต่างก็มีคำถามนี้อยู่ในใจ
ไม่ใช่แค่พวกเขา จูชิงเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เขามิได้มีความบาดหมางอะไรกับช้างป่าเถื่อน อย่างมากก็แค่ตอนเจอกันที่หน้าประตูเมือง อีกทั้งเขาก็ยังเป็คนถูกเซี้ยงซานผลัก มองอย่างไรตัวเองก็เป็ฝ่ายเสียเปรียบเห็นๆ เขายังไม่ตามล่าหาเซี้ยงซานเพื่อคิดบัญชีก็บุญแล้ว แล้วไหงกลับเป็เซี้ยงซานมาล้างแค้นเขาเสียเอง?
เดิมทีร่างกายของอนารยชนนั้นแข็งแกร่งมนุษย์มาก ระยะทางเป็ร้อยลี้ ทว่าบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์กลับว่ายน้ำไม่เหน็ดไม่เหนื่อย ทั้งยังว่ายต่อไม่หยุด พริบตาเดียวก็มาถึงฝั่งแล้ว!
ถึงจักมีสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยขวางทาง แต่พวกมันก็ถูกสังหารทันทีที่เซี้ยงซานพุ่งเข้าชน เ้าเซี้ยงซานไม่ต่างอะไรกับเรือล่าสัตว์ในคราบมนุษย์เลย
“ไปหาท่านปู่กับข้า!” เซี้ยงซานลากจูชิงขึ้นมาบนเกาะ
