บทที่ 117 ตรวจนับจำนวนของที่ได้รับ
ผู้เฒ่าท่านอื่นที่อยู่บริเวณโดยค่อยๆ เข้ามาสมทบ จากนั้นเสียงชื่นชมต่างๆ นานาก็ดังระงมขึ้นข้างหู
แม้ว่าลู่อวี่จะไม่ชอบงานกินเลี้ยงจำพวกนี้ แต่ก็ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม เขาพยักหน้าลงครั้งคราว แต่สายตากลับสอดส่องมองไปทางอื่น เห็นผู้เฒ่าท่านหนึ่งกำลังนั่งดื่มสุราออกไปไม่ไกล และไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจที่พลังยุทธ์บรรลุขั้นขึ้นหลังออกจากการจำศีลภาวนา ที่สามารถดึงดูดความสนใจของลู่อวี่ได้นั้น เหตุเพราะชายชราท่านนี้ดูผอมบางและซีดเซียว ผมก็เบาบาง ใบหน้ามีรอยย่น และร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย
“ท่านพ่อ คนผู้นั้นคือผู้เฒ่าหรือ เหตุใดดูท่าทางไม่สู้ดีนัก!” ลู่อวี่ถือโอกาสเอ่ยปากถาม
ลู่เหว่ยจุนมองไปตามสายตาของลู่อวี่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาส่ายหัวก่อนจะพูดขึ้นว่า “พวกเราไม่ต้องเข้าไปรบกวน นี่คือผู้เฒ่ารุ่นก่อนของตระกูล ลู่อันเทียน ระดับพลังยุทธ์ไม่เพียงเป็อันดับสองรองจากผู้เฒ่าสูงสุดเท่านั้น เข้าสู่่ปลายขั้นตงซวนเมื่อหลายร้อยปีแล้ว แต่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการเป็เซียนได้สักที ตอนนี้ใกล้สิ้นอายุขัยแล้ว เกือบสองปีแล้ว หากจำศีลภาวนาต่อ กลัวว่าจะออกมาไม่ได้อีกแล้ว”
ลู่อวี่ขานรับเบาๆ เมื่อเห็นว่าลู่อันเทียนมีท่าทีที่เ็าและไม่แยแสต่อผู้คนรอบตัวเขา ก็อดไม่ได้ที่จะแอบถอนหายใจ ในขณะเดียวกันก็อดครุ่นคิดไม่ได้!
ลู่เหว่ยจุน เหลือบมองลู่อวี่ เขายิ้มออกมาแล้วพูด “เอาละ เ้าไม่จำเป็ต้องไปรู้สึกเสียใจแทนใคร นี่แหละที่เรียกว่า ‘จะเกิดจะตาย แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิต’ เพียงการจำศีลภาวนาฝึกฝนอย่างหนัก แม้จะสามารถเพิ่มระดับพลังยุทธ์ขึ้นมาได้ แต่ก็อาจพลาดโอกาสและโชคชะตาไปมากเช่นกัน บางครั้งโชคชะตาและโอกาสก็อาจสำคัญกว่าพลังยุทธ์!”
ครั้งนี้เื่ที่ลู่อวี่เดินทางไปสาขาตระกูลที่แยกตัวออกไปอยู่ที่เป่ยหยวน ได้พบกับถ้ำนักพรตโบราณ นับว่ามันก็เป็โชคชะตาและโอกาสที่ดีมากแล้ว ส่วนจะได้อะไรมานั้นมันก็ขึ้นอยู่กับกำลังและโชคชะตา ไม่สามารถบังคับกันได้
“อย่ามองว่าผู้เฒ่าลู่อันเทียนมีท่าทางแข็งทื่อราวกับขอนไม้ ในแง่ของพลังยุทธ์และพลังการต่อสู้ นอกเหนือจากผู้เฒ่าสูงสุดแล้ว เขาก็เป็ผู้ที่เก่งกาจที่สุด หากไม่ใช่เพราะอายุขัยใกล้หมดแล้ว นักพรตขั้นเกิดเทพเ้าคนต่อไปของตระกูลลู่ต้องเป็ผู้เฒ่าท่านนี้แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย! ในอดีตได้ยินว่ามียายืดอายุขัยขาย ถึงจะยืดอายุได้เพียงยี่สิบหรือสามสิบปีเท่านั้น แต่ทันทีที่มีวางขายมันก็ถูกคนกวาดซื้อไปในราคาที่สูงลิบลิ่วทันที แต่เื่นี้มันเกิดขึ้นเมื่อร้อยสองร้อยปีก่อนมาแล้ว”
จู่ๆ ลู่อวี่นึกขึ้นมาได้ เขาไม่รู้ว่ายาวิเศษที่ได้มาจากถ้ำนักพรตโบราณนั้นเหมาะสมที่จะนำมาสกัดยายืดอายุขัยหรือไม่ หากสามารถเอามาใช้ร่วมได้ ด้วยขั้นพลังยุทธ์ของเขาในตอนนี้รวมกับ “เตาหลอมเทียนซิง” ก็ไม่ใช่เื่ยากที่จะปรุงยาอายุวัฒนะขั้นสี่สักเตา เพียงแต่ว่ายาวิเศษทั้งหมดที่ใช้ในยายืดอายุขัยนั้นมีค่ามากที่สุด จะนำมาใช้รวมกันได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ก็ตรวจสอบดูปริมาณยาวิเศษในแหวนลับทันที ส่วนใหญ่แล้วเป็ยาที่แลกเปลี่ยนมาจากตระกูลเมิ่ง แต่ตระกูลเมิ่งน่าจะรู้จักยาวิเศษไม่มากนัก ไม่แน่อาจมีอะไรทำให้ประหลาดใจก็ได้
นอกจากนี้แล้ว ระหว่างทางที่ออกจากเป่ยหยวนและกลับมา ลู่หยวนจือก็มอบของให้มากมายเช่นกัน แต่ก็ต้องดูก่อน หากใช้ไม่ได้ จะนำมามอบให้กับตระกูลก็ไม่เสียหาย
จากนั้นไม่นาน ลู่อวี่ก็กลับมาที่ที่พักของตัวเอง หลังจากเข้าไปในห้องสงบใจที่ใช้ฝึกบำเพ็ญเพียรก็วางกับดักค่ายกลกระบี่ทันที ถึงได้นั่งลงคำนวณสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางไปเป่ยหยวนครั้งนี้
การวางกับดักเป็ความเคยชินที่ลู่อวี่มีมาั้แ่เมื่อชาติที่แล้ว เป็นักพรตสันโดษมานาน ความรู้สึกปลอดภัยที่มีจึงมีน้อย แต่ลู่อวี่เองก็ไม่คิดที่จะแก้ไขสิ่งนี้ เพราะการระวังภัยเป็หนึ่งในคุณสมบัติที่จำเป็สำหรับนักพรต
นักพรตโบราณเมื่อหมื่นปีที่แล้วมั่งคั่งกันไม่น้อย หลังจากที่ลู่อวี่นำยาวิเศษทั้งหมดที่แลกจากเมิ่งเทียนอวิ๋นออกมา เพียงเพียงเหลือบมองดูเพียงครู่เดียวเท่านั้น ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความดีใจอย่างไม่คาดฝัน
ภายในมีผลจู โสม และสมุนไพรโส่วอูที่ถูกความร้อนต้มมาหมื่นปีล้วนถูกเก็บรักษาไว้ในกล่องหยกพิเศษ รวมกันแล้วมีจำนวนทั้งหมดหลายสิบชิ้น ยาอายุวัฒนะเหล่านี้เป็ยาอายุวัฒนะที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก แต่ที่ถูกความร้อนต้มมานับหมื่นปีพบเห็นได้น้อยนัก สมุนไพรโส่วอูหมื่นปีในนั้นก็เป็หนึ่งในส่วนผสมหลักในการหลอมยายืดอายุขัยด้วย
นอกจากนี้ยังมีอวิ๋นจิงสุ่ย น้ำิญญาบริสุทธิ์ หญ้าเคราั ผลตี้หยวนเป็ต้น และยาอายุวัฒนะอีกมากมายที่พบเจอได้ยากในรอบหลายพันปี ก่อนหน้านี้ลู่อวี่อาศัยลมหายใจยืนยันประเภทของอายุวัฒนะเป็ส่วนใหญ่ สำหรับยาอื่นๆ ทั้งหมดถูกปิดผนึกไว้ในภาชนะพิเศษแต่ละชิ้น จึงไม่สามารถระบุทีละรายการได้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าการแลกเปลี่ยนกับตระกูลในครั้งนี้จะทำกำไรได้มหาศาล เพียงเปิดของพวกนี้ไม่กี่อย่าง แต่ละชนิดยังล้ำค่ากว่า “หม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียว” ที่แลกมาหลายเท่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้ ซึ่งน่าจะมีค่ามากกว่าหม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวอย่างน้อยหลายสิบหรือหลายร้อยเท่าเชียว!
หากอาวุธเวทพวกนี้ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ก็สามารถเปลี่ยนอาวุธที่มีประสิทธิภาพคล้ายกันมาใช้แทนที่ได้ แต่ใช้ไม่ได้กับยาอายุวัฒนะ เพราะยาอายุวัฒนะส่วนใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็ของแปลกและล้ำค่าที่หายากล้วนแล้วแต่มีความพิเศษในตัวเอง หาก้านำมาใช้แทนที่ ผลลัพธ์ที่ได้จะน้อยกว่าใช้ยาอายุวัฒนะเดิม
ลู่อวี่ยังคิดอยู่ว่าพี่น้องทั้งสองของตระกูลเมิ่ง เป็ดาวนำโชคของเขาจริงๆ ตอนพบกับเมิ่งเทียนซิ่งครั้งแรก ก็แย่งเอาแหวนลับมาจากเขา ตอนนี้มาที่เมิ่งเทียนอวิ๋น ยังมามอบยาอายุวัฒนะอันล้ำค่ามากมายให้เขาอีก แล้วหากเกิดวันนั้นเขาใช้หม้อต้มทองสัมฤทธิ์หลอมอาวุธและเตาหลอมเกิดละลายขึ้นมาระหว่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าคนของตระกูลเมิ่งจะมีท่าทางอย่างไร
หลังจากตรวจสอบวัตถุดิบทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว แม้จะยังคงดีใจอยู่ หาก้าหลอมยายืดอายุขัยก็ยัง้าวัตถุดิบอีกมากได้ มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะได้มา หากเขาคิดจะสกัดยาอายุวัฒนะนี้จริงๆ อย่างไรเสียก็ต้องอาศัยความเข้มแข็งของตระกูลอยู่ดี
สำหรับชนิดของยาอายุวัฒนะที่ยืดอายุขัยได้นั้น ไม่ว่าชนิดไหน วัตถุดิบที่้าก็หายากไม่น้อย หลังจากที่ลู่อวี่คิดไตร่ตรองดูสักพัก ในที่สุดเขาก็เลือก “ยาชิง์” ที่เป็ยาอายุวัฒนะคุณภาพค่อนข้างต่ำในบรรดายายืดอายุขัยที่เขาเชี่ยวชาญ
วัตถุดิบที่ยานี้ใช้ทั้งหมดเป็วัตถุดิบที่เขามีอยู่ครบถ้วนที่สุดในตอนนี้ ขาดไปเพียงอย่างเดียวคือเืของสัตว์วิเศษล้ำค่าในทะเล หลังจากเตรียมวัตถุดิบเสริมจนเพียงพอแล้ว ก็สามารถเปิดเตาหลอมโอสถได้
นอกจากวัตถุดิบเหล่านี้ที่สามารถนำมาใช้ในการปรุงโอสถได้แล้ว ยังมีอาวุธเวท และวัตถุดิบบางอย่างที่ตู้เสวียนเฉิงมอบให้เขาด้วย ในเมื่อของพวกนี้ถูกนักพรตโบราณเก็บสะสมไว้ก็ต้องไม่ใช่ของที่ด้อยคุณภาพแน่นอน ของส่วนใหญ่เป็วัตถุดิบและ อาวุธวิเศษระดับสูงบางอย่าง มีประโยชน์ต่อลู่อวี่ไม่มากเท่าไรนัก
เมื่อตรวจดูอีกครั้งของที่ลู่หยวนจือมอบให้ในนั้นก็มีของหลายอย่างที่มีประโยชน์ ล้วนแล้วแต่เป็วัตถุดิบที่เจริญเติบโตในพื้นที่หนาวเย็น แม้ว่ามันจะไม่ได้ล้ำค่ามากนัก หากต้องออกไปตามหามันก็ต้องใช้เวลาและเซียนหยกอยู่ไม่น้อย
หลังจากแยกแยะสิ่งของที่ได้มาคร่าวๆ แล้ว ก็ทำการจัดเก็บไว้เป็หมวดหมู่ หลังจากนั้นก็เข้าสู่การฝึกฝนภาวนา
วันรุ่งขึ้น ลู่อวี่ตรวจสอบการฝึกฝนและการเรียนของจีชิงรั่วและลู่หนาน ก็รู้สึกพอใจไม่น้อยด้วยพัฒนาการที่ก้าวะโ หลังจากให้คำแนะนำบางอย่างแล้ว ก็ปล่อยไว้ไม่ได้สนใจ แม้ว่าลู่หนานจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของเขา แต่ก็เหมือนลูกศิษย์ แม้ว่าลู่หงิจะเป็คนปรุงโอสถขั้นห้าแล้ว หากเทียบกับลู่อวี่แล้วก็ยังตามหลังอยู่ในทุกด้าน ยกเว้นขั้นตอนรายละเอียดในการอบรมสั่งสอนลูกศิษย์เท่านั้นที่ลู่อวี่จะพยายามอย่างไรก็ตามไม่ทัน
หลังจากส่งแม่สาวน้อยทั้งสองคนแล้ว ลู่อวี่ก็เรียกองครักษ์ที่รักษาการอยู่ข้างนอกมาพบทันที “ไปเชิญท่านผู้เฒ่าห้าลู่หงิมาให้ข้าที บอกไปว่าข้ามีเื่จะคุยด้วย!”
เพราะลู่หงิบรรลุขั้นขึ้นมาเป็คนปรุงโอสถขั้นห้า สถานะในตระกูลจึงเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่วัตถุดิบที่ปรุงโอสถขั้นห้า้านั้นมีค่าอย่างยิ่ง เพียงความสามารถของตระกูลลู่ก็ไม่มีทางรวบรวมวัตถุดิบมาได้เพียงพอสำหรับให้ลู่หงิฝึกฝนตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาที่เพิ่มก้าวขึ้นมาเป็คนปรุงโอสถขั้นห้าได้ไม่นาน มีสูตรยาที่เชี่ยวชาญจริงๆ เพียงสามสี่ประเภทเท่านั้น และสูตรทั้งหมดนี้ก็มาจากลู่อวี่ด้วย
นอกเหนือจากการปรุงโอสถแล้ว งานอื่นของลู่หงิอีกเื่คืออาจารย์ปรุงโอสถที่รับหน้าที่ฝึกคนปรุงโอสถประจำตระกูล
เนื่องจากตระกูลลู่ มีคนปรุงโอสถสองคนเกิดขึ้นในเวลาเพียงสองปี ดังนั้นตอนนี้ตระกูลลู่ตั้งใจที่จะขยายจำนวนคนปรุงโอสถในตระกูลให้เพิ่มมากขึ้น ลู่หงิเองก็เป็บุคคลสำคัญที่รับผิดชอบเื่นี้ แม้ว่าลู่อวี่ก็เป็คนปรุงโอสถขั้นห้าเช่นเดียวกัน แต่ในฐานะนายน้อยของตระกูลลู่และอายุยังน้อย ในเื่นี้ก็เลยยังเทียบลู่หงิไม่ได้ นอกจากนี้เขาก็ไม่มีเวลาไปสนใจเื่จิปาถะพวกนี้ด้วย พอจะมีเวลาว่างมาปรุงโอสถให้กับตระกูล มันก็เป็เื่ที่เก่งสุดยอดมากสำหรับลู่อวี่แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่หงิก็รีบร้อนเข้ามาหาเขาด้วยตัวคนเดียว ลู่อวี่ต้อนรับขับสู้อย่างดี และพากันเข้าไปในห้อง พร้อมกับเปิดใจพูดกันตรงๆ เลยว่า “ผู้เฒ่าห้า ข้าวางแผนที่จะหลอมยาอายุวัฒนะสักหนึ่งอย่าง แต่ยัง้าวัตถุดิบอีกจำนวนมาก อีกอย่างวัตถุดิบพวกนี้ข้าก็จัดเตรียมคนเดียวไม่ไหว คงต้องรบกวนท่านผู้เฒ่าแล้ว!”
เนื่องจากลู่หงิเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขนาดที่บรรลุขั้นพลังยุทธ์ตงซวน ทำให้เขาดูเหมือนชายวัยกลางคน เพียงแต่ชายชราท่านนี้ไม่สนใจในเื่การแต่งเนื้อแต่งตัว แต่พอไม่ได้มาเจอหน้ากันพักหนึ่ง เนื้อตัวก็กลับมาดูมอมแมมอีกแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นผมฟูยุ่งเหยิง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ดูแลตัวเองมาเป็เวลานาน ไม่เพียงแต่หนวดเครารุงรังยาวครึ่งฉื่อเท่านั้น แม้แต่เสื้อคลุมระดับอาวุธวิเศษก็ย่นยับเป็รอยเช่นกัน
“ลู่อวี่น้อยจะเปิดเตาหลอมยาอายุวัฒนะอีกแล้วหรือ? อืมอืม แล้ว้าวัตถุดิบอะไร ตราบใดที่เทียนตูมี ก็ไม่ใช่ปัญหา!” ลู่หงิโบกมือแล้วพูดด้วยท่าทางที่ภูมิใจในความเก่งกาจของตัวเองไม่น้อย
่นี้อำนาจและชื่อเสียงของลู่หงิในตระกูลลู่ไม่เพียงแต่ยกระดับขึ้นสูงขึ้นเท่านั้น แต่ชื่อเสียงนอกตระกูลก็ลือกระฉ่อนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสูตรยาอายุวัฒนะขั้นห้าหลายชนิดที่ลู่อวี่มอบให้เขา นอกจากยาน้ำค้างขาวที่ทางเขาหนิงชุยเฟิงก็สามารถหลอมออกมาได้ครั้งคราวแล้ว อย่างอื่นเช่น ยาเม็ดมรณะ ยายืดอายุไป่เฉ่า และยามหัศจรรย์ทำลายล้างเจ็ดดาว ล้วนแล้วแต่เป็เคล็ดวิชาลับของตระกูลลู่ นอกจากลู่อวี่แล้ว ก็มีเพียงลู่หงิเท่านั้นที่หลอมยาอายุวัฒนะพวกนี้ขึ้นมาได้
ดังนั้นจึงมีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ใช้ทุกวิถีทางมาเชื่อมสัมพันธ์กับเข้าเพื่อมาขอสูตรยา ไม่เพียงแต่หาผลประโยชน์ให้ตนเองและตระกูลจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังได้เส้นสายจากการผูกมิตรไมตรีส่วนตัวหลากหลายช่องทางอีกด้วย
ลู่อวี่ยิ้มและพูดขึ้น “วัตถุดิบที่้าในครั้งนี้มีมูลค่ามากกว่าครั้งก่อน และมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะได้มาจริงๆ หากไม่ใช่เพราะข้ามียาตัวหลักส่วนใหญ่อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะตระกูล้ายาอายุวัฒนะตัวนี้อย่างเร่งด่วน ข้าคงไม่ต้องรีบหลอมยาออกมาให้ทันทีที่กลับมา”
เวลานี้ลู่หงิอยากรู้อยากเห็นมากว่าลู่อวี่จะหลอมยาอายุวัฒนะอะไรออกมากันแน่ แต่เมื่อเห็นว่าลู่อวี่ทำท่าทีเหมือนไม่อยากพูด เขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะอดใจไม่เอ่ยถามออกไป แต่แววตาที่กระตือรือร้นของเขามันไม่สามารถเก็บอาการไว้ได้เลยแม้แต่น้อย
ลู่อวี่ส่ายหน้าแล้วพูด “ยาอายุวัฒนะที่จะหลอมออกมาในครั้งนี้ไม่ใช่เื่เล็กเลย ตอนนี้ยังบอกท่านไม่ได้ ข้าต้องหารือเื่นี้กับท่านพ่อก่อน เมื่อถึงเวลานั้นคงต้องรบกวนผู้เฒ่าสูงสุดด้วย เช่นนั้นท่านก็อย่าได้ถามอีกเลยถึงเวลาก็จะรู้เอง!”
แม้ว่าลู่อวี่จะไม่ได้บอกว่าจะหลอมยาอายุวัฒนะอะไร แต่ลู่หงิก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก แม้แต่ยาอายุวัฒนะยังปิดเป็ความลับต่อเขาชั่วคราว หากเช่นนั้นราคาคงไม่สามารถใช้เซียนหยกมาประเมินค่าได้แล้ว จึงตอบรับด้วยความเต็มใจ และหายวับออกไปทางประตู แล้วเดินทางด้วยแสงหลบหนีเหาะกลับไปยังที่พักของตัวเอง เพื่อสั่งการให้คนไปจัดหาซื้อวัตถุดิบยาทันที
