ครั้งนี้เซียวเหลียงหางานเก็บผักตี้เอ่อที่ดีขนาดนี้มาให้เซียวไฉซุ่นตื่นแต่เช้ามืดไปเก็บผัก ก่อนออกบ้านในตอนเช้าก็ตระเตรียมอาหารทั้งวันสำหรับเด็กๆไว้ กว่าเขาจะกลับมาก็เป็่เกือบค่ำแล้ว
ต้าจ้วงและเสี่ยวฮวาอายุแปดขวบและหกขวบดูเซียวจื่อเซวียนและเซียวจื่อเมิ่ง ก็อายุแปดขวบและหกขวบเช่นกัน ยังไปเก็บผักตี้เอ่อกับเซี่ยยวี่หลัวเพื่อหาเงินเด็กบ้านเขากลับยังเล่นซนไปทั่ว ไม่เพียงไม่ลดภาระให้ที่บ้าน ทั้งยังก่อปัญหาให้ที่บ้านทุกวี่ทุกวัน
นั่นเป็บุตรของตนเอง เขาและหลัวซื่อเลี้ยงดูจนกลายเป็เช่นนี้เซียวไฉซุ่นไม่มีอะไรจะพูด!
หลัวซื่อเองเดินไม่ไหวเห็นสามีของตนเองออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง รู้ว่าเขารังเกียจตนเองแล้ว นางโมโหจนอยากะโลุกขึ้นพุ่งพรวดไปตรงหน้าเซียวไฉซุ่นเพื่อพูดคุยกันให้รู้เื่
ทว่าครั้งนี้นางทำไม่ได้ทำได้เพียงทนดูเซียวไฉซุ่นออกไป ตัวนางนอนอยู่บนเตียงราวกับคนพิการก็มิปาน!
ต้าจ้วงและเสี่ยวฮวาไม่รู้ว่าในบ้านเกิดเื่ใหญ่ถึงเพียงนี้รู้เพียงว่าเมื่อฟ้ามืด พวกเขาก็กลับบ้าน เข้าบ้านก็บ่นอุบว่าหิวแทบตายจะกินข้าวแล้ว
กลับไม่มีคนใดเลยคิดจะเข้าห้องครัวไปช่วยเซียวไฉซุ่น!
เด็กสองคนพุ่งพรวดเข้าไปในห้องของหลัวซื่อพูดคุยกับหลัวซื่อ สภาพจิตใจของหลัวซื่อจึงดีขึ้นบ้าง นางแทบจะกัดฟันพูด “ต่อไปพวกเ้าเล่นให้เต็มที่อยากไปเล่นที่ใดก็ไปเล่น ไม่เกี่ยวอะไรกับเซี่ยยวี่หลัว! ”
เด็กสองคนหัวเราะคิกคักพร้อมบอกว่าได้
พวกเขาย่อมต้องไปเล่นอยู่แล้วที่แม่น้ำเย็นสบาย ในน้ำยังมีปลา สนุกเสียยิ่งกว่ากระไร!
ฟ้ามืดแล้ว หลังจากในหมู่บ้านครึกครื้นอยู่ชั่วครู่ก็สงบเงียบลง แต่ละบ้านต่างทยอยดับไฟ ทั้งหมู่บ้านถูกความมืดมิดปกคลุม
มีเพียงดวงจันทร์บนท้องฟ้าที่ฉายแสงจันทร์ขาวผ่องสาดส่องลงมาและเสียงสุนัขเห่าหอนที่ดังจากบ้านของคนในหมู่บ้านเป็ครั้งคราว
ส่วนเมืองโยวหลันในยามนี้กลับยังมีไฟสว่างไสว คึกคักกว่าปกติ
หลังจากส่งลูกค้ากลุ่มสุดท้ายเสร็จ ในที่สุดเซียนจวีโหลวที่ครึกครื้นมาตลอดวันก็เงียบสงบลงซ่งฉางชิงหยิบสมุดบัญชีของวันนี้ คำนวณอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็คำนวณได้ตัวเลขผลประกอบการในวันนี้
วันนี้แค่ผักตี้เอ่อเพียงอย่างเดียวก็ขายได้ห้าสิบกว่าตำลึง นี่เป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ซ่งฉางชิงมองดูตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนลูกคิดที่เขาคำนวณได้มุมปากค่อยๆ เผยรอยยิ้ม
ใครบ้างไม่ชอบให้กิจการดีใครบ้างไม่ชอบผลกำไรเป็กอบเป็กำ!
หากเมื่อวานนี้ เขาปฏิเสธข้อเสนอของเซี่ยยวี่หลัววันนี้กิจการอันรุ่งเรืองของเซียนจวีโหลว เกรงว่าคงต้องเป็ของคนอื่นเสียแล้ว
วันนี้เขายุ่งจนแทบไม่ได้พักถึงแม้จะเหนื่อยล้า แต่กิจการภัตตาคารไม่ได้รุ่งเรืองเช่นนี้มานานมากแล้ว ต่อให้ยุ่งกว่านี้ซ่งฉางชิงก็รู้สึกว่าคุ้มค่า
ซ่งฉางชิงนวดคลึงหว่างคิ้วที่รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อยลุกขึ้นยืนมายืดเส้นยืดสายที่ริมหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออก กระแสลมเย็นโบกพัดเข้ามาช่วยให้ห้วงความคิดของเขาที่สับสนวุ่นวายปลอดโปร่งขึ้น
เวลานี้ก็ดึกแล้ว ในตัวเมืองเงียบสงบแล้วซ่งฉางชิงรู้สึกชื่นชอบ่เวลาเงียบสงบเช่นนี้ เขาก้มตัวลง วางแขนไว้ตรงขอบหน้าต่างทิ้งน้ำหนักร่างกายลงบนนั้น ชะโงกตัวออกไปกึ่งหนึ่ง ชมความเงียบสงบของตัวเมืองในยามนี้
บนถนนที่เจริญรุ่งเรืองโคมไฟสีแดงพลิ้วไหวตามสายลม ก่อให้เกิดแสงสว่างและเงามืดเป็แห่งๆ บนถนนปราศจากผู้คนช่างเงียบสงบนัก
ซ่งฉางชิงแหงนหน้ามองท้องฟ้าดวงจันทร์เสี้ยวหนึ่งลอยล่องอยู่บนท้องนภา ช่างคล้ายรอยยิ้มของบางคนที่ยิ้มจนคิ้วงามโก่งโค้ง
เขาตวัดมุมปากขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัวอีกครั้งเพราะเหตุไรถึงมีคนที่ยิ้มได้ดูดีถึงเพียงนั้น!
ขณะที่ซ่งฝูเข้ามา ก็เห็นรอยยิ้มบางที่มุมปากซ่งฉางชิงเข้าพอดีนั่นเป็รอยยิ้มที่มาจากใจอย่างแท้จริง
กี่ปีมาแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่ซ่งฝูเห็นรอยยิ้มจากใจจริงเช่นนี้บนใบหน้าคุณชายของตนเอง
วันนี้กิจการไม่เลว คุณชายกำลังรู้สึกดีใจ!
ซ่งฝูก็รู้สึกดีใจ
กลับไปบอกให้ฮูหยินเฒ่าฟังฮูหยินเฒ่าดีใจ คุณหนูเยว่ก็ดีใจมาก!
“คุณชาย ข้าบอกฮูหยินเฒ่าแล้วว่าคืนนี้ท่านไม่กลับไปท่านพักผ่อนเถอะขอรับ” ซ่งฝูเคาะประตูก่อนเดินเข้ามา พร้อมกล่าวเสียงเบา
ซ่งฉางชิงขานตอบ “ฮูหยินเฒ่านอนหรือยัง? ”
“นอนแล้วขอรับ คุณหนูเยว่ปรนนิบัติจนฮูหยินเฒ่านอนหลับข้ารอจนฮูหยินเฒ่าหลับแล้ว จึงกลับมาขอรับ” คุณชายและฮูหยินเฒ่าช่างเป็แม่ลูกที่ผูกพันกันยิ่งนัก
เมื่อได้อาหารดีอย่างผักตี้เอ่อคุณชายให้ห้องครัวผัดไว้สองที่ ตอนเช้าและตอนเย็นให้เขานำไปส่ง ทั้งยังให้เขาอยู่พูดคุยกับฮูหยินเฒ่ารอให้ฮูหยินเฒ่านอนหลับแล้วค่อยกลับมา
“ฮูหยินเฒ่ารู้ว่ากิจการของเซียนจวีโหลวรุ่งเรืองขึ้นรู้สึกดีใจเป็พิเศษ จึงคุยกับข้าน้อยอยู่นาน ทั้งยังให้ข้าน้อยเตือนท่าน ว่ากิจการดีแต่ก็อย่าได้ละเลยสุขภาพร่างกายของตัวเอง ร่างกายของท่านสำคัญยิ่งกว่ากิจการ”
ซ่งฝูบอกต่อวาจาของฮูหยินเฒ่า
นายท่านจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหันคุณชายที่ไม่เคยทำการค้า รู้จักแต่เพียงเรียนหนังสือ ต้องรับ่สืบต่อกิจการใหญ่อย่างเซียนจวีโหลวอย่างไม่ได้ตั้งตัวจึงลุกลี้ลุกลนจนทำอะไรไม่ถูก เขายังไม่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับเื่การทำกิจการ จากคนที่ไม่รู้อะไรแม้แต่น้อยจนถึงปัจจุบันนี้ที่มีความเจนจัด ต้องใช้เวลานานหลายปีทีเดียว
โดยเฉพาะการไกล่เกลี่ยเจรจาและการคิดคำนวณบัญชี คุณชายต้องใช้แรงกายแรงใจไปมาก และต้องตัดสินใจเป็การใหญ่
ละทิ้งเส้นทางการเป็ขุนนางเลือกเป็พ่อค้าที่ถือว่ามีระดับต่ำที่สุดในสายอาชีพคนเรียนหนังสือ เกษตรกร ช่างฝีมือและค้าขายทั้งสี่สายอาชีพ
ฮูหยินเฒ่ารู้สึกผิดมากแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เซียนจวีโหลวเป็มรดกตกทอดจากบรรพชนของตระกูลซ่ง หากไม่มีเซียนจวีโหลวตระกูลซ่งคงตกต่ำอย่างแท้จริง
ซ่งฉางชิงขานตอบทีหนึ่ง“ข้ารู้แล้ว เ้าไปได้! ”
ซ่งฝูไม่ได้ไป ยกตะกร้าในมือขึ้นวางไว้บนโต๊ะเปิดฝาออก หยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามที่สวยประณีตออกมาใบหนึ่ง
“คุณชาย นี่คือน้ำแกงโสมที่คุณหนูเยว่ให้ข้าน้อยนำมากำชับให้ข้าน้อยดูท่านดื่มขอรับ” ซ่งฝูยื่นส่งถ้วยให้ซ่งฉางชิงด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม
ซ่งฉางชิงขมวดคิ้วเบาๆจนแทบไม่ทันสังเกตเห็น “ข้าไม่ชอบกินอาหารในยามดึก เ้าเอาไปกินเถอะ! ”
“แต่ว่านี่เป็น้ำแกงที่คุณหนูเยว่ต้มด้วยตัวเอง บอกว่ากลัวท่านจะเหนื่อยเกินไปดื่มน้ำแกงโสมจะได้บำรุงร่างกายขอรับ” ซ่งฝูรู้ว่าคุณชายของตนเองเป็คนเอาใจใส่สุขภาพมากเมื่อถึงเวลากลางคืน นอกจากดื่มน้ำ ก็จะไม่ทานของอย่างอื่นอีก!
ดังนั้น คุณหนูเยว่ก็ไม่ได้ทำอาหารอย่างอื่นเพียงเคี่ยวน้ำแกงโสมเท่านั้น! นี่ก็เป็แค่น้ำ เหตุใดถึงดื่มไม่ได้กัน!
“เ้าเอาไปดื่มเถอะข้าจะพักผ่อนแล้ว! ” ซ่งฉางชิงกล่าวอย่างเด็ดขาด เขาถอดเสื้อออก เอนตัวนอนลงบนเตียงก่อนหลับตา
ซ่งฝูไม่กล้ากล่าวอะไรอีกยกทั้งชามและตะกร้าอาหารออกไป ก่อนออกไปก็ดับไฟให้