เช้าวันถัดมา หยางเฉินหอบหิ้วอาหารเช้ากองใหญ่เข้าไปในแผนกประชาสัมพันธ์ หลังจากวางถุงอาหารไว้บนโต๊ะแล้ว หยางเฉินก็เข้าไปนัวเนียกับกลุ่มหญิงสาวที่กำลังหารือกันด้วยเสียงอันเจี๊ยวจ๊าวยิ่งกว่านกแตกรัง
"แต่เช้าเลยนะหยางเฉิน!" หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำจากการโดนหยางเฉินหากำไร
หยางเฉินยิ้มอย่างเฉยเมย และใช้แขนถูหน้าอกของหญิงสาวคนอื่นๆ ที่ยังไม่รู้เื่ต่อไป
แต่ขณะนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เขียนไว้ว่า "เอกสารร่างบริษัท"
หยางเฉินถามจ้าวหงเยี่ยนอย่างสงสัยว่า "หงเยี่ยน นี่คืออะไรเหรอครับ?"
จ้าวหงเยี่ยนเหลือบมองพร้อมกล่าวว่า "นายไม่รู้หนังสือหรือไง นี่เป็เอกสารก่อตั้งบริษัทใหม่"
"บริษัทใหม่?"
"ถูกต้อง บริษัทอวี้เหล่ยของเรากำลังจะมีบริษัทลูกที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจบันเทิง ได้ยินว่าในเดือนหน้าจะมีการเซ็นสัญญากับพวกดารานักร้องแล้ว!" หญิงสาวอีกคนพูดขึ้นด้วยท่าทางเปี่ยมสุข
"แล้วเื่นี้เกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย?" หยางเฉินถาม
"นี่แสดงว่าพวกเราจะได้ใกล้ชิดกับพวกดาราไม่ใช่หรือไง!"
หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า "แต่ผมว่าแผนกเราไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกนั้นนะ"
"พวกฉันแค่คิดยังไม่ได้เลยหรือไง?" หญิงสาวร่ำร้องออกมา
หยางเฉินมองดูหญิงสาวกระหายที่จะเจอดารานักร้อง ก็ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้
อย่างไรก็ตามหยางเฉินสังเกตเห็นจางไช่ค่อนข้างนิ่ง เธอตรงไปหยิบอาหารเช้าที่โต๊ะหยางเฉินอย่างเงียบๆ และเดินไปคุยกับหญิงสาวไม่กี่คน ดูเหมือนว่ากลุ่มหญิงสาวที่แต่งงานแล้วจะไม่ค่อยสนใจพวกดารานักร้องเท่าไหร่
ในตอนแรกหยางเฉินคิดว่าหลินรั่วซีจะแค่เอาชนะซูจื้อหงและเฉิงซินหลิน แล้วกลายเป็ผู้นำสินค้าวัสดุและเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เธอยังคิดไปไกลขนาดก่อตั้งบริษัทบันเทิงอีก เขารู้ว่าการก่อตั้งบริษัทนี้ต้องใช้เงินลงทุนและความเสี่ยงมหาศาล
แต่ตอนนี้ตระกูลซูถูกตระกูลหยวนบดขยี้ไปแล้ว เมื่อคู่แข่งรายใหญ่ย่อยยับไป อวี้เหล่ยจึงสามารถเข้าสู้การสนามแข่งขันนี้ได้
ผู้ประกอบการมักลงทุนกับธุรกิจอื่นๆ เป็การกระจายความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และเพื่อค้ำจุนธุรกิจหลักอีกแรง เห็นได้ชัดว่าหลินรั่วซีเข้าใจในเื่นี้เป็อย่างดี
แต่ทันใดนั้นเองอู๋เยวี่ยก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยท่าทางเ็าเหมือนเช่นเคย เธอเดินตรงไปที่หยางเฉิน ส่งผลทำให้คนอื่นๆ แตกกระเจิงไปทำงานของตัวเองอย่างว่องไว
"หยางเฉิน มากับฉันหน่อย"
"ไปที่ไหน?" หยางเฉินถาม
"สำนักงานของท่านประธาน" อู๋เยวี่ยกล่าว
หยางเฉินไม่ถามว่าจะไปทำไม เขาหยิบขนมปังก้อนหนึ่งขึ้นมากัดคำใหญ่ ก่อนจะเดินตามอู๋เยวี่ยไปต้อยๆ เมื่อพวกเขาเดินมาถึงสำนักงานของหลินรั่วซี ขนมปังก้อนนั้นก็ลงไปอยู่ในกระเพาะของหยางเฉินเรียบร้อย
ในขณะนี้หลินรั่วซีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ มือของเธอกำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างบนกองเอกสารที่ตั้งอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
อู๋เยวี่ยเดินตรงไปคำนับหลินรั่วซีและกล่าวว่า "บอสหลินคะ หยางเฉินมาถึงแล้วค่ะ"
หลินรั่วซีวางปากกาลง เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าวว่า "ดีมาก เธอออกไปก่อน"
อู๋เยวี่ยก้มหน้าลงทำความเคารพเงียบๆ และออกจากสำนักงานไปทันที
ทันใดนั้นเองหลินรั่วซีก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะผายมือไปทางชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่กลางออฟฟิศ เมื่อพวกเขาเห็นหลินรั่วซีขึ้นมา พวกเขาจึงยืนขึ้น และยิ้มพยักหน้าให้หยางเฉินอย่างสุภาพ
ผู้ชายมีอายุราวสามสิบปี ตัดผมสั้น สวมแว่นตากรอบสีทอง ส่วนผู้หญิงก็ดูมีอายุราวๆ สามสิบต้นๆ เช่นกัน เธอสวมชุดสูทสีชมพูรูปลักษณ์ดูสง่างาม
"นี่คือจ้าวเถิง และหวังจี้ จากนี้ไปพวกเขาจะเป็ลูกน้องของนาย” หลินรั่วซีกล่าว
หยางเฉินตะลึงไปในทันที เขารับรู้ได้ถึงสิ่งไม่ดีบางอย่าง แต่ก็ฝืนยิ้มถามว่า "นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ?"
"เอกสารก่อตั้งบริษัทใหม่ที่นายได้เห็นมันเมื่อเช้านี้"
หยางเฉินพยักหน้า "ผมแค่บังเอิญเหลือบไปเห็นเท่านั้น"
"นี่เป็บริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับสิ่งบันเทิงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็ โทรทัศน์ โฆษณา สิ่งพิมพ์ และจะต้องขึ้นเป็บริษัทบันเทิงอันดับหนึ่งภายในห้าปี" หลินรั่วซีอธิบาย
"โอ้... มันยอดเยี่ยมมาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับผมค่อนข้างที่จะ..."
หยางเฉินหันหน้าพร้อมส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามใส่หญิงสาว หลินรั่วซีพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ นายจะทำหน้าที่เป็ผู้อำนวยการบริหารของบริษัทที่รับผิดชอบการตัดสินใจตัดสินใจทุกเื่ ส่วนจ้าวเถิง และหวังจี้จะเป็มือซ้ายและมือขวาให้นาย"
หัวใจของหยางเฉินร่ำร้องออกมาอย่างปวดร้าว คำพูดของหลินรั่วซีคล้ายสายฟ้าที่ฟาดเข้ากลางกระบาลของหยางเฉิน ขนาดแค่การไปคุยงานที่ฮ่องกงเขายังปวดหัวขนาดนี้ แต่นี่กลับเป็ถึงผู้อำนวยการที่้าบริหารจัดการบริษัท!?
"บอสหลิน ผมไม่อาจรับตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ได้หรอกครับ" หยางเฉินส่งสายตาอ้อนวอนออกมา
หลินรั่วซีทำเหมือนไม่เห็นอะไร เธอยิ้มเล็กน้อย และหันไปกล่าวกับจ้าวเถิงและหวังจี้ว่า
"พวกคุณเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์มากมาย ตอนนี้ฉันให้พวกคุณเป็รองผู้อำนวยการ ฉันหวังว่าพวกคุณจะคอยดูแลสนับสนุนผู้อำนวยการหยางให้มากขึ้น แม้ว่าเขาจะทำได้ดี แต่เขายังขาดประสบการณ์อีกมาก"
"มั่นใจได้พวกเราได้เลยครับคุณหลิน พวกเรารู้ว่าจะต้องทำอะไร" จ้าวเถิงพูดขึ้นอย่างสุภาพ
หวังจี้กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า "ในเมื่อผู้อำนวยการหยางได้รับความไว้วางใจถึงเพียงนี้ หวังว่าพวกเราจะเราสามารถเรียนรู้จากกันได้ และนำพาบริษัทให้เจริญรุ่งโรจน์ต่อไปค่ะ”
หยางเฉินแอบร่ำร้องในใจอย่างเ็ป ใครจะอยากเป็ผู้อำนวยการเฮงซวยนี่กัน!
เห็นได้ชัดว่าจ้าวเถิงและหวังจี้ต้องถูกหลินรั่วซีเป่าหูว่าเขาเก่งกาจดุจเทพเ้าเป็แน่!
อย่างไรก็ตามหยางเฉินไม่รู้เลยว่าหลินรั่วซีไม่ได้ใช้เพียงศักดิ์ศรีของตัวเองเป็เดิมพันเท่านั้น แต่เธอยังโม้เื่ที่หยางเฉินไปเจรจาธุรกิจที่ฮ่องกงอีกด้วย
จ้าวเถิงและหวังจี้เป็พนักงานที่มีความสามารถสูง พวกเขารู้ดีว่าผลกำไรที่หยางเฉินทำให้บริษัทจากการไปฮ่องกงนั้น มากมายมหาศาลเพียงใด
ดังนั้นในขณะที่หยางเฉินกำลังครุ่นคิดนั้น พวกเธอกลับเห็นหยางเฉินเป็คนที่ถ่อมตน นั่นทำให้พวกเธอชื่นชมหยางเฉินมากขึ้นและรู้สึกดีต่อเขามากขึ้น
แต่ถ้าพวกเธอรู้ว่าในใจของหยางเฉินตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ พวกเธออาจจะกระอักเืตายก็เป็ได้
เมื่อรู้จุดประสงค์แล้วจ้าวเถิงและหวังจี้ ก็ออกจากออฟฟิศไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานของบริษัทใหม่ในสัปดาห์หน้า
แต่ในขณะนั้นเอง หยางเฉินก็เดินเข้ามาหาหลินรั่วซี และกระซิบถามว่า "ภรรยาที่รัก คุณไม่รู้หรือไงว่าผมไม่สนใจตำแหน่งนี้"
"ทำไม?"
"ก็ผมไม่มีความรู้เื่พวกนี้เลย แล้วผมจะบริหารบริษัทนี้ได้อย่างไรกัน?" หยางเฉินกล่าว
หลินรั่วซีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า "ไม่รู้ก็ฝึกสิ นายยังพูดได้ตั้งหลายภาษา เื่บริหารคนและเื่ยิบย่อยต่างๆ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของจ้าวเถิงและหวังจี้ไป นายแค่คอยจัดการเอกสารต่างๆ และตัดสินใจเื่สำคัญๆ เท่านั้น”
หยางเฉินฝืนยิ้มออกมา แต่ก็ยังส่ายหัวกล่าวว่า "แต่ผมยังอยากทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์นะครับ"
"เอาแต่เล่นเกมน่ะเหรอ..." หลินรั่วซีขมวดคิ้วไม่พอใจ
"โอ้ว... ที่รักรู้ด้วยงั้นเหรอ" หยางเฉินหัวเราะแห้งๆ
"ถ้านายไม่ทำตามสิ่งที่ฉันพูด ฉันจะไล่พนักงานในแผนกประชาสัมพันธ์ที่นายสนิทออกให้หมด!”
"อะไรนะ?!" หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก
หลินรั่วซีกล่าวต่อว่า
"นอกเหนือจากจ้าวหงเยี่ยน และหลิวิอวี้แล้ว ดูเหมือนว่านายจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจางไช่ นายอยากให้พวกเธอโดนไล่ออกหรือไง?"
...ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจจริงๆ...
"เื่นี้... คุณจะไล่พวกเธอออกได้ยังไง?" หยางเฉินกล่าวอย่างหดหู่
"นายก็รู้จักฉันดี ฉันสามารถทำทุกวิถีทางเพื่อกระตุ้นนาย หุ้นของอวี้เหล่ยกว่าเก้าในสิบส่วนเป็ของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้จริงมั้ย? "หลินรั่วซีกล่าวอย่างเ็า
หยางเฉินมองหลินรั่วซีและกล่าวขึ้นว่า "คุณแน่ใจนะ ว่าจะให้ผมเป็คนตัดสินใจเื่ทั้งหมด?”
หลินรั่วซีรู้สึกลังเลเล็กน้อย แต่แล้วก็กลับกลายเป็ความมั่นใจ
"ทำเื่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก่อน เื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
หยางเฉินลุกขึ้นยิ้มและยื่นมือออกมา "ถ้าคุณไม่กลัวเจ๊งล่ะก็ ผมจะยอมเป็ให้ก็ได้"
"ไม่ต้องห่วง ฉันจะคอยเฝ้าดูนายอย่างใกล้ชิด" หลินรั่วซีรู้สึกผ่อนคลายในที่สุด
"สำนักงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของบริษัทอวี้เหล่ย ซึ่งฉันได้ซื้อมันไว้แล้ว"
"ผมมีเื่หนึ่งอยากจะขอคุณ" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ว่ามา" หลินรั่วซีค่อนข้างไม่สบายใจ
"ผมขอทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์เหมือนเดิมด้วยได้หรือเปล่า?" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ดวงตาของหลินรั่วซีเปล่งประกายเ็าออกมา ความหน่ายเหนื่อยเริ่มเกาะกินในหัวใจ
"ก็ได้ นอกจากผู้อำนวยการบริหารของบริษัทบันเทิงอวี้เหล่ยแล้ว นายยังคงเป็พนักงานของแผนกประชาสัมพันธ์..."
