เจินเจินซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของกู้อวี้ก็เงี่ยหูฟังไป๋เฮ่าพูดคุยกับพี่ชายอย่างเพลิดเพลิน กระทั่งถึงตอนที่ได้ยินชื่อที่นางคุ้นเคยเป็อย่างดี ถึงแม้จะไร้เดียงสาแต่ก็ไม่ได้โง่ กลับกันนางฉลาดมาก ขณะที่ฟังก็นำทุกเื่มาโยงใยไว้ด้วยกัน
นิยายของพี่ชายถูกคนเลวขโมยไป นำไปเขียนใหม่และวางขาย ซึ่งคนเลวที่ว่านั่นก็คือหลิ่วเหวินไฉ เช่นนั้นก็หมายความว่าคนที่รังแกพี่ชายนั่นคือหลิ่วเหวินไฉ!
แววตาสุกสกาวของเจินเจินดั่งมีไฟแห่งโทสะลุกโชนขึ้นมา นางต้องหักขาเ้าคนสารเลวผู้นี้ให้จงได้!
“เ้าว่าเหตุใดถึงเป็หลิ่วเหวินไฉ เขารู้เื่นิยายเล่มนี้ได้อย่างไร หรือต้นฉบับที่เ้าเขียนจะหายไป” ไป๋เฮ่าเอ่ยถามหลังเดินออกจากร้าน
กู้อวี้ส่ายหน้าพลางเอ่ย “หลังจากข้าให้ต้นฉบับแก่เ้าไปก็ไม่มีเก็บไว้ที่ตัวอีก” เขาไม่จำเป็ต้องเก็บเอาไว้ เพราะจดจำทุกคำในนั้นได้อย่างแม่นยำ
“อีกประการ หากหมอนั่นได้ต้นฉบับจากข้าไป จะเขียนใหม่ได้แย่ถึงเพียงนี้หรือ” ยังไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายควรจะเขียนให้เหนือกว่าเขา หากได้ต้นฉบับจากเขาไปจริง อย่างน้อยเปลี่ยนเนื้อเื่สักเล็กน้อย เปลี่ยนชื่ออีกสักหน่อย เพียงแค่นี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าไปเอาเื่ได้แล้ว
“ก็จริงอย่างที่เ้าว่า หากเป็จริงดังนั้นหมอนั่นก็นับว่าโง่มาก” ไป๋เฮ่ายกมือเขกที่ศีรษะตนเองไม่แรงนัก “หรือหมอนั่นไปได้ยินจากที่ใดมา ก็ไม่น่าใช่ เพราะหากได้ยินมาแสดงว่าคนผู้นั้นมีต้นฉบับอยู่ในมือ ว่าแต่เหตุใดหมอนั่นถึงกล้าทำเื่โง่เขลาเช่นนี้ได้นะ”
“คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด ความจริงเป็อย่างไรมีแค่เขาเท่านั้นที่รู้” กู้อวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาไป๋เฮ่าถึงกับพูดไม่ออก ฮ่องเต้ไม่ร้อนพระทัย กลับเป็ขันทีที่ร้อนใจดั่งไฟลน เช่นเดียวกับยามนี้ที่กู้อวี้มีท่าทีเรียบเฉย แต่กลับเป็ตนที่เป็เดือดเป็ร้อนแทน
“ทว่ามีอย่างหนึ่งที่ข้ารู้สึกมั่นใจยิ่งนัก นั่นคือเขาอยากได้ผลประโยชน์แต่ไม่อยากลงมือ
“แต่ถึงอย่างไรอะไรที่ไม่ใช่ของเขาก็ย่อมไม่มีวันเป็ของเขา ก่อนหน้านี้ได้ไปมากเท่าใดยามนี้ก็ต้องคืนกลับมามากเท่านั้น” กู้อวี้เอ่ย
“เ้านี้ช่างใจกว้างเสียจริง” ไป๋เฮ่าพึมพำ
กู้อวี้ไม่ตอบคำ แววตาเปลี่ยนเป็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทว่าเป็รอยยิ้มที่ดูเ็ายิ่งนัก เขาไม่ได้ใจกว้างเลยสักนิด กลับกัน...เขาเป็คนใจแคบมาก
กู้อวี้ทราบดีว่าหลิ่วเหวินไฉพักอาศัยอยู่ในจวนหลังหนึ่งในอำเภอ แต่ยามนี้เขาไม่มีอารมณ์จะไปดูว่าอีกฝ่ายมีจุดจบเช่นไร กลับเป็ไป๋เฮ่าที่กลับมีเปลวไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชนอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นถามที่อยู่ของฝ่ายนั้นจากกู้อวี้ จากนั้นจึงจ้างคนแบกเกี้ยวให้ไปส่ง
“พี่ชาย พวกเราจะไปที่ใดกันดี” หลังไป๋เฮ่าจากไปแล้ว เจินเจินเอ่ยถามออกมา
“ไปซื้อเป็ดหมักสมุนไพรรมควัน แล้วเ้าอยากกินอะไรอีกหรือไม่” กู้อวี้ถาม ยามนี้เมื่อไป๋เฮ่าไปที่จวนของหลิ่วเหวินไฉแล้ว อีกประเดี๋ยวก็คงจะไปที่จวนของเขาต่อ ถึงตอนนั้นหากไม่ชวนอีกฝ่ายร่วมกินข้าวด้วยก็ดูจะกระไรอยู่
ครั้นพูดถึงของกิน แววตาเจินเจินเป็ประกายขึ้นในทันใด “ข้าอยากกินขาหมูหมัก แล้วก็อยากกินปลา!”
“ได้ เช่นนั้นพวกเราไปซื้อกัน จะได้แวะไปดูพี่น้องหยางด้วย” กู้อวี้จูงมือเจินเจินแล้วพาออกเดิน เด็กหญิงะโขึ้นลงพร้อมกับยิ้มกว้างไปตลอดทาง
ต้องขอบคุณ์ เวลานี้หยางเม่าหลินพ้นขีดอันตรายแล้ว หมอเหยาบอกว่าอาการไข้ของเขาครึ่งหนึ่งอาศัยยา อีกครึ่งอาศัยที่หยางเม่าหลินยังอยากมีชีวิตอยู่อย่างแรงกล้า กู้อวี้จึงจ่ายเงินค่ารักษาให้แก่หมอเหยา แล้วมอบเงินให้สองพี่น้องหยางไว้ใช้อีกก้อน โดยกำชับให้หยางเม่าเฉวียนพาพี่ชายไปหาที่พักเพื่อพักฟื้นร่างกาย หากหายดีแล้วค่อยไปหาเขาที่จวน
หยางเม่าหลินดึงดันจะเขียนสัญญาขายตัวแก่กู้อวี้ โดยให้เหตุผลว่าตนไม่ทราบอนาคตข้างหน้าว่าจะเป็เช่นไร หยางเม่าเฉวียนยังอายุน้อย เกิดวันหนึ่งถูกคนพิการที่บ้านทั้งสองคนเอาตัวไปขายให้แก่ผู้อื่น ไม่สู้ขายให้กู้อวี้ั้แ่ตอนนี้จะดีกว่า
กู้อวี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธความตั้งใจนั้น หลังจากถามความเห็นของหยางเม่าเฉวียนเป็ที่เรียบร้อยก็เขียนสัญญาขายตัวในร้านไป๋เฉ่าถังนั้นเลย คนทั้งหมดไม่ได้ไปยังที่ว่าการ แต่ว่าจ้างคนของนายหน้าไปทำเื่ให้แทน
ด้วยเพราะคนของนายหน้ามีความสัมพันธ์อันดีกับเ้าหน้าที่ที่ดูแลเื่สัญญาขายตัวในที่ว่าการ หากดำเนินการโดยมีนายหน้าไปทำ เ้าหน้าที่ย่อมไม่มีทางถามอันใดมาก แต่ถ้าเป็ชาวบ้านธรรมดาไปทำเอง อาจจะถูกเ้าหน้าที่สร้างความลำบากให้ และเป็ไปได้ว่าจะถูกซักคำถามมากมาย
อีกทั้งเนื่องจากก่อนหน้านี้หยางเม่าหลินเคยไปมอบตัวกับที่ว่าการ ด้วยเหตุนี้กู้อวี้จึงต้องทำเื่นี้อย่างระมัดระวังและรอบคอบที่สุด หากจ่ายเงินแล้วสามารถจัดการเื่นี้จนเรียบร้อยได้ก็ยินดี
่ใกล้ค่ำ ไป๋เฮ่ามาหากู้อวี้ตามที่คาดไว้จริงๆ ทันทีที่เจินเจินเห็นชายหนุ่ม แววตาพลันเปล่งประกาย นางนั่งอยู่บนตักกู้อวี้ รอฟังเื่เล่าจากอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ
แล้วไป๋เฮ่าก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เขาเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นอย่างออกรสออกชาติ “เ้าคงไม่ทราบ มารดาของหลิ่วเหวินไฉนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น ก่อนจะถูกสาวใช้ของร้านหนังสือฉีซั่นจิกผมลากไปตามทาง จากนั้นกดหน้าจุ่มลงไปในกองขี้วัว ส่วนหลิ่วเหวินไฉถูกทำร้ายจนไม่เหลือสภาพ ได้ยินมาว่าเขาขาหักด้วย ใช่ มิหนำซ้ำเถ้าแก่ร้านหนังสือฉีซั่นยังเข้าไปค้นเงินภายในจวนของเขาอีก ไม่ว่าจะเจอเท่าไหร่ก็เอาไปทั้งหมด ทั้งยังบังคับให้หลิ่วเหวินไฉชดใช้เงินตามที่เขียนไว้ในสัญญา ตอนที่ข้าไปถึงก็เห็นว่าเขานอนแน่นิ่งอยู่หน้าประตูจวน บนตัวเปื้อนไปด้วยน้ำลายที่ฝ่ายนั้นถ่มถุยใส่”
“ดี มันต้องอย่างนี้สิ” เจินเจินที่ฟังอยู่ตบมือหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ
สมน้ำหน้า ใครใช้ให้อีกฝ่ายมารังแกพี่ชายของนาง จะน่าเสียดายอยู่บ้างก็ที่เดิมทีนางคิดจะเป็คนหักขาอีกฝ่ายด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายกลับถูกผู้อื่นแย่งทำหน้าที่นี้ไปเสียได้
หลังจากที่ทุกคนกินมื้อเย็นเสร็จแล้ว กู่ซื่อพาเจินเจินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะพาไปเข้านอน เจินเจินอ้อนขอให้กู้อวี้เล่านิทานให้ฟัง ชายหนุ่มนั่งบนเตียง เจินเจินเห็นเช่นนี้ก็ตาโตอย่างรอคอย ดึงแขนชายหนุ่มมากอดไว้ กู้อวี้จึงเล่าเื่ในคัมภีร์ซานไห่จิง[1] ให้ฟัง
เจินเจินฟังด้วยสีหน้าตื่นตะลึงพร้อมกับตั้งคำถามไม่หยุด เช่นปลาคุน[2] รสชาติอร่อยหรือไม่ นางยังไม่เคยกินเนื้อปลาคุนมาก่อนเลย หรือไม่ก็ระหว่างนกเผิง[3] กับนกกระจอก นกชนิดใดมีรสชาติอร่อยกว่ากัน
กู้อวี้ “…”
เคราะห์ดีที่ฟังได้ไม่นานเด็กหญิงก็ผล็อยหลับไป กู้อวี้เอาแขนของนางสอดเข้าไปใต้ผ้าห่ม จากนั้นก็หันไปดับเทียน
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเชื่อในเื่ชะตาลิขิต แต่ทว่ายามนี้เขาเชื่อแล้ว
เจินเจินคือคนที่นำพาโชคดีมาสู่เขา
เจินเจินคือดาวนำโชคของเขา
ยังไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น ลำพังแค่เื่ซุนเซิ่ง อีกฝ่ายเป็ถึงบุตรชายของนายอำเภอ แม้จะเป็ลูกอนุก็ตาม แต่เนื่องจากสอบได้เป็หลิ่นเซิง นายอำเภอจึงให้ความสำคัญกับบุตรชายคนนี้มาก หากกู้อวี้คิดจะแก้แค้นก็นับเป็เื่ที่เป็ไปได้ยาก จึงทำได้แค่ค่อยๆ วางแผน ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องปิดบังเื่ที่ขาหายดีแล้วเอาไว้ก่อน
ทว่าต่อมาเป็เพราะต้องออกไปตามหาเจินเจินเมื่อครานั้น จึงเปิดเผยเื่นี้ออกมาเร็วกว่าที่คิด ซึ่งหากซุนเซิ่งทราบเื่นี้จะต้องคิดหาทางเล่นงานเขาอีกเป็แน่ เดิมทีกู้อวี้ก็คิดถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดเอาไว้แล้ว แต่เื่ที่เกิดขึ้นกับเจินเจินในวันงานเทศกาลโคมไฟ ทำให้เขาบังเอิญไปรู้ความลับของซุนเซิ่งเข้าพอดี นั่นคืออีกฝ่ายได้วางแผนเล่นงานบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินของนายอำเภอ!
หลังจากที่กู้อวี้พยายามหาทางทำให้ฮูหยินนายอำเภอรู้เื่นี้ ซุนเซิ่งก็ถูกส่งออกจากจวนไปตามที่คาดไว้ เขาเชื่อว่าฮูหยินนายอำเภอไม่มีทางปล่อยคนที่หมายจะเอาชีวิตบุตรชายไปง่ายๆ แน่ หากยอมง่ายๆ มีหรือจะพาซุนอวี้กลับบ้านเดิม อีกทั้งบ้านเดิมของนางก็ไม่ใช่คนโง่ ย่อมไม่มีทางยอมปล่อยฝ่ายนั้นไปง่ายๆ ดังเช่นที่ไป๋เฮ่าคาดเดาแน่ งูพิษไม่มีทางสำนึกในบุญคุณ หากไม่ฆ่ามันให้ตาย ในอนาคตมันต้องหาโอกาสกลับมาแว้งกัดอย่างแน่นอน
เขาคิดว่าสำหรับคนที่สร้างฐานะจนร่ำรวยขึ้นมาได้ย่อมไม่มีทางเป็คนโง่แน่
ถึงอย่างไรทั้งหมดนี้ก็ไม่นับเป็สำคัญ ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสองพี่น้องที่เจินเจินเคยช่วยชีวิตไว้บนเขาต่างหาก ขอแค่หยางเม่าหลินรายงานเื่ที่เกิดขึ้นกับเขาให้แก่ฝ่ายตรวจการที่มาตรวจงานได้ทราบ ถึงตอนนั้นนายอำเภอซุนจะต้องหลุดจากตำแหน่งและกลายเป็นักโทษ เมื่อเป็เช่นนี้บุตรชายก็จะหมดโอกาสเข้ารับราชการไปด้วย ถึงตอนนั้นซุนเซิ่งก็จะมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย!
[1] คัมภีร์ซานไห่จิง หรือคัมภีร์ูเาและมหาสมุทร เป็คัมภีร์ที่รวบรวมเื่เล่าตำนานปรัมปราในสมัยก่อนที่จีนจะรวมเป็แผ่นดิน รวมถึงตำนานกำเนิดโลก
[2] ปลาคุน คือพญามัจฉาที่อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลลึก มีรูปร่างใหญ่โตหลายพันลี้ เมื่อทะยานขึ้นฟ้าจะมีปีกงอกออกมากลายร่างเป็นกเผิง
[3] นกเผิง อีกร่างของปลาคุน
