เมื่อเห็นว่าพยัคฆ์สายฟ้าาเ็ ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
คนที่ภูมิใจที่สุดคือเทียนหลาง เขาเดินไปหาปีศาจอสูรด้วยความไร้กังวล
เมื่อเขารวมพลังปราณที่ฝ่ามืออีกครั้ง หวังอยากจบชีวิตของปีศาจอสูรตัวนี้ ทันใดนั้น ปีศาจอสูรก็ลุกขึ้นยืน มองเทียนหลางด้วยสายตาโกรธแค้น ทุกคนสะดุ้งเฮือก เทียนหลางเองก็ขนลุกไปทั้งตัว
เขี้ยวแหลมยาวที่อยู่ในปากใหญ่ๆ ประสานกันลงมายังเทียนหลาง ทว่าอยู่ๆ ปีศาจอสูรก็ดิ้นรนเอาชีวิตรอดเป็ครั้งสุดท้าย ร่างขนาดใหญ่ของมันล้มลงอย่างช้าๆ ลมหายใจรวยริน ในที่สุดมันก็ตายจนได้ แล้วพลังสายฟ้าที่ห้อมล้อมกายก็เริ่มหายไป
เมื่อครู่เทียนหลางแทบใตาย
“พี่เทียนหลาง” เว่ยเชียนมู่ะโเรียก น้ำตาแทบไหลรินเพราะความกังวล ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเทียนหลาง
เวลานี้เอง กระบี่มารล้างโลกาในมือหลี่เมิ่งเหยากลับโจมตีไปทางเทียนหลางอย่างกะทันหัน
เมื่อทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้ ต่างก็ส่งเสียงออกมาด้วยความใ จากนั้นจึงเข้าใจทุกอย่าง
เทียนหลางที่สติยังไม่นิ่ง ตกตะลึงทันทีที่เห็น
หลี่เมิ่งเหยาะโเสียงดัง “ศิษย์เรือนเหยากวาง พวกเ้ายังชักช้าอยู่ไย? รีบทำเวลาเร็ว รับมือพวกเขาเสีย”
เว่ยเชียนมู่ร้องไห้น้ำตานองหน้า
“นางผู้หญิงชั่วช้า ข้าจะฆ่าเ้า” เพียงไม่นาน หลงเหยียนที่อยู่ข้างกายก็ขวางเอาไว้ก่อน
“แม่สาวน้อย เ้าอยากไปทำอะไร? จะให้ดีอยู่ที่นี่ก่อนดีกว่า”
หลงเหยียนพูดด้วยเสียงข่มขู่
ทว่าตัวเขาเองไม่ได้ร้อนใจ อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาสองคนแข็งแกร่งมากเพียงใด
ทุกคนนึกขึ้นได้ ตอนนี้ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ตายแล้ว เวลานี้คือโอกาสอันดีในการชิงมีดอัคคี เสียงะโดังลั่น ศิษย์ที่เมื่อครู่ยังรบรากันอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ คนจากสิบหน่วยเริ่มปะทะกันแล้ว
“หา… หลี่เมิ่งเหยา นี่เ้ากล้าทำแบบนี้กับข้าหรือ? เ้ามันร้ายกาจ”
เทียนหลางโมโหมาก เดือดดาลจนเวลานี้เขาแทบเสียสติไปแล้ว ทันใดนั้น รังสีพลังที่น่ากลัวก็ะเิมาจากตัวเทียนหลาง
เวลานี้เอง หลี่เมิ่งเหยากลับถอยหลังอย่างรวดเร็ว แท้จริงแล้วเป้าหมายของนางคือการก่อความวุ่นวาย ทำให้ทกคนสู้กัน ทว่าความ้าเอาเปรียบเทียนหลางนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ง่ายเพียงนั้น
เวลานั้นเอง สถานการณ์จมเข้าสู่การต่อสู้ที่วุ่นวาย
เดิมทีหลงเหยียนยังชื่นชมหลี่เมิ่งเหยาอยู่เลย ทว่าเพราะนางใช้วิธีการที่ชั่วร้ายและเ้าเล่ห์ ทำให้หลงเหยียนนึกถึงหลงหยุนฉีในตระกูลหลงอู่ที่เชื่อฟังและน่ารัก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หลงเหยียนก็ส่ายหน้าให้กับหลี่เมิ่งเหยา
เมื่อเห็นเว่ยเชียนมู่ที่ยืนชะงักอยู่ข้างๆ หญิงสาวคนนี้แตกต่างจากหลงหยุนฉีมากยิ่งกว่า
ต่อให้ทุกคนจะมัวแต่รบราฆ่าฟัน กลับไม่มีใครกล้าลงมือสังหารเทียนหลาง เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็บุคคลสำคัญในหน่วยกฎระเบียบ การชิงมีดอัคคีสำคัญยิ่ง ทว่าชีวิตของเทียนหลางสำคัญยิ่งกว่า
ในเวลาเดียวกันที่เทียนหลางกำลังเสียสติ ความโกรธแค้นปะทุ รวมถึงความใที่ได้รับมาจากปีศาจอสูรก่อนหน้านี้ ทำให้ขาดสติและคลั่งขึ้นมา
ทุกคนมองเขาที่ดวงตาแดงก่ำ เริ่มถอยหลังออกมา
หัวหน้ากลุ่มเล็กจากหน่วยต่างๆ ไม่รู้จะรับสถานการณ์อย่างไร ล้อมเทียนหลางไว้ตรงกลาง มีเพียงคนของหน่วยกฎระเบียบเท่านั้นที่นำคนมาพร้ะโกนเรียกสติเทียนหลาง
“หัวหน้าเทียนหลาง! ตั้งสติหน่อย ท่านเป็อะไรไป”
เทียนหลางยื่นมือชี้หน้าทุกคน “พวกเ้าสมควรตาย” ขณะที่พูด เขาก็ปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมาโจมตีไปยังทุกคน
เว่ยเชียนมู่ะโเสียงดัง “พี่เทียนหลาง ท่านเป็อะไรไป?”
เมื่อครู่เขาต้องได้รับการกระทบกระเทือนที่รุนแรงมากแน่ๆ ทำให้ขาดสติและไม่รู้สึกตัว
หลงเหยียนส่ายหน้า จับนางเอาไว้แน่น
“หลงเหยียน ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า ไม่อย่างนั้นเราได้เห็นดีกันแน่”
หลงเหยียนนึกในใจ ‘หากไม่ใช่เพราะเ้าเป็ลูกพี่ลูกน้องข้าละก็ ตัวข้าก็ไม่อยากสนใจเ้าหรอก’
“เ้าไปไม่ได้ เ้านั่นบ้าไปแล้ว เขาล้วนจำใครไม่ได้ ต้องเป็เพราะเหตุการณ์กระทบกระเทือนเมื่อครู่แน่” หลงเหยียนลากนางแล้วพุ่งเข้าไปทางหลี่เมิ่งเหยากับหลิงเทียนอวี่ทันที
“พวกเ้าปกป้องนางให้ดีล่ะ…”
หลงเหยียนกล่าว กลับทำให้หลี่เมิ่งเหยาประหลาดใจ
“หลงเหยียน เ้าปรากฏตัวจนได้”
หลงเหยียนไม่ได้สนใจนาง เพียงครู่เดียวเทียนหลางก็สังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง เทียนหลางรวมพลังปราณที่มือ เห็นเช่นนั้นเว่ยเชียนมู่ก็เอามือกุมศีรษะ
“เหตุใดพี่เทียนหลางถึงเป็เช่นนี้? เพราะเ้าคนเดียว ต้องเป็เพราะเ้าแน่ เป็ความผิดของนางสตรีจิตใจโเี้นั่น”
เว่ยเชียนมู่ชี้ไปยังหลี่เมิ่งเหยา
ทุกคนเห็นว่าตอนนี้เทียนหลางขาดสติ ต่างก็ถอยหนี มียอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงตายในมือเขาหลายคนแล้ว
เพื่อความอยู่รอด แล้วจะยังมีผู้ใดให้ความสำคัญมีดอัคคีมากกว่าชีวิตอีก เทียนหลางคำราม ดวงตาที่แดงก่ำหันมามองเว่ยเทียนหลาง
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ใช้วิชาฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ พร้อมพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน เขาสูญเสียความเป็ตัวเอง พลังปราณที่ฝ่ามือโจมตีอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังเว่ยเชียนมู่
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
เว่ยเชียนมู่เป็ถึงหลานสาวของตงจวินแห่งสำนักตงฟาง หากนางาเ็ ใต้เท้าตงจวินต้องไม่ปล่อยทุกคนที่เข้ามาฝึกในครั้งนี้ไปแน่
เื่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่มีใครนึกว่าเหตุการณ์จะเป็แบบนี้
ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามเข้าไปช่วยชีวิตเว่ยเชียนมู่ หลี่เมิ่งเหยาก็ตกตะลึง นางกำลังจะลงมือช่วย
ทว่าเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาปะทะกับเทียนหลางทันที
ความเร็วที่ะเิออกมา พละกำลังไม่ด้อยไปกว่าชีพมนุษย์ขั้นสูงเลย
เมื่อทุกคนเห็นร่างนั้นชัดเจนแล้ว ต่างก็ตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
โดยเฉพาะทางด้านหลี่เมิ่งเหยา นางอ้าปากค้าง ส่วนหลิงเทียนอวี่นั้นแสดงสีหน้าตกตะลึง
“หลงเหยียน กลับมาเดี๋ยวนี้ เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
ทว่ารังสีที่หลงเหยียนะเิออกมานั้นแกร่งยิ่งกว่าหลิงเทียนอวี่เสียอีก
เ้าหลงเหยียนไม่เพียงแค่ยังรอดชีวิต กลับยังดูเหมือนพละกำลังเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วย
ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง หลงเหยียนก็เข้าไปปะทะเทียนหลางแล้ว
‘หลงเหยียน? ก่อนหน้านี้เว่ยเชียนมู่มองเ้าเป็ศัตรูมาตลอดไม่ใช่หรือ ที่เ้าไม่กล้ามองหน้าข้าเป็เพราะเ้าชอบนาง?’ หลี่เมิ่งเหยารู้สึกปวดร้าว
‘เมื่อครู่หลงเหยียนซ่อนตัวตลอดเพราะไม่อยากออกมาพบข้าหรือ?’
ทว่ารังสีพลังที่หลงเหยียนะเิออกมาแข็งแกร่งมากเพียงใด นางที่มีพลังระดับชีพธรณีรู้ดีอยู่เต็มอก และนั่นก็ทำให้นางตกตะลึง
อย่างไรก็ตาม การจะล้มเทียนหลางนั้นไม่ใช่เื่ง่าย คาดว่าหลงเหยียนคงยังทำไม่ได้
เว่ยเชียนมู่นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ในวินาทีสุดท้าย คนที่ช่วยตนกลับเป็ชายที่ตนเกลียดมาโดยตลอด นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลงเหยียนต้องทำเช่นนั้น
ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง หลงเหยียนก็ใช้ิญญาัแปลงกาย เกล็ดและหนามบนตัวยื่นออกมา
เพียงไม่กี่ลมหายใจ หลงเหยียนก็แปลงกาย พลังปราณเพิ่มขึ้นสิบเท่าตัว
คนที่อยู่รอบข้างต่างก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที “เ้าหมอนี่เป็ใคร?”
บางคนจำหลงเหยียนได้จึงพูดขึ้น
“เขา… เ้านั่น เหมือนเป็คนที่ได้รับเลือกเข้าสำนักตงฟางของเราในปีนี้ ชื่อหลงเหยียน เขาล้มคู่ต่อสู้ชื่อลั่วเฉิง ลือกันว่าเขาคือคนที่สังหารลั่วซางและกลายเป็ศัตรูกับเทียนหลาง”
“อะไรนะ? เป็เ้าหมอนี่เองหรือ?” บ้างก็พูดด้วยความตกตะลึง
เพราะคนส่วนมากต่างก็นึกออกแล้ว ตอนแรกที่เข้าสำนักตงฟาง เขาเป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์อสูรที่มีพลังระดับชีพัขั้นที่แปดเท่านั้น
ภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงครึ่งเดือน จากพลังระดับชีพัขั้นที่แปด กลายเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นล่าง
และในตำหนักตงฟาง แปดผู้พิทักษ์ สี่นักรบโลหะ และใต้เท้าผู้นำทั้งสิบคนที่กำลังมองเหตุการณ์ในโลกเฉียนคุนผ่านกระจก ล้วนตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
คนที่แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อที่สุดก็คือใต้เท้าตงจวิน
“ในที่สุดเ้าหมอนี่ก็ปรากฏตัว” ตอนที่หลงเหยียนปกป้องเว่ยเชียนมู่ ตงจวินเห็นทุกอย่างดี
เว่ยเชียนมู่ยังตั้งสติไม่ได้ เห็นเงาของชายหนุ่มปรากฏ ปกป้องตนในวินาทีสุดท้าย ทำให้ความรู้สึกของนางแปรปรวน
“นี่มัน มันเป็ความรู้สึกอะไรกันแน่?”
--------------------
