หนิงมู่ฉือส่ายหน้า ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แม้เ้าตัวจะไม่สนใจ ทว่าในสายตาคนอื่นท่าทางเช่นนี้กลับยิ่งดูน่าสงสารยิ่ง “ไม่เป็ไร ทำกับข้าวเื่เยี่ยงนี้ถือว่าเป็เื่ปกติ รีบกินเถอะ ท่านหิวไม่ใช่หรือ”
“ได้” เฉินเกอรับคำ เพียงเห็นเนื้อปลาสีขาวนวล ท้องเขาก็ส่งเสียงร้องออกมา เขาตักน้ำแกงเข้าปากคำหนึ่ง ตาเบิกโตด้วยความตกตะลึง
“สุดยอด เนื้อปลาสดใหม่มาก นุ่มกำลังดี หน่อไม้ก็ไม่แข็งจนเกินไป” เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวชม
เขาตักเนื้อปลาจนพูน ก่อนจะนำเข้าปาก ตักทานอย่างว่องไวราวกับกลัวผู้ใดจะมาแย่งไป
หนิงมู่ฉือรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ นางจึงทานเข้าไปไม่กี่คำ เวลานี้เองที่จ้าวซีเหอถือผลบ๊วยเดินกลับมา นางเห็นผลบ๊วยแล้วรู้สึกอยากทานยิ่งนัก
“ซื่อจื่อ แบ่งให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่”
จ้าวซีเหอยื่นผลบ๊วยที่เก็บมาได้ส่งให้หญิงสาวโดยไม่พูดคำใด นางมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ นึกว่าเขาจะพูดเื่ที่ทำให้นางลำบากใจเสียอีก
“ใช่แล้ว ซื่อจื่อ น้ำแกงปลาได้แล้ว ท่านรีบมาทานเถิด สีหน้าท่านดูไม่ดีเลย”
จ้าวซีเหอส่ายหน้าไม่พูดไม่จา กัดผลบ๊วยเข้าไปคำหนึ่ง ทว่าพอได้กลิ่นหอมของน้ำแกงปลา ท้องก็พลันส่งเสียงร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถึงกระนั้นเขาก็ยังยืนยันที่จะทำตามหลักการของตัวเอง ไม่ทานน้ำแกงปลา
“ข้าไม่หิว พวกเ้ากินเถอะ” จ้าวซีเหอกัดผลบ๊วยเข้าไปอีกคำ ถือโอกาสนี้ลอบกลือน้ำลายที่ไหลออกมา สายตามองหนิงมู่ฉือและเฉินเกอที่พูดคุยพลางยิ้มแย้มให้แก่กัน
“ฟ้าใกล้สว่างแล้ว พวกเ้าพักผ่อนสักนิดเถิด เมื่อครู่ข้าหลับไปแล้ว เดี๋ยวข้าเฝ้าให้เอง”
จ้าวซีเหอถือดาบเดินไปนั่งอีกด้าน ใบหน้าดูโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาอย่างยิ่ง ด้านเฉินเกอ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงรู้สึกง่วงอย่างบอกไม่ถูก
เฉินเกอหายใจแรงขึ้น เขาพยายามต่อสู้กับหนังตาที่แทบจะปิดลงมาอยู่รอมร่อ “พี่จ้าว ลำบากท่านแล้ว” สิ้นประโยคนี้ เขาก็ผล็อยหลับไป
หนิงมู่ฉือไม่รู้ว่าตัวเองเป็อันใด จู่ๆ นางก็รู้สึกง่วงเป็อย่างมาก ดวงตาเหม่อลอย นางพยายามไม่ให้ตัวเองหลับ เอ่ยกับจ้าวซีเหอด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ซื่อจื่อ ท่านหลับเถิด ข้าไม่เป็ไร”
“ไม่ต้องฝืน เ้าหลับเถิด” จ้าวซีเหอเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่แม้แต่จะหันไปชำเลืองมองหนิงมู่ฉือขณะสั่งให้นอน
หนิงมู่ฉือผล็อยหลับไปในที่สุด ทว่าทันใดนั้นเองหนิงมู่ฉือก็มีน้ำลายฟูมปาก จ้าวซีเหอเห็นเช่นนั้นก็ใอย่างยิ่ง เขย่าตัวเพื่อปลุกหนิงมู่ฉือไม่หยุด “ฉือเอ๋อร์ ตื่นเดี๋ยวนี้ เ้าเป็อันใดไป!”
เขาหันไปมองเฉินเกอ อีกฝ่ายนอนหลับสนิท ทว่ามีน้ำลายฟูมปากเช่นกัน เพียงแต่อาการดูร้ายแรงยิ่งกว่าหนิงมู่ฉือเสียอีก
แม้อีกฝ่ายจะเป็ศัตรูความรัก แต่ใจจริงเขาชื่นชมอีกฝ่ายมาก เขารีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ท่าทางของอีกฝ่ายยืนยันความคิดเขาได้เป็อย่างดี “แย่แล้ว! นี่มันท่าทางของคนถูกพิษนี้!”
เขาตบหลังเพื่อให้อีกฝ่ายอาเจียนเอาของที่ทานเข้าไปเมื่อสักครู่ออกมา เขาตบหลังอีกฝ่ายอย่างแรง
เฉินเกอเจ็บจนไอออกมา เมื่อลืมตาสิ่งแรกที่ปรากฏเข้าสู่สายตาคือภาพของจ้าวซีเหอ
จ้าวซีเหอเขย่าตัวเฉินเกอ “รีบตื่นเร็วน้องชาย เ้าเหมือนจะถูกพิษ!”
เฉินเกอได้ยินเช่นนั้นพลันตื่นเต็มตา ก่อนจะพบว่าตัวเขาตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขยับตัว
จ้าวซีเหอเห็นเช่นนั้นยิ่งเขย่าตัวเฉินเกอแรงขึ้นเพื่อหวังให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากอาเจียน ทว่าเฉินเกอถูกเขย่าจนตาลายก็ยังไม่รู้สึกอยากอาเจียน ทั้งยังไร้เรี่ยวแรงเช่นเดิม
จ้าวซีเหอหันไปมองที่กองไฟ เขากัดฟันเอาขี้เถ้าจากกองไฟใส่ในกระบอกไม้ไผ่ซึ่งมีน้ำอยู่ในนั้น จากนั้นนำไปกรอกใส่ปากเฉินเกอ
เฉินเกอดื่มน้ำถ่านลงไป ไม่นานก็ส่งเสียงอ๊อกออกมา ก่อนจะอาเจียนเอาของที่ทานเข้าไปออกมาจนหมด สติค่อยๆ กลับมาแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย
จ้าวซีเหอเห็นเฉินเกออาเจียนออกมา รีบวิ่งไปทางหนิงมู่ฉือต่อ จับตัวนางเอาไว้แล้วเขย่า
หนิงมู่ฉือที่เดิมทีเวียนศีรษะอยู่แล้ว เมื่อถูกเขย่าจึงยิ่งวิงเวียนยิ่งขึ้นไปอีก และในที่สุดก็อาเจียนออกมาโดนตัวจ้าวซีเหอไปเต็มๆ
จ้าวซีเหอขมวดคิ้ว ตัวเขามีแต่กลิ่นอาเจียนหึ่ง เขาหันไปถลึงตาใส่หนิงมู่ฉือ “สตรีผู้นี้นี่!”
เขาะโลงไปในแอ่งน้ำร้อน เพื่อล้างเอาคราบอาเจียนออกจากตัว
ครั้นเฉินเกอได้สติ เขารู้สึกขอบคุณจ้าวซีเหออย่างยิ่ง จึงหันไปเอ่ยขอบคุณกับจ้าวซีเหอ
หนิงมู่ฉือไอก่อนจะอาเจียนเอาอาหารที่อยู่ในกระเพาะออกมาทั้งหมด นางลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แลเห็นเฉินเกอที่มีสีหน้าซีดขาวและจ้าวซีเหอที่ล้างตัวอยู่ในแอ่งน้ำร้อน
นางลุกขึ้นยืนโดยพลัน ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ท่านเป็อันใดไป แล้วก็ซื่อจื่อ ท่านลงไปทำอะไรในน้ำ”
เฉินเกอก้มหน้าด้วยใบหน้ารู้สึกผิดขณะเอ่ย “ฉือเอ๋อร์ ปลาในแอ่งน้ำร้อนเหมือนจะมีปัญหา”
“มีปัญหา? เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงไม่เป็อันใดเลยเล่า”
เฉินเกอยิ้มด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดขาว “เมื่อครู่พี่จ้าวค้นพบความผิดปกติจึงช่วยข้าเอาไว้ เ้าคงไม่รู้ว่าเมื่อครู่เ้าอาเจียนใส่เขาจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปหมด เขาจึงต้องลงไปล้างตัวในแอ่งน้ำ”
หนิงมู่ฉือได้ยินเช่นนั้นสีหน้าประดักประเดิดยิ่ง ใบหน้าขึ้นสีเข้ม รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก “ซื่อจื่อ ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
จ้าวซีเหอขึ้นมาจากน้ำด้วยท่าทางโมโห กัดฟันกรอดมองแผ่นหลังของหนิงมู่ฉือเขม็ง “หนิงมู่ฉือ เ้านี่มันช่าง!”
เห็นจ้าวซีเหอมีท่าทีไม่พอใจ เฉินเกอยิ้มแหยพร้อมกับเอ่ยว่า “พี่จ้าว ฉือเอ๋อร์นางไม่ได้ตั้งใจ”
“ประโยคนี้ไม่ควรเป็เ้าที่มาพูดกับข้า นางคือนาง เ้าคือเ้า!” จ้าวซีเหอยังคงมีท่าทีกราดเกรี้ยว
เฉินเกอรีบหุบปากฉับ ก่อนจะคุกเข่าลง ประสานสองมือคาราวะจ้าวซีเหอด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “เฉินเกอขอบคุณพี่จ้าวมากที่ช่วยชีวิต!”
จ้าวซีเหอนิ่งเงียบพลางจ้องมองเฉินเกอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับไม่รับการคารวะนี้ หนิงมู่ฉือเห็นเช่นนั้นเอ่ยอย่างร้อนใจออกมาว่า “ซื่อจื่อ ท่านพูดสักคำสิเ้าคะ!”
เฉินเกอมองจ้าวซีเหออย่างไม่เข้าใจเช่นกัน “วันนี้พี่จ้าวช่วยชีวิตข้าเอาไว้สองครั้งแล้ว บุญคุณครั้งนี้เฉินเกอจะไม่มีวันลืม!”
“หากเ้าอยากตอบแทน เช่นนั้นยกฉือเอ๋อร์ให้ข้าสิ” ตอนเอ่ยประโยคนี้ ใบหน้าจ้าวซีเหอมีแต่ความราบเรียบจริงจัง หนิงมู่ฉือที่นั่งอยู่ถึงกับอ้าปากค้างตาโตไปในทันที
“จ้าวซีเหอ ท่านพูดอะไรของท่าน!” นางเอ่ยอย่างแตกตื่น พร้อมกับไม่รู้จะทำหน้าเช่นไร
