เ้าใหญ่ไม่รู้สึกอันใดเลยแม้แต่น้อยที่หลิ่วเหวินไฉจะย้ายเข้าไปอยู่ในอำเภอ นั่นเพราะนางทราบดีว่านางยังมีประโยชน์กับชายหนุ่มอยู่ ทว่าผู้เฒ่าหยวนไม่ทราบเื่นี้ ทุกคนในบ้านล้วนมีสีหน้ากังวล กลัวว่าบุตรเขยที่ดีย้ายเข้าไปอยู่ในอำเภอ หากเป็เช่นนี้มีหรือจะกลับมาแต่งเ้าใหญ่ของตน
ไม่ใช่แค่ผู้เฒ่าหยวนที่เป็กังวลในเื่นี้ คนอื่นในสกุลหยวนก็คิดเช่นกัน เ้าใหญ่จึงปลอบทุกคนว่า “พี่เหวินไฉไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอน”
ทว่าผู้เฒ่าหยวนก็ยังคงเอ่ยอย่างกลัดกลุ้มอยู่ดี กล่าวว่า “หัวใจของบุรุษมิอาจเชื่อถือได้”
หยวนเหล่าต้าพยักหน้าเห็นด้วย
เ้าใหญ่จึงกล่าวว่า “พวกเรากับพวกเขาต่างมีใบบันทึกวันเดือนปีเกิดของกันและกัน หากเขาคิดจะผิดคำพูด พวกเราสามารถนำบันทึกวันเดือนปีเกิดนี้ไปฟ้องต่อทางการได้ เมื่อถึงตอนนั้นแม้แต่ตำแหน่งของเขาก็คงไม่อาจรักษาเอาไว้ได้”
ได้ยินเช่นนี้คนสกุลหยวนถึงค่อยโล่งใจในระดับหนึ่ง
“กรี๊ด สะใภ้สี่ นี่เ้าจะฆ่าข้าหรือ!” เสียงแหลมของเจียงซื่อดังขึ้น ก่อนจะยื่นมือไปผลักหลี่ซื่อ ทำให้อีกฝ่ายถึงกับล้มลงกับพื้น กาน้ำร้อนที่ถือมาหกรดบนขา นางส่งเสียงร้องอย่างปวดแสบปวดร้อน
หยวนเหล่าซื่อรีบเข้าไปช่วยพยุง ก่อนจะถอดรองเท้าออกให้ ทว่าเพียงพริบตาขาที่โดนน้ำร้อนของหลี่ซื่อได้กลายเป็สีแดงและมีตุ่มพองขึ้น
“ไม่ได้เื่ ทำอะไรก็งกๆ เงิ่นๆ ทั้งยังเป็แม่ไก่ที่ออกลูกไม่ได้อีก เ้าสี่ของข้าแต่งกับเ้านับว่าโชคร้ายโดยแท้!” หวางซื่อด่าทอสะใภ้เสียงดัง
หยวนเหล่าซื่อนิ่งเงียบไม่กล่าวคำใด ในขณะที่หลี่ซื่อร่ำไห้พลางกล่าวว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ
ก่อนหน้านี้เนื่องจากหวางซื่อ้าดื่มชา จึงสั่งให้หลี่ซื่อไปต้มน้ำร้อนมาชงชา ครั้นต้มน้ำเสร็จหลี่ซื่อจึงยกน้ำร้อนเดินเข้ามาในห้อง บังเอิญเห็นสีหน้าโเี้ตอนเ้าใหญ่กล่าวประโยคสุดท้ายเข้าพอดิบพอดี ทำให้ย้อนนึกถึงวันนั้นที่เห็นเ้าใหญ่ออกมาจากบ้านของเฉินหม่าจื่อด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ต่อมาไม่นานก็เกิดเื่ขึ้นกับชายหนุ่ม ซ้ำร้ายตอนหลังชายหนุ่มยังถูกปะา…
ทั้งยังได้ยินว่าเฉินหม่าจื่อนำของที่ปล้นมาไปจำนำถึงได้ถูกจับ เื่นี้อดทำให้นางคิดมากไม่ได้ ่เวลาที่กำลังเหม่อลอยคิดถึงเื่นั้นอยู่นั่นเอง ไม่รู้ถูกใครผลักจนกาน้ำชาเกือบจะหกรดบนตัวเจียงซื่อ ด้วยความหวาดกลัว เจียงซื่อจึงผลักนางออก
“ไปๆ อย่ามาอยู่ขวางหูขวางตาที่นี่!” หวางซื่อะโไล่เสียงดังอย่างไม่ได้ดั่งใจ
“ท่านย่า ท่านอาสะใภ้สี่ไม่ได้ตั้งใจ ท่านอย่าดุนางเลยเ้าค่ะ” เ้าใหญ่ช่วยพูดแทน พูดจบหันไปเอ่ยกับหยวนเหล่าซื่อ “ท่านอาสี่ ท่านรีบพาท่านอาสะใภ้สี่กลับห้องเถิด ข้ามียาทาแผลน้ำร้อนลวก อีกเดี๋ยวจะนำไปให้”
หยวนเหล่าซื่อกล่าวขอบคุณเ้าใหญ่อย่างซาบซึ้งใจ
ถึงแม้บางครั้งเขาจะตบตีภรรยา แต่หากภรรยาเจ็บขาจนทำงานไม่ได้ขึ้นมา แล้วผู้ใดจะคอยรับใช้เขา อีกประการหากอีกฝ่ายเป็อันใดขึ้นมา หากเขาคิดจะแต่งงานใหม่ก็ไม่ใช่เื่ง่าย
หยวนเหล่าซื่อประคองภรรยากลับเข้าไปในห้อง หลังจัดแจงให้นั่งลงบนเตียงก็ต่อว่าในทันที “เ้านี่รู้จักแต่สร้างเื่ให้ข้า หัดสมองว่องไวหน่อยไม่ได้หรือไร!”
หลี่ซื่อเงียบไม่กล่าวคำใด ได้แต่ยกมือเช็ดน้ำตา
เวลานี้เองเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่เ้าใหญ่จะเปิดประตูเดินเข้ามา ครั้นเห็นท่านอาสี่กำลังดุด่าท่านอาสะใภ้สี่จึงออกปากช่วยพูดแทน “ท่านอาสี่ ท่านอย่าว่าท่านอาสะใภ้สี่เลย นางไม่ได้ตั้งใจ ลำพังท่านอาสะใภ้สี่ไม่อาจมีบุตรได้ก็นับว่าน่าสงสารมากพออยู่แล้ว หากท่านยังปฏิบัติเช่นนี้ต่อนางอีก แล้วต่อไปท่านอาสะใภ้สี่จะใช้ชีวิตอย่างไร”
กล่าวจบยัดกระปุกยาใส่ในมือหลี่ซื่อ “ท่านอาสะใภ้สี่ ท่านใช้ยานี่ได้ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ”
หลี่ซื่อกำกระปุกยาเอาไว้แน่น ขณะที่น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ประโยคนี้ของเ้าใหญ่ประหนึ่งมีดที่ปักแทงลงมาตรงหน้าอก ไฉนอีกฝ่ายถึงได้ร้ายกาจเช่นนี้ ถึงกับจงใจพูดเปิดแผลเก่าของนางจนกลายเป็แผลเหวอะขึ้นมาอีกครั้ง ประการสำคัญคือสามีของนางกลับไม่รู้เื่อะไรเลยแม้แต่น้อย
ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างหัวเราะเยาะที่หยวนเหล่าซื่อไม่มีบุตร ทุกครั้งที่มีผู้ใดพูดเช่นนี้ สามีจะกลับมาตบตีนางอยู่ทุกครั้งไป แล้วก็เป็อย่างที่คิด ทันทีที่เ้าใหญ่เดินพ้นออกจากห้อง เสียงตบตีก็ดังตามหลังในทันที
เ้าใหญ่ยกยิ้มมุมปาก ชาติก่อน ตอนหลังท่านอาสะใภ้สี่ได้คลอดบุตรสาวออกมาหนึ่งคน หากต้องรอให้คลอดลูกออกมาแล้วค่อยคิดหาวิธีจัดการ ไม่สู้ให้อีกฝ่ายถูกตบตีจนไม่สามารถคลอดบุตรออกมาได้น่าจะดีกว่า ก่อนหน้านี้ในห้องโถง นางเห็นท่านอาสะใภ้สี่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงจงใจผลักอีกฝ่าย ถึงได้เกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ขึ้น
“พี่ชาย ข้าอยากไปเล่นหิมะ” อีกด้าน เจินเจินเอ่ยกับกู้อวี้พร้อมกับมองลานหน้าบ้านซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะด้วยแววตาเป็ประกาย
นางคัดตัวอักษรได้สองเที่ยวแล้วนะ!
กู้อวี้มองตัวอักษรโย้เย้บนกระดาษผาดหนึ่งแล้วถึงค่อยเอ่ยอนุญาต ช่างเถอะ แค่นางตั้งใจคัดก็เพียงพอแล้ว
นับั้แ่เจินเจินกลับมาจากบนเขาอย่างปลอดภัย กู้อวี้ก็ได้ลดมาตรฐานที่มีต่อนางไปไม่น้อย
หยวนเหล่าเอ้อร์มองบุตรสาวที่ได้ออกไปวิ่งเล่นข้างนอกอย่างอิจฉา เขาเองก็อยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเช่นกัน ไม่ใช่สิ เขาอยากอยู่เล่นไพ่ในห้องอุ่นๆ มากกว่า
“ท่านอารองหยวน นับั้แ่ฤดูใบไม้ผลิท่านก็ต้องไปเป็ผู้ช่วยพ่อบ้านแล้วนะขอรับ” กู้อวี้กล่าวเตือน
หยวนเหล่าเอ้อร์รีบดึงความคิดของตนกลับมาแล้วตั้งอกตั้งใจคัดอักษรต่อ เนื่องจากในห้องมีกระถางไฟ เขาจึงไม่อาจอ้างว่ามือเย็นจนแข็งคัดต่อไม่ได้
“ไอโยว เ้าเป็สาวน้อยบ้านไหนนี่ เหตุใดถึงได้น่ารักเช่นนี้” น้ำเสียงประหลาดใจนี้ดังมาจากบริเวณหน้าบ้าน กู้อวี้ที่อยู่ในบ้านนิ่งรอฟังคำตอบ “ข้าคือสาวน้อยของพี่ชาย คุณชายท่านมาหาใครหรือ”
“ที่แท้ก็สาวน้อยของกู้อวี้หรอกหรือ ข้าคือสหายร่วมสำนักศึกษาของเขา แซ่ไป๋ เ้าเรียกข้าว่าพี่ชายไป๋ก็ได้” ไป๋เฮ่ารู้สึกชื่นชอบเด็กหญิงตรงหน้าเหลือเกิน อดยื่นมือไปหยิกแก้มกลมๆ นิ่มๆ นั่นไม่ได้ ทว่ากลับถูกเด็กหญิงตรงหน้าเอี้ยวตัวหลบ
“คุณชายไป๋ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน” เจินเจินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง นางไม่ใช่สตรีที่บุรุษคนใดนึกจะจับก็จับได้หรอกนะ หากพี่ชายรู้เข้าต้องไม่ชอบเป็แน่ ส่วนการเรียกขาน…
ต้องดูก่อนว่าหน้าตาของผู้พูดดีเพียงพอหรือไม่ คนที่นางจะเรียกว่าพี่ชายต้องเป็คนที่หน้าตาดีมากๆ เท่านั้น!
“ฮ่าๆๆ” ไป๋เฮ่าส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ กล่าวว่า “ข้าเชื่อแล้วว่าเ้าคือสาวน้อยของกู้อวี้ มีเพียงแค่คนหัวโบราณอย่างเขาเท่านั้นถึงจะสั่งสอนสาวน้อยหัวโบราณเช่นนี้ออกมาได้”
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลาง “…”
สหายของท่านพี่ผู้นี้สายตาไม่ดีเอาเสียเลย สมองก็ไม่ดี แม่เสือผู้นี้หรือหัวโบราณ อีกฝ่ายยังไม่เคยเห็นตอนนางปีนเข้าไปในห้องของท่านพี่ แล้วปีนขึ้นเตียงของท่านพี่น่ะสิ
“ไป๋เฮ่ามาหรือ” กู่ซื่อได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอกจึงเดินออกมาดู พอเห็นว่าเป็สหายของบุตรชายก็กล่าวทักทายอย่างคุ้นเคย
ไป๋เฮ่าทำความเคารพกู้ซิ่วไฉกับกู่ซื่อ “ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ สบายดีหรือไม่ขอรับ ก่อนหน้านี้ข้าเดินทางไปที่เมืองหลวงเพิ่งจะกลับมาเมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ยินเพื่อนร่วมสำนักคนอื่นพูดถึงเื่กู้อวี้ให้ฟัง ไม่ทราบว่า…”
“ไป๋เฮ่า” เพิ่งจะเอ่ยถามถึงกู้อวี้กับสามีภรรยากู้ เสียงเรียกชื่อตนก็ดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็พบว่ากู้อวี้กำลังเลื่อนล้อรถเข็นมาทางนี้ เขารีบเดินเข้าไปหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเห็นใจและเป็ห่วง
“ข้างนอกอากาศหนาว เข้าไปคุยกันในห้องเถิด” กู่ซื่อบอกกล่าวแก่ทั้งคู่
กู้อวี้นำสหายเข้าไปในห้องโถง
เจินเจินไม่มีแก่ใจจะเล่นหิมะอีก จึงวิ่งตามคนทั้งคู่เข้าไปก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักกู้อวี้
ไป๋เฮ่า “…”
ไม่ใช่บอกว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันหรือ
“ขาของเ้า…สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่” ไป๋เฮ่ามองเด็กหญิงผาดหนึ่งก่อนจะเบนหน้าเอ่ยถามกู้อวี้
กู้อวี้พยักหน้า “สามารถรักษาให้หายได้ เพียงแต่รู้กันแค่เ้ากับข้าก็พอ”
ไป๋เฮ่าขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
“เจินเจิน เ้าเข้าไปในห้องช่วยหยิบผ้าห่มมาให้ข้าได้หรือไม่” กู้อวี้หันไปเอ่ยกับเจินเจิน
เจินเจินไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า เหตุที่กู้อวี้พูดเช่นนี้ก็เพื่อ้าให้ตนเองออกไป นางรีบวิ่งไปที่ห้องเพื่อนำผ้าห่มมาให้พี่ชาย
คล้อยหลังเด็กหญิงไปแล้ว กู้อวี้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “มีคนจงใจเล่นลูกไม้กับรถม้าที่ชนข้า…”
