“ป้านาคะ ทิชาขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ ั้แ่ทิชาเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ ยังไม่เห็นคุณพ่อคุณแม่ของคุณแทนเลย ท่านอยู่เมืองนอกหรือคะ” ดวงตาแวววาวนั้นจับจ้องรอคำตอบจากหญิงชราที่แสนใจดี คนรวยขนาดนี้หากไม่อยู่บ้านของตนเอง คงต้องมีบ้านที่เมืองนอกอีกหลายหลัง
“เปล่าหรอก” คำตอบของแม่บ้านทำให้หญิงสาวยิ่งแปลกใจกว่าเดิม
“ถ้าอย่างนั้น ท่านไปไหนคะ หรือว่าแยกออกไปอยู่จังหวัดอื่น”
“ไม่ใช่” คำปฏิเสธทั้งสองครั้งของหญิงชรา บอกว่าท่านไม่ได้อาศัยอยู่ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำเอานันทิชาสงสัยจนหยุดเดิน
“ทั้งสองเสียแล้ว” หญิงชราหยุดเดินตามแล้วหันมาตอบนันทิชาด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย
“อะไรนะคะ ทั้งสองเสียแล้วหรือคะ” เธอใจนต้องทวนคำตอบอีกครั้ง หญิงชราพยักหน้าพร้อมกับก้าวเท้าเดินต่อไป และเล่าความจริงออกมา มันนานมากแล้วที่หญิงชราไม่เคยเอ่ยถึงเื่นี้ แม้กับหลานสาวอย่างพริมก็ไม่เคยทราบเื่นี้มาก่อน
“ท่านทั้งสองเสียไปเมื่อตอนคุณแทนอายุได้เพียงเก้าขวบเท่านั้น ด้วยอุบัติเหตุในตอนนั้นคุณแทนน่าสงสารมาก ญาติพี่น้องก็ไม่มี เป็ป้านี่แหละพาเข้าโรงเรียน พาไปซื้อชุดนักเรียน สอนการบ้าน ทุกๆ อย่างป้าทำให้คุณแทนหมด เื่อาหาร ทิชารู้ไหมตอนเด็กคุณแทนชอบทำอาหารมาก เล้าโลมป้าให้สอนทุกวัน จนป้าจนใจยอมสอนให้ เวลาคุณแทนดีใจก็จะะโมากอดมาหอม คุณแทนมักจะเหม่อลอยบ่อยๆ พอป้าเดินเข้าไปหาคุณแทนก็จะหันมากอดมาหอม ป้ารู้ว่าคุณแทนคิดถึงคุณท่านกับคุณหญิงมาก แต่ด้วยความเป็เด็กคุณแทนก็แสดงออกได้เท่านั้น หลายครั้งป้าเข้าไปปิดไฟในห้องนอนแล้วพบว่าคุณแทนนอนร้องไห้น้ำตาท่วมหมอน ป้าก็ต้องปลอบจนกว่าคุณแทนจะนอนหลับ ป้าดูแลคุณแทนแบบนี้จนคุณแทนอายุได้สิบห้าปี คุณแทนก็เริ่มจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ป้าได้แต่คอยมองห่างๆ พอเข้ามหาวิทยาลัยคุณแทนก็แทบดูแลตัวเองได้หมดทุกอย่าง โดยที่ป้าไม่ต้องช่วยเหลืออะไร ประจวบกับมีคุณม่านเข้ามาช่วยดูแลด้วย คุณแทนจึงได้ไว้ใจและรักคุณม่านอย่างมาก” ป้านาเดินไปเรื่อยๆ พร้อมกับระบายเื่ราวครั้งเก่าก่อนให้หญิงสาวฟังอย่างไม่มีอะไรปิดปัง
“ดูป้าจะรักและเป็ห่วงคุณแทนมากๆ เลยนะคะ” หญิงสาวมองหน้าป้านา ดวงตากลมโตนั้นทำให้ป้านายิ้มแล้วเริ่มเล่าเื่ราวต่อไป
“คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณแทน ท่านเป็คนที่มีเมตตาอย่างมาก เมื่อก่อนครอบครัวป้าลำบากมาก น้องสาวของป้ากำลังตั้งท้องยายพริม เราไม่มีงาน ไม่มีเงิน บ้านที่เช่าก็ถูกเขาไล่ออกเพราะไม่มีเงินไปจ่าย คุณท่านทั้งสองผ่านมาแถวนั้น เห็นป้ากับน้องสาวกำลังถูกไล่อย่างกับไม่ใช่มนุษย์ พอถามไถ่ได้ความ จึงหาห้องเช่าให้ใหม่พร้อมกับให้ป้าทำงานด้วยนับแต่นั้นมา ส่วนน้องสาวตอนนั้นทำอะไรไม่ได้ จึงขายขนมเลี้ยงชีพเรื่อยมา จนตอนนี้เรามีบ้านเป็ของตัวเอง ยายพริมมีเงินเรียนหนังสือ ทั้งหมดก็มาจากความเมตตาของท่าน ป้าก็ยังนึกไม่ออกนะ ถ้าไม่มีพวกท่านป่านนี้ครอบครัวป้า คงระเห็จอยู่ที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพ เพราะงั้นทุกอย่างที่ป้าทำ เพราะอยากทดแทนอะไรพวกท่านบ้างไม่มากก็น้อย” ป้านาหันมองมายังหญิงสาว เมื่อเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ป้าน่ารักแทนคุณอย่างมาก พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆ แต่แววตานั้นแฝงไปด้วยความโศกเศร้า
นันทิชารู้สึกใจหายกับเื่ราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของแทนคุณอย่างมาก เื่ราวเลวร้ายนั้นหากเป็เธอแล้วคงมิอาจรับมือได้ หญิงสาวก้มหน้าเดินตามป้านาอย่างช้าๆ พลางนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่มารดาร้องไห้ปานขาดใจเมื่อครั้งที่บิดาโดนจับเข้าเรือนจำ เธอเองสูญเสียผู้นำครอบครัวไป ในทุกๆ วันเธอตื่นขึ้นมาพบกับภาพของมารดานั่งร้องไห้อยู่บนเตียงเสมือนคนไร้ทางออก เธอได้รับความทุกข์สาหัสมากเช่นกัน การที่มีเงินมากมายแบบแทนคุณนั้นไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมีความสุข หากแต่ยังคงต้องเผชิญปัญหาต่างๆ นาๆ เหมือนกัน ป้านาเร่งฝีเท้าเข้าไปหาผลไม้ พลันลืมเล่าเื่ราวต่อจนสิ้น เพราะมัวแต่หันไปเลือกผลไม้อย่างสนอกใจ
“พริม ขนมที่คุณเอามาให้ผมทาน คุณไปซื้อมาจากที่ไหน” ทีภพกวักมือเรียกพนักงานของตัวเองเข้ามาสอบถามหลังจากนึกได้ว่า รสชาติขนมไทยที่เขาติดใจนั้น น่าจะนำมาวางขายเป็เมนูเสริมเพิ่มสำหรับทางร้าน
“คุณทีว่าอะไรนะ พริมได้ยินได้ไม่ถนัด” คนอวบวิ่งตึบๆ เข้ามาหา ดวงตาแสนร่าเริงจับจ้องเข้าหาชายหนุ่ม
“วิ่งเบาๆ หน่อย ผมเป็ห่วง... เดี๋ยวพื้นที่ร้านก็พังพอดีหรอก”
“พริมไม่โกรธค่ะ” หญิงสาวกัดฟันพูด ฝืนยิ้มพลางทำตาโตใส่เ้านาย หล่อนเข้าใจดีว่าเขากำลังพูดจิกเธอเื่น้ำหนักตัว
“ไม่โกรธผมจริงด้วย” ทีภพทำหน้าเย้า ก่อนที่หญิงร่างอวบจะเริ่มเท้าสะเอวพลางถอนหายใจ
“เอาล่ะ ผมจะถามคุณว่า ขนมที่คุณเอามาให้ผมทานบ่อยๆ คุณไปซื้อมาจากที่ไหน พอดีผมคิดว่ามันอร่อยพอที่จะเข้ามาเป็เมนูเสริมของทางร้านเรา หลังจากลูกค้าทานของคาวเสร็จ ของหวานก็เป็ตัวตบท้ายได้ดีทีเดียว”
“จริงหรือคะ” พริมดวงตาแวววาวเป็ประกาย
“ใช่ แล้วทำไมคุณต้องทำหน้าดีใจขนาดนั้นด้วย” ทีภพถามด้วยความแปลกใจ
“ก็ต้องดีใจสิคะ มาค่ะ พริมจะพาไป”
“ดะ...เดี๋ยว” ทีภพถูกหญิงสาวลากออกมาจากร้าน ตรงดิ่งไปยังรถของทีภพที่จอดนิ่งสงบอยู่
“เปิดประตูสิคะ พริมจะพาไปค่ะ”
“ไปไหน”
“ก็ไปหา โรงผลิตขนมที่อร่อยที่สุดในโลกไงคะ รีบเปิดประตูสิคะ” คนอวบยืนสั่งเ้านาย ทีภพได้แต่ทำตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้าเปิดประตูรถอย่างว่าง่าย
