เต้าหลิงกำหมัดแน่น สายตากวาดไปโดยรอบ พลันััได้ว่าในตอนนี้ไม่มีอันตรายใดๆ อยู่แล้ว
เขาเม้มริมฝีปาก ฝ่าเท้าที่หนักอึ้งก้าวออกไปข้างหน้า สายตาจ้องไปที่บ่อน้ำสีทอง
บ่อน้ำนี้น่ากลัวมาก ด้านในปกคลุมไปด้วยหมอกสีเขียวมรกตหนาทึบ ไม่รู้ว่ามีของเหลวล้ำค่าอยู่กี่หยด
อีกทั้งของเหลวล้ำค่านี้ยังเป็สีทอง ไม่เหมือนกับของเหลวล้ำค่าที่อยู่ในน้ำพุิญญา แต่เขาััได้ถึงคลื่นพลังต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์อย่างที่สุด
“หรือว่านี่จะเป็พลังชีวิตเหลวล้ำค่าที่ระดับสูงกว่าชั้นที่เก้า?” เต้าหลิงอ้าปากค้าง ว่ากันว่าชั้นที่สิบ ไม่เคยมีใครเข้ามา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็เื่จริงหรือเื่ลวง
หากไม่มีคนเข้ามาเลยจริงๆ เช่นนั้นมูลค่าของบ่อน้ำแห่งนี้จะต้องสูงมากจนน่ากลัว เกรงว่าหากแพร่งพรายออกไปที่โลกภายนอกจะต้องเกิดานองเืขึ้นเป็แน่
เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ บ่อน้ำ ทุกหยดของเหลวล้ำค่าสีทองอัดแน่นไปด้วยพลัง์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่รู้ว่าหยดนึงจะมีมูลค่าสูงมากขนาดไหน ทั้งภายในบ่อน้ำก็ไม่รู้ว่ามีอยู่ด้วยกันกี่หยด
เต้าหลิงขบริมฝีปากแน่น โชคครั้งนี้สุดยอดจริงๆ เขาเกาหัว ไผ่เขียวปรากฏขึ้นมาภายในมือ รากของมันก็เริ่มดูดซับพลังงานโดยรอบเข้าไป
“มีเยอะขนาดนี้ ให้ไผ่เขียวดูดซับเสียหน่อย ไม่แน่ว่ามันอาจจะผลัดเปลี่ยนก็ได้” เต้าหลิงเอามือถูกัน ก่อนนำรากของไผ่เขียวจุ่มลงไปในบ่อน้ำ เพื่อให้มันดูดซับพลังงานสีทอง
ในตอนที่แง่งของมันจุ่มลงไปในบ่อน้ำ ไผ่เขียวก็ะเิแสงหมอก์สว่างจ้าออกมา ทั่วทุกส่วนของไผ่เขียวน่ากลัวขึ้น อีกทั้งยังมีจิติญญาอ่อนๆ ปลดปล่อยออกมา
มันกำลังผลัดเปลี่ยน เปลือกของมันปริออก เผยให้เห็นเนื้อไผ่สีขาวบริสุทธิ์ คลื่นพลัง์ศักดิ์สิทธิ์ส่งออกมาเป็เส้นๆ
อีกทั้งด้ามลำต้นของมันยังยาวขึ้น เดิมทีมันมีแค่สามปล้อง ทว่าด้วยพลังที่ะเิออกมาทำให้มันยาวมากขึ้นจนถึงหกปล้อง
“น่ากลัวมาก” เต้าหลิงตกตะลึง สายตามองสำรวจไปยังด้านในของบ่อน้ำ พลังสีทองยังสูญเสียไปไม่เท่าไร เห็นได้ชัดว่าพลังของมันน่ากลัวมากขนาดไหน
ต้นไผ่ดูดซับพลังงานสีทองอย่างละโมบ พลัง์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลดปล่อยออกมาเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่พลังงานสีทองสูญเสียไป ลำต้นของมันก็ยาวขึ้นอีกหนึ่งปล้อง
เต้าหลิงเกาหัวด้วยสีหน้าประหลาดใจ ต้นไผ่นี้สามารถนำอักขระสีทองออกมาได้ด้วยอย่างนั้นหรือ? นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว หรือว่าพลังงานสีทองนี้จะทำให้มันเติบโตขึ้นกลายเป็สมบัติล้ำค่า?
อักขระสีทองห่อหุ้มต้นไผ่เป็ชั้นๆ ความเร็วในการดูดซับของมันเริ่มช้าลง ดูเหมือนว่ามันจะกินอิ่มแล้ว
เต้าหลิงนำต้นไผ่ออกมาอย่างประหลาดใจ ตอนนี้ต้นไผ่ไม่ได้ปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนกับว่ามันกำลังหลับอยู่
“ข้าเข้าใจแล้ว พลังงานนี้ทำให้ต้นไผ่วิวัฒนาการ ตอนนี้มันจึงเข้าสู่สภาวะหลับใหล หากมันตื่นขึ้นเดาว่าคงจะน่ากลัวมาก” เต้าหลิงเม้มปาก พลางนำต้นไผ่เก็บลงไปในกำไลมิติ
เขานำขวดหนึ่งมาด้วยความดีใจ พลางนำพลังงานสีทองทั้งหมดใส่เข้าไปข้างในนั้น ครั้งนี้เป็โชคชั้นใหญ่จริงๆ ภายในพลังงานนี้อุดมไปด้วยพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น สามารถนำมาใช้ทะลวงขั้นพลังได้
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสรรพ เต้าหลิงก็เก็บกลั้นความดีอกดีใจ จากนั้นสายตาก็มองสำรวจไปรอบๆ ที่นี่ไม่ได้ใหญ่มากนัก จนสุดท้ายเขาก็มองไปที่ก้อนหินก้อนหนึ่ง ซึ่ง้าก้อนหินนั้นมีคอหอยเล็กๆ อยู่
หอคอยเล็กนี้ดูแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย ทั้งยังมีแค่ชั้นเดียว เขาก้าวฝีเท้าเดินเข้าไป ในขณะที่เข้าไปใกล้ มันก็สั่นไหว ก่อนที่มันจะหายไปจากที่ตรงนั้นอย่างน่าฉงน
“ไปไหนแล้ว” ใบหน้าของเต้าหลิงพลันบิดเบี้ยว สีหน้าดำมืดเป็เส้น สายตากวาดไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ที่นี่ก็ไม่ได้กว้างใหญ่ขนาดนั้น หรือว่ามันจะบินหนีไป?
เขาเดินมาถึงข้างประตูหนึ่ง สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป เพราะแรงกดดันที่เส้นทางสีทองปลดปล่อยออกมาได้หายไปแล้ว
“แย่ล่ะสิ” ฝีเท้าทั้งสองของเขากระทืบลงพื้น พลางทะยานออกไปด้วยความเร็วขีดสุด เขามาถึงตรงกลางของเส้นทางสีทองแล้วแผดเสียงร้องคำรามลั่น แสงสีทองประกายแสงสว่างจ้าออกมาทั่วร่าง ที่แขนทั้งสองมีอักขระสีทองปรากฏขึ้นราวกับเทพปีศาจ หลังจากนั้นเขาก็ออกแรงดึงกระบี่โบราณนั้นออกมา
เต้าหลิงรู้สึกว่ากระบี่โบราณเล่มนี้หนักมาก อีกทั้งยังมีความยาวพอๆ กับต้นไผ่ ทว่าพอออกแรงดึงไปสักพัก กระบี่โบราณก็เกิดหักจนเหลือแค่สามท่อน นั่นทำให้เขาถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก
เขาถือกระบี่หักเอาไว้พลางทะยานออกไปข้างนอก กฎของชั้นที่เก้าได้หายไปแล้ว อีกทั้งแรงกดดันก็ค่อยๆ ลดต่ำลง นั่นทำให้เขาใมาก แรงกดดันของหอคอยกำลังจะหายไปแล้ว
“ต้องถอยก่อน” เต้าหลิงคำรามแล้วพุ่งร่างออกไป หากแรงกดดันของหอคอยผ่านจิตหายไป จะต้องดึงดูดความสนใจของจอมยุทธ์ภายนอกแน่
ตามคำล่ำลือ ชั้นที่สิบไม่เคยมีใครขึ้นไปได้มาก่อน หากมีคนรู้ว่าของล้ำค่าในชั้นที่สิบหายไป จะต้องมีคนมาตรวจสอบแน่ อย่างไรซะ ก็ต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ ไม่เช่นนั้นต้องเกิดปัญหาใหญ่
ที่ประตูทางเข้าชั้นที่เก้า มีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ เกราะสีทองเปล่งแสงประกายเป็มันวาว ผิวของนางขาวดุจหิมะ กระบี่ใหญ่สีทองวางพาดอยู่บนตัก
นางกำลังดูดกลืนพลังชีวิตโดยรอบ เปลือกตาทั้งสองปิดสนิท เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็พลันลืมตาทั้งสองขึ้นมา แสงกระบี่สองเส้นลอยตัวขึ้นทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังที่น่ากลัว
เมื่อเห็นเงาที่พุ่งเข้ามา สีหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความปีติ จากนั้นนางก็หยิบกระบี่สีทองเล่มใหญ่ขึ้นมาแล้วฟันแสงกระบี่สังหารออกไป
เห็นดังนั้น ใบหน้าเล็กของเต้าหลิงก็มืดลงทันที เขายกแขนขึ้นพลางหมุนควงกระบี่หักเข้าปะทะ ทันใดนั้นเขาก็ััได้ว่าแสงกระบี่ที่น่าหวั่นเกรงได้ตื่นขึ้น
แสงกระบี่ทั้งสองได้ผสานเข้าด้วยกัน แรงพลังทำเอาฟ้าดินสั่นะเื สีหน้าของเจี้ยนเซียวเซียวพลันตกตะลึง สายตาของนางจ้องไปที่กระบี่หักที่อยู่ในมือของเต้าหลิง พลานุภาพของกระบี่นั่นน่ากลัวไม่ใช่น้อย
“หืม ของล้ำค่านี้แข็งแกร่งจริงๆ” ั์ตาของเต้าหลิงฉายประกายแสง ครั้งนี้เขาได้ของล้ำค่ามากจริงๆ แค่มูลค่าของกระบี่หักนี้ก็ไม่อาจจะประเมินค่าได้
เจี้ยนเซียวเซียวไม่กล่าวอะไร นางฟันกระบี่ใหญ่สีทองลงไปราวกับเทพีา นางแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะกระบี่เล่มใหญ่ที่มีอักขระโอบล้อมไปทั่ว ทั้งยังปลดปล่อยไอพลังิญญาเต๋าออกมา
เต้าหลิงทลายแสงกระบี่นั่น พลางทะยานออกไปตามเส้นทางสีทองด้วยความเร็ว ในตอนนี้เขาไม่มีเวลามาประมือกับนาง
เจี้ยนเซียวเซียวจะปล่อยเขาไปได้อย่างไร ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสามคนร่วมแรงร่วมใจกันมา แต่ผลสุดท้ายพวกเขาสองคนกลับชิงของล้ำค่าแล้วหลบหนีไป นางคับแค้นใจมากจึงได้มาเฝ้ารอพวกเขาอยู่ตรงนี้นานหนึ่งเดือนกว่า
ฝ่ามือของนางกดทับลงไป ฝ่ามือสีขาวบริสุทธิ์ประดุจหยกพลันแกร่งกล้าขึ้นราวกับแปรเปลี่ยนเป็กระบี่ล้ำค่า มวลอากาศถูกบดขยี้จนแหลก
เต้าหลิงกำหมัด พลังเอ่อล้นทะลักประดุจน้ำเชี่ยวกราด เขาหมุนตัวกลับก่อนจะปล่อยหมัดสวนกลับไป ทำให้ฝ่ามือของนางสั่นสะท้าน เขารู้ดีว่าเจี้ยนเซียวเซียวตามไล่ล่าเขาก็เพราะพลังชีวิตเหลวล้ำค่า
“อะไรกัน?” เจี้ยนเซียวเซียวอึ้งไป นางััได้ถึงความน่ากลัวของคนคนนี้ อีกทั้งการโจมตีเมื่อครู่ นางรับรู้ได้ถึงพลังรุนแรงที่ยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมา
ในขณะที่นางกำลังอึ้งอยู่ นางก็ััได้ว่าแรงกดดันบนเส้นทางสีทองได้หายไปแล้ว สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนสี เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงกำลังหนีออกไปอย่างบ้าคลั่ง นางก็รีบตามไปในทันที เื่นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่
ถึงแม้ไม่รู้ว่าแรงกดดันของเส้นทางสีทองนั้นหายไปได้อย่างไร แต่เขารู้ว่าจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่หนีไปแบบนั้น
“ทำไมข้าััได้ว่าร่างเงาน่ากลัวกำลังมา” ชั้นที่แปด ุ์ตนหนึ่งที่กำลังปิดขั้นพลังอยู่ลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อครู่มันััได้ว่ามีพลังน่ากลัวพุ่งออกไป แรงกดดันนั้นทำให้ร่างกายของมันสั่นสะท้าน ทั้งยังทำให้มันตกตะลึงอีกด้วย
ถึงแม้แรงกดดันของชั้นที่แปดจะหายไปแล้ว แต่ว่ามันก็ยังคงอยู่ เต้าหลิงถึงกับหนังหัวชา เขาััได้ว่าพลังโดยรอบกำลังลดต่ำลง
“นั่นไง เขา เ้ากระต่ายน้อยเ้าจะหนีไปไหน ให้ข้ารอได้ตั้งนานนะ”
ที่ปากทางของชั้นที่ห้า มีกลุ่มคนยืนขวางอยู่ตรงทางเข้า โดยมีอู่หงเซิ่งยืนเอามือไขว้หลังอยู่ข้างหน้า โดยรอบเต็มไปด้วยเหล่ายอดฝีมือ ในตอนที่เขาเห็นคนทะยานออกมา ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวก่อนจะแผดเสียงกล่าวออกมา
“ฮึ เ้าหนู คุกเข่าขอร้องชีวิตเสียเถอะ กล้ามาหาเื่พวกเราวิหารยุทธ์ หาที่ตายจริงๆ”
“ใช่ ขนาดคนสำคัญของวิหารยุทธ์เ้ายังกล้าหาเื่ ใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ มาให้จับซะดีๆ”
ที่ทางเข้าของชั้นห้าคึกคักมาก กลุ่มคนแสยะยิ้มเย็นออกมา พวกเขามองไปที่เต้าหลิงเหมือนกับมองคนตาย
“กางค่ายกลจัดการเขาซะ ไม่ต้องฆ่าเขา” อู่หงเซิ่งเอ่ยสั่ง จากนั้นก็ปรากฏหอกาจำนวนมากพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า มีทั้งหมดเก้าเล่ม ทั้งยังเต็มไปด้วยไอพลังสังหารที่รุนแรง
“น่ากลัวจริงๆ วิหารยุทธ์นำค่ายกลธงมาด้วยหรือนี่ เดาว่าน่าจะเป็พลังสูงสุดที่หอคอยผ่านจิตจะรับไหว” ผู้คนโดยรอบตกตะลึง ภายในใจคิดว่าอย่างไรเสีย เ้าเด็กนี่จะต้องซวยแน่
ั์ตาของเต้าหลิงเย็นสงัด เขากวาดสายตาไปที่หอกาที่อยู่รอบๆ ฝ่าเท้าพลันกระทืบลงพื้น พลังงานสีทองที่น่ากลัวะเิทะลักออกมาม้วนตัวไปรอบทิศ
ครืนครืนครืน
ปรากฏภาพที่น่ากลัวขึ้น พลังงานสีทองแต่ละเส้นราวกับคลื่นมหาสมุทรสีทองขนาดใหญ่ที่ม้วนตัวออกไปจนเกิดเสียงดังแคร่กขึ้น จากนั้นหอกาก็พลันะเิออก!
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึง มีร่างเงาสีทองร่างหนึ่งเดินออกมา เส้นผมปลิวไสว เขาปล่อยหมัดออกมา ทำเอาฟ้าดินสั่นะเืเหมือนกับประตูน้ำถูกเปิดออก น้ำไหลทะลักออกมา ทำให้คนที่อยู่ตรงทางเข้าชั้นห้าหลายสิบคนกระเด็นลอยออกไปพลางสำรอกเืออกมากองใหญ่
