เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่ชิงเฟิงพูด นางหลิวก็โกรธจนเกือบจะหัวเราะ หลี่ชิงหลิงใจดี? ใครใจดีก็ไม่ถึงคราวของหลี่ชิงหลิงเถอะ!
นางดึงหลี่ชิงฝูไปหลบข้างหลังด้วยความโกรธ ถลึงตาจ้องหลี่ชิงหลิง "ไม่ว่ายังไง ชิงฝูก็เป็น้องชายเ้า ทำไมถึงใจร้ายเช่นนี้”
ถ้ากล้าทำร้ายหลานชายสุดที่รัก นางจะไม่ไว้หน้าแน่
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปตบไหล่ของหลี่ชิงเฟิงแล้วหัวเราะ "ดูเหมือนท่านย่าจะไม่อยากให้เราอยู่บ้านนะ เสี่ยวเฟิงไปบอกพี่จือโม่หน่อย ให้ยกสินสอดวนรอบหมู่บ้านแล้วกลับบ้านเราเลย”
นางไม่เชื่อว่าวิธีนี้จะจัดการนางหลิวไม่ได้
อย่างที่คาดไว้ นางหลิวชะงักค้าง เมื่อครู่นางรีบจนลืมเื่นี้ไป
นางแทบจะตบหน้าตัวเอง ลืมเื่สำคัญแบบนี้ไปได้ยังไง?
หากเห็นสินสอดทองหมั้นของหลี่ชิงหลิงขนกลับบ้านพวกเขา นางคงเสียใจจนตาย
"เดี๋ยว…” นางหลิวจับมือหลี่ชิงเฟิง มองหลี่ชิงหลิงพลางฝืนหัวเราะ “พี่น้องทะเลาะกันก็เื่ปกติ เมื่อกี้ย่ารีบร้อนไปหน่อยเลยโทษเ้า อย่าเก็บไปใส่ใจเลย!”
นางหลิวยอมก้มหัวเพื่อสินสอด หลี่ชิงหลิงรู้สึกเปิดหูเปิดตามาก
เงินทำได้ทุกอย่างจริงๆ ด้วย!
หลี่ชิงฝูที่มีสีหน้าที่พอใจเปลี่ยนเป็ตกตะลึงเล็กน้อย ย่าออกหน้าเพื่อเขาไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงก้มหัวให้หลี่ชิงหลิง?
เขายื่นมือออกไปดึงแขนเสื้อนางหลิว "ท่านย่า ทำอะไรน่ะ ข้าโดนรังเ้า ไม่เห็นหรือ" ย่าเปลี่ยนไปั้แ่เมื่อไร? ในอดีต เมื่อเขาทะเลาะกับหลี่ชิงหลิง ย่ามักจะช่วยเหลือเขาโดยไม่คำนึงถึงความยุติธรรมอะไรทั้งสิ้น
นางหลิวกัดฟันหันหน้าไปมองหลี่ชิงฝู ส่งสายตาให้ จากนั้นหันไปหาหลี่ชิงหลิง “เสี่ยวหลิง เ้าโตแล้วต้องใจกว้าง ยกโทษให้ลูกพี่ลูกน้องสักรอบ เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ"
น่าเสียดายที่หลี่ชิงฝูไม่ฉลาดนัก เขาไม่เข้าใจสายตานางหลิว เขารู้แค่ว่าเขาอารมณ์เสียมากที่ครั้งนี้ย่าไม่ช่วยเขา
เขาทำหน้าบึ้งพูดเสียงดัง “ท่านย่าโง่หรือ นางทำร้ายข้า ทำไมถึงไปช่วยอีก” เขาไม่เคยต้องทนรับแบบนี้มาก่อน “ถ้าไม่ขอโทษดีๆ ข้าจะพังงานแน่”
พูดไม่กี่คำก็ขู่เข้าแล้ว
หลี่ชิงหลิงอยากปรบมือให้กับหลี่ชิงฝูจริงๆ เขาช่วยนางอย่างมาก
นางบีบมือของหลี่ชิงเฟิงเบาๆ หลี่ชิงเฟิงบีบกลับอย่างรู้ทัน นางก้มหัวยิ้ม เมื่อเงยหน้า สีหน้าเศร้าหมองก็ปรากฏขึ้น
"ในเมื่อลูกพี่ลูกน้องเกลียดข้าขนาดนี้ ข้าทำได้แค่จากไป” พูดจบก็เดินออกไปโดยไม่รอให้นางหลิวส่งเสียง
เมื่อเห็นเช่นนี้นางหลิวจึงยื่นมือออกห้าม แต่หลี่ชิงเฟิงไม่ให้โอกาส เขาจับมือนางและถามว่าจะจัดการกับปัญหาของหลี่ชิงฝูอย่างไร
เมื่อหลี่ชิงหลิงเดินออกมา ชาวบ้านต่างเห็นดวงตาแดงก่ำของนาง
"เสี่ยวหลิง เป็อะไรไป ใครรังแกเ้า” ป้าหวงจับมือหลี่ชิงหลิง แล้วถามอย่างกระวนกระวาย
เมื่อครู่นางได้ยินเสียงมาจากข้างใน แต่เนื่องจากนี่คือบ้านของผู้เฒ่าหลี่ นางจึงไม่สามารถเข้าไปดูได้
เมื่อเห็นหลี่ชิงหลิงเดินออกมาด้วยตาแดงก่ำ นางก็จินตนาการไปทั่วทันที
หลี่ชิงหลิงก้มศีรษะลงพูดเสียงเบา ลูกพี่ลูกน้อง… ไม่ชอบให้ข้าอยู่ในบ้านของเขา...
แค่ประโยคดังกล่าว ป้าหวงก็เข้าใจอย่างสมบูรณ์
นางจับมือของหลี่ชิงหลิง และพูดอย่างโกรธๆ “ไปบ้านข้ากัน ใครมันอยากอยู่ที่นี่ล่ะ”
อยากฮุบสินสอดเสี่ยวหลิงก็ว่าไป แถมยังมาใส่อารมณ์อีก แย่จริงเชียว
ผู้เฒ่าหลี่และหลี่ไหลฝูซึ่งกำลังสนทนากับคนอื่นๆ ได้ยินความวุ่นวายนี้ พ่อลูกมองหน้ากันแล้วรีบเข้ามาหา
"หลานสาว เกิดอะไรขึ้น ใครรังแกเ้า บอกลุงสิ ลุงจะช่วยเอง" หลี่ไหลฝูมองหลี่ชิงหลิงด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่หลี่ชิงหลิงจะพูด ป้าหวงก็ชิงตัด "ไปถามลูกชายเ้าดูสิ ในเมื่อครอบครัวเ้าไม่ต้อนรับเสี่ยวหลิงแล้วจะเข้ามายุ่งเื่นี้ทำไม”
นางไม่พอใจครอบครัวผู้เฒ่าหลี่มาก
หลี่ไหลฝูโกรธที่ลูกชายทำแผนพัง แต่เขาต้องรักษารอยยิ้มเอาไว้ ปลอบหลี่ชิงหลิงเสียงเบา “หลานสาวอย่าเพิ่งโกรธ ข้าจะให้พี่ชายเ้าออกมาขอโทษ" ปลอบหลี่ชิงหลิงเสร็จก็ะโเสียงดังไปที่ประตู "หลี่ชิงฝู ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้”
เขามีลูกชายที่ไร้สมองแบบนี้ได้อย่างไร? เป็โคลนที่ฉาบไม่ติดผนังจริงๆ
ผู้เฒ่าหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองหลี่ชิงหลิงพลางถามว่าทะเลาะกับหลี่ชิงฝูหรือ?
หลี่ชิงฝูเป็หลานชายของเขา เขาไม่อยากเห็นหลี่ชิงฝูขอโทษหลี่ชิงหลิงต่อหน้าผู้คนมากมาย มันเป็เื่น่าอาย หน้าของหลี่ชิงฝูก็เท่ากับหน้าของเขา
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็น
หลี่ชิงหลิงเงยหน้ามองผู้เฒ่าหลี่ด้วยท่าทางเ็า นางเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านอย่างคร่าวๆ และเสริมตอนท้าย “ถ้าท่านปู่ไม่อยากช่วยจากใจจริง ข้าก็ไม่รบกวน”
นางไม่อยากให้คนนิสัยไม่ดีทำงานมงคลของนางกับจือโม่พัง
ผู้เฒ่าหลี่แอบด่าหลานชายในใจ แต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า "เสี่ยวหลิง พูดแบบนี้ทำร้ายใจปู่เหลือเกิน เ้าเป็หลานสาวแท้ๆ ของข้า แล้วข้าจะไม่ช่วยอย่างจริงใจได้อย่างไร"
เขาพูดออกมาอย่างเรียบเฉย ราวกับว่าเขาปฏิบัติต่อหลี่ชิงหลิงอย่างจริงใจจริงๆ
"ถูกต้อง เราเป็ครอบครัวกัน เราต้องอยากช่วยเ้าเตรียมงานแต่งงานด้วยความจริงใจอยู่แล้ว” หลี่ไหลฝูรีบเข้าร่วมการสนทนา เขากลัวว่าหลี่ชิงหลิงจะเดินจากไป แผนของเขาจะเปล่าประโยชน์
ขาดอีกแค่นิดเดียวแล้ว เขาจะยอมได้อย่างไร?
“หลานรอเดี๋ยวนะ ข้าจะไปเอาพี่ชายที่ไม่รู้ความของเ้ามาขอโทษ”
พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องลากหลี่ชิงฝูออกมา
เขาบีบมือของหลี่ชิงฝู และบอกให้เขารีบไปขอโทษหลี่ชิงหลิง
แม้ว่าหลี่ชิงฝูจะค่อนข้างซุกซน แต่เขาก็กลัวพ่อ
เขาจึงขอโทษหลี่ชิงหลิงอย่างไม่เต็มใจ
หลี่ชิงหลิงแอบถอนหายใจ กลับบ้านไม่สำเร็จเสียแล้ว
หลี่ชิงฝูได้ขอโทษนางแล้ว หากนางยังจะดื้อดึงต่อจะเป็ความผิดของนางเอง
เด็กสาวมองหลี่ชิงฝูอย่างเ็า "คราวนี้ข้าจะยกโทษให้ ถ้ามีอีกครั้งก็อย่าโทษข้าล่ะ”
วันนี้เป็วันมงคล นางจึงให้อภัยเขาอย่างไม่เต็มใจ
แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้น
หลี่ชิงฝูทั้งเกลียดทั้งแค้น แต่เขาไม่กล้าแสดงออก ได้แต่พยักหน้าอย่างเศร้าใจ
"เอาละ พี่น้องจะไปมีความบาดหมางข้ามคืนได้อย่างไร สะสางความเข้าใจผิดกันก็ดีแล้ว" หลี่ไหลฝูพูดขึ้นมาอย่างทันท่วงที เพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย "จือโม่ใกล้มาแล้ว เสี่ยวหลิง ไปนั่งรอในห้องก่อนเถอะ!"
หลี่ชิงหลิงมองหลี่ไหลฝู ตอบรับและจูงหลี่ชิงเฟิงเข้าไปในห้องอีกครั้ง
ไม่นานหลังจากที่นางเข้าไป หลิวจือโม่ก็พาคนมามอบสินสอด
เมื่อนางหลิวเห็นกล่องของขวัญสินสอดทองหมั้น ริมฝีปากที่ห้อยย้อยก็เผยรอยยิ้ม
สินสอดเยอะขนาดนี้ นางเอาไปสู่ขอให้ลูกชายคนโตได้แล้ว
จะสามารถประหยัดเงินนางได้มากเชียว
"โอ้โห มีห่านป่าคู่หนึ่งด้วย จือโม่สุดยอดจริงๆ!" เมื่อเห็นห่านป่าคู่หนึ่ง ชาวบ้านก็เริ่มพูดคุยกัน
ห่านป่าจับยาก คนในหมู่บ้านจึงมักจะใช้ไก่แทน
หลิวจือโม่นำห่านมา แสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับหลี่ชิงหลิงเป็อย่างมาก
“เปิดหูเปิดตาแล้ว”
"สินสอดจำนวนนี้ เป็อันดับหนึ่งของหมู่บ้านเลย"
สภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านไม่ค่อยดีนัก จึงไม่ได้ออกสินสอดมากขนาดนี้
ชาวบ้านเห็นสินสอดของหลิวจือโม่ในครั้งนี้แล้วได้แต่รู้สึกอิจฉาริษยา
หลิวจือโม่มอบรายการสินสอดให้นางหลิว นางหลิวเห็นรายการสิ่งของที่ไม่เคยเห็นแล้วตาเป็ประกาย
แต่เมื่อดูไปถึงเงิน รอยยิ้มก็แข็งค้างไปเล็กน้อย
สิบหกตำลึง?
เงินสินสอดสิบหกตำลึง? ผิดพลาดอะไรหรือเปล่า ทำไมน้อยแบบนี้?
เดิมทีนางคิดว่าเงินจะมีสักหลายร้อยเสียอีก
ทำไมมีแค่สิบหกตำลึง?
"จือโม่ นี่..." นางหลิวเงยหน้าขึ้นมองหลิวจือโม่ ชี้ไปที่เงิน "นี่… ผิดอะไรหรือเปล่า”
หลิวจือโม่พูดด้วยสีหน้าที่สงบ "ท่านย่า ข้ามีเงินไม่มาก ซื้อของไปมากจึงเหลือไม่เยอะ ข้าจึงใส่ได้เพียงสิบหกตำลึงตามธรรมเนียมหมู่บ้าน " เขาชะงักเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาจริงใจมากขึ้น "ท่านย่าไม่ต้องห่วง ข้าจะทำงานหนักและดูแลหลิงเอ๋ออย่างดีแน่”
ใครจะสนใจว่าจะดูแลดีไม่ดี สิ่งที่นาง้าคือเงินสินสอดต่างหาก?
สีหน้าของนางหลิวน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ
ป้าหวงที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้ใจเย็นขนาดนั้น “หลิวชุนฮวา คิดว่าสิบหกตำลึงน้อยรึไง? ลองถามทุกคนดูว่าของเยอะขนาดนี้บวกกับสิบหกตำลึงน้อยไหม”
หลิวชุนฮวาโลภเสียจริง กล้าไม่พอใจเงินสิบหกตำลึง ค่ากินอยู่ของครอบครัวในหมู่บ้านไม่เกินหนึ่งหรือสองตำลึงเงินต่อปี สิบหกตำลึงนั้นสามารถกินอยู่ได้หลายปีแล้ว
