กาลครั้งหนึ่ง ภพเดรัจฉานเกิดหายนะใหญ่เมื่อ "ดวงตา์า" ซึ่งเป็อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาสมดุลของภพ ถูกขโมยไปโดยเงาแห่งปีศาจกะโหลกจากความมืด แต่พวกเราไม่รู้ว่ามันจะเอาไปทำอะไร แต่ก็ทำให้พลังจักราในภพเดรัจฉานเริ่มปั่นป่วน ต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉา สัตว์เดรัจฉานเริ่มล้มป่วย และูเาบางลูกเริ่มถล่ม
ผู้เฒ่าโบ่วเหลียงและเฉินหลงกู่ได้ส่งศิษย์ของตนออกตามหา "ดวงตา์า" ทำให้อู๋เจินและเจียงเสวี่ยได้พบกันในป่าลึกลับ "ป่าเสียงกระซิบ" ที่ต้นไม้ทุกต้นส่งเสียงกระซิบเบาๆ ตลอดเวลา
"ท่านบุกรุกอาณาเขตของอาจารย์ข้า" อู๋เจินกล่าว ขณะเหยียดมือควบคุมเถาวัลย์ให้เคลื่อนไหวราวกับงูพิษ
เจียงเสวี่ยยิ้มบาง ก่อนจะใช้พลังจักราธาตุดินสร้างกำแพงหินขึ้นมาป้องกันตัว "ข้าไม่ได้มาด้วยเจตนาร้าย แต่มาตามหาดวงตา์าตามคำสั่งของอาจารย์ข้า ผู้เฒ่าโบ่วเหลียง"
"ผู้เฒ่าโบ่วเหลียง?" อู๋เจินชะงัก "เทพเต่าัแห่งทะเลสาบเก้าดาว?"
"ใช่ แล้วท่านล่ะ เป็ศิษย์ของใคร?"
"ข้าเป็ศิษย์ของเฉินหลงกู่ ผู้พิทักษ์ป่าเขียวมรกต"
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยรู้จักกันมาก่อน เสียงกระซิบของต้นไม้รอบตัวดังขึ้น:
"ิญญาคู่... ิญญาคู่... กลับมาพบกันอีกครั้ง..."
"ท่านได้ยินไหม?" เจียงเสวี่ยถาม ดวงตาเบิกกว้าง
อู๋เจินพยักหน้า "ข้าฝันถึงท่านมาตลอด... แต่ไม่เคยพบหน้า"
"ข้าก็เช่นกัน... ราวกับว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน ในชาติก่อน"
จากนั้น ทั้งสองได้ร่วมเดินทางด้วยกันเพื่อตามล่าิญญาดำมืดของราชันย์กะโหลกเพื่อทวงดวงตา์ากลับสู่ภพเดรัจฉาน ผจญภัยข้ามทะเลทรายมายาโดยมีจิ่วเทียนโหลว (กระบือสมุทรทะเลทราย) เป็ผู้นำทาง และในการฝ่าพายุน้ำแข็งเพลิงในหุบเขาเวทมนตร์ก็มีเสี่ยวอิ้งหลง (นกัไฟ-น้ำแข็ง) ช่วยเหลือ และหลิวอวี่หลาน (งูจิ้งจอกัฟ้า) ที่คอยนำทางปัดป้องภัยที่ต้องเผชิญหน้าในหุบเขาพิษมรณะ ก่อนที่จะพบว่าดวงตา์านั้นถูกทิ้งเอาไว้ใต้ทะเลสาบจักรา จึงได้นำดวงตา์ากลับคืนสู่ภพเดรัจฉาน
“โดยที่ไม่มีใครเอะใจสงสัยหรือรู้นอกจากตัวข้าในฐานะเ้าภพที่ััได้ถึงพลังชั่วร้ายภายในดวงตา์า แต่เนื่องด้วยภพเดรัจฉานจะขาดพลังจากสิ่งนี้ไปไม่ได้ ข้าเลยใช้พลังเ้าภพในการกักพลังแห่งภวังคจิตให้หลับใหลลง” ฉีเทียนลู่เล่าแทรก
เหตุการณ์ในอดีตระหว่างอู๋เจิน และเจียงเสวี่ยในนิมิตยังดำเนินต่อไป ตลอดการเดินทาง ความผูกพันระหว่างทั้งสองลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ แม้จะจำไม่ได้ว่าในชีวิตหนึ่งเคยเป็คู่รักกันในภพ์ แต่หัวใจของทั้งสองกลับจดจำกันได้ และเมื่อภารกิจสำเร็จ พวกเขาได้สาบานเป็พี่น้องร่วมสาบานต่อหน้าเหล่าอาจารย์ ผู้เฒ่าโบ่วเหลียงและเฉินหลงกู่ ผูกพันกันไปอีกหนึ่งชาติ
ภพเดรัจฉานกลับคืนสู่ความสมดุล พลังจักราไหลเวียนอย่างปกติอีกครั้ง ป่าเขาลำเนาไพรกลับมาเขียวชอุ่ม และสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายต่างมีชีวิตที่สงบสุข
ก่อนที่ิญญาของอู๋เจินและเจียงเสวี่ยจะจากภพนี้ไปเวียนว่ายในภพต่อไป ผู้เฒ่าโบ่วเหลียงได้ทำนายว่า:
"ิญญาของเ้าทั้งสองผูกพันกันมาแต่อดีตกาล และจะผูกพันกันไปชั่วนิรันดร์ สักวันหนึ่ง เ้าจะได้พบกับความจริงแห่งการเวียนว่าย และกลับสู่ภพที่เ้าจากมา"
“วันหนึ่งที่การเวียนว่ายจบลง ทั้งสองก็จะกลับมาปกปักที่นี่ เพราะเค้าคือส่วนหนึ่งของเ้าภพ ตอนนี้ดวงตา์าถูกฝังอยู่ดินลงไปเหหมือนเป็การส่งพลังจากแกนกลางเพื่อปกปักรักษาภพภูมินี้” ฉีเทียนลู่กล่าวพร้อมพาทุกคนออกจากนิมิต
“ท่านฉีเทียนลู่ ข้ามีข้อสงสัย ทั้งๆ แที่แต่ละภพแยกจากกันเป็เอกเทศไม่อาจข้ามไปมา ข้าเข้าใจว่าที่นี่มีพลังจักราโบราณแปลกๆ มากมาย แต่ข้าสังเหตเห็นว่าสัตว์ทุกตัวที่นี่ถึงเหมือนมีพลังของเหล่าภูตผสม เฉกเช่นพวกข้า เ้าวั่งซูและหลิ่งกวางที่เป็ภูตประจำกาย และตัวข้าที่มีชิงหลงที่เป็พี่น้อง และเสมือนภูติปกปักประจำกาย” ฮวาเฟยฟาตั้งข้อสงสัย
ฉีเทียนลู่พาพวกเขาผ่านประตูไปยังยอดเขาสูงที่สุดในภพเดรัจฉาน เมื่อยืนตรงนี้จะสามารถมองเห็นไปไกลรอบๆ บริเวณ ภพเดรัจฉานช่างเป็สถานที่ที่เก่าแก่ มีมนต์ขลัง และมีความพิเศษ ธรรมชาติแปลกตา และงดงามเต็มไปด้วยพลังจักรา สิ่งมีชีวิตที่นี้ก็ล้วนแปลกตาและมหัศจรรย์ และที่สำคัญฉีเทียนลู่ก็เป็เ้าภพที่สงบ ปราดเปรื่อง ลึกซึ้ง และสง่างามมาก
