แดดยามบ่ายลอดผ่านยอดไม้สูงในป่าลึกเป็ลำ ๆ แสงสีทองส่องกระทบผิวดินชื้น กลิ่นหอมดิบของดินและใบไม้ลอยคลุ้งในอากาศ ลุค เดินนำทางไปข้างหน้าด้วยก้าวที่มั่นคง เขารู้จักทุกเส้นทางในป่าแห่งนี้ดีพอ ๆ กับรู้จักฝ่ามือของตนเอง เสียงใบไม้แห้งกรอบแตกดังเบา ๆ ทุกครั้งที่เขาก้าวเหยียบ
ด้านหลังไม่ห่างกันนัก ฟีน่า ผู้กล้าแห่งการเต้น ก้าวตามมาอย่างสง่างาม สายตาของเธอจับจ้องสภาพรอบตัวอย่างสนใจ ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยความใคร่รู้ เส้นผมสีเงินของเธอพลิ้วไหวสะท้อนแสงแดดจนเปล่งประกายราวกับเส้นไหม ดวงตาสีฟ้าอ่อนสดใสสะท้อนแสงยามบ่ายคล้ายอัญมณีที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน
“ป่าแถวนี้ดูเงียบสงบ แต่ลึกเข้าไปคงมีอันตรายมากสินะคะ?”
ฟีน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน
“ใช่ครับ”
ลุคตอบพลางแหวกกิ่งไม้ให้เธอเดินผ่าน
“ยิ่งเข้าไปลึก ทางก็ยิ่งวกวน แล้วก็มีสัตว์ร้ายมากขึ้นด้วย… แต่ถ้ารู้เส้นทางดี ๆ ก็ไม่ยากที่จะหลบเลี่ยง”
ฟีน่ายิ้มเล็กน้อย
“โชคดีจังค่ะ ที่มีคนนำทางที่ชำนาญแบบคุณ”
คำพูดธรรมดา แต่ทำให้หัวใจลุคสะดุดเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เขาไม่ตอบอะไรต่อ เพียงก้มหน้าพาเดินต่อไป แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เขาเคยเห็นฟีน่าจากระยะไกลหลายครั้ง ได้ยินชื่อเสียงเื่การต่อสู้และการเต้นของเธอ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีกด้านที่อ่อนโยน อบอุ่น และเป็กันเองขนาดนี้
ระหว่างทาง ฟีน่าคอยเอ่ยถามเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยความสนใจแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อฆ่าเวลา เธอถามถึงต้นไม้แปลก ๆ ที่ออกดอกริมทาง ถามถึงร่องรอยตีนสัตว์ที่ปรากฏบนดินเปียก ถามแม้แต่เื่อาหารง่าย ๆ ที่ลุคมักทำกินเมื่อออกล่าสัตว์ในป่า
ลุคตอบไปทีละคำ เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่ทุกครั้งที่เธอฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาเป็ประกาย ยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ทำไมถึงรู้สึกว่า…ป่านี้มันสว่างกว่าเดิมก็เพราะเธอกันนะ…
เมื่อเดินมาถึงลำธารเล็ก ๆ ฟีน่าหยุดลง เธอก้มมองน้ำใสที่สะท้อนภาพท้องฟ้า ก่อนจะหันมายิ้ม
“สวยจริง ๆ …ป่านี้เงียบสงบกว่าที่คิดนะคะ”
ลุคพยักหน้า
“ถ้าไม่เข้าไปลึกเกินไป มันก็ปลอดภัยอยู่บ้างครับ”
ฟีน่าหัวเราะเบา ๆ
“ฟังแล้วสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ”
การเดินทางทั้งวันผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์แปลกประหลาด ทุกอย่างดำเนินไปเรียบง่าย ลุคเพียงทำหน้าที่นำทาง ฟีน่าก็เดินตามอย่างวางใจ เสียงพูดคุยของทั้งคู่กลายเป็ดนตรีเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของป่า
จนกระทั่งตะวันคล้อยต่ำ แสงสีส้มอมแดงค่อย ๆ ไล้ผ่านเรือนยอดไม้ ลุคจึงนำทางกลับออกมา เมื่อก้าวพ้นแนวป่าและเห็นบ้านไม้เล็ก ๆ ของตัวเองตรงหน้า เขาหยุดหันไปสบตากับฟีน่า
เธอยกมือทัดปอยผมที่ปลิวตามลม แล้วยิ้มละมุนจนใจเขาแทบหลอมละลาย “วันนี้ต้องขอบคุณมากนะคะ คุณลุค ถ้าไม่ได้คุณช่วยนำทาง ฉันคงไปไหนต่อไหนไม่รอดแน่”
ลุครีบโบกมือปฏิเสธเล็กน้อย
“ไม่หรอกครับ ผมก็แค่ทำหน้าที่ที่ถนัด…”
ฟีน่าหัวเราะเบา ๆ แต่ในแววตากลับแฝงความหมาย
“บางที…ฉันอาจจะต้องขอรบกวนคุณบ่อย ๆ อีกในอนาคตนะคะ”
คำพูดนั้นทำให้ลุคหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง แม้จะยังไม่เข้าใจว่าผู้กล้าสาวผู้นี้มีจุดประสงค์อะไรแน่ แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลย
“ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้…ก็ยินดีครับ”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าที่ตั้งใจ
ทั้งคู่โค้งศีรษะให้กันอย่างสุภาพ ก่อนที่ฟีน่าจะหันหลังเดินจากไป ร่างเพรียวสง่างามค่อย ๆ ไกลออกไปตามทางที่ถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น ผมสีเงินปลิวสะท้อนแสงราวกับเปลวเพลิงเงิน
ลุคยืนมองจนร่างนั้นลับสายตา เหลือเพียงความเงียบสงัดในยามค่ำคืน และหัวใจของเขาที่เต้นแรงไม่หยุด แม้วันนี้จะไม่มีเหตุการณ์พิเศษใดเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในใจเขากลับไม่ธรรมดาเลย
