หูเอ้อร์ฉวยโอกาสตอนไม่มีใครสังเกต แอบซ่อนฉลากของเสี่ยวอวี้ไว้ในแขนเสื้อ แล้วยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ แสร้งทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะอ่านชื่อในรายการต่อไป
“ตระกูลไห่ ไห่ชิว!”
"ข้าอยู่ที่นี่" คนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากฝูงชนสวนทางกับเสี่ยวอวี้ไป
หลังจากเสี่ยวอวี้กลับไปแล้ว ลู่เต้าเห็นว่านางกลับมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย จึงถามว่า "เ้าบ้านั่นแกล้งเ้าอีกแล้วหรือ"
เสี่ยวอวี้ยิ้มแห้งๆ แล้วส่ายหน้า "อืม...เทียบกับปกติ เขานับว่าสุภาพมากแล้ว"
รายชื่อถูกอ่านออกไปทีละชื่อ จนกระทั่งบุตรสาวคนสุดท้ายของชาวบ้านเขียนชื่อลงไป เหลือเพียงตระกูลชนชั้นสูงที่ยังไม่ได้ลงชื่อ ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หูเอ้อร์ ต่างก็คาดเดาว่าเขาประกาศอ่านชื่อครบแล้วหรือจะอ่านต่อ
หลังจากคนสุดท้ายใส่กระดาษที่เขียนชื่อลงในกล่องแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในฝูงชน หูเอ้อร์ก็ะโชื่อตระกูลของตนเองเสียงดัง "ตระกูลหู หูอี้ซิน! หูอี้อี้!"
เมื่อได้ยินชื่อตระกูลตัวเองถูกเรียก ท่านเ้าเมืองเหล่าหูก็ลุกขึ้นยืนโบกมือให้ฝูงชน ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะไม่เห็นว่าเขามาร่วมด้วย ท่ามกลางเสียงปรบมือของตระกูลชนชั้นสูง เขาลงชื่อลงบนกระดาษแล้วใส่ลงในกล่อง ระหว่างนั้นเขาสบตากับหลานชาย เพื่อยืนยันว่าทุกอย่างเป็ไปด้วยดี
หลังจากใส่กระดาษลงไปแล้ว เขาก็หันกลับมาโบกมือให้ฝูงชนอีกครั้ง ก่อนจะจากไปอย่างสบายใจ
เมื่อมีท่านเ้าเมืองเป็ผู้นำ ตระกูลชนชั้นสูงคนอื่นๆ ที่ถูกเรียกชื่อก็ทำตามอย่างเขา เดินวางมาดอย่างสง่างาม ใส่กระดาษลงในกล่องเหมือนชาวบ้านอย่างเปิดเผย
ครึ่งชั่วยามต่อมา ทุกครอบครัวในลานนี้ต่างใส่ชื่อลงในกล่องแล้ว หูเอ้อร์ขีดฆ่าชื่อสุดท้ายในรายการ ก่อนจะประกาศกับฝูงชนเสียงดัง "ทุกคนใส่ชื่อลงไปในกล่องแล้ว ต่อไปก็จะเริ่มจับฉลาก"
ตอนแรกฝูงชนกังวลว่าชนชั้นสูงจะเล่นไม่ซื่อ คอยหาข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการจับฉลาก มีหลายคนที่คิดเอาไว้แล้วว่าหากเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น จะรับมืออย่างไร
ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น หูเอ้อร์ยังให้คนตรวจสอบกล่องจับสลาก เพื่อให้แน่ใจว่าชื่อของทุกคนอยู่ในนั้น ซึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ
ในเมื่ออีกฝ่ายทำถึงขนาดนี้แล้ว หลังจากตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ ฝูงชนจึงยินยอมให้ดำเนินการต่อ
"ครอบครัวที่ถูกจับได้ต้องรับผิดชอบส่งบุตรสาวขึ้นเขาไปปรนนิบัติพัดวีท่านเซียน ทุกคนเห็นด้วยหรือไม่" หูเอ้อร์ถามเสียงดังก่อนจับฉลาก
ฝูงชนเงียบเป็การตอบ ทุกคนต่างรู้สึกกังวลกับการถูกจับได้ในครั้งต่อไป ส่วนตระกูลชนชั้นสูงต่างก็สงบนิ่ง พูดคุย และหัวเราะกันอย่างออกรส ราวกับเป็เื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน
ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของคนทั้งสองกลุ่มทำให้ลู่เต้าอดสงสัยไม่ได้
ท่านเ้าเมืองเหล่าหูเห็นว่าบรรยากาศอึมครึม จึงปรบมือเพื่อสร้างบรรยากาศ "การได้ปรนนิบัติรับใช้เซียนนับเป็บุญวาสนาของปุถุชนเช่นเรา! ข้าหวังว่าบุตรสาวของข้าจะถูกเลือก!"
ชนชั้นสูงคนอื่นๆ ที่้าเอาหน้าก็ไม่ยอมน้อยหน้า ต่างก็ะโบอกว่าหวังว่าบุตรสาวของตนจะถูกเลือก การได้ปรนนิบัติรับใช้เซียนนับเป็เกียรติสูงสุด
ถึงแม้พวกเขาจะพยายามทำให้เื่นี้ดูดีเพียงใด แต่ความจริงที่ว่าเด็กสาวที่ขึ้นเขาไปแล้วไม่ได้ข่าวคราวกลับมาเลยก็เป็สิ่งที่มิอาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าชนชั้นสูงจะแสดงออกอย่างกระตือรือร้นเพียงใด ฝูงชนก็ยังคงไม่สนและไม่ใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาพูด
มีบางคนในฝูงชนเห็นว่าพวกเขากระตือรือร้นเช่นนี้ จึงพูดขึ้นอย่างกะทันหันว่า "แล้วจะจับฉลากทำไมเล่า ในเมื่อท่านเ้าเมืองคิดว่าเป็เกียรติเช่นนี้ ก็ให้บุตรสาวของเขาขึ้นเขาไปเองก็สิ้นเื่ไม่ใช่หรือ"
เดิมทีแค่้าลบล้างข้อสงสัยเื่การเล่นไม่ซื่อ ไม่นึกเลยว่าเหล่าหูจะพยายามมากเกินไป เสมือนะโจากบ่อขี้ไปลงกองไฟ
เขาหน้าซีดโบกมือไปมา และพูดจาวกวน "นะ...นี่...ข้า..."
เหล่าหูพูดไม่ออก มองไปทางหลานชายด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
หูเอ้อร์รู้ว่าท่านลุงพยายามกลบเกลื่อนมากเกินไปจนถูกคนอื่นจับผิด จึงคิดหาวิธีแก้ตัว "เกียรตินี้เป็ของทุกคน ตระกูลหูของเราไม่มีสิทธิ์หรือแย่งชิงจากพวกท่าน"
เหล่าหูรีบพูด "ถูกต้อง! ใช่แล้ว! ข้าก็คิดเช่นนั้น!"
ทุกคนยังคงเคลือบแคลงสงสัย แต่เมื่อหูเอ้อร์เห็นว่าไม่มีใครคัดค้านจึงพูดเสียงดัง "เช่นนั้นข้าจะไม่เสียเวลาของทุกคน ขอจับผู้โชคดีที่ได้ขึ้นเขาในปีนี้"
การจับฉลากที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของครอบครัวหนึ่งจึงเริ่มต้นขึ้น หูเอ้อร์ล้วงมือเข้าไปในกล่องสลาก เริ่มคลุกเคล้า เสียงเสียดสีของกระดาษดังขึ้น
เสี่ยวไฉวิ่งมาถึงลานพิธีอย่างร้อนรน เมื่อเขาคิดจะเข้าไปก็ถูกขวางเอาไว้ "ไปๆ! ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กมาเล่น รีบไปซะ!"
"พี่สาวข้าอยู่ข้างใน!" เขาร้อนใจที่จะเข้าไป
ทหารยามไล่เขาอีกครั้ง พร้อมกล่าวด้วยเสียงแข็งกร้าว "ข้าไม่สน! ข้างในกำลังมีเื่สำคัญ! หากเ้ายังไม่ไป อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!"
อีกฝ่ายยกกำปั้นขึ้นทำท่าจะต่อย เสี่ยวไฉใจึงหันหลังวิ่งหนี เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ไล่ตามมา จึงหยุดพักหายใจ
เขาพูดอย่างหัวเสีย "ข้าไม่ไปก็ได้!"
เขาไม่ยอมแพ้ แค่ประตูใหญ่เข้าไปไม่ได้ จึงเริ่มมองหาเส้นทางอื่น เขาเดินเลียบรั้วนอกลานเพื่อดูว่ามีช่องโหว่หรือไม่
โชคยังดีที่์ไม่ใจร้ายกับเขา เขาพบต้นไม้ต้นหนึ่งที่ขึ้นอยู่นอกลานพอดี ขอแค่ปีนขึ้นไปก็ลอบมองเห็นสถานการณ์ในลานได้!
เสี่ยวไฉดีใจเป็อย่างยิ่ง จึงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วปีนต้นไม้
ในขณะที่หูเอ้อร์กำลังคนกระดาษในกล่อง นอกจากตระกูลชนชั้นสูงแล้ว ทุกครอบครัวในที่เกิดเหตุต่างก็หวาดผวา ไม่มีใครอยากให้บุตรสาวของตนขึ้นเขาไปแล้วไม่ได้กลับมา
ทุกคนต่างสวดภาวนาว่าอย่าให้จับได้ตัวเอง
‘ใครก็ได้ ขอแค่ไม่ใช่ครอบครัวเราก็พอ!’ ความคิดนี้หยั่งรากลึกลงในใจทุกคนราวกับเมล็ดพันธุ์
หูเอ้อร์พอใจกับความรู้สึกที่ถูกคนอื่นหวาดกลัวเช่นนี้มาก เขาจงใจยืดเวลาเขย่ากระดาษ เพื่อให้เขาได้ชื่นชมความหวาดกลัวบนใบหน้าของทุกคนอย่างเต็มที่
ในที่สุดเขาก็ลอบหยิบกระดาษที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ แสร้งว่าออกมาจากในกล่อง แล้วชูกระดาษในมือขึ้นสูง ทันใดนั้นมันก็กลายเป็จุดสนใจของทุกคน
มาแล้ว! เสี่ยวอวี้จับมือลู่เต้าแน่น
ในชั่วขณะที่ชะตาชีวิตกำลังจะถูกตัดสิน เสี่ยวไฉปีนขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยความยากลำบาก เขา้ามองเห็นสถานการณ์ภายในให้ชัดเจน แต่กลับเห็นภาพอันน่าใ
หูเอ้อร์คลี่กระดาษออกแล้วโชว์ให้ทุกคนเห็น ก่อนจะประกาศชื่อเสียงดังด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ "คนที่ถูกจับได้คือตระกูลฉิว! ฉิวอวี้!"
"อะไรนะ" เสี่ยวไฉยืนอยู่บนกิ่งไม้ด้วยความตกตะลึง "ข้าไม่ได้ยินผิดไปใช่หรือไม่ เขาพูดชื่อพี่สาวข้า"
เสี่ยวอวี้ราวกับถูกฟ้าผ่า ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ผ่านไปเนิ่นนาน นางจึงค่อยๆ ยกนิ้วสั่นเทาขึ้นชี้ตัวเอง "ข้า...ถูกเลือกหรือ"
"ยินดีด้วย!" หูเอ้อร์เยาะเย้ยถากถาง "ข้าอิจฉาเ้าจริงๆ ที่ได้ขึ้นเขาไปปรนนิบัติรับใช้เซียน โอกาสเช่นนี้ไม่ใช่ว่าใครก็จะมีได้!"
พูดจบเขาก็นำปรบมือ คนอื่นๆ ที่รอดพ้นจากความหวาดกลัวในการถูกจับได้ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วปรบมือแสดงความยินดีตามหูเอ้อร์
"ยินดีด้วยนะ เสี่ยวอวี้" พวกเขาพูดประโยคนี้โดยไม่กล้าสบตากับนาง
หูเอ้อร์ส่งสายตาให้ท่านเ้าเมืองเหล่าหู อีกฝ่ายเข้าใจความหมายทันที จึงปรบมือเรียกทหารยามกลุ่มหนึ่งให้แหวกฝูงชนเข้ามาหาเสี่ยวอวี้
"เชิญคุณหนูฉิวไปกับพวกเรา ก่อนจะขึ้นเขาอย่างเป็ทางการ พวกเราจะรับผิดชอบคุ้มครอง และตอบสนองทุกความ้าของคุณหนูฉิว"
พวกเขากำลังจะจับตัวเสี่ยวอวี้ที่ยังไม่ทันได้สติ ลู่เต้ากำลังจะยื่นมือเข้าไปขัดขวาง ทันใดนั้นเสียงะโเดือดคลั่งของเสี่ยวไฉก็ดังมาจากด้านหลัง "ปล่อยพี่สาวข้า!!!"
