บทที่ 3 ไต และน้ำตาเป็แม่
แสงไฟนีออนในโถงทางเดินของโรงพยาบาลส่องสว่างจนดูซีดเซียว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยวนอยู่ในอากาศชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนและหนาวเหน็บลึกเข้าไปถึงกระดูก สำหรับ เว่ยหลาน แล้ว บรรยากาศเหล่านี้ไม่ใช่ความสะอาดสะอ้าน แต่มันคือกลิ่นอายของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามารอบตัวลูกสาวของเธอ
ในมือที่สั่นเทาของนางกำแผ่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ไว้แน่นจนยับยู่ยี่ มันคือใบแจ้งค่าใช้จ่ายเบื้องต้นและค่ามัดจำการผ่าตัดด่วน ตัวเลข 180,000 หยวน สีแดงฉานบนกระดาษแผ่นนั้นเปรียบเสมือนคำพิพากษาปะาชีวิต
“หนึ่งแสนแปดหมื่นหยวน” นางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยินออกมาจากลำคอ
“ฉันจะไปหามาจากไหน”
ในกระเป๋าเสื้อที่ปะชุนของนาง มีเศษธนบัตรใบละสิบหยวน ยี่สิบหยวน รวมกันแล้วยังไม่ถึงหนึ่งพันหยวนด้วยซ้ำ มันคือเงินทั้งหมดที่นางเก็บออมมาจากการรับจ้างซักรีดและล้างจานตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อหวังจะซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้ หลินชิงเซียน แต่ตอนนี้ เงินจำนวนนั้นกลับดูไร้ค่าราวกับเศษกระดาษเมื่อเทียบกับค่าต่อลมหายใจของลูก
เว่ยหลานไม่มีทางเลือกอื่น นางลนลานออกจากโรงพยาบาลทั้งที่เท้ายังเจ็บแปลบจากาแ นางเริ่มเดินไปตามทางเท้าที่เต็มไปด้วยโคลนตม มุ่งตรงไปยังบ้านของ ป้าจาง เพื่อนบ้านที่ใจดีที่สุดเท่าที่นางพอจะนึกออก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ป้าจาง ป้าจางคะ อยู่ไหมคะ?" เว่ยหลานร้องเรียกด้วยเสียงที่แหบแห้ง
ประตูไม้ผุๆ เปิดออกพร้อมกับใบหน้าเหนื่อยล้าของหญิงชราที่สวมเสื้อผ้าปะชุน
"อ้าว หลานเองเหรอ? ชิงเซียนเป็ยังไงบ้างลูก? ป้าได้ยินข่าวร้ายแล้วใแทบแย่"
เว่ยหลานทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีโดยไม่สนโคลนตม
"ป้าคะ หนูขอร้องป้า ขอหนูยืมเงินสักนิดได้ไหมคะ? ทางโรงพยาบาลบอกว่าต้องจ่ายเงินก่อน ถึงจะผ่าตัดได้ ถ้าไม่มีเงินจ่ายภายในวันนี้ เขาจะไล่ชิงเซียนออก ลูกหนูจะตายแล้วป้า หนูขอร้อง"
ป้าจางหน้าเสีย มือที่สั่นเทาพยายามพยุงเว่ยหลานขึ้น
"โถ่ หลานเอ๊ย ป้าเองก็อยากจะช่วย แต่หลานก็เห็น ลูกชายป้าเพิ่งตกงาน หลานสาวป้าก็ป่วยจนต้องกินยาทุกวัน เงินในบ้านป้าตอนนี้เหลือไม่ถึงสามร้อยหยวนด้วยซ้ำ" ป้าจางน้ำตาคลอ พลางหยิบธนบัตรยับย่นใบละสิบหยวนยัดใส่มือเว่ยหลาน
"ป้ามีแค่นี้จริงๆ ลูก รับไปเถอะนะ ป้าช่วยได้เท่านี้จริงๆ"
เว่ยหลานมองเงินสิบหยวนในมือ ความรู้สึกจุกอกทำให้พูดไม่ออก นางไหว้ขอบคุณป้าจางด้วยหัวใจที่แตกสลาย ก่อนจะเดินต่อไปยังบ้านหลังถัดไป
นางเดินเคาะประตูเกือบทุกหลังในสลัม บ้านพี่หวัง ที่ต้องเลี้ยงลูกที่พิการ บ้านลุงเฉินที่กำลังจะถูกไล่ที่ บ้านเจ๊เหมยที่เพิ่งถูกโจรขโมยเงินเก็บไป
ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็ มดปลวก ในสายตาของโชคชะตา ทุกคนดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อมีชีวิตรอดไปวันๆ ไม่มีใครมีเงินแสนหยวนให้หยิบยืม บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความสมเพช บางคนก็ตวาดไล่เพราะตัวเองก็แทบไม่มีข้าวกิน
"ขอโทษนะเว่ยหลาน พวกเราเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน" นั่นคือคำตอบสุดท้ายที่นางได้รับจากเกือบทุกคน
ท้องฟ้ามืดลงพร้อมกับฝนที่ตกหนักขึ้น เว่ยหลานยืนอยู่กลางตรอกแคบๆ ร่างกายที่ผอมแห้งเปียกโชกจนสั่นสะท้าน ความหวังสุดท้ายพังทลายลงต่อหน้าต่อตา นางมองไปที่เงินที่รวบรวมได้จากน้ำใจของคนในสลัม ทั้งหมดรวมกันยังไม่ถึงห้าร้อยหยวน เป้าหมายเดียวของนางคือร้านอาหารเล็กๆ ท้ายซอยที่นางทำงานอยู่ เถ้าแก่หวง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่มักจะดุนางเื่ทำงานช้าบ่อยๆ คือที่พึ่งสุดท้าย
เมื่อไปถึงร้าน นางทรุดเข่าลงแทบเท้าของเถ้าแก่ทันทีโดยไม่สนสายตาของลูกค้าในร้าน
“เถ้าแก่ ได้โปรดช่วยฉันด้วย ชิงเซียนถูกรถชน เธอต้องผ่าตัดด่วน ฉัน้าเงินหนึ่งแสนแปดหมื่นหยวน” นางสะอื้นจนตัวโยน
เถ้าแก่หวังชะงักไป ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงฉายแววใและเห็นใจอย่างปิดไม่มิด เขารู้ดีว่าเว่ยหลานเป็คนขยันและรักลูกสาวปานแก้วตาดวงใจ เขาถอนหายใจยาวก่อนจะพยุงนางขึ้นมานั่งที่ม้านั่ง
“อาหลาน เงินหนึ่งแสนแปดหมื่นหยวนมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ ร้านเรา่นี้ก็ซบเซา” เขามองใบหน้าซีดเผือดของลูกจ้างแล้วใจอ่อนวูบ เขาเดินเข้าไปหลังร้านครู่ใหญ่ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับซองสีน้ำตาลหนาปึก
“นี่คือเงินเก็บทั้งหมดที่ฉันพอจะดึงออกมาได้ตอนนี้ สองหมื่นหยวน รับไปเถอะ ถือว่าเป็ค่าแรงล่วงหน้าของเธอเลยก็ได้”
เว่ยหลานประคองซองเงินนั้นไว้แนบอก น้ำตาไหลอาบแก้ม
“เถ้าแก่ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ ชาตินี้ฉันจะไม่มีวันลืมพระคุณเลย ฉันจะทำงานใช้คืนให้ทุกบาททุกสตางค์ จะไม่หยุดพักเลยสักวัน”
“ไปเถอะอาหลาน ไปดูลูกสาวเธอ เงินนี่อาจจะไม่พอ แต่อย่างน้อยก็ช่วยยื้อเวลาได้บ้าง” เถ้าแก่หวังตบไหล่นางเบาๆ ด้วยความสงสาร
เงินสองหมื่นหยวน ยังขาดอีกแปดหมื่นหยวน ความหวังที่เพิ่งจุดติดกลับริบหรี่ลงอีกครั้ง เมื่อนางกลับไปที่โรงพยาบาลและพบว่าอาการของชิงเซียนทรุดหนักลง พยาบาลแจ้งว่าหากไม่วางเงินมัดจำภายในคืนนี้ การผ่าตัดจะไม่เกิดขึ้น
ความมืดแปดด้านบีบคั้น ทันใดนั้น สายตาของนางเหลือบไปเห็นใบปลิวเก่าๆ ที่ติดอยู่บนเสาไฟฟ้าที่เอียงกะเท่เร่ ใบปลิวที่เปียกฝนจนตัวอักษรเริ่มเลือนลาง แต่นางจำมันได้ดี
'รับซื้ออวัยวะด่วน - ให้ราคาสูง - จ่ายเงินสดทันที'
มันคือทางเลือกของคนสิ้นคิด ทางเลือกที่นางเคยเห็นคนในสลัมทำแล้วบางคนก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย แต่ในวินาทีนี้ สำหรับเว่ยหลาน ศักดิ์ศรีหรือชีวิตของตัวเองไม่มีค่าเท่ากับลมหายใจของชิงเซียน
นางรีบคว้าใบปลิวใบนั้นมา โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่หน้าจอแตกละเอียดถูกกดโทรออกด้วยมือที่สั่นเทา
ชั่วโมงต่อมา ณ โกดังร้างในย่านอุตสาหกรรมเก่า
กลิ่นเืจางๆ ผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กทำให้น่าสะอิดสะเอียน เว่ยหลานเดินตามชายร่างั์ที่มีรอยสักเต็มตัวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีหลอดไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ
"คุณจะ คุณจะให้ราคาเท่าไหร่สำหรับไตหนึ่งข้าง?" เว่ยหลานถาม เสียงของนางเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ชายที่ดูเหมือนหมอเถื่อนสวมเสื้อกราวน์เปื้อนคราบประหลาดเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี
"ไตหนึ่งข้าง สภาพดีๆ ก็ได้ประมาณแปดหมื่นถึงแสนหยวน แต่ต้องดูสภาพร่างกายด้วยนะป้า"
"แสนหยวน" เว่ยหลานคำนวณในใจ
"ฉันขาย! ฉันขายค่ะ! เอาไปทั้งสองข้างเลยได้ไหม? ฉัน้าเงินไปรักษาลูกสาว!"
หมอเถื่อนหัวเราะหึๆ
"ป้า เอาไปสองข้างป้าก็ตายสิ เราไม่รับซื้อศพนะ ไปขึ้นเตียง ตรวจร่างกายก่อน"
เว่ยหลานขึ้นไปนอนบนเตียงเหล็กที่เย็นเฉียบ มือของนางกอดตัวเองไว้แน่นด้วยความกลัวจนสั่น พยาบาลเถื่อนที่มีหน้าตาเคร่งขรึมเริ่มเจาะเืและตรวจวัดความดัน
เวลาผ่านไปสิบนาทีที่เหมือนชั่วนิรันดร์ หมอเถื่อนเดินเข้ามาดูผลตรวจแล้วส่ายหน้าอย่างรุนแรง
"ไม่ได้ ขยะชัดๆ" เขาพูดพลางโยนกระดาษผลตรวจทิ้ง
เว่ยหลานรีบลุกขึ้นนั่ง
"อะไรนะคะ? ทำไมล่ะคะ? ฉันแข็งแรงนะคะ ฉันทำงานหนักได้ทุกอย่าง!"
"แข็งแรงบ้านป้าสิ!" หมอเถื่อนตวาด
"ดูสภาพตัวเองในกระจกบ้างไหม? ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เืจางขั้นรุนแรง แถมความดันยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไตของป้าน่ะเหรอ? มันทั้งแฟบทั้งฝ่อ เอาไปเปลี่ยนให้ใครเขาก็มีแต่จะทำคนไข้ตายตามไป"
"ไม่จริง ไม่จริงนะคะหมอ!" เว่ยหลานโผลงจากเตียงไปเกาะขาหมอเถื่อน
"ได้โปรดเถอะค่ะ ลูกสาวฉันเจ็บหนักมาก เธออยู่โรงพยาบาล เธอ้าเงินผ่าตัด เอาไตฉันไปเถอะค่ะ ถ้าไตไม่พอ เอาตับไปด้วยก็ได้ หรือเอาหัวใจฉันไปเลยก็ได้! ฉันยอมตาย! ขอแค่เงินเพื่อให้ลูกฉันได้อยู่ต่อ!"
นางร้องไห้แทบเป็สายเื หัวโขกพื้นจนมีเืซึม
"หมอคะ ฉันขอร้อง ลูกฉันเพิ่งอายุสิบแปดเอง เธอยังมีอนาคตที่ไกลกว่าฉันมาก ให้ฉันตายแทนเธอเถอะนะคะหมอ!"
ชายร่างั์ที่คุมโกดังพยายามลากเว่ยหลานออกไป
"ไปป้า! อย่ามาทำซวยที่นี่ อวัยวะไร้คุณภาพแบบนี้ ต่อให้ให้ฟรีฉันยังไม่เอาเลย เปลืองค่าผ่าตัดเปล่าๆ"
"หมอคะ! ได้โปรด! ฮือๆๆ" เสียงอ้อนวอนของเว่ยหลานดังลั่นโกดังร้าง นางถูกลากมาโยนทิ้งไว้ข้างกองขยะนอกโกดัง ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำไม่หยุดหย่อน
ความหวังสุดท้าย ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์
แม้แต่ร่างกายที่ไร้ค่านี้ แม้แต่ความตายที่นางยินดีมอบให้เพื่อลูก ก็ยังไม่มีราคาพอที่จะแลกกับเงินมารักษาชิงเซียน
เว่ยหลานหมอบอยู่กับพื้นโคลน กอดตัวเองไว้แล้วกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น "ทำไม! ทำไม์ถึงใจร้ายกับเราขนาดนี้! ฉันทำผิดอะไร! ลูกฉันทำผิดอะไร!"
นางนึกถึงภาพลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล นึกถึงแววตาที่ชิงเซียนพยายามจับมือนางไว้แล้วบอกว่า 'ต่อไปหนูจะดูแลแม่เองค่ะ'
"แม่ขอโทษนะชิงเซียน แม่มันไร้ค่าจริงๆ แม้แต่ร่างกายตัวเองก็ยังปกป้องหนูไม่ได้"
นางพยุงร่างที่สะบักสะบอม ลุกขึ้นเดินอย่างคนไร้ิญญามุ่งหน้ากลับไปยังโรงพยาบาล ในมือยังคงกอดเงินสองหมื่นห้าร้อยหยวนที่ได้รับจากน้ำใจคนจนด้วยกันไว้แน่น เงินสองหมื่นห้าร้อยหยวนที่ดูเหมือนเศษกระดาษไร้ค่าเมื่อเทียบกับชีวิตของคน
ที่โรงพยาบาล นางต้องเผชิญกับพยาบาลที่กำลังรอไล่นางออกจากห้อง และต้องเผชิญกับแววตาที่แตกสลายของลูกสาว
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องผู้ป่วย 402 หลินชิงเซียนที่นอนหลับอยู่บนเตียงพลันลืมตาขึ้น ดวงตาสีทองม่วงประกายวูบหนึ่งท่ามกลางความมืดมิด
นางััได้ นางััได้ถึง กระแสเืที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความรักที่รุนแรงของเว่ยหลาน พันธนาการแห่งสายเืระหว่างแม่ลูกในโลกนี้กลับเชื่อมโยงกันอย่างประหลาด
"แม่ " ชิงเซียนพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านขมับของนาง
ความเ็ปจากการถูกรถชนเปรียบไม่ได้เลยกับความเ็ปที่นางรู้สึกได้จากหัวใจของเว่ยหลานในตอนนี้ นางเห็นภาพแม่ที่กำลังหมอบร้องไห้กลางสายฝน เห็นภาพแม่ที่พยายามขายอวัยวะเพื่อลูก
‘มนุษย์ช่างโง่เขลา แต่ความรักที่โง่เขลานี้กลับบริสุทธิ์ยิ่งนัก’
ชิงเซียนกัดฟันกรอด รวบรวมจิติญญาที่กระจัดกระจาย
"ในเมื่อ์ไม่ยุติธรรมข้า หลินชิงเซียน จะเป็ผู้กำหนดความยุติธรรมด้วยมือของข้าเอง!"
นางเริ่มโคจรพลัง ลมปราณทิพย์ ที่มีเพียงหยิบมือเข้าไปในจุดตันเถียน ฝืนความเ็ปจวนตายเพื่อเปิด มิติโอสถนิรันดร์ หรือ เนตรั เพียงชั่วครู่ เพื่อมองหาทางรอดเดียวที่มีอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้
