บทที่ 6 คู่กัดหรือคู่หู
ท้องถนนยามวิกาลของกรุงเทพมหานครถูกย้อมไปด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟถนนที่เรียงราย เสมือนงูใหญ่เลื้อยพาดผ่านเมืองคอนกรีต ฝนที่ตกกระหน่ำมาตลอดทั้งวันเริ่มซาเม็ดลง เหลือเพียงละอองฝอยที่พร่างพรมลงบนกระจกรถสปอร์ตสีดำขลับที่กำลังแล่นทะยานด้วยความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำๆ คลอไปกับเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียด
ั จับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ส่วนศอกอีกข้างเท้ากับขอบหน้าต่าง ั์ตาคมกริบมองทอดไปยังถนนเบื้องหน้า แต่หางตากลับคอยลอบสังเกตคนนั่งข้างๆ เป็ระยะ
วาโย นั่งกอดอกพิงศีรษะกับกระจก ดวงตาหลับพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หลังจากเหตุการณ์ที่หอพักเมื่อวาน ร่างกายของเด็กหนุ่มยังคงอ่อนเพลีย แต่ฤทธิ์ไข้ลดลงมากแล้ว เหลือเพียงความซีดเซียวที่ทำให้ดูเปราะบางน่าทะนุถนอม... ขัดกับฝีปากที่เพิ่งด่าเขาฉอดๆ เื่ลากคนป่วยออกมาทำงาน
"หลับลึกจริงนะมึง... ไม่กลัวกูเอาไปขายรึไง" ัพึมพำ มุมปากยกยิ้มจางๆ
แต่แล้ว... สัญชาตญาณสัตว์ป่าของทรูอัลฟ่าก็กรีดร้องเตือนภัย
กระจกมองหลังสะท้อนภาพรถ SUV สีดำทึบสองคันที่ขับจี้ท้ายมาด้วยความเร็วผิดปกติ ัหรี่ตาลง ััได้ถึง 'เจตนาฆ่า' ที่แผ่พุ่งออกมาจากรถเ่าั้
"วาโย ตื่น!"
เสียงะโเข้มปลุกให้คนที่กำลังหลับสะดุ้งสุดตัว วาโยงัวเงียตื่นขึ้นมา "อะไรคุณ... ถึงแล้วเหรอ?"
ปัง! เพล้ง!
คำตอบไม่ใช่คำพูด แต่เป็เสียงกัมปนาทของะุปืนที่เจาะทะลุกระจกหลังเข้ามา เฉียดใบหูัไปเพียงคืบ เศษกระจกแตกร่วงกราวลงบนเบาะหนัง
"ก้มลง!"
ักดศีรษะวาโยให้หมอบลงกับหน้าตักทันที พร้อมกับหักพวงมาลัยปาดซ้ายอย่างรุนแรงเพื่อหลบวิถีะุชุดต่อไป เสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว รถสปอร์ตสะบัดท้ายหมุนคว้างก่อนจะกลับมาตั้งลำได้อย่างปาฏิหาริย์ด้วยทักษะการขับระดับนักแข่งอาชีพ
"เชี่ยเอ๊ย! พวกไหนวะ!"
วาโยสบถลั่น มือเกาะขาแกร่งของัแน่น หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบะเิ
"พวกไอ้เสือ... แม่งกัดไม่ปล่อยจริงๆ"
ักัดฟันกรอด แววตาเปลี่ยนเป็ดุร้าย
"จับแน่นๆ กูจะสลัดพวกมัน!"
ัเหยียบคันเร่งจมมิด เครื่องยนต์ V8 คำรามกึกก้อง รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าปานสายฟ้าแลบ เขาขับมุดซ้ายปาดขวาหลบรถคันอื่นบนถนนด้วยความเร็วที่เสี่ยงตาย แต่รถ SUV ของศัตรูยังคงไล่บี้มาติดๆ พร้อมสาดะุใส่ไม่ยั้ง
ปัง! ปัง! ปัง!
"ยางแตก!" ัะโเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นะเืที่พวงมาลัย รถเริ่มเสียการทรงตัว เขาพยายามประคองรถเข้าสู่ซอยแคบๆ ข้างทางที่เป็เขตก่อสร้างร้าง เพื่อใช้ภูมิประเทศให้เป็ประโยชน์
เอี๊ยดดดด! โครม! รถสปอร์ตพุ่งชนกองวัสดุก่อสร้างก่อนจะจอดสงบนิ่ง ควันโขมงพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรงหน้า
"ลงจากรถ! เร็ว!"
ักระชากประตูฝั่งคนขับ กลิ้งตัวลงไปหลบหลังซากเสาปูน พร้อมกับชักปืนพกสีดำมะเมื่อมออกมาจากเอว วาโยรีบตะเกียกตะกายตามลงมาหลบอยู่ข้างๆ
"คุณาเ็!" ว
าโยร้องทักเมื่อเห็นเืสีสดไหลซึมออกมาจากต้นแขนซ้ายของั เปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวจนแดงฉาน
"แค่ถากๆ อย่าเพิ่งสนกู สนไอ้พวกเวรนั่นก่อน"
ัหอบหายใจหนัก เล็งปืนไปที่ปากซอย
รถ SUV สองคันจอดเทียบท่า ชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนะโลงมาพร้อมอาวุธครบมือ พวกมันกราดยิงกดดันเข้ามาทันที
ปัง! ปัง!
ัยิงสวนกลับไปอย่างแม่นยำ ะุเจาะเข้ากลางแสกหน้าศัตรูสองคนแรกร่วงลงไปกอง แต่จำนวนคนฝ่ายตรงข้ามมีมากเกินไป
"ะุกูจะหมด..."
ัสบถ เช็คแม็กกาซีน
"วาโย มึงเห็นช่องระบายน้ำตรงนั้นไหม? วิ่งไปรอที่นั่น กูจะล่อพวกมันเอง"
"จะบ้าเหรอ! คุณเจ็บอยู่ ขืนออกไปก็เป็เป้านิ่งสิ!" วาโยตะคอกกลับ
"กูสั่งให้ไป!"
ัหันมาตวาด
"มึงเป็แค่ภาระ อย่ามาเกะกะ!"
วาโยชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นแตกพร่าวูบไหวด้วยความน้อยใจ แต่เพียงเสี้ยววินาที มันกลับถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น
"ผมเป็ลูกหนี้คุณ... ถ้าคุณตาย ใครจะยกเลิกหนี้ให้ผม!"
วาโยไม่วิ่งหนี แต่กลับคว้าท่อนเหล็กเส้นยาวที่วางกองอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาดัดแปลงเป็อาวุธ สายตาของเด็กสถาปัตย์กวาดมองโครงสร้างตึกร้างอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์
"พวกมันกำลังอ้อมมาทางขวาคุณยิงคุ้มกันทางซ้าย ผมจะจัดการทางขวาเอง!"
"เฮ้ย! มึงจะทำอะไร!" ัตาโต
วาโยไม่ตอบ ร่างโปร่งอาศัยความมืดและความตัวเล็ก วิ่งลัดเลาะไปตามเงามืดของเสาปูน เมื่อศัตรูสามคนที่อ้อมมาด้านหลังโผล่หน้าออกมา วาโยก็พุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนู
เคร้ง! ผัวะ!
ท่อนเหล็กในมือวาโยฟาดเข้าที่ข้อมือของชายชุดดำคนแรกจนปืนหลุดมือ ก่อนจะหมุนตัวเตะตัดขาจนมันล้มคว่ำ และใช้เหล็กกระทุ้งเข้าที่ลิ้นปี่ของคนที่สองอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่ได้มาจากการเติบโตในสลัมและการเอาตัวรอดในบ่อนเถื่อน ถูกงัดออกมาใช้อย่างเชี่ยวชาญ วาโยไม่ได้สู้ด้วยแรงปะทะ แต่สู้ด้วยจังหวะและจุดตาย
ัที่ลอบมองอยู่ถึงกับอึ้ง... เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกกระต่ายของเขาจะมีเขี้ยวเล็บที่คมกริบขนาดนี้ ภาพวาโยที่กำลังหวดท่อนเหล็กใส่ศัตรูด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาวาวโรจน์ ช่างเป็ภาพที่งดงามและน่าเกรงขามอย่างประหลาด
"ระวังข้างหลัง!"
วาโยะโเตือน
ัได้สติ หันกลับไปยิงใส่ศัตรูที่กำลังจะลอบยิงวาโยจนร่วงลงไป
"ไป! ทางนี้เคลียร์แล้ว!"
ัะโเรียก เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือวาโย แล้วพากันวิ่งฝ่าวงล้อมออกไปทางด้านหลังตึกร้างที่ทะลุไปยังคลองระบายน้ำ
-----
ณ โกดังร้างริมน้ำ เวลา 02.00 น.
ความเงียบสงัดกลับมาครอบงำอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนสองคน ัพาวาโยหนีรอดมาได้และเข้ามาหลบซ่อนตัวในโกดังเก็บของเก่าที่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ
"แฮ่ก... แฮ่ก... ปลอดภัยแล้วมั้ง..."
วาโยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นปูนเย็นเฉียบ ทิ้งท่อนเหล็กในมือลงอย่างหมดแรง
"อึก..."
ัครางต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่ไถลตัวลงนั่งพิงผนัง มือขวากุมต้นแขนซ้ายที่เืยังคงไหลไม่หยุด ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด"คุณั!"
วาโยรีบคลานเข้าไปดูอาการ
"เืไหลเยอะมาก... ต้องห้ามเืเดี๋ยวนี้"
วาโยไม่รอช้า เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออก แล้วฉีกชายเสื้อเชิ้ตตัวในจนขาดเป็เส้นยาว เพื่อใช้พันแผล ัมองดูการกระทำนั้นด้วยสายตาที่เริ่มพร่ามัวจากอาการเสียเื
"มึง... ทำไมไม่หนี..."
ัถามเสียงแหบแห้ง
"เมื่อกี้... มึงมีโอกาสทิ้งกูแล้วหนีไปได้"
"เงียบเถอะน่า เก็บแรงไว้หายใจดีกว่า"
วาโยดุเบาๆ ขณะใช้ผ้าเช็ดหน้ากดลงบนปากแผล
"เจ็บหน่อยนะ ผมต้องรัดให้แน่น"
มือเรียวที่เคยจับดินสอเขียนแบบ บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเืของมาเฟียหนุ่ม แต่วาโยกลับไม่มีท่าทีรังเกียจ เขาบรรจงทำแผลให้อย่างคล่องแคล่วและเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาที่มองแผลฉกรรจ์นั้นเต็มไปด้วยความกังวล
ัจ้องมองใบหน้าด้านข้างของวาโย... แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างโกดังลงมากระทบเสี้ยวหน้าหวาน ทำให้เห็นหยดเหงื่อที่เกาะพราวตามไรผม และริมฝีปากที่เม้มแน่นด้วยความตั้งใจในสายตาของคนอื่น วาโยอาจจะเป็แค่โอเมก้ายีนด้อยที่ไร้ค่าแต่ในวินาทีนี้ สำหรับั วาโยคือ 'พาร์ทเนอร์' ที่เอาหลังพิงกันฝ่าดงะุ คือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
ความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในอกมันเอ่อล้นออกมาไม่ใช่ความใคร่แบบสัตว์ป่า แต่เป็ความรู้สึกท่วมท้นที่อยากจะยึดเหนี่ยวคนตรงหน้าไว้
"เสร็จแล้ว... พรุ่งนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาล..."
วาโยเงยหน้าขึ้นเตรียมจะบอก
หมับ!
ัใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บ รวบเอวบางของวาโยแล้วกระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรงจนร่างเล็กลอยหวือมาเกยอยู่บนตักแกร่ง
"เฮ้ย! คุณทำระ..."
คำพูดของวาโยถูกกลืนหายไป เมื่อัซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบของเขา สูดดมกลิ่นกายผสมกลิ่นเหงื่อและกลิ่นดินปืนจางๆ อย่างโหยหา
"ขอบคุณ..."
เสียงทุ้มต่ำดังอู้อี้ชิดพุงกะทิ
"ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกู... วาโย"
วาโยตัวแข็งทื่อ ไม่เคยเห็นมุมอ่อนแอและขี้อ้อนแบบนี้ของัมาก่อน มือเรียวที่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ค่อยๆ เลื่อนลงมาวางบนกลุ่มผมนุ่มสีดำสนิทของคนตัวโต แล้วลูบเบาๆ เป็เชิงปลอบโยน
"ผมไม่ทิ้งเ้าหนี้หรอก... เดี๋ยวไม่มีใครเซ็นปลดหนี้ให้"
วาโยตอบติดตลกแก้เขิน แต่หัวใจกลับเต้นรัวแรง
ัเงยหน้าขึ้นช้าๆ ั์ตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวาโย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงลมหายใจกั้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็ความร้อนระอุที่วาบหวาม
"ปากดี..."
ักระซิบ สายตาเลื่อนลงมามองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ็บเล็กน้อย
"ขอคิดดอกเบี้ยก่อนกำหนดได้ไหม?"
ไม่รอคำอนุญาต มือหนาเลื่อนลงไปบีบขยำ สะโพกสอบ ของวาโยอย่างมันเขี้ยว แรงบีบที่หนักหน่วงแต่แฝงความเร่าร้อนทำเอาวาโยสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"อ๊ะ... คุณั..."
ัใช้จังหวะที่วาโยเผยอปาก โน้มคอลงมาประกบจูบทันที
จูบครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหนๆมันไม่ใช่การข่มขู่ ไม่ใช่การลงโทษ แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและโหยหา ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง ดูดดึงความหวานล้ำราวกับคนขาดน้ำกลางทะเลทราย
"อื้มมม..."
วาโยครางในลำคอ มือที่ลูบหัวเลื่อนลงมาโอบรอบคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ร่างกายอ่อนระทวยไปกับรสััที่ัปรนเปรอ
มือหนาของัไม่อยู่นิ่ง มันสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อด้านหลัง ลูบไล้แผ่นหลังเนียนลื่นมือขึ้นไปจนถึงแนวกระดูกสันหลัง ปลายนิ้วสะกิดหยอกเย้าจนวาโยแอ่นอกเข้าหา
กลิ่นฟีโรโมนของทั้งคู่เริ่มฟุ้งกระจายผสมปนเปกัน กลิ่นดินปืนที่เคยดุดัน บัดนี้เจือความนุ่มนวลลง ผสานกับกลิ่นดอกราตรีที่หอมละมุน กลายเป็กลิ่นหอมรัญจวนที่มอมเมาสติสัมปชัญญะ
ัผละจูบออกเพียงนิดเพื่อให้หายใจ แต่หน้าผากยังแนบชิดกัน ปลายจมูกคลอเคลียไม่ห่าง
"ตัวมึงหอม..."
ัพึมพำเสียงพร่า มือยังคงบีบเค้นสะโพกนิ่มแน่นอย่างเพลิดเพลิน
"หอมจนกูอยากจะกลืนลงไปทั้งตัว"
"แผล... แผลคุณเืซึมแล้ว"
วาโยหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำพยายามเตือนสติ แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นพร่าและแฝงแววเชิญชวน
"ช่างแม่ง..."
ัไม่สน เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของวาโยเบาๆ แล้วลากไล้จมูกลงมาที่ซอกคอ
"กูอยากกินมึงมากกว่า..."
วาโยใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเซ็กส์กำลังก่อตัวขึ้น เขารู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของผู้ชายอันตรายคนนี้ รู้สึกเหมือนได้เป็คนสำคัญ
แต่ทว่า เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังแว่วมาแต่ไกล ดึงสติของทั้งคู่ให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง
วาโยสะดุ้ง ผละตัวออกห่างเล็กน้อยอย่างเสียดาย
"ตำรวจเราต้องรีบไป"
ัถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ ซบหน้าลงกับไหล่วาโยอีกครั้งอย่างออดอ้อน
"ฝากไว้ก่อนเถอะมึงจบเื่นี้เมื่อไหร่ กูจะทบต้นทบดอกให้ลุกไม่ขึ้นเลย"
"ลุกให้ไหวก่อนเถอะครับค่อยพูด"
วาโยยิ้มขำ พยุงร่างสูงใหญ่ให้ลุกขึ้นยืน
ัยกแขนพาดบ่าวาโย น้ำหนักตัวส่วนหนึ่งถ่ายเทลงมา แต่ไม่ได้ทำให้วาโยรู้สึกหนัก กลับรู้สึกมั่นคง ทั้งสองประคองกันและกันเดินลัดเลาะไปตามความมืดของโกดัง มุ่งหน้าสู่ทางออก
เงาของคนสองคนทอดยาวเคียงคู่กันบนพื้นปูนจากเส้นขนานที่ไม่มีวัน บัดนี้ได้เริ่มถักทอเข้าหากันเป็เกลียวเชือกที่เหนียวแน่น
ท่ามกลางกลิ่นเืและเขม่าดินปืน ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่าง 'มาเฟียจอมเผด็จการ' กับ 'สถาปนิกนักสู้' ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว อย่างเงียบเชียบแต่งดงาม
******
