“สองตัวนี้เป็วัวหนุ่มที่แข็งแรง มันตัวใหญ่และสะอาดสะอ้านไม่ได้เจ็บป่วย ราคาก็ตามที่บอกไว้”
“แล้วตัวที่หนึ่งตำลึงทองอยู่ตรงไหนเ้าคะ ข้าอยากเห็นว่าแตกต่างกันอย่างไร ทั้งปู่อุ้มข้าดูหน่อย”
“ตัวที่อยู่ในคอกนั้นทั้งหมด หนึ่งตำลึงทองดูได้ แต่จะไม่ดูหนุ่มและแข็งแรงเท่ากับในคอกนี้ แล้วแต่พวกเ้าจะเลือกก็แล้วกัน”
“ท่านปู่เ้าคะเลือกเอาที่ตัวใหญ่เข้าไว้ และอายุไม่เยอะ เื่ความแข็งแรงเราใช้แผ่นอักษรโบราณแปะ ก็ได้แล้วเ้าค่ะ”ซินหยางกระซิบข้างหูท่านปู่
“ข้าเลือกเอาตัวสีน้ำตาล ตัวใหญ่สองตัวนั้น ที่ยืนคู่กันอยู่”พนักงานขายหันไปมอง แล้วเดินเข้าไปจูงวัว
“พ่อหนุ่มแยกวัวออกมาไว้ข้างนอกนี้ ข้ายัง้าเลือกเกวียนสักเล่มก่อน แล้วค่อยเอาวัวไปเทียมเกวียน”
“เอ๊ะ! ตรงนั้นมีลูกวัวนอนอยู่ ตัวหนึ่งขายด้วยหรือเ้าคะ”
“อ้อ!นั่นคือลา แม่หนูไม่ใช่ลูกวัว มันเหลืออยู่ตัวเดียว ให้ไปอยู่กับม้ามันก็หนีมาอยู่แต่คอกนี้ เลยปล่อยให้มันอยู่ตรงนี้ไป มันไม่ค่อยแข็งแรงจึงขายไม่ได้ เหลืออยู่ตัวเดียว”
“ข้าและท่านปู่ซื้อวัวตั้งสองตัว ไหนจะเกวียนอีกหนึ่งเล่ม ท่านน้าไม่แถมลาที่ป่วย ให้บ้างหรือเ้าคะ พวกเราเดินทางไกลถ้ามันตายก็ยังเป็อาหารได้”
“ข้าก็อยากแถมให้ไปหรอกนะ มันนอนซมแบบนี้มาหลายวันแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะเสียชีวิตเร็วๆนี้ ข้าขอไปถามเถ้าแก่ดูก่อนก็แล้วกัน เ้าปู่หลานมาเลือกเกวียนตรงนี้ก่อน”คนขายวัวพาสองปู่หลานมาดูเกวียนส่วนตัวเขาวิ่งเข้าไปหลังร้าน
“แม่หนูลาตัวนั้นแถมให้เ้าไปไม่ได้ แม้มันตายก็ยังขายเป็เนื้อได้ ข้าจะขายให้เ้าในราคาเนื้อมัน ประมาณสองตำลึงเงิน เ้าว่ายังไง ยัง้าจะซื้อหรือไม่ ข้าจะได้เรียกคนมาทำความสะอาดให้”
“ตกลงข้าซื้อเ้าค่ะ ท่านน้า”ซินหยางตอบด้วยเสียงอันดัง
“ท่านปู่เ้าค่ะ ท่านต้องต่อรองเกวียน ให้ได้ในราคาแปดตำลึงเงินนะเ้าคะ จะได้จ่ายสามตำลึงทองพอดี”
“เกวียนเล่มนี้ไม่ได้ ราคาอยู่ที่หนึ่งตำลึงทอง ท่านลุงลองดูดีๆมันทั้งใหญ่และแข็งแรง หลังคากันแดดได้เป็อย่างดีและสูงด้วย”
“น้าชายพวกเราอุดหนุนท่าน ไม่ไปร้านไหนเลย รบกวนวิ่งไปถามเถ้าแก่ได้ไหม ลดลงอีกสักสองตำลึงเงิน พวกเราจะได้ซื้อข้าวสารและเสบียงไว้กินระหว่างทางไกล”ซินหยางพูดด้วยเสียงละห้อย พนักงานขายต้องวิ่งไปหลังร้านอีกรอบหนึ่ง
“ท่านลุงเถ้าแก่ลดให้แค่หนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น ข้าจนใจอยากจะช่วยพวกเ้าเหมือนกัน” หยางตี้คิดในใจทำไมเถ้าแก่ ไม่มาขายเองให้สินค้าเื่
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เอาลาไปก็ได้ ตำลึงซื้ออาหารได้ตั้งเยอะ เอาลาไปต้องไปแล่ชำแหละอีก เวลามันตาย ส่วนเกวียนท่านปู่หรือเราไม่ต้องซื้อ แค่ตัดไม้มาทำเองก็ได้แล้ว เสียเวลาไปวันหนึ่ง แต่เราได้ตำลึงคืนมาตั้งหนึ่งตำลึงทองเลยนะเ้าคะ”
“จริงของหลาน มันไม่ได้ทำยากเลย แถมจะสร้างให้ใหญ่แบบไหนก็ได้ พ่อหนุ่มถ้าอย่างนั้น ข้าซื้อแต่วัวก็พอ”สองปู่หลานเตรียมตัว เดินออกจากร้านขายเกวียน
“เดี๋ยวก่อนถ้าลุง ให้ข้าวิ่งไปถามเถ้าแก่อีกรอบหนึ่ง ว่าวัวสองตัวกับเกวียนหนึ่งเล่ม ลาหนึ่งตัว สามตำลึงทองได้หรือไม่พวกเ้ารอก่อนอย่าเพิ่งไป”พูดเสร็จคนขายก็วิ่งไปหลังร้าน
สองปู่หลานยืนมองหน้ากันไม่พูดสิ่งใด รอคนขายวิ่งกลับมาแจ้ง ถ้าลดได้ก็ซื้อถ้าลดไม่ได้ก็ไม่ซื้อ ลี่จูมองดูเกวียนแล้วไม่น่าจะสร้างยาก ไม้ในป่าก็มีเยอะแยะ แถมตอนนี้พวกเขายังมีแรงไม่เหนื่อยด้วย
“พวกเ้าปู่หลาน เถ้าแก่ข้าตกลงแล้ว สามตำลึงทองได้เกวียนไปหนึ่งเล่ม วัวสองตัวพร้อมลาป่วยอีกป่วยอีกหนึ่งตัว”พนักงานขายวิ่งกระหืดกระหอบรีบมาแจ้งทั้งสองคน
“ได้! ถ้าอย่างนั้นเอาวัว มาเทียมเกวียน ช่วยข้ายกลาป่วยขึ้นมา วางไว้ด้านหน้านี้ด้วย”ลี่จูชี้ตำแหน่งที่จะให้วางลาป่วย
พนักงานขายช่วยลี่จู จนงานเสร็จรับสามตำลึงทองไป ปล่อยให้ชายสูงวัย ขับเกวียนออกไปจากร้าน
“ท่านปู่หาที่จอดเกวียนก่อนเ้าค่ะ วัวสองตัวไม่มีแรง”ลี่จูมองหาที่จอดเกวียน “ท่านปู่มีสิ่งที่จะมาเจาะรู แผ่นอักษรโบราณหรือไม่จะได้แขวนไว้ที่คอวัว
“มีๆเดี๋ยวปู่จัดการให้ เ้าดูลาด้วยมันนอนยังไม่ตื่นเลย”ลี่จูใช้ปลายมีดเล็กแหลมคมเจาะรูแผ่นไม้ ใช้เถาวัลย์มัดห้อยกับเชือกตรงคอวัว
ซินหยางตัดเอาเถาวัลย์ มาร้อยเข้ากับแผ่นอักษรโบราณห้อยคอให้ลา มันยังนอนป่วยอยู่เดิมไม่ขยับไปไหน
“พ่อเ้ามาแล้ว เตรียมช่วยกันขนสัมภาระ ขึ้นไปไว้บนเกวียนจัดให้ดีจะได้มีที่นั่ง”ลู่อินบอกผู้เป็ลูก
“ท่านปู่น้องเล็ก ทำไมมีลานอนอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะ มันป่วยรึ”ลี่กังถาม
“มันคงหิวหญ้าน่ะพี่รอง ก่อนหน้านี้มันป่วยตอนนี้หายแล้ว”ลี่กังได้ยิน มองไปทางไหนก็มีแต่หญ้าแห้ง “หญ้าแห้งมันก็กินได้พี่รอง”
ช่วยกันจัดข้าวของ วางในเกวียนเสร็จ ยังพอเหลือที่ให้นั่งเบียดกัน ลี่จูกับลี่กันนั่งอยู่ด้านม้า ในเกวียนจึงมีแต่ผู้หญิงและเด็ก
“พวกเ้าปู่หลาน ยังไม่ได้กินอะไรใช่หรือไม่ มีซาลาเปาแบ่งกันคนละลูก ไว้เจอร้านค้าข้างหน้าค่อยแวะซื้อ ทางเกวียนวิ่งน่าจะมีร้านค้าอยู่ข้างทาง”
ทั้งเจ็ดชีวิตเดินทางแบบมืดไหนก็นอนนั้น ตามข้างทางมีกลุ่มคนที่นั่งเกวียน เดินทางกันเยอะขึ้น บางคนก็อพยพโยกย้าย บางคนก็เป็พ่อค้าแม่ค้าขนของไปขายต่างเมือง
่เช้าซินหยาง ลงมานั่งบนหลังลา ที่เริ่มแข็งแรงขึ้นแล้ว ่แดดร้อนก็จะขึ้นไปนั่งอ่านตำรา อยู่บนเกวียน โดยไม่มีใครมารบกวน
ทุกคนไม่หิวและแข็งแรง จึงเดินทางได้ไวเพราะกินอาหารวันละมื้อเท่านั้น วัวก็แข็งแรงวิ่งทั้งวัน มีพักแต่่กลางคืน พวกเขาจึงใช้เวลาเดินทางยี่สิบวัน มาถึงแคว้นตงไห่
ระหว่างทางไม่ได้เจออุปสรรคอะไร มีอักษรโบราณป้องกันอันตรายและภัยพิบัติ ห้อยไว้ที่ด้านหน้าเกวียน
“น้องเล็กเ้าดูสิ มีทุ่งหญ้าสีเขียวต้นไม้ก็สีเขียวอยู่เต็มไปหมด เหมือนพวกเรามาอยู่โลกใหม่เลย”ลี่ถังร้องขึ้นด้วยความดีใจ
“รอไปถึงสักกลางเมืองก่อน ค่อยหาที่อยู่อาศัย ตรงนี้อยู่ใกล้ชายแดนเกินไปตั้งรกรากไม่ได้ ถ้าวันหน้ามีศึกาพวกเราจะโดนก่อนต้องอพยพหนีกันอีก”
ทั้งหมดเดินทางต่อมาอีกสองวัน มาถึงเมืองเจียงผิงที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และอยู่ไกลจากทะเลแค่ยี่สิบลี้เท่านั้น(10 กิโลเมตร)
“เอาล่ะพวกเราจะอยู่ที่เมืองนี้ เราต้องไปแจ้งกับทางการก่อนจะได้ถามซื้อที่ด้วย พวกเ้ารออยู่ตรงนี้ ปู่กับย่าจะเป็คนไปแจ้งเอง”ลี่จูและลู่อิน พากันเข้าไปแจ้งและติดต่อซื้อที่ทำกิน
“พวกเ้ามาจากแคว้นซางเฉิน อพยพหนีภัยแล้งมาเจ็ดคน ้าซื้อที่ทำกิน ที่ดินขายให้คนที่ย้ายมาจากที่อื่นจะแพงกว่าคนที่อยู่ ในแคว้นซื้อ”
“ถ้าอยากได้ถูกก็ต้องอยู่ติดกับป่าโน้น หมู่ละห้าตำลึงเงิน พวกเ้าว่าอย่างไร จะซื้อตรงไหน”เ้าหน้าที่กางแผนที่ให้ดูทั้งสองได้ดู
“เอาติดกับป่า ขอสักสิบหมู่พอมีไหม”ลี่จูถามขึ้น ดูแผนที่แล้วมีแต่ติดกับป่าหมดเลย พื้นที่ครึ่งหนึ่งเป็ป่า
“ขายต่ำสุดสิบห้าหมู่ เพราะทางการได้วัดพื้นที่ไว้หมดแล้ว ถ้าขายให้เ้าสิบหมู่ก็ต้องไปวัดใหม่อีก”
“ได้ๆข้าซื้อสิบห้าหมู่ แล้วมีเ้าหน้าที่ไปชี้จุดไหม ว่าอยู่ตรงไหน นี้ค่าที่ดินเจ็ดตำลึงทองห้าตำลึงเงิน และนี้ค่าเสียเวลาที่ช่วยดูเลือกที่ดิน ที่ดีให้กับครอบครัวข้า”ลี่จูยื่นตำลึงให้เ้าหน้าที่ สองตำลึงเงิน
“ครอบครัวเ้าอยู่ไหน เดี๋ยวข้าจะขี่ม้าไปส่ง จากนี้ไปไม่ไกลหรอก”เ้าหน้าที่ชายลุกขึ้นยืน เดินนำหน้าออกมา
“ลี่กันขับเกวียนตามเ้าหน้าที่คนนั้นไป เขาจะพาเราไปยังที่ดินที่ข้าซื้อไว้ พวกเรารีบขึ้นเกวียนไว้จะออกเดินทางกันแล้ว”ทุกคนรีบปีนขึ้นเกวียน
ซินหยางนั่งลาไป วิ่งตามเ้าหน้าที่ชายวัยยี่สิบห้าปี เขาขี่ม้านำออกไป มุ่งหน้าเข้าป่าที่มองเห็นไกลๆ เดินทางมาประมาณหนึ่งก้านธูปก็มาถึง พื้นที่สีเขียวติดกับป่า
“ตรงนี้คือที่พวกเ้าซื้อ สิบห้าหมู่จากแนวตรงนี้ไปถึงชายป่าสังเกตไม้สีขาว ที่ปักไว้เป็แนว ข้าไปก่อนละ”
“พื้นที่โล่งประมาณแค่ห้าหมู่ นอกนั้นเป็ป่าหมดเลย ตำลึงก็หมดแล้ว จะสร้างบ้านก็ต้องไปขายสมุนไพรกับหินสี พวกเ้าก็พักผ่อนกันอยู่ตรงนี้นะ ปู่จะกลับเข้าไปในเมืองอีกรอบหนึ่ง”
“ต้องไปซื้อเสบียงด้วย ข้าไปด้วยดีกว่าท่านพ่อจะได้ช่วยกันยก ท่านแม่ก็ไปด้วยไปเลือกซื้อของ”ทั้งสามขึ้นเกวียนแล้วรีบเดินทางออกไป
“น้องเล็กเรามาสำรวจพื้นที่กันเถอะ เรามีพื้นที่เป็ของตัวเองแล้วถึงจะมีแต่ป่าก็เถอะ มันดีกว่าความแห้งแล้งเป็ไหนๆ”
“อากาศมันดูสดชื่นดีจังเลยนะพี่รองพี่ใหญ่ ไปดูในป่าดีกว่าว่ามีผลไม้ให้กินไหม”ซินหยางลงจากหลังลา วิ่งเข้าไปในป่าไม่ฟังเสียงแม่ที่ะโตามหลังมา
“พวกเ้าอย่าไปไหนไกลไม่อันตราย เรายังไม่รู้ว่าในป่าที่นี่มีอะไรบ้าง เดินสำรวจกันอยู่ข้างนอกนี่แหละ”หวังฟางะโบอก มีแต่ลูกสาวคนโตที่หยุดฟัง ส่วนสองคนวิ่งหายเข้าไปในป่าแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกพี่รอง ถึงจะเป็ป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่ชาวบ้านก็เข้ามาหาของป่ากัน นอกจากเราจะเข้าไปในส่วนลึกของป่าโน่น คงเดินทางเป็วันแหละ”
“ไม่มีอะไรก็ถือเสียว่าเรามาเดินสำรวจ ไม่รู้ว่าพื้นที่ของพวกเรามาถึงตรงไหน เอ๊ะ!นั่นน้องเล็ก เ้าเห็นเหมือนข้าหรือไม่กระต่าย มันวิ่งหายเข้าไปตรงพุ่มไม้นั่น”ลี่ถังรีบวิ่งตามกระต่ายไปทันที
“พี่รองเห็นสัตว์ไม่ได้เลย ความอดอยากที่สะสมไว้หลายปีมันฝังอยู่ในเส้นเืแล้ว”ซินหยางบนแต่ก็วิ่งตามพี่ชายไป
“พี่รองเดี๋ยวท่านปู่ขายหินสีได้ อาจจะซื้อเนื้อสัตว์จากตลาดมาให้กินด้วย ไม่ต้องวิ่งไล่จับกระต่ายให้เหนื่อย แต่ทำไมกระต่ายมันวิ่งไวจังพี่รองว่าไหม”
“อักษรโบราณมีแต่แข็งแรงเดินไว ไม่หิวแต่ไม่ได้บอกว่าให้วิ่งไว พี่รองตามมันไม่ทันหรอก”
“น้องเล็กพี่รองอาจจะวิ่งไม่ทัน แต่ถ้าเป็น้องเล็กก็ไม่แน่นะ”
“ข้ายังไม่อยากวิ่งตอนนี้พี่รอง ถ้ามีสัตว์ก็แสดงว่าป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์ มีชาวบ้านมาหาบ้างเป็บางครั้ง แต่ไม่ได้ลำบากเหมือนแคว้นซางเฉิน ที่แห้งแล้งจนจะกินเปลือกไม้กันอยู่แล้ว”
“จริงของเ้าน้องเล็ก ที่นี่ป่าอุดมสมบูรณ์ต้นไม้เยอะ วันหลังข้าต้องฝึกการยิงธนูแล้วละ จะได้มาลากกระต่าย”
“มีอีกอย่างหนึ่งนะพี่รอง ไม่ไกลจากที่นี่ก็เป็ทะเล อาหารมีเยอะเบื่อสัตว์ป่าก็ไปหาสัตว์น้ำ อาหารมีให้เลือกเยอะแยะ”เด็กน้อยพูดด้วยดวงตาเป็ประกาย
“จริงสิ! พวกเขาคงไม่มาวิ่งไล่จับกระต่าย เพราะอาหารมีเยอะ ข้างในป่านั่นต้องมีทั้งไก่กวางหมูเป็แน่ วันหลังต้องชวนท่านปู่กับท่านพ่อเข้าป่าล่าสัตว์แล้ว”ลี่ถังพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ
