ไม่มีใครสามารถต้านทานการโจมตีของบุรุษสวมหน้ากากห้าสีคนนี้ได้ และไม่มีใครรู้ว่าบุรุษสวมหน้ากากห้าสีมาจากไหน เขาเป็เหมือนปริศนาที่แก้ไม่ได้ ราวกับภูตผีที่เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ ใครก็ตามที่คิดจะมาขวางทาง 'หน่วยซิ่นฝ่าง' จะต้องถูกบุรุษหน้ากากห้าสีคนนี้จัดการอยู่เสมอ
ในขณะที่สถานการณ์สู้รบของราชอาณาจักรทางภาคใต้กำลังล่อแหลม การแข่งขันซ้อมรบระหว่างอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยสี่สิบสี่แห่งก็เร่าร้อนยิ่งขึ้น มีไม่กี่คนที่ทราบว่ากองกำลังใต้ดินของเมืองหลวงเกิดความเปลี่ยนแปลง สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ แต่สำหรับบางคนกลับคิดว่าเป็การต่อสู้ที่ทั้งน่ากลัวทั้งเขย่าขวัญ ม่านโลหิตได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
การต่อสู้ที่น่ากลัวเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ และจบลงอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาสั้นๆ 'หน่วยซิ่นฝ่าง' องค์กรลึกลับที่โผล่ขึ้นมากะทันหันประหนึ่งหน่อไม้ที่แทงทะลุดินออกมา อาศัยเพียงความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขามของบุรุษหน้ากากห้าสี และเงินทองราวกับเสกได้จากหนึ่งผู้เยาว์หนึ่งชรา ก็สามารถดึงดูดพวกทหารรับจ้างกลุ่มเล็กๆ กับองค์กรบางส่วนให้มาเข้าร่วมได้ พวกเขาค่อยๆ วางรากฐานของตัวเองในเมืองหลวงให้มั่นคง ถึงแม้ว่าตอนนี้องค์กรจะมีขนาดเล็ก แต่มันก็เหมือนกับยาพิษที่ไร้รูป ไร้สี ไร้กลิ่น ที่จะคอยแทรกซึมเข้าไปในกองกำลังและภูมิภาคต่างๆ ของราชอาณาจักรอย่างเงียบๆ
ผ่านไปอีกสองวัน ในที่สุดรอบคัดเลือกของการแข่งขันซ้อมรบระดับราชอาณาจักรก็ได้สิ้นสุดลง
หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดใน่สี่วันที่ผ่านมา เขตาทางภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกและภาคกลาง ทั้งห้าเขตาต่างก็ได้สิบยอดฝีมือกับห้ากองกำลังอันแข็งแกร่งที่สุดของแต่ละภาค อาณาจักรอื่นๆ ที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้ก็เร่งรีบเตรียมตัวให้พร้อมพรัก เพื่อมุ่งหน้าลงใต้ไปเข้าร่วมาที่กำลังจะใกล้เข้ามา ส่วนยอดฝีมือและกองกำลังที่แข็งแกร่งสิบอันดับแรกของแต่ละเขตาก็ได้รับอนุญาตให้พักรบหนึ่งวัน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันซ้อมรบรอบสุดท้าย
ผลการแข่งขันรอบสุดท้ายเป็ตัวกำหนดว่าอาณาจักรไหน จะได้เป็ผู้ควบคุมกองทัพใหม่ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของอาณาจักรทั้งสองร้อยสี่สิบสี่แห่ง ตามที่กองทัพของราชอาณาจักรประกาศออกมา ผู้บัญชาการและหัวหน้ากองทั้งหมดของกองทัพใหม่จะต้องคัดเลือกมาจากผู้ที่เข้ารอบสุดท้าย นี่เป็การเอาเนื้อหมูติดมันมาหลอกล่อพวกหมาป่าที่หิวกระหายชัดๆ ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ราชอาณาจักรเซนิทไม่เคยมอบโอกาสแบบนี้ให้กับเหล่าอาณาจักรบริวารเลยสักนิด ด้วยเหตุนี้ เหล่ายอดฝีมือกับกองกำลังที่ได้เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันต่างพากันเข้าสู่โหมดบ้าคลั่ง
ในเขตาภาคเหนือ เมืองแซมบอร์ดกลายเป็ผู้ไร้พ่าย ไม่ว่าศัตรูจะเป็ใคร เมืองแซมบอร์ดก็สามารถกวาดล้างได้ทั้งหมด และนั่นรวมไปถึงอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งที่แข็งแกร่งถึงสองอาณาจักร และอาณาจักรบริวารชั้นยอดระดับสองถึงสามอาณาจักร
ยอดฝีมือสิบอันดับแรกของเขตาทางภาคเหนือ าาและยอดฝีมือเมืองของแซมบอร์ดสามารถคว้ามาได้ถึงแปดตำแหน่งอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะเดียวกันอัศวินบรอนซ์เซนต์ทั้งห้าสิบนายของเมืองแซมบอร์ดก็สร้างสถิติใหม่ด้วยการแข่งยี่สิบสี่ครั้ง ชนะทั้งยี่สิบสี่ครั้ง โดยที่อัตราการเสียชีวิตเป็ศูนย์ พวกเขากวาดศัตรูทุกคนให้กระเด็นลงจากสนามประลองดาบได้อย่างง่ายดาย และคว้าอันดับหนึ่งของสุดยอดกองกำลังในเขตาภาคเหนือไป
อาณาจักรบริวารระดับหกเล็กๆ ได้ก้าวะโขึ้นมาเป็ไข่มุกเม็ดงามที่ราชอาณาจักรยากจะละสายตาได้ เพราะเป็อาณาจักรเดียวในบรรดาอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยสี่สิบสี่แห่งที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้โดยที่อัตราการเสียชีวิตเป็ศูนย์ เื่นี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคน เื่ราวความมหัศจรรย์ของาาหนุ่มแห่งแซมบอร์ดกับเหล่านักรบผู้กล้าใต้บังคับบัญชาของเขา กลายเป็บทกวีที่เหล่าชาวบ้านนับพันนับหมื่นสนใจอย่างที่สุด พวกเขาต่างนำไปเล่าต่อแบบปากต่อปาก แทบทุกคนก็เลยได้รับรู้เื่ราวของพวกเขา
ส่วนเขตาอื่นอีกสี่แห่ง ยอดฝีมือจำนวนมากค่อยๆ ทยอยปรากฏตัวขึ้น
คอนสแตนติน าาแห่งไบแซนไทน์ที่อยู่ในเขตาภาคใต้ ผลการต่อสู้ของเขาทำให้เขาสามารถคว้าอันดับที่เก้าของยอดฝีมือสิบอันดับแรกมาไว้ได้ แต่อาณาจักรไบแซนไทน์กลับไม่ติดห้าอันดับแรกของกองกำลังที่แข็งแกร่งในเขตาภาคใต้ ทำให้เขาขาดคุณสมบัติที่จะประลองต่อไป ในเขตาตะวันออก คนเถื่อนจากอาณาจักรกู่ต้ง 'นักรบคู่อัคคีวาโย' ฮุลกีและกานูเต้ รวมไปถึงจอมเฉือน 'มีดคู่กระหายเื' ที่ชอบเชือดร่างคู่ต่อสู้ให้เหลือเพียงกระดูกต่างก็ติดสิบอันดับแรก ส่วนผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในเขตาตะวันออกก็คือ 'เกราะเงินดาบคลั่ง' และองค์หญิงนักเวทจากอาณาจักรปู้หลันได้อันดับที่สองในเขตตะวันตก เป็รองเพียง 'หนึ่งดาบ' เท่านั้น...
ห้าสิบยอดฝีมือและยี่สิบกองกำลังจากเขตาทั้งห้าจะเริ่มแข่งขันต่อในวันพรุ่งนี้
การแข่งขันซ้อมรบในครั้งนี้มีนักรบเสียชีวิตไปแล้วหกร้อยคน าเ็อีกนับพัน ทหารธรรมดาตายไปกว่าสองพันนาย จำนวนนี้เมื่อเทียบกับการแข่งขันการซ้อมรบเมื่อหลายปีก่อนถือว่าน้อยมาก เมื่อนึกถึงาทางภาคใต้ที่กำลังจะมาถึง ทำให้ทุกอาณาจักรตัดสินใจหลีกเลี่ยงการตายอย่างไร้สาระให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันการจัดอันดับในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลต่อสิทธิ์ในการควบคุมกองทัพใหม่ในอนาคต เพราะฉะนั้นจึงพอคาดเดาได้ว่า การต่อสู้ในวันพรุ่งนี้จะดุเดือดถึงขั้นไหน
ในวันเดียวกับการแข่งขันซ้อมรบที่หยุดการแข่งขันนั้น 'เทพาแห่งเซนิท' องค์ชายใหญ่อังเดร อาร์ชาวินได้นำทหารจาก 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก แส้เทพอัสนี' และ 'ความเกรี้ยวกราดของเทพอัคนี' จำนวนห้าหมื่นนายออกเดินทางจากเมืองหลวงมุ่งหน้าลงใต้เพื่อช่วยเหลือเมืองทั้งสามแห่งที่ถููกราชอาณาจักรสปาร์ตากุสรุกราน นอกเหนือจากกองกำลังทั้งสามแล้ว ยังมีนักเวทอีกร้อยกว่าคนจากราชวังและอัศวินผู้ตัดสินอีกสี่นายจากวังอัศวิน 'อัศวินเมฆา อัศวินแห่งเงา อัศวินโลหิต' กับ 'อัศวินแห่งการลงทัณฑ์' พร้อมด้วยอัศวินใต้บัญชาการของตัวเองเดินทางไปด้วย
กองทัพขับไล่ผู้รุกรานในครั้งนี้เป็การเรียกระดมพลถึงหนึ่งในห้าของกองกำลังทั้งหมดจากในราชอาณาจักร นับได้ว่าเป็กองทัพที่แข็งแกร่ง และกองทัพที่มี 'เทพาแห่งเซนิท' องค์ชายใหญ่อาร์ชาวินเป็ผู้บัญชาการ ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะพ่ายแพ้ ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มคาดเดาว่า อีกไม่ช้า สถานการณ์การสู้รบในภาคใต้จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ก่อนที่กองทัพจะออกเดินทาง ซุนเฟยก็เหลือบไปเห็นองค์หญิงนาตาชาเข้า พวกเขาไม่ได้พบกันอีกเลยนับั้แ่แยกทางกันที่ 'เมืองน้ำพุร้อน'
ครั้งนี้ซุนเฟยเป็ฝ่ายที่ออกไปพบหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคเพื่อขอเข้าเฝ้ากับองค์หญิงก่อน
แผนการฟื้นฟูเมืองแซมบอร์ดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เมืองแซมบอร์ดจึงยังไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ดังนั้นซุนเฟยจึงยึดนโยบาย ‘ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มเงาบังสบาย1’ ตอนนี้เขาต้องเกาะ ‘ต้นไม้ใหญ่’ อย่างเซนิทไว้ให้แน่นเป็การชั่วคราว
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมั่นใจว่าองค์ชายอาร์ชาวินจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ แต่ซุนเฟยที่ผ่านมาสองโลกแล้วกลับคิดอีกอย่างหนึ่งว่า ในโลกนี้ไม่มีกองทัพไหนอยู่ยงคงกระพันได้ตลอดไปหรอก และไม่มีผู้บัญชาการคนไหนที่จะได้รับชัยชนะเสมอไป แต่ไม่ว่าอย่างไร ซุนเฟยจำเป็ต้องออกแรงช่วยราชอาณาจักรอยู่ดี
การช่วยของซุนเฟยก็คือ การมอบน้ำยารักษาจากโลก Diablo ให้
'น้ำยารักษาชีวิต' สามารถช่วยชีวิตพวกทหารในเวลาสำคัญได้ เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการต่อสู้ของกองทัพ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' สามารถฟื้นฟูพลังของทหารได้ทันที และ 'น้ำยาฟื้นฟูมานา' ทำให้ความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทของเหล่านักเวทเร็วขึ้น ใน่เวลาที่สำคัญนี้ ถ้านักเวทมีพลังเวทมากพอก็จะพลิกวิกฤติเป็โอกาสขึ้นมาได้
แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกเหมือนพ่ายแพ้ก็คือ ในตอนที่ตัวเองมอบ 'น้ำยารักษาชีวิต' สามสิบขวด 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' สี่สิบขวด 'น้ำยาฟื้นฟูมานา' สี่สิบขวดให้กับองค์หญิงนาตาชา สีหน้าของ 'นักบุญหญิง' ไม่มีร่องรอยความใหรือแปลกใจใดๆ ราวกับว่านี่เป็สิ่งที่นางคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
ในตอนนี้เอง ซุนเฟยก็รู้สึกเหมือนกับว่า คนที่กำลังมองอยู่ตรงหน้าไม่ใช่หญิงสาวท่าทางอมโรค แต่เป็สาวงามผู้สูงสง่าคนหนึ่งต่างหาก
หลังซุนเฟยมอบ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่งขวดใหญ่' ให้กับนาง ทำให้ตอนนี้นางดูไม่คล้ายกับคนป่วยใกล้ตายเหมือนอย่างที่ซุนเฟยเคยพบในครั้งแรก จำได้ว่าในตอนนั้น นักบวชจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ตัดสินว่านางอาจจะมีชีวิตอยู่แค่ครึ่งปี แต่ตอนนี้ผ่านไปได้สามเดือนแล้ว สีหน้าขององค์หญิงกลับดูดีกว่าตอนนั้นมาก
“อเล็กซานเดอร์ สูตรยาสองชนิดที่เ้าให้มามันน่าทึ่งจริงๆ ท่านนักเวทลูลูชกับคนอื่นๆ ประสบความสำเร็จในการปรุงน้ำยาที่มีสูตรคล้ายคลึงกันแล้ว ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คืออัตราความสำเร็จนั้นต่ำมาก และประสิทธิภาพของน้ำยาก็ไม่ค่อยเสถียรเท่าไร ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ชัดเจนเหมือนกับของเ้า หลังจากการทดลองก็ได้ข้อสรุปว่าถ้าปรุงน้ำยาตามสูตรที่ให้มาทั้งสองรายการ มูลค่าของมันเกือบจะไม่พอกับค่าส่วนผสมและแรงงานเลย”
องค์หญิงเผยยิ้มน้อยๆ ออกมา
ความจริงแล้วองค์หญิงเป็คนฉลาด นางน่าจะคาดเดาได้ตั้งนานแล้วว่า บางทีซุนเฟยอาจจะเก็บเคล็ดลับบางอย่างไว้ ไม่แน่ว่าประโยคที่พูดเมื่อครู่อาจเป็การหยั่งเชิง
แต่ซุนเฟยแค่ยิ้มเท่านั้น ไม่ได้พูดอะไรออกมา
สูตรทั้งสองที่ซุนเฟยมอบให้กับองค์หญิงก่อนจากกันนั้น เป็ผลจากการวิจัยร่วมกันของแม่ชีอาคาร่าและตาเฒ่าเคนในการปรับแต่งเพื่อลดทอนประสิทธิภาพของน้ำยาพวกนี้ ความจริงแล้วองค์หญิงเชื่อว่า นอกจากผลลัพธ์ที่ได้จะห่างไกลจากที่หวังแล้ว วัตถุดิบที่ใช้ก็เยอะมากด้วย ทุกอย่างล้วนเป็ซุนเฟยจงใจทำเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างทั้งสองฝ่าย
สูตรน้ำยาที่แท้จริงยังคงอยู่ในมือของซุนเฟย และเขาคงไม่ยอมมอบสูตรที่แท้จริงออกมาให้ง่ายๆ
แม้แต่น้ำยาที่มอบให้องค์หญิงก็ยังเป็แบบที่เจือจางแล้ว ผลของมันอาจจะดีกว่าสูตรน้ำยาฉบับปรับปรุงที่มอบให้เพียงเล็กน้อย ต่อให้พวกเขาเอาไปตรวจสอบก็ไม่พบอะไรอยู่ดี หรือต่อให้พบก็สามารถโยนความผิดทุกอย่างไปให้กับสูตรที่ไม่แน่นอนนั่นได้
“แต่อย่างไรก็ตาม สูตรที่เ้ามอบให้มาก็มีค่ามากสำหรับาในครั้งนี้ แล้วยังมอบน้ำยาชุดนี้เพิ่มให้พวกเราอีก นับว่าเ้าได้สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่แล้ว!” เมื่อเห็นซุนเฟยยิ้มโดยไม่พูดจาอะไร องค์หญิงก็ยอมถอยแต่โดยดี บางทีนี่อาจจะเป็ข้อดีของนาง
“นับเป็เกียรติเช่นกันฝ่าา” ซุนเฟยยังคงยิ้มน้อยๆ แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่เช่นเคย
เพราะาาแห่งแซมบอร์ดเข้าใจดีว่า เมื่อเผชิญหน้ากับองค์หญิง การพูดมากไปอาจทำให้อีกฝ่ายคาดเดาไปในทางอื่นที่ใกล้เคียงกับความเป็จริงได้ ดังนั้นสู้พูดน้อยลงจะดีกว่า เห็นได้ชัดว่าองค์หญิงผู้มีสติปัญญาลึกล้ำพระองค์นี้ยืนอยู่ข้างองค์ชายอาร์ชาวินแบบเต็มตัว ซุนเฟยเองก็ไม่ได้้าเข้าร่วมกับฝ่ายนี้ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ซุนเฟยต้องรักษาระยะห่างทั้งสองฝ่ายให้เท่ากัน
----------------------------
1 ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มเงาบังสบาย อุปมาว่า พึ่งบารมีของผู้มีอิทธิพลอำนาจ
