ด้านเซียวหนิงหลงกับผู้ติดตาม ที่เดินทางจากตำบลหย่งฝูใช้เวลาเดินทางครั้งนี้เกือบหนึ่งเดือน เพราะพวกเขาต้องใช้รถม้า นำตัวสายลับพวกนี้กลับไปด้วย ทำให้การเดินทางล่าช้าไปบ้าง ยังโชคดีที่ระหว่างทางไม่เกิดปัญหา มิเช่นนั้นอาจจะถึงเมืองหลวงช้ากว่านี้อย่างแน่นอน
เมื่อเข้าใกล้เขตเมืองหลวง เซียวหนิงหลงได้นำตัวสายลับไปคุมขังไว้ที่คุกใต้ดิน ทางด้านทิศตะวันออกห่างจากกำแพงเมืองหลวงประมาณสิบลี้ บริเวณนี้คล้ายหมู่บ้านเล็ก ๆ มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่กี่ครัวเรือน สิ่งนี้เป็เื่ธรรมดาสำหรับชาวบ้าน ที่อยู่รอบนอกกำแพงเมือง แต่อันที่จริงคนเหล่านี้ล้วนเป็หน่วยลับของเซียวชินอ๋อง ที่แสร้งมาสร้างบ้าน
อยู่กันเป็ครอบครัวบดบังคุกใต้ดินที่อยู่ที่นี่
“ตันเจียง ชุนชาน พวกเ้าเอาตัวสายลับพวกนี้ไปขังไว้ที่คุกใต้ดิน จากนั้นกำชับคนของเราให้จับตาดูไว้ อย่าให้คลาดสายตาหากไม่มีคำสั่ง ห้ามปลดโซ่ออกจากมือและเท้าเด็ดขาด ข้าจะกลับไปรายงานเสด็จพ่อส่วนพวกเ้าค่อยตามไปทีหลัง” เขาสั่งงานทั้งสองคนเสร็จก็ควบม้าออกจากทันที
เพราะ้าให้ครอบครัวของตน โดยเฉพาะบิดาได้ดื่มน้ำสมุนไพรนี้ของลู่ชิง ในเมื่อมันสามารถช่วยให้ตนบรรลุ
ขั้นพลังยุทธ์ได้ นั่นหมายความว่าน้ำสมุนไพร ย่อมช่วยกำจัดพิษที่ตกค้างในร่างกายของบิดาได้เช่นกัน
“ขอรับ/ขอรับ” พวกเขาเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่เห็นซื่อจื่อเสียแล้ว
ภายในห้องโถงรับรองของจวนชินอ๋อง ตอนนี้สามคนพ่อแม่ลูกกำลังนั่งทานของว่างและพูดคุยกันอยู่ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะมีบุรุษแต่งกายด้วยชุดดำทั้งตัว โผล่มาเงียบ ๆ ท่านอ๋องเกือบจะปาถ้วยน้ำชาออกจากมือ หากไม่มีเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“เสด็จพ่อเสด็จแม่เป็กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ” ดีที่เขาเอ่ยขึ้นได้ทันก่อนที่จะโดนถ้วยน้ำชานั่นปาใส่หน้า
“เป็หลงเอ๋อร์เช่นนั้นหรือเหตุใดถึงได้มาเงียบ ๆ เล่า แล้วไหนจะใส่ชุดดำไปทั้งตัวปิดหน้าปิดตา มองไม่ออกว่าเป็เ้าจนเกือบจะต้องเจ็บตัวเชียวนะ แล้วแม่เคยบอกเ้าไปแล้วใช่หรือไม่ ยามอยู่ในจวนไม่จำเป็ต้องใช้คำพูดเป็ทางการเช่นนั้น เรียกพ่อกับแม่เช่นคนธรรมดาทั่วไปก็พอ อย่าเคร่งครัดเื่พวกนี้ในครอบครัวนัก” พระชายาไป๋รีบเดินเข้ามาหาบุตรชาย
“ขออภัยท่านแม่ที่ทำให้ท่านต้องใขอรับ ข้าเพิ่งกลับมาจากการจับตัวสายลับแคว้นตงหนาน ตอนนี้พวกมันถูกขังไว้ที่คุกลับใต้ดิน ที่หมู่บ้านนอกเมืองขอรับ” เซียวหนิงหลงรีบกล่าวกับมารดา
“หลงเอ๋อร์!! นี่เ้าบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงแล้วใช่หรือไม่” ท่านอ๋องรู้สึกได้ว่าบุตรชายใช้วิชาตัวเบาได้เงียบยิ่งนัก เมื่อครู่เขารับรู้ถึงตัวตนของบุตรชายตอนที่ลงมาอยู่หน้าประตูแล้ว
“ใช่ขอรับ รวมถึงตันเจียงและชุนชาน ก็บรรลุขั้นวรยุทธ์ที่ติดขัดมาหลายปีได้เช่นกัน” อยู่ต่อหน้าครอบครัวเขาไม่จำเป็ต้องปิดบังอันใด
“การที่จะบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงได้มิใช่เื่ง่าย มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่ เล่าให้พ่อฟังได้หรือไม่” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรชายของเขาต้องไม่ใช่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน
“ท่านพี่ แล้วหลงเอ๋อร์จะมีอันตรายในภายหลังหรือไม่เ้าคะ” พระชายาไป๋ได้ยินสองพ่อลูกคุยกันถึงเื่แปลก ๆ ก็กลัวว่าบุตรชายจะมีอันตราย
“ท่านแม่อย่าได้คิดมากเลยขอรับ เื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่ที่ดีมาก ๆ ข้าคิดว่าจดหมายที่ตันเจียงส่งมา คงบอกเล่าเื่ราวเกี่ยวกับเด็กสาวคนหนึ่งมาด้วยใช่ไหมขอรับ” พอเขาพูดออกไปเช่นนี้ทุกคนต่างทำท่าทางมีพิรุธ หมายความว่าเจียวมิ่งคงเล่าให้ฟังเรียบร้อยแล้ว
“ข้าไม่ขอปิดบังเื่ที่พวกท่านได้รับรู้ จากข้อความในจดหมายที่ส่งมาเป็ความจริง ความรู้สึกของข้าก็เป็เื่จริง พวกท่านก็คงรู้ว่าข้าเป็คนเช่นไร และที่ท่านพ่อ้ารู้ก็เกี่ยวกับนางอีกก็เช่นกันขอรับ เช้าวันที่จะเดินทางออกจากตำบลหย่งฝูนั้น ข้าได้ช่วยนางจากอันธพาลเอาไว้ คราแรกนางอยากตอบแทนเป็อาหาร ที่นางและครอบครัวทำขายแต่อาหารขายหมดไปแล้ว นางจึงตอบแทนด้วยการให้น้ำสมุนไพรกับข้าแทนขอรับ
ตอนที่ยื่นมือไปรับถุงเก็บน้ำสมุนไพร นางได้แนบจดหมายเล็ก ๆ มาด้วยหนึ่งฉบับ หลังจากได้เปิดอ่านก่อนออกเดินทาง นางบอกว่ารอให้ขบวนเดินทาง พ้นจากเมืองหย่งจินมาสักระยะค่อยดื่มน้ำสมุนไพร และยังกำชับเอาไว้ว่าอย่าได้แบ่งมันให้กับคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด สำหรับคนในครอบครัวข้าสามารถแบ่งให้ดื่มได้
เมื่อลองดื่มตอนที่พักม้าอยู่ริมลำธาร ก็รู้สึกว่าร่างกายไม่มีอาการเหนื่อยล้าเหลืออยู่อีก ทั่วทั้งร่างเบาสบายแต่ไม่ถึงหนึ่งจิบชา ก็เกิดความปั่นป่วนของลมปราณในร่างกาย จนต้องนั่งสมาธิเพื่อรวบรวมลมปราณ สุดท้ายก็บรรลุวรยุทธ์ขั้นสูง นอกจากนี้จุดชีพจรทั้งหมดยังเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ จากนั้นจึงเรียกตันเจียงกับชุนชาน มารับน้ำสมุนไพรไปดื่มผลลัพธ์ที่ได้ ก็เหมือนกับข้าเช่นกันขอรับ” หากพูดคุยกันเข้าใจแล้วเขาจะเอาน้ำสมุนไพรนี้ ให้ท่านพ่อท่านแม่และน้องสาวได้ดื่มด้วย
“นะ นะ นี่มัน!! หรือว่าจะเป็น้ำวิเศษในตำนานเช่นนั้นรึ ถ้าหากดื่มแล้วเป็อย่างที่เ้าพูดมา แสดงว่าน้ำสมุนไพรที่เ้าดื่มมีส่วนผสมของน้ำวิเศษอยู่อย่างแน่นอน หลงเอ๋อร์หากมีใครล่วงรู้เื่นี้เข้า นางจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป โดยเฉพาะพวกโลภมากและบ้าอำนาจพวกนั้น อาจส่งคนไปตามล่านางได้” เขาเคยได้ยินเื่เล่าเกี่ยวกับน้ำวิเศษนี้ จากไท่ซ่างหวงแต่ที่ผ่านมาหลายร้อยปี ไม่เคยมีใครพบเจอน้ำวิเศษนี้ มันจึงกลายเป็เพียงนิทานที่เล่าสู่ลูกหลานฟังเท่านั้น
“ถ้าเป็จริงตามที่ท่านพ่อกล่าวมา ข้าคงต้องส่งเจียวมิ่งและองครักษ์เพิ่มอีกสองสามคน ไปคุ้มครองนางกับครอบครัวที่นั่นโดยเร็ว แต่พวกเขาต้องดื่มน้ำสมุนไพรนี้ เพื่อให้บรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงเสียก่อน” เซียวหนิงหลงคิดตามก็รู้สึกกังวลใจไม่น้อย ต้องรีบส่งคนไปดูแลนางตอนที่ยังไม่มีใครรู้ แต่ไม่มีอะไรแน่นอนป้องกันไว้ก่อนย่อมเป็การดีกว่า
“พี่ชายว่าที่พี่สะใภ้อายุเท่าไหร่หรือเ้าคะ ตอนนี้พี่ชายกลายเป็วัวแก่หวังกินหญ้าอ่อนเสียแล้วหรือนี่” เซียวเยว่เล่อที่เห็นบรรยากาศตึงเครียดจึงอยากให้ทุกคนผ่อนคลายบ้าง
“นั่นสิแม่ก็อยากรู้เช่นเดียวกันกับเล่อเล่อ เ้าพอจะบอกพวกเราได้หรือไม่หลงเอ๋อร์” ว่าที่ลูกสะใภ้ของนางไม่ธรรมดาจริง ๆ
“อีกไม่กี่เดือนนางคงอายุสิบสามหนาวขอรับท่านแม่ นางอายุน้อยกว่าเล่อเล่อหนึ่งปีก็พอจะเป็สหายกันได้ขอรับ” เซียวหนิงหลงพูดถึงชิงเอ๋อร์ของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“โอ๊ะ!! นั่นพี่ชายยิ้ม ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านดูสิเ้าคะพี่ชายยิ้มเป็ด้วยล่ะ ั้แ่จำความได้แทบไม่เคยได้เห็นรอยยิ้มของท่านเลยนะเ้าคะ” เซียวเยว่เล่อเห็นพี่ชายยิ้มในรอบหลายปีถึงกับเรียกบิดามารดาดู
“ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดพวกเราก็มีความหวัง จะได้อุ้มหลานกับเขาบ้างแล้วนะน้องหญิง หลงเอ๋อร์จากนี้เ้ามีแผนการเช่นไรต่อไป” ท่านอ๋องยินดีกับบุตรชายแต่ก็มีความกังวลอยู่บ้างเล็กน้อย
“ตอนนี้ที่ต้องทำก็คือให้พวกท่านดื่มน้ำสมุนไพรนี่ขอรับ แต่ข้าอยากให้ท่านพ่อช่วยพาไปเข้าเฝ้าเสด็จลุง ถ้าในน้ำสมุนไพรมีส่วนผสมของน้ำวิเศษจริง เมื่อเสด็จลุงได้ดื่มเื่ที่พวกเรากังวล ว่ามีคนวางยาพิษเสด็จลุงที่ค่อย ๆ มีอาการป่วยทีละนิด เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตย่อมปรากฏออกมาแน่นอนขอรับ” เขาเป็ห่วงเสด็จลุงฮ่องเต้ไม่น้อย เพราะในวังหลังล้วนเต็มไปด้วยอสรพิษ ที่คอยแย่งชิงความโปรดปรานกันอยู่เงียบ ๆ
“พ่อเห็นด้วยกับความคิดนี้ของเ้านะอาหลง ที่ผ่านมาพวกเราไม่อาจรู้ได้ว่า เสด็จลุงของเ้าถูกใครวางยาพิษไปบ้าง เช่นนั้นพวกเราก็ดื่มน้ำสมุนไพรนี่ก่อนเถิด จากนั้นค่อยไปเข้าเฝ้าอย่างเงียบ ๆ มิให้ศัตรูไหวตัวได้ทัน” ท่านอ๋องคิดว่าที่บุตรชายพูดมาก็มีเหตุผลไม่น้อย
เซียวหนิงหลงหยิบถุงน้ำสมุนไพร เทลงในถ้วยน้ำชาสามใบวางไว้ต่อหน้าทุกคน ทั้งสามคนไม่รอช้ายกขึ้นดื่มในทันที ความรู้สึกแรกของทุกคนนั้นเหมือนกันคือโล่งเบาสบาย สำหรับสตรีทั้งสองจะรู้สึกว่าตนเองแข็งแรงขึ้น และผิวพรรณก็กระจ่างใสเรียบเนียนไม่มีริ้วรอย
แต่ไม่ใช่กับเทพาไร้พ่ายอย่างท่านอ๋อง ที่ตอนนี้เขามีเหงื่อสีเข้มไหลออกมา และกลายเป็คราบสีดำปนอยู่ด้วย แม้ไม่มากนักแต่ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งเซียวหนิงหลงมั่นใจมากว่านี่คือยาพิษ ที่ตกค้างอยู่ในกระแสเืของบิดา และมันยังทำให้บิดของเขาไม่สามารถบรรลุขั้นพลังยุทธ์ได้มาหลายปี
“หลงเอ๋อร์! เหตุใดเหงื่อของบิดาเ้าถึงมีสีดำปนออกมาเช่นนี้เล่า” พระชายาไป๋ใกับอาการของสามี ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นต่อหน้าของตน
“ท่านแม่ใจเย็น ๆ ก่อนขอรับ ข้าคิดว่าในร่างกายท่านพ่อ อาจจะมียาพิษตกค้างอยู่ก็เป็ได้ ท่านจำไม่ได้หรือว่าท่านพ่อเคยได้รับาเ็ ตอนทำากับเผ่านอกด่านและถูกยิงด้วยธนูอาบยาพิษ แม้ว่าจะถอนพิษได้ทันแต่อาจจะมียาพิษตกค้างอยู่ภายในร่างกายของท่านพ่อเล็กน้อยขอรับ” ในเมื่อน้ำสมุนไพรสามารถทำให้รู้ได้ว่า ถูกพิษหรือไม่เขาจะได้รู้สาเหตุเสียทีว่า เพราะเหตุใดเสด็จลุงถึงดูเหมือนคน จะล้มป่วยได้ง่ายอยู่ตลอดเวลา
“อัก!! พรวดดดดดด” ท่านอ๋องกระอักเืออกมาเป็สีดำ ซึ่งเป็การยืนยันแล้วว่ามียาพิษตกค้างในร่างกายจริง ๆ
“ท่านพี่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ตอนนี้ท่านรู้สึกเช่นไร มาเ้าค่ะข้าจะเช็ดคราบเืให้เสียก่อนนะเ้าคะ” พระชายาไป๋รีบเข้ามาประคองสามีพร้อมกับเช็ดคราบเื ที่ติดอยู่มุมปากของสามีอย่างอ่อนโยน
“น้องหญิงเ้าสบายใจได้ พี่รู้สึกว่าภายในร่างกายโล่งเบาสบายอีกทั้งยังหายใจได้ไม่มีติดขัดตรงไหนเลย แตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างชัดเจนเชียวล่ะ ไม่แน่ว่าอีกสองวันพี่อาจจะบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุดก็เป็ได้” ท่านอ๋องหลังจากกระอักเื เอายาพิษที่ค้างออกมาก็รู้สึกลมปราณปั่นป่วน เหมือนที่บุตรชายเขาพูดมาไม่มีผิด นอกจากนี้ตัวของท่านอ๋องเอง ยังรู้สึกถึงความแข็งแรงของร่างกาย ที่คล้ายจะกลับไปใน่อายุสามสิบอีกด้วย
“ท่านพ่อเ้าคะท่านลองมองดูท่านแม่ดี ๆ สิเ้าคะ ต่อไปนี้ท่านจะปล่อยท่านแม่ออกไปข้างนอกคนเดียวไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นละก็คงมีบุรุษเข้ามาเกี้ยวพาท่านแม่มากมายเลยล่ะเ้าค่ะ อิอิ” พอดื่มน้ำสมุนไพรนางกับท่านแม่ต่างก็รู้สึกคล้ายกัน ผิวพรรณผ่องใสกับนางไม่เท่าไหร่เพราะยังไม่โตเต็มวัยนัก แต่ท่านแม่นี่สิเดิมทีก็งดงามจนท่านพ่อนั้นหวงจะแย่อยู่แล้ว พอตอนนี้ผิวพรรณเต่งตึงใบหน้าไร้ริ้วรอย ไม่เหมือนคนอายุสามสิบกว่าเลยสักนิด
“นะ นะ นี่ ดะ ดะ ได้อย่างไรกัน เหตุใดน้องหญิงถึงได้ดูอ่อนเยาว์งดงามกว่าเดิมอีกเล่า หากพี่ไม่อยู่จะทำอย่างไร ถ้าบุรุษหน้าเหม็นพวกนั้นเห็นใบหน้างดงามนี้ พวกมันต้องมาวุ่นวายกับเ้าเป็แน่ ไม่ได้ น้องหญิงเ้าห้ามออกไปข้างนอกถ้าหากไม่มีพี่ติดตามไปด้วยเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่” นางต้องมีข้าติดตามอยู่ข้างกาย บุรุษพวกนั้นจะได้รู้ว่านางมีเ้าของแล้ว นั่นก็คือชินอ๋องอนุชาสุดรักของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
พระชายาไป๋และบุตรทั้งสอง ต่างก็ส่ายหน้าให้กับความขี้หวงนี้ของท่านอ๋อง เขาไม่เปลี่ยนไปเลยั้แ่เป็เด็กหนุ่ม จนตอนนี้อายุก็ปาเข้าไปเลขสี่กันแล้ว แต่ยังทำตัวประหนึ่งว่ายังเป็เด็กหนุ่มก็มิปาน จนบางคราพระชายาไป๋อยากจะขังท่านอ๋องไว้จริง ๆ
่ยามซวีสองคนพ่อลูกจากจวนชินอ๋อง ใช้วิชาตัวเบาที่เงียบสนิท แอบมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้เซียวถิงเฟิง ณ ตำหนักกวงจือกงที่ฮ่องเต้กำลังทรงงานตรวจฎีกา ที่เสนาบดีฝ่ายซ้ายได้คัดกรองแล้วว่าเป็เื่ด่วน จึงส่งเข้ามาถวายให้ฮ่องเต้เพื่อประทับตราอนุญาต ให้กระทำการช่วยเหลือตามรายละเอียดของฎีกาแต่ละเล่ม
“พรึ่บ!! ถวายบังคมเสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกับบุตรชายขอประทานอภัย ที่ต้องมาพบพระองค์ในยามนี้พ่ะย่ะค่ะ” เพราะมาโดยไม่ได้ยื่นหนังสือขอเข้าเฝ้ามาล่วงหน้าถือว่ามีความผิด
“ถวายบังคมเสด็จลุงพ่ะย่ะค่ะ หลานมีเื่สำคัญมากที่ไม่อาจรั้งรอได้ จึงขอให้เสด็จพ่อพามาเข้าเฝ้าพระองค์ในยามนี้แทนพ่ะย่ะค่ะ” เซียวหนิงหลงเอ่ยขึ้นคล้ายจะบอกว่าเป็ความผิดของตน
“พวกเ้าอย่าได้มีพิธีรีตองอะไรมากมาย ลุกขึ้นเถิดเจิ้นเข้าใจดี ถ้าไม่เป็เื่ด่วนหรือสำคัญจริง ๆ พวกเ้าคงไม่ทำเช่นนี้ แล้วที่มามีเื่ด่วนอันใดกันหรือ?” ฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงย่อมเข้าใจน้องชายดี เพราะเขามักจะแอบมาแบบนี้บ่อย ๆ
“รบกวนจ้าวกงกงบอกให้ทหารและขันทีด้านนอก ถอยห่างออกไปจากหน้าตำหนักจำนวนสามสิบก้าวด้วย เื่นี้สำคัญมากไม่อาจให้ผู้ใดได้ยินเด็ดขาด” เซียวหนิงหลงเป็ผู้เอ่ยประโยคนี้ ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็อย่างมาก
จ้าวกงกงหันมามองฮ่องเต้ที่พยักหน้าให้ จึงรีบเดินไปที่ประตูพร้ะโกนคำสั่ง ให้ทุกคนถอยห่างออกไปจากตำหนักสามสิบก้าว
“เสด็จพี่ที่พวกเรามาครั้งนี้ มีเื่สำคัญอยู่สองเื่พ่ะย่ะค่ะ เื่แรกนั้นหลงเอ๋อร์ได้จับตัวสายลับของแคว้นตงหนาน ที่ปลอมตัวเป็พ่อค้าเร่ได้แล้วตอนนี้ขังไว้ที่คุกใต้ดินนอกเมือง ส่วนอีกเื่ก็คือกระหม่อมอยากถามเสด็จพี่สักเล็กน้อยว่า พักหลังมานี้พระองค์รู้สึกมีอาการแปลก ๆ อันใดบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องกล่าวเข้าประเด็นสำคัญเพราะไม่อยากเสียเวลา
“อาหลงของลุงทำงานได้ดีมาก ไม่เคยเกิดข้อผิดพลาด ส่วนคำถามของชินอ๋อง พักหลังมานี้เจิ้นรู้สึกเหนื่อยง่าย พอนอนหลับก็ไม่อยากจะตื่น บางครั้งจ้าวกงกงต้องเรียกอยู่นานมาก กว่าเจิ้นจะยอมตื่นขึ้นมาเ้าถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” ฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงรู้สึกแปลกใจที่อนุชาของตนถามถึงเื่สุขภาพ
ท่านอ๋องเซียวและบุตรชายหันมามองหน้ากันทันที คงต้องลองทำตามวิธีที่คิดไว้เสียแล้ว ฟังจากที่ฮ่องเต้ตรัสออกมา อาการเช่นนี้น่าจะเป็เพียงอาการเริ่มต้นที่ยาพิษกำลังค่อย ๆ ออกฤทธิ์เท่านั้น แต่ยังไม่รู้ว่าผู้ใดที่แอบลงมือทำร้ายได้อย่างเงียบเชียบ หากเซียวหนิงหลงไม่คอยสังเกตท่าทางของฮ่องเต้ จนถึงตอนนี้พวกเขาคงนึกไม่ถึงว่าจะมีคนวางยาพิษ และไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นลงมือมานานเพียงใดแล้ว
