“แม่นางเสิ่น!” เถ้าแก่หวังยิ้มราวกับแม่เล้าในหอคณิกา กวักมือเรียกเสิ่นม่านแต่ไกล
“นานแล้วที่เ้าไม่ได้มาซื้อเสบียงธัญญาหารที่ร้านของเรา ปีใหม่ทั้งที ไม่ตุนเสบียงไว้ทำเต้าหู้หน่อยหรือ?”
นี่กำลังส่งสัญญาณให้นางซื้อถั่วเหลืองสินะ? เสิ่นม่านหาวอย่างเชื่องช้า จากนั้นเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน
“ขออภัยด้วย ปีใหม่คนงานของเราหยุด จึงไม่ได้ทำเต้าหู้ชั่วคราว”
ไม่ทำเต้าหู้หรือ? ได้อย่างไรกัน?!
เขารับซื้อถั่วเหลืองหลายพันชั่งในตำบล แต่กลับไม่ส่งผลต่อผู้หญิงคนนี้แม้แต่น้อยเลยหรือ?
เมื่อเห็นว่าใกล้ปีใหม่แล้ว ถั่วเหลืองหลายพันชั่งยังขายไม่ออกและกำลังจะเน่าเสียคามือของตน เขาจึงเริ่มกังวลและรีบพูดจาหว่านล้อม
“เช่นนั้นเ้า… เ้าจะเริ่มงานหลังปีใหม่ใช่หรือไม่? ตอนนี้มีถั่วเหลืองเยอะ ราคาจึงลดลงมาแล้ว ข้าจะขายให้เ้าในราคาชั่งละสามอีแปะ เป็อย่างไร?”
ตอนนี้รู้จักขายราคาถูกแล้วหรือ? สายเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
เสิ่นม่านเลิกคิ้ว นางรู้ดีแก่ใจโดยไม่ต้องอธิบาย ก่อนหน้านี้นางให้เยี่ยนชีปล่อยข่าวลือ บอกว่าตนจะรับซื้อถั่วเหลืองในราคาชั่งละห้าอีแปะ
ตอนนั้น เถ้าแก่หวังก็เลยแย่งรับซื้อจากพ่อค้าปลีกย่อยในราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมาชั่งละห้าอีแปะ
หึ ไม่รู้ว่ารับซื้อไปเท่าไร เดาว่าคงเพียงพอให้เขาสำลัก
เสิ่นม่านแสร้งทำเป็พินิจชั่วครู่ จากนั้นเอ่ยอย่างลังเล “อ้อ ข้าซื้อถั่วเหลืองมาจากตำบลเหมยฮัว มีตั้งหนึ่งพันชั่งที่ยังไม่ได้ใช้ ตอนนี้ยังไม่ต้องซื้อเพิ่ม”
เถ้าแก่หวัง “!” ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ!
มารดาเถิด ที่แท้นางก็ไปซื้อถั่วเหลืองที่ตำบลข้างๆ นี่เอง! มิน่าเขารอมานานเช่นนี้ แต่นางกลับไม่มาซื้อถั่วเหลืองกับตน! ตอนนี้เขาตุนถั่วเหลืองไว้ในมือหลายพันชั่ง หรือว่าต้องปล่อยให้เน่าเสีย?
เถ้าแก่หวังใบหน้าเขียวคล้ำ เขาอยากตายเสียให้ได้ตรงนี้จะได้จบสิ้น
แต่เขาทำไม่ได้!
แม้ว่าจะต้องบีบคอตนเอง วันนี้ก็ต้องขายถั่วเหลืองออกไปให้ได้! เขาอ้อนวอนกับเสิ่นม่านโดยไม่เหลือความหยิ่งยโสอีกแล้ว
“แม่นาง ข้าสำนึกผิดแล้ว ตอนนั้นไม่ควรแกล้งขึ้นราคาถั่วเหลือง ตอนนี้ในมือข้าตุนถั่วเหลืองไว้หลายพันชั่ง ได้โปรดเ้าเหลือทางรอดให้ข้าด้วย ให้ข้ากับครอบครัวทั้งสี่ชีวิตมีมื้อปีใหม่ที่อบอุ่นสักปีด้วยเถิด”
เสิ่นม่านชำเลืองมองเขาโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“แกล้งขึ้นราคา? ตอนนั้นเ้าบอกว่าแดนเหนือมีภัยแล้งจนราคาถั่วเหลืองสูงขึ้นไม่ใช่หรอกหรือ? หรือว่าที่เถ้าแก่หวังขึ้นราคา เพื่อจงใจโกงข้า?”
เถ้าแก่หวังหน้าแดงสลับเขียว จากนั้นเปลี่ยนเป็ซีด หลังจากสีหน้าเปลี่ยนอยู่นานสักพักใหญ่ เขาถึงเอ่ยด้วยหน้าละห้อย
“ความผิดของข้าเอง ข้าไม่ควรถูกเงินทำให้ตาบอดและใช้แผนมากเล่ห์กับเ้า ข้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ตอนนี้ถั่วเหลืองที่ข้ามีคุณภาพดียิ่งนัก หรือไม่เ้าลองไปดูที่โรงเก็บของก่อนสิ? ต่อไปหากเ้ามาซื้อถั่วเหลือง ข้าจะขายให้เ้าในราคาถูกกว่า!”
นี่ยังพอทำเนา ในเมื่อรู้สำนึกผิดแล้ว เสิ่นม่านเองก็เลิกเล่นตัว
เพราะถึงอย่างไรต่อไปหากเปิดร้านในตำบล เงยหน้าไม่เห็นก้มหน้าก็เห็นกันอยู่ดี การสร้างความแค้นกับผู้คนจึงไม่ใช่เื่ดี
เสิ่นม่านไปดูคุณภาพสีสันของถั่วเหลืองเ่าั้ในโรงเก็บของ นี่ล้วนเป็ถั่วเหลืองสดใหม่ของปีนี้ เนื้อเต็มเม็ดคุณภาพถือว่าใช้ได้
ทว่าถั่วเหลืองจำนวนหลายพันชั่ง ตอนนี้นางยังไม่สามารถตุนได้มากมายขนาดนั้น จึงซื้อจำนวนห้าร้อยชั่งในราคาชั่งละสามอีแปะไปก่อน
และทิ้งคำพูดไว้ว่า หากมาครั้งหน้าและคุณภาพยังคงเป็เช่นนี้ นางสามารถเหมาซื้อถั่วเหลืองของที่นี่ระยะยาว
เถ้าแก่หวังขอบพระคุณอย่างซาบซึ้ง เขาให้คำมั่นว่าสามารถส่งถั่วเหลืองให้นางถึงที่ ทั้งยังโน้มตัวคำนับเพื่อส่งนางออกจากร้านเสบียงธัญญาหาร ระหว่างก่อนกลับเขายังมอบข้าวสารให้นางอีกยี่สิบชั่ง
เสิ่นม่านไม่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น จึงแอบวางเงินไว้ในร้านจำนวนสองร้อยอีแปะ แล้วค่อยไป
คนทั้งหมดซื้อของในตำบลอยู่ครึ่งวัน จนตลาดใกล้จะวาย ระหว่างที่พวกเขาเตรียมตัวกลับบ้าน ตรงประตูที่ว่าการก็มีมือปราบหลายสิบคนถือดาบวิ่งออกไปทางนอกตำบล
เสิ่นม่านรู้สึกแปลกพิกล อยู่ดีๆ เกิดอะไรขึ้น?
คนทั้งหมดเดินอยู่หน้าที่ว่าการ บังเอิญเจอกับจางหงอี้ในชุดเกราะ แล้วมีเด็กหนุ่มจูงม้าให้เขา
เมื่อเห็นพวกเสิ่นม่านกับหนิงโม่ จางหงอี้เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยกับพวกเขา
“่นี้ในเหยี่ยนโจวมีโจรกลุ่มผู้ลี้ภัยกำลังก่อความวุ่นวาย ใกล้ปีใหม่แล้ว ราชสำนักสั่งให้ปราบโจร พวกเ้าอยู่ในหมู่บ้านต้องระวังให้มาก หากเจอกับผู้ลี้ภัยต่างถิ่นต้องรีบขับไล่ออกจากหมู่บ้าน!”
หนิงโม่หรี่ตาลง ดวงตาคู่สวยกลายเป็เส้นยาว พร้อมกับแผ่รังสีความน่าเกรงขามขึ้นมาหลายระดับ “พบเบาะแสโจรกลุ่มผู้ลี้ภัยที่ก่อความวุ่นวายแล้วหรือ?”
จางหงอี้เลียริมฝีปาก จากนั้นยืดอกหลังตรง
“ตอนนี้ยังไม่พบ ข้าคาดว่าน่าจะเพราะฤดูหนาวอากาศหนาวเหน็บเกินไป ผู้ลี้ภัยอดอยาก จึงเกิดความคิดเยี่ยงโจร”
เสิ่นม่านลูบคางถาม “ที่ตัวเมืองและในตำบลก็มีตั้งโรงทานแจกจ่ายโจ๊กไม่ใช่หรือ? ข้าเห็นใต้เท้าส่งหมอจำนวนไม่น้อยไปช่วยดูอาการป่วยให้เหล่าผู้ประสบภัย เหตุใดจึงยังมีการก่อความวุ่นวายได้?”
จางหงอี้สีหน้าขมขื่น เขา้าระบายความอัดอั้น แต่เขาเป็ขุนนางจึงไม่สามารถทำได้ อีกทั้งด้านข้างยังมีคนติดตามยืนอยู่ด้วย
เขาไตร่ตรอง ก่อนจะหลั่งน้ำตาในใจและเอ่ย
“เพราะเหตุนี้ข้าจึงยิ่งคิดไม่ตก ตามหลักแล้วเหยี่ยนโจวรับผู้ประสบภัยเหล่านี้ไว้ก็น่าจะเพียงพอ ทว่าไม่รู้เหตุใดจู่ๆ ถึงปรากฏโจรมากมายขึ้นได้ คงต้องสืบสวนอีกที” พูดจบ จางหงอี้ก็แอบชำเลืองมองหนิงโม่แวบหนึ่ง
แววตาของหนิงโม่เอ่อล้นด้วยความคิด ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
จางหงอี้เริ่มทนไม่ไหว เขาควรจะจากไปดื้อๆ หรือว่าปฏิบัติตามธรรมเนียมกล่าวทักทายนายท่านผู้นี้ก่อนแล้วค่อยไป?
ผ่านไปชั่วครู่ จู่ๆ หนิงโม่ก็เอ่ย “เ้าพาเยี่ยนชีไปด้วย จะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น”
โอ้ ราชองครักษ์ เยี่ยนชี
จางหงอี้ซาบซึ้งน้ำตาแทบไหล จู่ๆ อารมณ์ในการอยากปราบโจรก็พุ่งทวีขึ้นไม่น้อย “ขอบคุณนาย… อาจารย์หนิง”
หนิงโม่แอบปรายตามองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นรับข้าวของห่อเล็กใหญ่มาจากมือเยี่ยนชีและกำชับ “ไปเถิด”
เยี่ยนชีรูปร่างสูงถึงหนึ่งเมตรเก้าสิบกว่าเิเ น้ำหนักเกือบสองร้อยชั่ง โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน เขาเป็ชายหนุ่มร่างกำยำ ต่อให้ทำศึกา ล้วนต้องพึ่งพาร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งนี้ แค่ศัตรูได้เห็นก็ต้องสะดุ้งจนปัสสาวะราด
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีวรยุทธ์สูงส่งล้ำเลิศ
เสิ่นม่านทำใจจากเขาไม่ได้ ก่อนจากไป จึงเรียกเยี่ยนชีไว้ “เยี่ยนชี! พวกเ้าต้องรีบกลับมานะ ที่บ้านยังรอเ้ามาฉลองปีใหม่ด้วยกัน! ข้าจะเตรียมเกี๊ยวไส้หมูกุยช่ายของโปรดเ้าไว้ให้!”
เยี่ยนชีซาบซึ้งน้ำตาแทบไหล: ฮือๆ แม่นางเสิ่นช่างดีเหลือเกิน จำได้ด้วยว่าเขาชอบกินอะไร แล้วยังจะเตรียมไว้ให้เขาด้วย!
หากต่อไปเขาสามารถได้ภรรยาแสนดีเช่นแม่นางเสิ่นคงดี แม้ว่าจะเ้าเนื้อไปสักหน่อย แต่เหล่านักพรตมักกล่าวว่า สตรีเ้าเนื้อนำมักพาโชคลาภให้สามี
เขาชอบคนเ้าเนื้อ!
เนื่องจากเื่โจรก่อความวุ่นวาย เสิ่นม่านกับที่เหลือเดินทางกันอย่างจิตใจหวาดหวั่น แม้ว่าจะกลับถึงโรงงาน กลางคืนเวลาเสิ่นม่านหลับอยู่บนเตียงก็ยังคงกังวลใจ พลิกตัวไปมานอนไม่หลับ
เกิดเป็คนในกลียุค มิสู้เกิดเป็สุนัขยุคสงบสุข
หากโจรเหล่านี้อาละวาดมาถึงในหมู่บ้านจะทำอย่างไร? โรงงานของนาง บุตรชายและหลานๆ แล้วยังมีครอบครัวคังต้าลี่ ทั้งหมดต่างก็อยู่ที่นี่
หากมีเพียงนางคนเดียว เช่นนั้นนางคงไม่กลัว เพราะถึงอย่างไรนางก็มีระบบอยู่ในตัว จัดการกลุ่มโจรได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
แต่ปัญหาคือ นางจะปกป้องครอบครัวให้ปลอดภัยได้อย่างไร?
เสิ่นม่านครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นเรียกระบบและเปิดโหมดความปลอดภัย นางปักหมุดลงในตำแหน่งบนแผนที่ ทันใดนั้นก็ปรากฏวงสีแดงขึ้น ด้านในวงสีแดงก็คือบ้านและโรงงานของนาง
เนื่องจากระบบยังไม่ได้อัปเกรดอย่างสมบูรณ์ นางไม่สามารถปกป้องทั้งหมู่บ้านได้ ตอนนี้ขอบเขตที่กว้างที่สุดที่สามารถทำได้คือ พื้นที่ของนางตรงนี้
ชั่วอึดใจเดียวนางเพิ่มระดับความปลอดภัยไปถึงขีดสูงสุด ขณะเดียวกันก็เปิดโหมดซ่อนตัวจากอันตราย
อะไรคือโหมดซ่อนตัวจากอันตรายน่ะหรือ? มันก็คือเวลาที่มีอันตรายเกิดขึ้น ขอเพียงนางเปิดโหมดนี้ บ้านของนางก็จะล่องหน คนภายนอกไม่มีทางสังเกตเห็นสถานที่ตรงนี้
เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยเสิ่นม่านกลับไม่ได้โล่งอก นางยังคงกังวล
หวังว่าโหมดนี้ ต่อไปจะไม่ต้องใช้มันอีก
-----
