บทที่ 159 ใช้กำลัง?
เมื่อรู้ว่าเย่จื่อเฉินคือหมอเทวดาคนนั้น ทุกคนในคฤหาสน์ของหลินฮ่านเปิ่นก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
ช่วยไม่ได้นี่ ก็หมอเทวดาคนนี้อายุน้อยมากจริงๆ นี่นา
"คุณชายเย่"
"คุณหลิน"
เย่จื่อเฉินพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
"คุณชายเย่เป็แพทย์แผนปัจจุบันเหรอครับ?"
ยังเด็กขนาดนี้แต่กลายเป็ยอดฝีมือในสายตาของเจิ้งเฉิงได้ ก็มีแต่แพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้นแหละ
"ฮ่านเปิ่น เสี่ยวเย่คือแพทย์แผนจีนขนานแท้"
"แพทย์แผนจีน!"
หลินฮ่านเปิ่นตะลึงไปอีกครั้ง ในตอนนี้แม้แต่สีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาแบบไหนแล้ว
คนที่สามารถขึ้นเป็ผู้นำทางด้านการแพทย์แผนจีนได้นั้น มีคนไหนบ้างที่ไม่ใช่ผู้าุโอายุครึ่งร้อย แพทย์แผนจีนไม่เหมือนกับแพทย์สาขาอื่น การที่จะสามารถทำอะไรบางอย่างให้ประสบผลสำเร็จโดยอาศัยพร์ทั้งที่อายุยังน้อยนั้น มันจะต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์เป็เวลานานจึงจะกลายเป็ที่ประจักษ์
เด็กขนาดนี้...
ต่อให้เขาจะมีพร์ แล้วเรียนการแพทย์แผนจีนมาั้แ่เด็กก็ตาม...
"คุณชายเย่เป็แพทย์แผนจีน?"
แม้ว่าหลินฮ่านเปิ่นจะรู้ดีว่าการถามเขาแบบนี้มันดูไม่มีมารยาท แต่เขาก็อดที่จะถามไม่ได้จริงๆ
"อย่าดูถูกเสี่ยวเย่นะ ความรู้ทางด้านการแพทย์แผนจีนของเขามีมากกว่าพวกผู้ใหญ่หลายคนในกรุงปักกิ่งหลายเท่าเลยนะ นายเองก็น่าจะเคยได้ยินเื่อาการของคุณซูเชียนตระกูลซูมาบ้างแล้วนะ เสี่ยวเย่นี่แหละที่ช่วยเขาไว้"
"ว่าไงนะ!"
หลินฮ่านเปิ่นอุทาน
เื่ที่ซูเชียนตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ถูกเล่าต่อกันอย่างแพร่หลายในกรุงปักกิ่ง เย่จื่อเฉินไม่รู้เลยว่ามีบุคคลชั้นนำทางวงการแพทย์มากมายขนาดไหนที่้าพบกับยอดฝีมือที่สามารถทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้
ในตอนนั้นเขาเองก็้าติดต่อขอข้อมูลของยอดฝีมือคนนั้น เพื่อให้มาช่วยชีวิตพ่อของเขาอยู่เหมือนกัน
คิดไม่ถึงเลยว่า...
"คุณชายเย่ เมื่อครู่นี้เสียมารยาทกับคุณแล้ว"
หลินฮ่านเปิ่นรีบก้มหัวขอโทษ
หลินหลินที่ยืนอยู่ทางด้านข้างหน้าซีดขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายก็เริ่มสั่นระริก
ดันไปหาเื่คนที่ไม่ควรหาเื่เสียแล้ว
เย่จื่อเฉินส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านหลินฮ่านเปิ่นไปหยุดอยู่ข้างหลินหลิน
"คุณชายหลิน"
"คุณชายเย่"
หัวของหลินหลินก้มต่ำแทบจะติดพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเย่จื่อเฉินด้วยซ้ำ
หลินฮ่านเปิ่นอึ้งไป คิดไม่ถึงว่าเย่จื่อเฉินจะไม่สนใจเขา แต่กลับเดินไปหยุดอยู่ข้างลูกชายของเขาแทน
ฟังจากบทสนทนาของทั้งคู่แล้ว เหมือนว่าจะรู้จักกัน
"คุณชายเย่กับเ้าเล็กรู้จักกันเหรอครับ?"
"ไม่กล้าหรอกครับ" เย่จื่อเฉินเม้มปากยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความขี้เล่น "ผมเป็แค่คนต่ำต้อย ผมไม่กล้าคิดตีตัวเสมอกับตระกูลหลินหรอกครับ"
คำพูดนี้ต่อให้เป็คนโง่ก็ยังดูออก ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเย่จื่อเฉินกับหลินหลินนั้นไม่ได้เป็มิตรต่อกัน
"คุณชายเย่..."
"คุณหลินไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ" เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นขัดคำพูดของหลินฮ่านเปิ่น แล้วพูดขึ้น "ที่จะให้ผมรักษาอาการป่วยให้คุณท่าน ขอโทษนะครับที่ผมต้องปฏิเสธ"
พูดจบ เขาก็พาจินซานพ่างกับซุนหงอคงเดินออกไป
จินซานพ่างได้เดินเข้าไปหาหลินหลิน ก่อนจะพูดจิกกัด
"ดูถูกคนอื่น!"
"คุณชายเย่ ได้โปรดอยู่ก่อนเถอะครับ"
หลินฮ่านเปิ่นวิ่งตามมา แล้วพูดขึ้น
"ถ้าเ้าเล็กทำอะไรที่เสียมารยาทกับคุณชายเย่ ผมต้องขอโทษคุณชายเย่แทนเขาด้วย แต่พ่อของผมท่าน้าคุณชายเย่นะครับ"
"ไม่ครับ" เย่จื่อเฉินปฏิเสธเสียงแข็ง "หาคนที่เก่งกว่ามาเถอะครับ"
"คุณชายเย่" ดวงตาของหลินฮ่านเปิ่นดุดันขึ้นมาทันที จากนั้นจึงปรบมือเสียงดัง พนักงานรักษาความปลอดภัยในชุดสีดำสิบกว่าคนวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมไว้ทันที "คุณจะต้องรักษาอาการป่วยให้พ่อของผม"
เย่จื่อเฉินมองดูพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ล้อมอยู่ แล้วกระตุกยิ้มเยาะมุมปาก
"คุณหลินทำแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ?"
พูดจบ เขาก็มองเจิ้งเฉิงที่ยืนทำหน้าลำบากใจอยู่ข้างๆ
"นี่คุณตา นี่คือกิริยาที่ปฏิบัติต่อคนอื่น ของเพื่อนคุณเหรอ!"
เขาก็แค่โกรธที่อีกฝ่ายไม่ยอมช่วยรักษา เลยคิดที่จะใช้กำลัง
ใบหน้าของเจิ้งเฉิงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน หลินฮ่านเปิ่นก้าวขึ้นไปข้างหน้า แล้วพูดขึ้น
"เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเจิ้งเฉิง ทั้งหมดนี้คือความ้าของผม คุณชายเย่ ผมก็หมดหนทางแล้วเหมือนกัน ได้โปรดเข้าไปดูพ่อของผมหน่อยเถอะ แล้วผมจะตอบแทนคุณทีหลัง"
"ตอนนี้ผมไม่พอใจมาก"
เย่จื่อเฉินหรี่ตาลง ปรายตามองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ล้อมพวกเขาอยู่ แล้วพูดขึ้น
"ไปเถอะพวกเรา"
"ห้ามพวกเขาเอาไว้!"
หลินฮ่านเปิ่นตวาดลั่น เื่ราวตรงหน้าบานปลายใหญ่โตแล้ว เขาจะต้องทำให้เย่จื่อเฉินอยู่ที่นี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้นพ่อของเขาก็คงไม่มีใครช่วยได้แล้วจริงๆ
"น่าขำ"
เย่จื่อเฉินส่ายหน้า แล้วหันไปมองซุนหงอคง
"ซุนหงอคง กินนมเปรี้ยวไปตั้งเยอะแล้ว ถึงเวลาแสดงฝีมือได้แล้วมั้ง"
"หึหึ ข้าคันไม้คันมือมาตั้งนานแล้ว"
"ออมมือหน่อยก็แล้วกัน อย่าเล่นถึงตายล่ะ"
"ข้ารู้ดีน่า"
ยังไม่ทันขาดคำ ซุนหงอคงในชุดเสื้อกล้ามสีดำก็ได้ก้าวขึ้นไปข้างหน้า ก่อนจะแสยะยิ้มให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยพวกนั้น
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างเสมือนจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นรอบตัวของซุนหงอคง เหมือนกับเป็ร่างโคลนนิ่งของเขา
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงดังขึ้นติดต่อกัน ร่างเสมือนรวมกันเป็ร่างเดียว
พนักงานรักษาความปลอดภัยพวกนั้นที่ขวางเขาเอาไว้ลอยกระเด็นออกไป เหมือนกับลูกปืนใหญ่
"อ่อนแอ อ่อนแอมาก!"
ใบหน้าของหลินฮ่านเปิ่นแปรเปลี่ยนเป็บึ้งตึง พนักงานรักษาความปลอดภัยพวกนี้ล้วนแต่เป็ทหารผ่านศึกที่เขาพามาจากปักกิ่งทั้งนั้น
แต่ละคนล้วนแต่เป็มือดีที่เคยผ่านความเป็ความตายมานับไม่ถ้วน
"มาเร็ว!"
หลินฮ่านเปิ่นร้องเรียก ไม่นานก็มีผู้ชายในชุดดำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเย่จื่อเฉินอีกครั้ง
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ยังคงง่ายดายไม่เปลืองแรงเหมือนเดิม ซุนหงอคงจัดการคนกลุ่มนี้จนลุกไม่ขึ้น
"มา..."
"คุณหลิน หยุดเรียกคนมาได้แล้ว" ทันใดนั้น เย่จื่อเฉินก็หันไปแสยะยิ้มให้ แล้วพูดขึ้น "ต่อให้คุณจะเรียกบอดี้การ์ดมาจนหมดบ้าน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี เวลาที่เผชิญหน้ากับคนที่เก่งจริงๆ จำนวนคนมันไม่มีประโยชน์หรอกนะครับ"
หลินฮ่านเปิ่นคอตกหมดแรง เขาไม่อยากยอมรับ แต่ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่ยอมรับมัน
บอดี้การ์ดกลุ่มนี้ของเขา ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักเลงที่อยู่ข้างเย่จื่อเฉินคนนั้น
ซุนหงอคงหัวเราะร่วน ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ ไม่หยุด ราวกับว่ากำลังรอการบุกโจมตีของคนกลุ่มต่อไป
เย่จื่อเฉินเดินเข้าไปกระแทกไหล่เขา แล้วพูดขึ้น
"เราไปกันเถอะ"
"ไม่มีคนแล้วเหรอ" ซุนหงอคงขมวดคิ้วพูดด้วยความผิดหวังเล็กน้อย "อ่อนแอ อ่อนแอมาก คนพวกนี้เทียบกับทหารในวิหารของยี่หนึงจินกุนไม่ได้สักนิด"
เย่จื่อเฉินที่เดินนำอยู่ข้างหน้าเกือบจะล้มหน้าทิ่มกับพื้น
พูดบ้าอะไรเนี่ย ทหารในวิหารของยี่หนึงจินกุนมันคือทหาร์ไม่ใช่หรือไง
นั่นมันเทพเซียนเลยนะ
จะเอามาเทียบกับคนธรรมดาได้ยังไง
จินซานพ่างเดินตามหลังเย่จื่อเฉินออกไป เมื่อเดินไปถึงหน้าบอดี้การ์ดกลุ่มนั้นก็ยกเท้าขึ้นกระทืบลงบนตัวของพวกเขา
"ไอ้เวร! กล้ารังแกลูกพี่ฉันเหรอ ถ้าข้าไม่ได้โดนผนึกพลังเอาไว้ละก็... ถุย!"
จินซานพ่างถ่มน้ำลายใส่พวกของหลินฮ่านเปิ่น แล้วก็วิ่งส่ายก้นดุ๊กดิ๊กตามเย่จื่อเฉินออกไป
"คุณชายเย่...คุณชายเย่..."
แล้วเย่จื่อเฉินก็เดินออกไปจากบ้านตระกูลหลินโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย หลินฮ่านเปิ่นทรุดกายสั่นระริกลงกับพื้น
"ฮ่านเปิ่น"
เจิ้งเฉิงรีบเข้าไปพยุงเขาให้ลุกขึ้น หลินฮ่านเปิ่นจับแขนเสื้อของเจิ้งเฉิงเอาไว้แน่น แล้วพูดขึ้น
"เจิ้งเฉิง นายช่วยไปเกลี้ยกล่อมคุณชายเย่ให้ฉันหน่อยสิ"
"ยาก" เจิ้งเฉิงส่ายหน้ายิ้มอย่างขมขื่น "ฉันบอกเลยนะว่าการกระทำของนายเมื่อกี้มันเป็การกระทำที่โง่ที่สุดเลย ฉันรู้จักนิสัยของเสี่ยวเย่ดี ขอโทษด้วยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้แล้ว"
ตุบ!
หลินฮ่านเปิ่นทรุดลงกับพื้นด้วยใบหน้าทุกข์ใจอีกครั้ง