“อ๊าก!” อู่หย่งคำรามต่ำในลำคอ รอยแตกเล็กๆ บนกระดูกแขนทั้งสองข้างและาแที่หลังได้สมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่น่าใ
หลังจากกลืนคริสตัลวิวัฒนาการของสุนัขกลายพันธุ์ลงไป อู่หย่งก็รู้สึกว่าพละกำลังของตนเองเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากกำหมัดแน่นแล้วก็รับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัว และมันก็ทำให้เขากลับมามั่นใจอีกครั้ง!
ทางด้านเฉินจวินก็กำลังลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แม้ว่าเขาจะกลืนคริสตัลวิวัฒนาการไปแล้วถึงสองชิ้น แต่ไม่ว่าจะเป็ความเร็วของการสมานแผลหรือพลังลมปราณก็ดูเหมือนไม่อาจเทียบเท่ากับอู่หย่ง
ให้ตายเถอะ! การวิวัฒนาการสายสัตว์อสูรนี่มันแข็งแกร่งจริงๆ
ถังฮ่าวมองคริสตัลวิวัฒนาการขนาดเท่าเม็ดถั่วในมือ สิ่งนี้ดูกลมมนและเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าของอู่หย่งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้แต่ถังเฮ่ากลับไม่แย้มยิ้มสักนิด ในทางกลับกันยังขมวดคิ้วเล็กน้อยอีก
เมื่อวานวันสิ้นโลกมาเยือนตอนเวลาหนึ่งทุ่ม และตอนนี้เป็เวลาตีหนึ่งยี่สิบเจ็ดนาที ทั้งที่เวลาเพิ่งจะผ่านไปเพียงหกชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่กลับมีสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ระดับ 1 ก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ถังฮ่าวจำได้ว่าเมื่อชาติที่แล้วหลังจากที่คลื่นวิทยุกลับมาใช้งานได้ใหม่ ก็มีรายงานการปรากฏตัวของซอมบี้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ระดับ 1 ปรากฏขึ้นในวันรุ่งขึ้นหลังจากวันสิ้นโลกมาถึง แต่เวลานั้นก็น่าจะเป็่ใกล้รุ่งสางราวตีสี่ถึงตีห้านี่นา
แต่ตอนนี้เพิ่งจะเลยตีหนึ่งมาเท่านั้น แต่พวกเขาก็ได้พบกับสุนัขกลายพันธุ์ระดับ 1 ที่แข็งแกร่งเข้าแล้ว
หรือว่าการกลับชาติมาเกิดของเขาครั้งนี้จะทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไป?
หรือว่าครั้งนี้จะยากลำบากขึ้น?
ถังฮ่าวรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากเก็บคริสตัลวิวัฒนาการระดับ 1 ในมือเข้าไปในมิติเก็บของแล้ว ถังฮ่าวก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“จวินจื่อ เป็อย่างไรบ้าง?”
“ไม่มีปัญหาครับหัวหน้า!” เฉินจวินพยักหน้า
“ไปกันเถอะ!”
ถังฮ่าวและอู่หย่งเป็ทัพหน้า ส่วนหยวนจวินและผางหู่เดินตามหลัง บัดนี้คนทั้งห้ามุ่งหน้าไปยังลานด้านหลังของหน่วยสวาท
ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยรอยเืและซากศพที่กระจัดกระจาย
ศพเหล่านี้มีทั้งสมาชิกหน่วยสวาทที่กลายเป็ซอมบี้ รวมถึงสมาชิกทั่วไปที่ถูกซอมบี้และสุนัขกลายพันธุ์ฆ่าตายอย่างโเี้
แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเป็ซอมบี้หรืุ์ ตราบใดที่อยู่ข้างนอก ก็ล้วนกลายเป็อาหารของสุนัขกลายพันธุ์ทั้งเจ็ดตัว
ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบโดยไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำ เวลานี้ถึงเริ่มเข้าใจความโหดร้ายของวันสิ้นโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากเลี้ยวผ่านหัวมุมมา อู่หย่งที่มีระดับความภักดีพุ่งสูงถึง 67% ก็ชี้ไปที่รถสวาทสุดเท่หลายคันที่จอดอยู่ในลานกว้างเบื้องหน้า
“หัวหน้า นั่นรถหน่วยสวาท!”
ดวงตาของถังฮ่าวเป็ประกาย เพราะรถพวกนี้ช่างเยี่ยมยอดจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานรถหุ้มเกราะสองคันนั้นยิ่งทำให้ถังฮ่าวรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ที่นี่มีรถหน่วยสวาทแปดคัน!
หากเอากลับไปได้ทั้งหมดก็คงจะดีไม่น้อย แต่ก็คงจะเป็ไปไม่ได้
เอาละ รถฮัมเมอร์สองคันนี้จะต้องเอาไปให้ได้ ส่วนรถกระเช้าดับเพลิงก็ต้องเอาไปด้วย แล้วก็รถบัสสิบสี่ที่นั่งอีกสองคัน
หลังจากที่เดินผ่านลานจอดรถมา ครู่เดียวพวกเขาก็มาถึงหน้าคลังเก็บอาวุธ
ฟืด...
ทุกคนจ้องมองไปที่ประตูเหล็กของคลังที่บุบเบี้ยวก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ถังฮ่าวเห็นภาพที่เกิดขึ้นแล้วก็ขมวดคิ้ว
“พี่... พี่ฮ่าวจื่อ ข้างในมีคนอยู่!” เสียงของโอวหยางมี่มี่ดังขึ้น เดิมทีเธอตั้งใจจะเรียกว่า “ฮ่าวจื่อ” แต่เมื่อเห็นว่าแม้แต่หยวนจวิน ไต้กั๋วฉิว และคนอื่นๆ ที่อายุสามสิบถึงสี่สิบกว่าปียังให้ความเคารพถังฮ่าว และเรียกเขาว่า “หัวหน้า” ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่ถังฮ่าวช่วยชีวิตเธอไว้ถึงสองครั้งแล้ว จึงทำให้เธอเปลี่ยนคำเรียกขานจากคำว่า “ฮ่าวจื่อ” เป็ “พี่ฮ่าวจื่อ” แทน
ถังฮ่าวไม่เพียงแต่ได้ยินเสียงคนข้างในเท่านั้น แต่ยังรู้ว่าข้างในมีคนทั้งหมดห้าคนด้วย โดยเป็ผู้ชายสองคนและผู้หญิงสามคน
“มีคนอยู่หรือ?” หยวนจวินและคนอื่นๆ ล้วนเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 จึงไม่มีประสาทััที่เฉียบคมเท่ากับถังฮ่าวและโอวหยางมี่มี่
ถังฮ่าวส่งสัญญาณให้อู๋หย่งส่งเสียงะโเรียกก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการต่อสู้กันเองขึ้น หากพวกเขารีบร้อนเปิดประตูเข้าไป แต่คนข้างในกลับเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็ซอมบี้แล้วยิงปืนใส่ขึ้นมาจะต้องยุ่งแน่
ที่นี่คือคลังอาวุธที่เก็บอุปกรณ์ของหน่วยสวาท ดังนั้นคนทั้งห้าที่อยู่ข้างในจะต้องมีอาวุธครบมือแน่
ถังฮ่าวไม่อยากเสี่ยงที่จะถูกทำร้ายทั้งๆ ที่คิดจะยื่นมือช่วยด้วยความหวังดี
ประตูเหล็กของคลังเก็บอาวุธถูกพังเสียหาย จึงไม่สามารถเปิดได้จากทั้งข้างในและข้างนอก! แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกถังฮ่าว
เพราะพวกเขามียานรถหุ้มเกราะ!
หลังจากที่อู่หย่งขับยานรถหุ้มเกราะสีเขียวชนประตูเหล็กที่บิดเบี้ยวไปสามครั้งก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น ก่อนที่ประตูเหล็กจะพังถล่มลงมา!
เสียงที่เกิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหวมาก จนซอมบี้ที่อยู่ในรัศมีสองลี้ต่างก็ได้ยินกันหมด พวกมันคำรามลั่นจนเกิดเสียงดังระงมไปทั่ว จนท้ายสุดซอมบี้เกือบทั้งเมืองก็พากันส่งเสียงคำรามออกมา
โชคดีที่ซอมบี้กว่า 99% ยังคงเป็ซอมบี้ระดับ 0 อยู่ หากไม่เห็นมนุษย์ พวกมันก็จะแค่เดินวนเวียนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงในรัศมีไม่เกินหนึ่งถึงสองร้อยเมตรเท่านั้น หลังจากคำรามอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่พบอะไรก็เริ่มเงียบเสียงลง
ถึงอย่างนั้นเสียงคำรามของพวกมันก็ทำให้มนุษย์ที่รอดชีวิตกว่า 99% ต้องซ่อนตัวอยู่ในความมืดด้วยความหวาดกลัว
มีเพียงผู้ที่รู้เื่คริสตัลวิวัฒนาการในร่างซอมบี้ และ้าที่จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งในยุคโกลาหลเช่นนี้เท่านั้น ถึงจะออกล่าซอมบี้ในยามค่ำคืนอันโหดร้ายเช่นนี้เพื่อเร่งพัฒนาตนเอง
ตอนนี้ที่ห้องสวีทสุดหรูบนชั้น 51 ของโรงแรมเซียงเก๋อมีคนอยู่สองคนเท่านั้น ส่วนอีกสี่คนได้รวมทีมกันออกไปล่าซอมบี้อย่างกล้าแกร่งแล้ว
เมิ่งเฟยที่อยู่ที่สถานีตำรวจเฉิงหนานได้เหน็บปืนพกของตำรวจไว้ที่เอว ส่วนด้านหลังก็สะพายปืนกลเบาไว้ ทางด้านเมิ่งเฮ่อและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังก็มีปืนพกของตำรวจติดมือกันคนละกระบอก และในจำนวนนี้ก็มีสามคนที่สะพายปืนกลเบาไว้ด้วย
...
หลัวจื้อจวิน หวงจิ้ง ชวีเจียง และคนอื่นๆ ที่อยู่มุมหนึ่งในห้องสมุดชั้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยหยุนจิง ลุกขึ้นนั่งทันที!
ตอนนี้เป็เวลาเกือบตีสองแล้ว ทว่าทำไมซอมบี้พวกนี้ถึงส่งเสียงคำรามกันอีกแล้วล่ะ?
“พี่จวิน เราออกไปฆ่าซอมบี้กันดีไหม?” หลี่หยุนพูดเบาๆ หลังจากที่ได้พักผ่อนมาเกือบสามชั่วโมง ยิ่งพอได้กลืนกินคริสตัลวิวัฒนาการลงไปแล้ว เขาก็รู้สึกว่าร่างกายตนเองเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
พอเห็นถังฮ่าวและคนอื่นๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าในวันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้เช่นนี้ถือว่าเป็ยุคที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงเป็ใหญ่ หลี่หยุนเองก็เป็แฟนตัวยงของภาพยนตร์เกี่ยวกับซอมบี้ เวลานี้จึงคิดว่าถึงคราวยุคของเขาแล้ว จึงรีบร้อนอยากวิวัฒนาการตัวเอง ทว่าก็ยังไม่อาจทำตามที่้าได้ เพราะตอนนี้เขายังคงต้องพึ่งพาหลัวจื้อจวินอยู่
“พี่จวิน เราออกไปฆ่าซอมบี้กันเถอะ บางทีพวกเราทุกคนอาจจะวิวัฒนาการเป็ผู้แข็งแกร่งก็ได้” จูเฉินเอ่ยขึ้น
หลัวจื้อจวินได้ยินก็ลังเล
เขาเป็บุตรแห่งเทพ เพราะเคยกลืนกินคริสตัลวิวัฒนาการไปแล้วสี่ชิ้น จึงทำให้แขนของเขามีพละกำลังมากกว่าหกร้อยจิน ตราบใดที่เขายังคงกลืนกินคริสตัลวิวัฒนาการต่อไป จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แน่
ตอนนี้เขามีลูกน้องอยู่สิบเอ็ดคนแล้ว
ถ้าพวกเขาทั้งหมดวิวัฒนาการสำเร็จ เช่นนั้นก็จะมีผู้วิวัฒนาการถึงสิบเอ็ดคน แม้ว่าจะยังไม่อาจเทียบคนของถังฮ่าวก็ตาม แต่ก็แข็งแกร่งพอที่จะแยกตัวออกไปแล้ว ขอแค่เขามีพละกำลังกล้าแกร่ง ก็ไม่จำเป็ต้องกลัวว่าจะไม่มีลูกน้องติดตาม
แค่ในมหาวิทยาลัยหยุนจิงแห่งนี้ก็มีผู้รอดชีวิตหลายพันคน หลังจากที่พาลูกน้องออกไปขุดหาคริสตัลเพื่อวิวัฒนาการตัวเองในคืนนี้แล้ว พรุ่งนี้เช้าเขาก็สามารถไปรวบรวมนักศึกษาที่รอดชีวิต เพื่อขยายกองกำลังของตัวเอง แถมยังสามารถหาสาวสวยๆ มาเป็หญิงบำเรออีกด้วย
เื่นี้มันช่างยอดเยี่ยมมาก ฮ่าๆ!
ภายในมหาวิทยาลัยหยุนจิงไม่ได้มีแค่เชียนมู่เซวี่ยเท่านั้นที่เป็ดาวมหาวิทยาลัย แต่ในการประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากเชียนมู่เซวี่ยแล้วยังมีสาวงามอีกเก้าคน พอคิดถึงเื่นี้แล้ว หลัวจื้อจวินก็รู้สึกเืลมสูบฉีดขึ้นมา
ท้ายสุดหลัวจื้อจวินก็ตัดสินใจพาลูกน้องสิบเอ็ดคนพุ่งตัวออกไป
จ้าวอี้ที่เฝ้ายามอยู่เห็นก็ไม่กล้าขวาง!
เขาเป็คนแรกๆ ที่ติดตามถังฮ่าว แถมยังเคยเห็นถังฮ่าวพาจางเสี่ยวเหาและหลัวจื้อจวินวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้นับพันออกไปช่วยชีวิตหวังเส้าผิงและหลิวอิงกับตา
ในสายตาของจ้าวอี้แล้ว หลัวจื้อจวินมีอำนาจเป็รองจากหัวหน้าถังฮ่าวและพี่เซวี่ย ถือว่ามีศักดิ์เทียบเท่ากับพี่เหาหรือจางเสี่ยวเหาเลย
“รีบไปแจ้งพี่ฮ่าวกับพี่เซวี่ยเร็วว่าหลัวจื้อจวินพาลูกน้องออกไปแล้ว!”
