กลางดึก ฝนที่หยุดตกมาสองวันเริ่มตกอีกครั้ง กระหน่ำสาดเทยิ่งกว่าเดิม
หลี่ชิงหลิงที่กำลังหลับสนิทลืมตาขึ้นกะทันหัน นางเช็ดเหงื่อเย็นๆ จากหน้าผาก และถอนหายใจเบาๆ
เด็กสาวฝันร้าย ฝันว่าบ้านของพวกเขาถูกดินโคลนจากบนูเาถล่ม เด็กๆ ล้วนถูกฝังอยู่ด้านใต้ทั้งหมด มีเพียงนางที่หนีออกมาได้
โชคดีที่เป็แค่ความฝัน...
เมื่อนางตบหน้าอกและล้มตัวลงนอนอีกครั้งก็ได้ยินเสียงฝนข้างนอก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาที่ดังชัดเจนราวกับจะทะลวงกระเบื้องลงมาเสียให้ได้
หัวใจของหลี่ชิงหลิงเต้นแรงอีกครั้ง นางรีบลุกขึ้นเดินไปแง้มหน้าต่างดูเล็กน้อย ฝนที่ตกหนักข้างนอกสาดเข้ามา
นางรีบปิดหน้าต่างโดยไม่สนใจเสื้อผ้าที่เปียกชื้น หันหลังกลับเปิดประตูแล้วเดินออกไป
เมื่อนึกถึงภาพความฝันแล้ว นางตื่นตระหนกไม่อาจสงบลงได้
"พี่จือโม่ รีบลุกเร็ว” นางรีบวิ่งไปเคาะประตูห้องของหลิวจือโม่อย่างแรง
หลังจากนั้นไม่นาน ประตูห้องของหลิวจือโม่ก็เปิดออก เขาเห็นหลี่ชิงหลิงที่กำลังตื่นตระหนก "ทำไมหรือ เกิดอะไรขึ้น" เขาไม่เคยเห็นหลี่ชิงหลิงดูลุกลี้ลุกลนเช่นนี้มาก่อน
“ไปปลุกเด็กๆ ก่อน ไว้ออกจากที่นี่แล้วค่อยคุยกัน” นางไม่มีเวลาอธิบายให้เขาฟังมากนัก นางจึงลากเขาวิ่งไปที่ห้องเด็กๆ
เด็กๆ ชอบนอนด้วยกัน ทำให้ประหยัดเวลาไปได้มาก
หลี่ชิงหลิงวิ่งไปที่หน้าต่าง เอื้อมมือไปเขย่าเด็กๆ และเรียกชื่อพวกเขา
พวกหลี่ชิงเฟิงงัวเงีย เห็นหลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่จึงถามพวกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น
“ตามข้ามา เร็วเข้า” เด็กสาวคำรามและอุ้มเ้าตัวเล็กออกมา หลิวจือโม่เห็นแล้วรับหลี่ชิงหนิงมาอุ้ม
พวกหลี่ชิงเฟิงโดนตะคอกจนตัวสั่น รีบะโลงมา และวิ่งตามหลี่ชิงหลิงออกไป
ระหว่างหลี่ชิงหลิงไปเรียกเด็กๆ อาหวงและอาไป๋ที่ได้ยินเสียงดังก็วิ่งตามออกมา
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วะโเสียงดัง "อาหวงอาไป๋ ตามข้ามา" นางวิ่งไปพร้อมกับหลิวจือโหรวในอ้อมแขน
เชื่อไว้ก่อนจะดีกว่า
นางเองก็รู้สึกใจสั่นแบบนี้เมื่อบ้านถูกหิมะถล่มครั้งก่อน คราวนี้นางไม่กล้าประมาทแล้ว
เมื่อเห็นหลี่ชิงหลิงลุกลี้ลุกลน พวกหลิวจือโม่ก็กังวล และเริ่มวิ่งเหยาะๆ ตามไป
ในหัวของหลี่ชิงหลิงมีเพียงความคิดเดียว นั่นคือรีบวิ่ง เมื่อออกจากบ้านและเปียกโชกไปด้วยฝนตกหนัก นางจึงจำได้ว่าลืมเสื้อกันฝน
เด็กสาวก้มหัวมองหลิวจือโหรว กัดฟันผลักประตูวิ่งออกไป
พลันบนูเามีเสียงดังครืน หลี่ชิงหลิงหันไปมองและเห็นโคลนบนูเาถล่มลงมาเหมือนปีศาจ
"วิ่ง..." หลี่ชิงหลิงเบิกตากว้าง อุ้มหลิวจือโหรววิ่งออกไปด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
พวกเขาวิ่งด้วยความเร็ว แต่โคลนถล่มเร็วกว่า ชั้นดินโคลนถล่มครืนลงมาในพริบตา
หลี่ชิงหลิงรู้สึกถึงแรงที่ไม่อาจต้านผลักนางออกไป สองมือกอดหลิวจือโหรวแน่นพยายามปกป้องนางไว้
นางล้มลงกับพื้น เวียนหัวอยู่พักหนึ่งจึงจะได้สติ
ก่อนจะรีบหันมองหลิวจือโหรว เห็นเด็กน้อยแข็งค้างจึงร้อนรน “โหรวโหรวเป็อะไรไป เจ็บหรือ”
หลิวจือโหรวเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหลิง หลังจากนั้นไม่นานก็ร้องไห้เสียงดัง
นางกอดคอของหลี่ชิงหลิงแน่น ร่างเล็กๆ สั่นเทา ภาพนี้ทำให้นางใมากจริงๆ
"ไม่เป็ไรแล้วนะ ไม่เป็ไร" เมื่อรู้ว่าหลิวจือโหรวใ หลี่ชิงหลิงก็ทนเจ็บและปลอบเสียงเบา
"พี่ชาย…"
หลิวจือโหรวเห็นหลิวจือโม่แล้วสะอื้น เมื่อได้ยินนางะโ หลี่ชิงหลิงจึงพลันปะติดปะต่อเื่ได้และรีบลุกขึ้น ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เป็อย่างไรบ้างแล้ว
นางหันกลับมาและเห็นหลิวจือโม่ซึ่งกำลังอุ้มหลี่ชิงหนิงจึงถามด้วยเสียงสั่นเครือ "พี่จือโม่ คนอื่นล่ะ วิ่งออกมาหมดหรือยัง?”
หลิวจือโม่ลากขาที่เ็ป อุ้มหลี่ชิงหนิงที่สลบไปเดินไปหาหลี่ชิงหนิงช้าๆ "ไม่ต้องกลัว ข้าจะไปหาดู” เขาขอให้หลิวจือโหรวลงมา จากนั้นส่งหลี่ชิงหนิงให้หลี่ชิงหลิง
“หนิงหนิง...”
"หนิงหนิงไม่เป็ไร แค่เป็ลม" เขากอดหลี่ชิงหลิงที่สั่นเทาเบาๆ "ไม่เป็ไรนะ รอตรงนี้ ข้าจะไปหาพวกเขา"
หลี่ชิงหลิงส่ายหัว "ไม่ ไปหาด้วยกันเถอะ" เพราะเป็ตอนกลางคืนจึงมืดมากจนหาได้ไม่ง่ายนัก
ก่อนหน้านี้พวกเขาสามารถวิ่งได้โดยไม่ล้มก็เพราะคุ้นเคยกับที่นี่
แต่ตอนนี้ทุกอย่างถูกดินโคลนถล่มฝังไปหมดแล้ว พวกเขาไม่รู้ว่าตรงไหนคือตรงไหน ไม่รู้ว่ากระเด็นไปแล้ว หรือ…
ไม่ ไม่ ไม่... หลี่ชิงหลิงสลัดความคิดแย่ๆ ในหัว พวกเขาต้องวิ่งออกมาแล้ว…
“ได้ ไปหาด้วยกัน" หลิวจือโม่เห็นอาการของนางไม่ค่อยดีก็รู้สึกไม่สบายใจที่จะปล่อยนางไว้กับเ้าตัวเล็ก
เขาอุ้มหลิวจือโหรว จากนั้นจับมือหลี่ชิงหลิงและเดินคลำไปข้างหน้า “เสี่ยวเฟิง เสี่ยวเยี่ยน ต้าเหอ อยู่ไหนกัน ได้ยินแล้วตอบหน่อย”
หลี่ชิงหลิงหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วะโเสียงดัง "อาหวง อาไป๋ อยู่ไหม ได้ยินแล้วคำรามหน่อย”
ทั้งสองเรียกอยู่นาน แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ หัวใจของพวกเขาเริ่มจมดิ่งลง
คงไม่ได้เกิดเื่จริงๆ ใช่ไหม
"พี่จือโม่ ทำ… ยังไงดี เด็กๆ วิ่งออกมาไม่ทันหรือเปล่า” หลี่ชิงหลิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าเพราะฝนหรือเพราะหวาดกลัวกันแน่?
หลิวจือโม่รู้สึกว่าหาแบบนี้ต่อไปคงไม่ไหว ฝนตกหนักเกินไป อย่าว่าแต่เ้าตัวน้อยเลย แม้แต่เขาและหลี่ชิงหลิงก็เริ่มไม่ไหวแล้ว
“เสี่ยวหลิง น้องๆ ไม่แข็งแรงเท่าเรา ตากฝนแบบนี้จะป่วยได้ เราส่งน้องไปที่บ้านท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านก่อน แล้วค่อยออกมาหากัน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงจึงเพิ่งนึกได้และพยักหน้าพร้อมกับกล่าวโทษตนเอง
นางร้อนรนจนลืมคิดแม้แต่เื่นี้
หลิวจือโม่จับมือหลี่ชิงหลิงแน่น พานางไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างระมัดระวัง
กลางดึกมืดสลัว ถนนหนทางค่อนข้างลื่น ทั้งสองอุ้มเด็กๆ เดินอยู่นานจึงถึง หลิวจือโม่ปล่อยมือของหลี่ชิงหลิง ก้าวไปข้างหน้าและเคาะประตูอย่างแรงพร้อมส่งเสียงเรียกคน
หลังจากะโอยู่ราวสองก้านธูปก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากข้างใน "ใครน่ะ"
หลิวจือโม่จำเสียงของลูกชายได้ "ลุงหลี่ ข้าเอง จือโม่”
เมื่อได้ยินว่าเป็เสียงของหลิวจือโม่ ลูกชายคนโตของหัวหน้าหมู่บ้านรีบออกไปเปิดประตู ทันทีที่เขาเปิดประตูเห็นสภาพคนทั้งสองก็ใ “ทำไมไม่ใส่เสื้อกันฝน รีบเข้ามาเร็ว…”
หลิวจือโม่และหลี่ชิงหลิงเข้าไปพร้อมกับเด็กน้อยสองคนในอ้อมแขน หัวหน้าหมู่บ้านที่ตื่นแล้วก็ตามออกมาด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นสภาพหลิวจือโม่เขาก็ใ "นี่มัน... นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หือ?"
หลิวจือโม่เอื้อมมือไปเช็ดฝนบนหน้าแล้วพูดด้วยขมขื่น “ท่านปู่ ูเาหนิวโถวถล่ม ถ้าเราไม่ได้วิ่งหนีออกมาคงโดนฝังไปแล้ว” พูดจบ สีหน้าก็ขมขื่นยิ่งกว่าเดิม "ท่านช่วยดูแลน้องๆ หน่อย ข้ากับเสี่ยวหลิงจะไปหาน้องชาย พวกเขา..."
พูดมาถึงตรงนี้ หัวหน้าหมู่บ้านใจริงๆ เขาไม่คาดคิดว่าูเาหนิวโถวจะถล่ม
“ลูกเอ๋ย รีบไปเรียกภรรยาเ้าออกมาดูแลเด็กๆ ส่วนเราไปช่วยกันหาคน”
ลูกชายได้สติ รีบพยักหน้า วิ่งไปปลุกภรรยา
หลิวจือโม่รู้สึกขอบคุณ เขาและหลี่ชิงหลิงโค้งคำนับหัวหน้าหมู่บ้าน "ขอบคุณท่านปู่มากขอรับ" คนเยอะกำลังเยอะ เขาย่อมไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของหัวหน้าหมู่บ้าน
ลูกสะใภ้คนโตได้ยินคำพูดของสามีแล้วใ รีบแต่งตัววิ่งออกไป
"ตายจริง รีบส่งเด็กๆ ให้ข้าเถอะ เปียกแบบนี้จะป่วยได้ง่ายๆ” นางรับหลิวจือโหรวจากแขนของหลิวจือโม่ แล้วหันไปหาหลี่ชิงหลิง "เสี่ยวหลิง รีบอุ้มหนิงหนิงตามมาเปลี่ยนชุด”
หลี่ชิงหลิงตอบ และรีบตามเข้าไป
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ หลี่ชิงหนิงก็ค่อยๆ ลืมตา เมื่อเห็นหลี่ชิงหลิง นางก็ร้องไห้
เมื่อนางร้องไห้ หลิวจือโหรวก็อดร้องไห้ตามไม่ได้
หลี่ชิงหลิงกอดเด็กน้อยทั้งสองปลอบด้วยตาแดงก่ำ “พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว” ปลอบอยู่พักหนึ่ง นึกถึงพวกหลี่ชิงหลิงที่ไม่รู้เป็ตายก็กัดฟัน ผลักทั้งสองออก “พี่จะไปหาพี่ชาย พวกเ้าอยู่กับท่านป้าอย่างเชื่อฟังนะ เข้าใจไหม?"
เมื่อได้ยินว่าหลี่ชิงหลิงกำลังจะจากไป เด็กน้อยทั้งสองก็รีบกอดหลี่ชิงหลิงไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่อยากหาพวกพี่ๆ แล้วหรือ” หน้าของหลี่ชิงหลิงมืดลง “ฟังพี่ อยู่ที่นี่อย่างเชื่อฟัง พี่หาพี่ชายเจอแล้วจะกลับมา เข้าใจไหม”
หากเป็ปกตินางคงอดทนกล่อม แต่ตอนนี้นางทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเด็กๆ เป็อย่างไรบ้าง นางต้องรีบไปตามหาพวกเขา
“ตกลง...” แม้ว่าเด็กน้อยทั้งสองจะหวาดกลัวก็ยังพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
"เด็กดี..." หลี่ชิงหลิงเม้มริมฝีปากและลูบหัวทั้งสอง จากนั้นหันไปหาสะใภ้คนโตของหัวหน้าหมู่บ้าน "ท่านป้า พวกเขาเปียกฝนมานานแล้ว รบกวนชงชาขิงให้พวกเขาหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ?"
“ได้ ข้าจะไปชงเดี๋ยวนี้”
"ขอบคุณเ้าค่ะ" หลี่ชิงหลิงขอบคุณ หันหลังกลับและจากไปอย่างรวดเร็ว
นางเดินออกมาและพยักหน้าให้หลิวจือโม่ "ไปกันเถอะ!" หากไม่ได้เห็นเด็กๆ นางคงสงบไม่ลง
หัวหน้าหมู่บ้านเรียกบรรดาผู้ใหญ่ในครอบครัว จากนั้นให้ลูกชายคนโตไปเรียกชาวบ้านให้มาช่วย
หลิวจือโม่และหลี่ชิงหลิงรู้สึกขอบคุณมาก พวกเขากล่าวขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านหลายครั้ง
