ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในยามค่ำคืน สีหน้ากู้อวี้เปลี่ยนเป็ซีดขาว เขาอุ้มเจินเจินขึ้นมากอดไว้แน่น ขณะที่รอบตัวมีแต่งูเลื้อยยั้วเยี้ยไปหมด
“พี่ชาย ท่านไม่ต้องกลัว พวกมันน่ารัก ไม่ทำร้ายท่านแน่นอน” เจินเจินเห็นกู้อวี้มีสีหน้าหวาดกลัวจึงกอดคอเอาไว้พร้อมกับยกมือลูบหัวอย่างปลอบประโลม โยนความคิดที่จะแกล้งเดินละเมอทิ้งไปทันที
“เ้าเป็คนเรียกงูพวกนี้มาหรือ” กู้อวี้ถาม เขารู้สึกั้แ่ตอนกลางวันแล้วว่า เจินเจินจะต้องลงมือทำอะไรบ้านใหญ่สกุลหยวนแน่ รอจนทุกคนเข้านอนหมดเขาจึงตั้งใจมาดักรออยู่ที่นี่ นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอนางจริงๆ
เจินเจิน “…”
“เป็ท่านปู่ชวีที่ให้ผงอันนี้แก่ข้า!” นางโยนความผิดให้หมอเทวดาชวีทันที “ท่านปู่มีผงชนิดนี้ ข้าเคยถามว่ามีผงเรียกงูหรือไม่ ท่านปู่เลยสอนข้าเก็บตัวยาและทำ!”
ตอนขึ้นเขาครั้งนั้นนางเกิดความคิดอยากจะจับงูมาทำน้ำแกง เพียงแต่เมื่อลงจากเขามา ที่บ้านมีของให้กินเยอะแยะนางเลยลืมเื่นี้ไปเสียสนิท แต่พอวันนี้คนบ้านใหญ่สกุลหยวนไปหาเื่นางถึงที่สำนักศึกษา ด้วยความโมโหก็เลยเอาผงเรียกงูมาโรยที่บ้านใหญ่สกุลหยวน
“กรี๊ดดด!”
“งู!”
“งูเต็มไปหมดเลย ช่วยด้วย!”
เวลานี้เองเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกก็ดังมาจากบ้านใหญ่สกุลหยวน กู้อวี้รีบพาเจินเจินเข้าไปแอบหลังพุ่มไม้ทันที คนบ้านนั้นร้องเสียงดังออกปานนี้ จะต้องทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงตื่นขึ้นมาเป็แน่ เขาไม่มีเวลาพาเจินเจินกลับไปส่งที่บ้านจึงได้แต่ต้องรีบซ่อนตัวเสียก่อน
ในที่สุดก็เป็จริงอย่างที่คิด ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ต่างตื่นขึ้นมาจุดไฟในบ้าน ก่อนจะถือคบไฟเดินมาที่บ้านสกุลหยวน รอจนมีชาวบ้านมามุงดูกันเต็ม เขาถึงค่อยอุ้มเจินเจินออกมา และแฝงตัวอยู่ในฝูงชน
ท่านอารองหยวนกับท่านอาสะใภ้จ้าวก็มาดูด้วย แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เดินเข้าไปหา กู้อวี้กระซิบพูดกับเจินเจิน “หากผู้อื่นถามว่าเ้ามาได้อย่างไรก็ให้ตอบไปว่า แอบตามบิดามารดามา เข้าใจหรือไม่”
เจินเจินพยักหน้า “ข้าทราบแล้ว ข้าแอบตามท่านพ่อท่านแม่ออกมาดูเื่สนุก”
เวลานี้เองคนในสกุลหยวนก็วิ่งออกมาจากในบ้านด้วยสภาพแต่งตัวไม่เรียบร้อย ไม่เพียงแค่คนเท่านั้นที่วิ่งออกมา หมูที่เลี้ยงเอาไว้ก็วิ่งหนีมาด้วยเช่นกัน
ส่วนไก่…
ได้ยินแค่เสียงร้องของมันเท่านั้น เพียงไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบไป คาดว่าน่าจะถูกงูกินไปแล้ว
“ต้องเป็เพราะพวกเขาทำเื่ผิดศีลธรรมมากเกินไปแน่ งูถึงได้เข้าบ้านเช่นนี้ เลื้อยเข้าอยู่บ้านเดียวไม่เข้าบ้านอื่นเลย”
“หรือคนบ้านนี้จะไปยุ่งกับพวกของสกปรกเข้า ตอนกลางวันก็ตกลงไปในกองมูล ตอนเย็นงูยังเข้าบ้านอีก นั่น ดูเ้าใหญ่สิ ผิวช่างขาวเหลือเกิน” สหายที่ค่อนข้างสนิทกับหยวนเหล่าเอ้อร์จ้องไปที่เ้าใหญ่ที่สวมแค่เสื้อกับกางเกงตัวในตาไม่กะพริบ
ชายหนุ่มคนอื่นในหมู่บ้านมองตามไปทันที
ในบรรดาคนสกุลหยวนที่วิ่งหนีเอาตัวรอดออกมามีเพียงเ้าใหญ่ที่สวมแค่เสื้อกับกางเกงตัวใน ขณะที่คนอื่นต่างสวมเสื้อคลุมเอาไว้อีกชั้น
“ดูสิ เสื้อตัวในทำจากผ้าไหมด้วย”
“ลายปักบนนั้นช่างงดงามเหลือเกิน เป็รูปนกยวนยางกำลังเล่นอยู่ในน้ำ”
“ช่างเป็ภาพที่น่าดูชมยิ่งนัก”
เ้าใหญ่ได้ยินคำเ่าั้ก็รู้สึกอับอายจนอยากจะร้องไห้ออกมา เป็หยวนเหล่าต้าที่ถอดเสื้อคลุมออกแล้วสวมลงบนตัวบุตรสาว “พวกหน้าไม่อาย มองอะไรกัน!” เขาหันไปตวาดใส่บรรดาชายหนุ่มในหมู่บ้านที่กำลังจ้องมองเรือนร่างของบุตรสาวตาเขม็ง
หนึ่งในนี้โต้กลับทันควัน “พวกเ้ากล้าเปิดพวกข้าก็กล้าดู มีกฎหมายข้อใดระบุว่าไม่ให้พวกเราดูอย่างนั้นหรือ”
“พวกเ้า…”
“พวกเ้าอะไร เป็เพราะพวกเ้าทำเื่ผิดคุณธรรมศีลธรรมมากมาย ขนาดเซียนงูเหล่านี้ยังทนไม่ไหวถึงกับเลื้อยเข้ามาในบ้านเพื่อจะจัดการเลย!”
ขณะที่ข้างนอกกำลังเถียงกัน หยวนเหล่าซื่อยังคงอยู่ในบ้านอย่างไร้คนสนใจ ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาเคยทำนาและเคยเจองูมาบ้าง หากยังไม่เคยเจองูมากมายขนาดนี้มาก่อน เขาคิดจะหนีเอาตัวรอด แต่ติดที่ขาพิการจึงไม่อาจเคลื่อนไหวได้สะดวก ขณะที่คนอื่นๆ ต่างหนีเอาตัวรอดออกจากบ้านกันไปหมดแล้ว ตัวเขาเพิ่งจะทำได้แค่ลงจากเตียงเท่านั้น
ด้วยรู้ดีว่างูเหล่านี้ไม่ใช่งูมีพิษ หยวนเหล่าซื่อจึงไม่ได้รีบร้อนจะหนี ทันใดนั้นก็พลันนึกถึงคำพูดที่พี่รองพูดกับตนเมื่อตอนกลางวันขึ้นมา เลยใช้โอกาสที่ไม่มีคนอยู่ในบ้านพยายามกะเผลกเดินไปที่ห้องของเ้าใหญ่เพื่อพิสูจน์ดู
ขณะที่หยวนเหล่าซื่อค้นห้องของเ้าใหญ่ เมื่อมีงูเลื้อยมาขวางไว้ก็แค่ใช้ไม้ค้ำเหวี่ยงมันออกไป เขาค้นจนทั่วทั้งห้อง ไม่ปล่อยให้เล็ดรอดไปแม้แต่จุดเดียว ในที่สุดก็ได้เจอกับตั๋วเงินที่ถูกม้วนเอาไว้ซึ่งวางอยู่ใต้หมอน แม้ก่อนหน้านี้ตนเองจะเอาแต่มุ่งหน้าทำงานไม่ได้สนใจเื่อื่นใดมากมาย แต่ก็พอรู้ว่ากระดาษที่ถูกม้วนและวางไว้ใต้หมอนเหล่านี้คือตั๋วเงิน อีกทั้งยังมีจำนวนหลายใบ จึงคาดคะเนได้ว่าคงเป็เงินหลายตำลึงด้วยกัน
เขาเคยได้ยินมาว่าจำนวนของตั๋วเงินที่น้อยที่สุดคือสิบตำลึง นอกจากตั๋วเงินเหล่านี้แล้วเขายังเจอเงินตำลึงก้อนอีกหลายก้อน
หยวนเหล่าซื่อรู้สึกโมโหขึ้นมาทันใด ในสมองปรากฏคำพูดที่พี่รองพูดกับเขา ที่ผ่านมาเขาทำงานอย่างยากลำบาก ได้เงินมาก็ให้บ้านใหญ่จนหมด ทั้งยังเชื่อฟังให้ความรักและเอ็นดูเ้าใหญ่ั้แ่เด็ก หากอีกฝ่ายบอกอะไรเขาก็ว่าตามนั้น ทั้งที่นางมีเงินแต่กลับไม่ช่วยออกเงินเป็ค่ารักษาให้ มองเขากลายเป็คนพิการโดยไม่รู้สึกรู้สา!
หยวนเหล่าซื่อนำตั๋วเงินและก้อนตำลึงเงินใส่ในอกเสื้อ ก่อนจะเดินกะเผลกกลับไปยังห้องนอน เวลานี้เองที่มีคบไฟถูกโยนลงมาบนหลังคาห้องของเขา ไม่ใช่ทุกห้องในบ้านสกุลหยวนที่จะก่อด้วยอิฐมุงด้วยกระเบื้อง อย่างเช่นห้องของพี่รองและพี่สามซึ่งสร้างจากอิฐโคลนมุงด้วยหญ้าแห้ง เมื่อมีคนโยนคบไฟใส่หลังคาเช่นนี้ เพลิงไหม้จึงติดขึ้นอย่างรวดเร็ว
สีหน้าหยวนเหล่าซื่อเปลี่ยนไปทันที รีบเก็บตั๋วเงินกับเงินตำลึงก้อนไว้กับตัวอย่างดี ก่อนจะเดินกะเผลกออกจากบ้าน
ครั้นทุกคนที่อยู่ข้างนอกเห็นหยวนเหล่าซื่อรีบเดินกะเผลกออกมา ต่างก็รู้สึกตกตะลึง
“ข้างในยังมีคนหรือ!”
หยวนฟู่กุ้ยรีบส่งสัญญาณสายตาให้แก่สหายที่สนิทกัน คนพวกนั้นเข้าใจได้ทันทีจึงะโขึ้นมาว่า “หยวนเหล่าต้า นี่เ้า้าจะเผาเ้าสี่ให้ตายหรือ กะจะฆ่าน้องชายให้ตายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็ภาระของเ้าใช่หรือไม่!”
“ช่างโเี้อำมหิตนัก!”
“คงไม่ใช่ว่างูเหล่านี้ก็เป็ฝีมือหยวนเหล่าต้าอีกเหมือนกันนะ นำงูมาปล่อยเพื่อที่ตนเองจะได้มีเหตุมีผลในการเผาเ้าสี่!”
ชาวบ้านคนอื่นได้ยินเช่นนี้ส่งเสียงพูดคุยอย่างเซ็งแซ่พร้อมทั้งชี้ไม้ชี้มือไปที่หยวนเหล่าต้า
ผู้เฒ่าหยวนกับหวางซื่อรู้สึกเดือดดาลจนจะเป็ลมอยู่รอมร่อ
หยวนเหล่าต้าเห็นทุกคนกำลังเข้าใจผิดรีบอธิบายออกไป “เปล่านะ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกเ้าต่างหากที่บอกว่าถ้าจุดไฟจะสามารถไล่งูไปได้” ทุกคนกำลังเข้าใจตนผิด ไหนเลยจะรู้ว่าเ้าสี่จะยังอยู่ในบ้าน
หยวนเหล่าซื่อในเวลานี้มีสีหน้าไม่ดีนัก เ้าใหญ่ก็เช่นกัน นางนึกไม่ถึงว่าบิดาจะจุดไฟเผาบ้าน แย่แล้ว ตั๋วเงินยังอยู่ในบ้าน!
“ท่านพ่อ ท่านจุดไฟด้วยเหตุใด ใช่ว่างูจะอยู่ที่นี่ตลอดไปเสียเมื่อไร เดี๋ยวมันก็เลื้อยออกไปเอง!”
หรือต่อให้มันไม่เลื้อยจากไป เพียงจ้างคนมาไล่ก็ใช้ได้แล้ว
เงินหลายร้อยตำลึงของนาง น่าเสียดายจริงเชียว!
เ้าใหญ่คิดในใจว่าตนน่าจะเอาตั๋วเงินเ่าั้ไปแลกเป็เงินตำลึงก้อนแล้วแอบซ่อนไว้ก่อน จากนั้นค่อยคิดหาวิธีเอามาเก็บไว้กับตัวทีหลัง ทว่าเวลานี้นางรู้สึกแค้นใจเหลือเกินที่ทุกอย่างสายเกินไป เพราะเหตุใด...นางถึงมักจะทำอะไรไม่ราบรื่นเสียทุกครา ยิ่งเห็นไฟโหมแรงขึ้นก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจ สุดท้ายกระอักเืล้มลงไปกับพื้น
ผู้ใหญ่บ้านเห็นเช่นนี้รีบบอกให้คนไปตามหมอมา ก่อนจะให้ชาวบ้านที่แข็งแรงช่วยไปแบกน้ำมาเตรียมไว้ หากไล่งูไปหมดแล้วจะได้มีน้ำไว้ดับไฟ หากปล่อยให้ลมพัดเอาไฟลามไปบ้านอื่นประเดี๋ยวจะแย่
