“แล้วมีทางเลือกอื่นด้วยฤาเ้าคะ”
“ในเมื่อรู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น จงอย่าหาข้ออ้างใดมาต่อรองกับข้าอีก ขอให้เชื่อฟังข้าและเ้าจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข” หญิงสาวไม่อาจหาคำใดมาต่อรองได้ นางจึงเม้มปากแล้วทำท่าจะเดินหนี ก่อนซีเหรินจะคว้ามือนางไว้ได้ทัน
“เรือนรับรองอยู่ทางด้านนั้น” เขาชี้ไปทางซ้าย ก่อนที่หลันฮวามีทีท่าจะเงอะงะ พลันตัดสินใจเดินไปตามทางที่เขาบอก
“คืนนี้อย่าลืมไปเรียนนับเลขกับข้าด้วย” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้าย ก่อนที่หญิงสาวจะรีบวิ่งหนีออกมา ด้วยเพราะรู้สึกกระอักกระอวลใจ กับรอยจูบที่เขาประทับไว้กับนางอย่างไม่ตั้งใจ
หลันฮวาวิ่งเข้ามายังเรือนรับรองแล้วรีบปิดประตูในทันทีด้วยความหวั่นไหว นางเดินเอามือจับปากของตัวเอง แล้วหลับตานึกถึงรอยจูบแสนนุ่มนวลและอบอุ่นของเขา ยิ่งทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็จังหวะ หลันฮวาเดินวนไปมา อยู่ในเรือนรับรองด้วยความตื่นตระหนกกับรอยจูบของบุรุษเป็ครั้งแรก
“ท่านยิ้มอันใดฤา” อู่เจ๋อเอ่ยทัก ก่อนหวงซีเหรินจะได้สติกลับมา แล้วหุบยิ้มลงอย่างกะทันหัน ดวงตาแปลกใจของคนตรงหน้า ทำให้ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ ด้วยท่าทางมีพิรุธ
“ปะ เปล่า” ซีเหรินตอบตะกุกตะกัก ก่อนจะหันกลับไปยังด้านหลัง เมื่อเห็นว่าพ้นจากหลันฮวาแล้ว จึงหันกลับมาอู่เจ๋อ พร้อมปั้นหน้าเรียบเฉย ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“แน่ใจฤา ข้าเห็นท่านเดินยิ้มเพียงผู้เดียวมาแต่ไกล”
“ข้าทำเช่นนั้นฤา” ซีเหรินถามอย่างเฉไฉ ครู่หนึ่งอู่เจ๋อจึงตัดบท แล้วรายงานบางอย่างให้กับหวงซีเหรินในทันที
“คุณชายรีบไปที่โถงใหญ่เถิด ตอนนี้ใต้เท้าตงซันและแม่นางไป่หลานมารอพบคุณชายอยู่ นายท่านและนายหญิงอยู่ต้อนรับพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงคุณชายเท่านั้น” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงรีบเดินตรงไปยังโถงใหญ่ทันที เพราะไม่้าให้ผู้ใหญ่ต้องคอยนาน
หลันฮวายังคงไม่อาจลืม รอยประทับอันแสนแปลกประหลาดนั้น นางยังคงจับไปที่ริมฝีปากของตัวเองค้างไว้ พร้อมภาพในหัว คอยแต่จะย้อนกลับเป็ภาพที่เขาดึงนางเข้าไป แล้วใช้ปากประกบจูบ ใบหน้าแดงราวกับลูกตำลึงของหลันฮวายังคงแดงระเรื่ออยู่คล้ายกับคนป่วยเต็มที
“เลิกคิดถึงเื่นั้นได้แล้ว ข้าต้องเลิกคิดถึงภาพนั้น เลิกคิดสิ เลิกคิด” หญิงสาวนั่งพักได้เพียงครู่เดียวก็ต้องลุกขึ้น เดินวนไปมาอีกครั้งด้วยความฟุ้งซ่าน ทั้งยังคงจับปากบางอยู่ตลอดเวลา ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้น ทำให้นางสะดุ้งใอย่างถึงที่สุด
“ข้ายังไม่พร้อมพบหน้าเขาเวลานี้ ทำอย่างไรดี” หลันฮวาเลิ่กลั่ก ก่อนเสียงเรียกของสาวใช้จะดังขึ้น
“แม่นางยู่จินเ้าคะ ข้าเองเฟ่ยกุ่ย ข้านำผ้าที่ซักแล้วมาเปลี่ยนให้เ้าค่ะ” หลังจากได้ยินเสียงแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่หวงซีเหริน หลันฮวาจึงรีบเดินไปเปิดประตู ก่อนสาวใช้จะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของหลันฮวา
“แม่นางยู่จิน เหตุใดใบหน้าของท่านจึงแดงราวกับลูกตำลึงเช่นนั้นเ้าคะ” นางพูดพร้อมกับหอบผ้าที่พับไว้เรียบร้อยดีแล้วเดินเข้ามาในเรือนรับรอง ก่อนที่หลันฮวาจะอ้ำอึ้งแล้วจับใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเองอย่างมีพิรุธ
“ใบหน้าข้าแดงมากถึงเพียงนั้นเชียวฤา” คำถามของหลันฮวาทำเอาเฟ่ยกุ่ยถึงกับแย้มยิ้มออกมา
“เ้าค่ะ...อ่อ ข้าเกือบลืมไป นายหญิงบอกว่ากลางวันนี้ แม่นางยู่จินยังไม่ต้องไปเรียนปักผ้านะเ้าคะ” หลันฮวาขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยถามหญิงรับใช้ด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“ทำไมฤา”
“นายหญิงกับนายท่าน ต้อนรับแขกอยู่เ้าค่ะ”
“ผู้ใดมาฤา”
“ใต้เท้าตงซันกับแม่นางไป่หลานเ้าค่ะ” เพียงได้ยินชื่อเท่านั้น หัวใจของนางหล่นวูบ พลันตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว
“เหตุใดแม่นางยู่จินจึงซีดเช่นนั้น”
“อ่อ...เปล่า ๆ ข้าเพียงแต่รู้สึกไม่สบายเท่านั้นเอง” หญิงสาวพูดแก้ตัว ก่อนที่เฟ่ยกุ่ยจะยกยิ้มออกมา
“ว่าแล้วเชียว เมื่อครู่ใบหน้าท่านแดงก่ำ ที่แท้เพราะไม่สบายนี่เอง เช่นนั้นประเดี๋ยวข้าปรุงยามาให้นะเ้าคะ” เฟ่ยกุ่ยเตรียมตัวเดินออก ก่อนที่หลันฮวาจะกล่าวรั้งไว้ได้ทัน
“ไม่ต้อง ๆ ข้าไม่ชอบกินยาเท่าใดนัก เพียงพักครู่เดียว อาการคงจะดีขึ้น”
“หากไม่กินยา จะหายได้อย่างไรเ้าคะ”
“ข้า..” หลันฮวานึกบ่ายเบี่ยง ก่อนจะหาทางแก้ตัวได้
“ข้ามียา ติดตัวมา เ้าไม่ต้องห่วง หากข้ากินยานี้จะหายทันที” เฟ่ยกุ่ยได้ยินดังนั้นจึงนึกโล่งใจ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน แม่นางยู่จินรีบกินยาแล้วพักผ่อนนะเ้าคะ” หลันฮวาส่งยิ้มหวานให้กับหญิงรับใช้ หลังจากประตูเรือนรับรองปิดลง นางรีบวิ่งมายังเตียงนอนพลันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย
“ใต้เท้าตงซันมา..เช่นนี้แล้ว ข้าจะถูกจับได้ฤาไม่ ว่าเป็หัวขโมยที่เคยออกอาละวาด” หลันฮวานั่งโยกเยกไปมาอย่างใช้ความคิด ภายใต้ผ้าห่มที่คลุมั้แ่ศีรษะจรดทั้งตัว
“เอ...เหตุใดข้าต้องฟุ้งซ่านด้วยเล่า ใต้เท้าตงซันหาได้เคยเห็นหน้าข้า ไม่มีวันจับตัวข้าไปลงโทษหรอก” นางยังคงนึกต้านในใจ
“แต่ใต้เท้าตงซันเป็ผู้ออกประกาศจับข้าด้วยตัวเอง ก็ต้องมีเค้ามูลเกี่ยวกับข้าบ้าง แย่แล้ว...หากมีคนจำหน้าข้าได้ ข้าจะทำเช่นใด” หญิงสาวยกมือขึ้นมากัด อย่างใช้ความคิดภายใต้ผ้าห่มสีอ่อนนั้น ร่างบางยังคงยุกยิกไปมาด้วยความทุกข์ใจ
หลังจากร่างของชายหนุ่มเดินเข้ามาทำความเคารพใต้เท้าตงซันแล้ว เขาจึงเลื่อนสายตาไปหาไป่หลานพร้อมส่งยิ้มอ่อนให้นางตามมารยาท
