“ข้าให้คนทำผัดเต้าหู้ ใส่ใบถงเฮามาให้เ้า” เขาจูงมือเยว่ซินมานั่งยังโต๊ะ แล้วเลื่อนอาหารให้นางด้วยกิริยาอ่อนโยน แตกต่างจากเมื่อก่อน ที่ไม่ใคร่อยากมองหน้านางเท่าใดนัก เยว่ซินมองอาหารที่เขาเตรียมไว้ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถาม
“พระองค์ทรงจำได้เหรอเพคะ” เขายิ้มแล้วพยักหน้า
“เป็อาหารที่เ้าชอบ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เ้ายังชอบอยู่หรือไม่” จ้าวเฉินลู่พูดพร้อมคีบอาหารใส่ถ้วยให้นาง แล้วพูดขึ้น
“คืนนี้เ้านอนกับข้าที่ตำหนักเฉียนกู่ ข้าอยากสรงน้ำกับเ้า” เขาพูด ก่อนใบหน้าของเยว่ซินจะแดงระเรื่อขึ้นมา นางพยักหน้าแล้วคีบอาหารในถ้วยใส่ปากช้า ๆ พร้อมสายตาอ่อนโยนของรัชทายาทจับจ้องมองนางอย่างมีความหมาย
รัชทายาทผู้สูงศักดิ์แม้จะเป็คนหัวแข็ง ดื้อรั้น และยึดมั่นในความคิดตัวเองเป็ใหญ่ ทว่ากับเยว่ซินแล้ว เขายอมนางมากที่สุด ย้อนกลับไปวัยเด็ก จ้าวเฉินลู่มักจะเดินตามเยว่ซินทั้งวัน ทำตามนางทุกอย่าง กระทั่งยอมนั่งร้อยดอกไม้เป็เพื่อนนางเขาก็ทำมาแล้ว หญิงสาวตักอาหารใส่ปาก แล้วเลื่อนสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า
“หม่อมฉันมีเื่อยากจะอธิบาย” เขานิ่งเงียบ
“หากเป็เื่ขององค์ชายสาม ข้าไม่อยากฟัง นับจากนี้เ้าไม่ต้องพูดถึงจ้าวซีเหรินให้ข้าฟังอีก ไม่ว่าอดีตของเ้ากับเขาจะเป็เช่นไร ข้าก็จะลืมให้หมด แล้วเริ่มต้นใหม่กับเ้า นับจากนี้เป็ต้นไปเ้าคือเมียของข้า เป็สมบัติของข้า เป็ของของข้า ขอให้เ้าจงรู้ไว้ ว่าเ้าคือคนพิเศษสำหรับข้า ในอดีตเื่ระหว่างเ้ากับองค์ชายสามข้าจะไม่พูดถึงอีก และจะลืมเลือนให้หมด” เขาพูดพลาง เอื้อมมากุมมือเยว่ซิน พร้อมแววตาสั่นไหว
“เ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่ ว่าเ้าจะไม่วุ่นวายกับองค์ชายสามอีก” เยว่ซินก้มหน้าลงเล็กน้อย ความจริงแล้ว เื่ระหว่างนางและองค์ชายสาม ไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด เป็เพียงแค่ ผู้ที่ห่วงใยและหวังดีต่อกันเท่านั้น นางรู้ว่าคำอธิบายคงไม่มีความหมาย จึงได้แต่ยิ้ม แล้วพยักหน้ารับปาก
“ข้าให้คนนำดอกซิ่วโหยว มาปลูกไว้ที่ตำหนัก ต่อไปเ้าจะได้เห็นดอกไม้ที่ชื่นชอบ ชู่ช่อออกดอกสวยงาม ข้าได้ยินมาว่าดอกไม้ชนิดนี้เรียกผีเสื้อได้ดีนัก หากในอนาคตเ้ามีลูกสาว ข้าหวังว่านางจะชอบเช่นเดียวกับเ้า แต่หากเป็ลูกชาย ข้าจะส่งเขาไปฝึกวิชากระบี่กับอาจารย์หม่อหรัน ตอนเด็กข้าก็เรียนวิชากระบี่มาจากเขา” รัชทายาทพูดเื่อนาคตพร้อมรอยยิ้มมีความสุข
ความจริงแล้ว ในหัวของจ้าวเฉินลู่ ได้วางภาพอนาคตร่วมกับเยว่ซินไว้นานแล้ว และไม่เคยลบเลือนภาพนั้นออกจากความคิด กระทั่งวันนี้ วันที่มีเยว่ซินอยู่ข้างกาย ทำให้เขากล้าเอ่ยสิ่งเ่าั้ออกมา
“กินเยอะ ๆ จะได้มีแรงอุ้มท้องลูกของเรา” วาจาน้อยนิด แต่มากด้วยความหมาย เป็อุปนิสัยที่ติดกายจ้าวเฉินลู่มาั้แ่เด็ก เขาเป็คนเก็บซ่อนความรู้สึกเก่งกว่าผู้ใด ขนาดที่ว่าเคยพลาดโดนกระบี่ขององค์ชายสาม ฟันเข้าแขนขณะซ้อมอยู่ที่ลานฝึก จ้าวเฉินลู่ในตอนนั้น ก็ไม่เแสดงความเ็ปให้ผู้ใดเห็นความอ่อนแอ
“ให้ข้าตาย ดีกว่าให้ข้าเผยน้ำตาต่อผู้คน” เยว่ซินจำคำพูดของรัชทายาทตัวน้อยได้เป็อย่างดี นางเลื่อนไปตักอาหารใส่ถ้วยของเขาช้า ๆ การกระทำอ่อนโยนของนางทำให้เขายิ้มรับ ทั้งสองนั่งกินข้าวกันตามลำพังในตำหนักของรัชทายาท
หลายวันหลังจากพระสนมถูกแต่งตั้ง เหล่าขุนนางทั้งหลายพากันเอาของกำนัล ไปมอบให้กับพระสนมเยว่ซินไม่ขาดสาย เพราะรู้แล้วว่าหญิงที่รัชทายาทสนใจ นั้นคือพระสนมเยว่ซิน หาใช่พระชายาฟางเหลียน ในทุก ๆ วัน รัชทายาทจะให้เยว่ซินเข้าไปรับอาหารพร้อมกันทุกมื้อ รวมถึงนอนค้างที่ตำหนักเฉียนกู่ จนรุ่งเช้า พระสนมจึงเดินทางกลับตำหนัก
พระชายาฟางเหลียนที่เก็บซ่อนความรู้สึกไม่พอใจไว้ั้แ่แรกเริ่ม ไม่อาจทนอยู่เฉยได้ต่อไปได้ จึงหาข้ออ้างในการเสด็จเยือนตำหนักหลิวของพระสนม เพื่อเอาของกำนัลไปให้เป็การส่วนตัว
เยว่ซินเห็นการเสด็จของพระชายาจึงจัดเตรียมต้อนรับด้วยน้ำชา นางค่อย ๆ รินให้ฟางเหลียนอย่างระวัง ด้วยกิริยางดงาม ก่อนพระชายาจะหันไปยังนางกำนัลทุกคนแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมีอำนาจ
“พวกเ้าทั้งหมดออกไปก่อน ข้ามีเื่จะคุยกับพระสนมเยว่ซินตามลำพัง” ฮั่นหยูทำท่าลังเลไม่ยอมเดินออก ก่อนพระพักตร์ของพระชายาจะหันมายังนาง แล้วเอ่ยถาม
“ไยเ้าจึงไม่ออกไป คำสั่งข้าไม่ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ”
“ฮั่นหยู เ้าออกไปก่อน ข้าไม่เป็ไร” พระสนมเยว่ซินหันไปบอกคนสนิทด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง ก่อนฮั่นหยูจะหันมาสบตากับพระชายาอย่างไม่ไว้ใจ
“เ้าอย่าลืม ว่าแท้จริงแล้วข้าเป็พี่สาวของนาง เราเป็คนสกุลไป๋เหมือนกัน ข้าไม่ลดตัวไปทำอันใดนางหรอก ข้ามิใช่คนใจอำมหิตเพียงนั้น” พระชายาพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสี ก่อนฮั่นหยูจะน้อมกายลงแล้วจำใจเดินออกจากตำหนักไปตามคำสั่ง
“ท่านพี่มาหาข้าถึงตำหนัก มีเื่ใดเหรอเ้าคะ” ฟางเหลียนยกชาขื้นดื่ม แล้วเหลือบมองเยว่ซินครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
“จริงอยู่ที่เราเป็คนสกุลไป๋เหมือนกัน แต่เ้าอย่าลืมว่าตอนนี้ข้าเป็ถึงพระชายาของรัชทายาท จะอย่างไรเ้าก็ควรเรียกขาน แล้วตอบรับข้าให้เหมือนผู้อื่นกระทำ” เยว่ซินน้อมกายลงเล็กน้อย
“เพคะ”
“ข้ามาหาเ้า ก็เพื่อจะบอกว่า ข้าปล่อยให้เ้า ได้ใช้เวลาอยู่กับรัชทายาทนานเพียงพอแล้ว หลังจากนี้ในทุกวัน เ้าต้องทำอาหาร นำไปให้ข้าที่ตำหนักจิ่วหยงทุกวัน” เยว่ซินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนฟางเหลียนจะให้เหตุผล
