[เวลา: 20:00 น. | สถานที่: ครัวหลังบ้านไร่ปลายฟ้า]
บรรยากาศในครัวคืนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดจางๆ แม้กลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รีจะยังคงอบอวล แต่สีหน้าของ "พนักงานฝ่ายผลิต" ทั้งสอง (พ่อเมฆาและแม่บุษบา) เริ่มฉายแววอ่อนล้า
"ถ่านจะหมดแล้วตะวัน... ไฟมันเริ่มมอด" พ่อเมฆาบอกพลางปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา มือยังคงพัดเตาอั้งโล่อย่างเอาเป็เอาตาย
"หม้อนี้ยังไม่ข้นเลยลูก เร่งไฟได้อีกไหม?" แม่บุษบาถาม ขณะคนหม้อทองเหลืองที่เดือดปุๆ อย่างเชื่องช้า
ตะวันยืนกอดอกมองปัญหาตรงหน้า คิ้วขมวดมุ่น
ปัญหา: ยอดจองวันนี้พุ่งไปถึง 40 ขวด แต่กำลังการผลิตของ "เตาอั้งโล่" แบบดั้งเดิมมันทำความเร็วไม่ได้
1. ความร้อนไม่สม่ำเสมอ: เดี๋ยวแรงเดี๋ยวเบา ทำให้คุมคุณภาพแยมยาก
2. สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ถ่านไม้หนึ่งกระสอบใกล้จะหมดแล้ว
3. เสียเวลา: การเคี่ยวแยมหม้อหนึ่งใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าน้ำจะระเหยออกจนงวด
"ขืนเป็แบบนี้ คืนนี้ได้นอนตีสามแน่... แถมกำไรจะหายไปกับค่าถ่านหมด" ตะวันวิเคราะห์
ิญญาช่างเครื่องในตัวเขามองเห็น "จุดบกพร่องทางวิศวกรรม" ของเตาอั้งโล่
มันคือการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และการสูญเสียความร้อนออกไปด้านข้าง
"พ่อครับ... พักหม้อนี้ไว้ก่อน เดี๋ยวผมมา"
ตะวันตัดสินใจวิ่งออกไปที่ "กองขยะหลังบ้าน" ท่ามกลางความงุนงงของพ่อแม่
[เวลา: 20:15 น. | กองวัสดุเหลือใช้]
ตะวันสวมถุงมือผ้า ใช้ไฟฉายส่องหากองเศษวัสดุ เขา้าสร้าง "เตาจรวด" (Rocket Stove) แบบบ้านๆ
ในอนาคต เตาชนิดนี้ฮิตมากในหมู่ชาวแคมป์ปิ้ง เพราะมันให้ความร้อนสูงเหมือนหัวพ่นไฟ แต่ใช้ฟืนแค่นิดเดียว หลักการคือการดึงอากาศเข้าไปเผาไหม้ในปล่องแนวตั้ง (Chimney Effect)
"เจอแล้ว!"
เขาดึง "ปี๊บขนมปังเก่าๆ" ที่สนิมกินก้นออกมาหนึ่งใบ และ "ท่อแป๊บเหล็กหน้ากว้าง 4 นิ้ว" ที่เหลือจากการทำรั้ว กับเศษอิฐมอญอีกสองสามก้อน
"เ้าแดง! ไปคาบเศษไม้แห้งๆ มาให้หน่อย!"
เ้าแดงวิ่งดุ๊กดิ๊กไปคาบกิ่งไม้แห้งมาวางกองให้อย่างรู้งาน
ตะวันลงมือทันที เขาใช้กรรไกรตัดเหล็กเจาะรูข้างปี๊บ แล้วสอดท่อเหล็กเข้าไปทำเป็รูปตัว L (ห้องเผาไหม้) จากนั้นเทดินทรายลงไปอัดแน่นรอบท่อเพื่อเป็ฉนวนกันความร้อน
ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที... สิ่งประดิษฐ์หน้าตาประหลาดเหมือนปี๊บมีปล่องก็เสร็จสมบูรณ์
[ติ๊ง!]
[สร้างสรรค์นวัตกรรม: เตาจรวดทำมือ (DIY Rocket Stove)]
เกรด: C+ (ใช้งานได้จริง)
คุณสมบัติ: ให้ความร้อนสูงกว่าเตาถ่าน 3 เท่า / ประหยัดเชื้อเพลิง 50%
รางวัล: 50 แต้มระบบ + สกิล [วิศวกรรมพื้นฐาน (Basic Engineering)]
ตะวันยกเตาประดิษฐ์กลับเข้ามาในครัว ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของพ่อกับแม่
"นี่มันตัวอะไรเนี่ยลูก?" แม่ถาม
"นี่คือ 'เทอร์โบชาร์จเจอร์' ของวงการครัวไทยครับแม่" ตะวันตอบยิ้มๆ "คอยดูนะ"
เขาจุดไฟด้วยเศษกระดาษและกิ่งไม้เล็กๆ ใส่เข้าไปในช่องลมด้านล่าง
พรึ่บ!
ไฟติดอย่างรวดเร็ว และเมื่อความร้อนในปล่องเริ่มสูงขึ้น เสียงลมที่ถูกดูดเข้าไปก็เริ่มดังขึ้น
วู้วววววววว!!!
เสียงไฟคำรามก้องในท่อเหล็ก เปลวไฟสีฟ้าพุ่งขึ้นมาจากปากปล่อง้าอย่างรุนแรงและนิ่งสนิท ไร้ควันโขมงเหมือนเตาถ่าน
"โห! ไฟแรงเหมือนเตาแก๊สเลย!" พ่อเมฆาตาโต
ตะวันยกหม้อทองเหลืองขึ้นตั้ง
เพียงไม่กี่นาที น้ำเชื่อมสตรอว์เบอร์รีก็เดือดพล่านทั่วหม้อ ไม่ใช่แค่เดือดเป็จุดๆ การระเหยน้ำเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากที่ต้องกวน 1 ชั่วโมง... เหลือเพียง 20 นาที แยมก็ข้นหนืดได้ที่!
"สุดยอด..." แม่บุษบามองดูแยมที่เสร็จใหม่อย่างทึ่งๆ "เร็วขึ้นตั้งเยอะ แถมไม่ต้องมานั่งพัดเตาให้แสบตาด้วย"
"คืนนี้เราปิดจ็อบก่อนเที่ยงคืนแน่นอนครับ!" ตะวันประกาศชัยชนะ
ด้วยพลังของ "เตาจรวด" การผลิตล็อตใหญ่จึงผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น แยม 40 ขวดถูกบรรจุ ปิดฝา และติดฉลากทองคำ Samoeng Sweet เรียงรายสวยงามเต็มโต๊ะ
[วันถัดมา | เวลา: 16:30 น. | หน้าร้านเฮียชัยอะไหล่ยนต์]
หลังจากตระเวนส่งของและเก็บเงินจนครบทุกบาททุกสตางค์ ตะวันรีบบิดเ้า Honda C70 ตรงดิ่งมาที่ร้านเฮียชัยทันที
ในกระเป๋าเสื้อของเขามีเงินสดก้อนโตจากการขายแยม (หักทุนแล้วเหลือกำไรสุทธิประมาณ 800 บาท) ซึ่งมากพอที่จะไถ่ถอน "สมบัติ" ที่เขาหมายตาไว้
"เฮียชัย! ผมมาตามสัญญาแล้ว!" ตะวันะโแข่งกับเสียงเพลงลูกทุ่งที่เปิดในร้าน
เฮียชัยเงยหน้าขึ้นจากกองอะไหล่ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันทอง "มาไวจริงนะพ่อหนุ่มนักธุรกิจ... นึกว่าจะเปลี่ยนใจซะแล้ว"
"ของดีแบบนั้น เปลี่ยนใจไม่ได้หรอกครับ"
เฮียชัยเดินไปหลังเคาน์เตอร์ แล้วหยิบถุงพลาสติกเก่าๆ ใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ
"เอ้า... เฮียเก็บไว้ให้อย่างดี ไม่ให้ใครแตะเลย"
ตะวันค่อยๆ แกะถุงออก...
กลิ่นหนังเก่าๆ ลอยแตะจมูก มันคือกลิ่นแห่งกาลเวลา
พวงมาลัย Nardi Torino รุ่น Classic ก้านยกสีดำ ด้ายแดง แม้สภาพหนังจะลอกล่อนไปบ้างตามอายุขัย และก้านเหล็กจะมีสนิมขึ้นประปราย แต่มันยังคงความขลังและสง่างาม
ตะวันยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปััมัน
ความเย็นของก้านเหล็ก... ความหยาบกร้านของหนังแท้...
วินาทีที่มือกำรอบวงพวงมาลัย ภาพในหัวของเขาก็ฉายชัด
ไม่ใช่ภาพของมอเตอร์ไซค์ที่เขาขี่อยู่... แต่เป็ภาพห้องโดยสารของรถสปอร์ตยุค 90 สักคัน อาจจะเป็ Nissan Silvia S13 หรือ Toyota Supra ที่เขากำลังควบคุมมันให้ไถลเข้าโค้งในสนามแข่ง
"ขอบคุณครับเฮีย..." ตะวันวางเงิน 500 บาทลงบนโต๊ะ "นี่ครับ"
เฮียชัยรับเงินไปนับ แล้วส่งคืนให้ใบนึง (100 บาท)
"เฮียลดให้เหลือ 400 ละกัน... เห็นเอ็งมีความพยายาม เฮียชอบใจ"
"เฮ้ย! ไม่ได้ครับเฮีย ของมันมีราคา"
"เอาน่า! ถือว่าเป็ทุนการศึกษา หรือทุนแต่งรถก็ได้ รับไปเถอะ" เฮียชัยยัดเงินใส่มือตะวัน "แต่มีข้อแม้นะ... ถ้าวันไหนเอ็งมีรถเก๋งขับ เอ็งต้องขับมาโชว์เฮียเป็คนแรก"
ตะวันกำแบงก์ร้อยแน่น ยกมือไหว้เฮียชัยจากใจจริง "สัญญาครับเฮีย! วันนั้นต้องมาถึงแน่นอน!"
[ติ๊ง!]
[ภารกิจสำเร็จ: นักสะสมผู้ยิ่งใหญ่ (The Collector) - ส่วนที่ 1]
ได้รับ: 300 แต้มระบบ
ไอเทมที่ได้รับ: พวงมาลัย Nardi Classic (Rare)
ปลดล็อก: คอลเลกชัน "ห้องโดยสารในฝัน" (1/5)
สกิลอัปเกรด: นักเจรจาต่อรอง (Negotiator) Lv.2
[เวลา: 18:00 น. | ห้องนอนตะวัน]
ตะวันกลับถึงบ้าน เขารีบขึ้นห้องนอนแล้วจัดการ "ทำความสะอาด" สมบัติชิ้นใหม่ทันที
เขาใช้น้ำยาขัดเบาะ (ที่แอบจิ๊กมาจากร้านเฮียชัยนิดหน่อย) เช็ดคราบฝุ่นและเชื้อราออกจากหนัง ขัดก้านเหล็กด้วยวีนอลจนเงาวับ
เมื่อเสร็จสิ้น พวงมาลัย Nardi ก็กลับมาดูสวยงามอีกครั้ง แม้จะมีริ้วรอยแห่งการใช้งาน แต่มันคือ Patina (ร่องรอยความเก๋า) ที่มีเสน่ห์
ตะวันนำมันไปแขวนไว้ที่ผนังห้อง ตรงหัวเตียง
ข้างๆ รูปถ่ายครอบครัว และปฏิทินรูปรถ Ferrari
"สักวันหนึ่ง..." ตะวันมองมันแล้วพูดเบาๆ "แกจะได้ไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่... ไม่ใช่ข้างฝาผนัง แต่เป็หน้ารถของฉัน"
เ้าแดงที่นอนอยู่ปลายเตียง เงยหน้าขึ้นมองแล้วเห่า บรู๊ววว เบาๆ เหมือนจะบอกว่า 'ฝันให้ไกลไปให้ถึงนะลูกพี่'
คืนนั้น ตะวันหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม
เขามีเงินทุนเหลือ 400 บาท (กำไรวันนี้ + ส่วนลดเฮียชัย)
เขามีระบบการผลิตแยมที่เร็วขึ้นด้วย "เตาจรวด"
และเขามี "ชิ้นส่วนแรก" ของความฝันอยู่ในมือแล้ว
แต่เขาหารู้ไม่ว่า... ความสำเร็จของ "Samoeng Sweet" กำลังจะนำมาซึ่ง "บททดสอบใหม่"
เมื่อมีคนได้ผลประโยชน์... ย่อมมีคนเสียผลประโยชน์
และ "เ้าถิ่น" ในตลาดขนมหวานของโรงเรียน อาจจะไม่ปลื้มกับการมาของพ่อค้าหน้าใหม่อย่างเขา
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
