“ไม่ง่ายนักที่จะตามหา… แต่เอาเถอะ ฉันจะช่วยอีกแรง”
“ขอบคุณค่ะ”
หล่อนยกมือไหว้
“ว่าแต่ไอ้เชิดที่เธอว่านี้… รูปร่างหน้าตามันเป็ยังไงฉันก็ไม่รู้ อาจจะหายากสักหน่อย”
ได้ยินที่ทรงกลดว่า
คนางค์รีบเปิดภาพในโทรศัพท์มือถือ ยื่นให้เขาดูรูปชายที่หล่อนตามหา
“เอ่อ… ”
ทรงกลดใ จ้องมองภาพในโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เดี๋ยวจะสอบถามจากคนแถวนี้ ฉันรู้จักโรงงานน้ำตาลหลายที่ บางทีอาจจะมีคนรู้จักผู้ชายคนนี้”
ทรงกลดกล่าว ส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้หล่อน
“เธอกับลูกยังไม่มีที่พักใช่ไหม”
“ค่ะ… ”
“งั้นระหว่างนี้พักที่ไร่อ้อยของฉันไปก่อน… ”
“ขอบคุณค่ะนาย”
หญิงสาวยกมือไหว้ทรงกลดอีกครั้ง
“ไม่ต้องเรียกฉันว่านายก็ได้… ”
“ไม่ได้ค่ะ… นายคือผู้มีพระคุณ ทั้งช่วยหนูจากคนร้ายแล้วยังให้ที่พักพิง”
คนางค์กล่าวขณะอุ้มลูกเดินตามหลังทรงกลดมาที่รถกระบะคันใหญ่ของเขา
ทรงกลดขับรถพาหล่อนเข้ามาถึงไร่อ้อยที่อยู่ติดชายเขา เป็ไร่อ้อยที่เขาเพิ่งตัดสินใจซื้อต่อมาจากเ้าของเก่าที่ขายให้กะทันหันเมื่อปีก่อนเพราะร้อนเงิน
“เป็ไง… เห็นห้องแล้วพออยู่ได้ไหม”
ทรงกลดพาหญิงสาวเข้ามาถึงกระท่อมหลังน้อยที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าอ้อย
“อยู่ได้ค่ะนาย… หนูกับลูกอยู่ได้ค่ะ สภาพดีกว่ากระท่อมเป็ไหนๆ อย่าเรียกว่ากระท่อมเลยนะคะ”
หญิงสาวกวาดสายตามองสำรวจภายใน แม้ภายนอกจะเหมือนกระท่อม แต่สภาพภายในก็ไม่เลวนัก ควรเรียกว่าเรือนหลังน้อยดีกว่า ฝาผนังทุกด้านบุเอาไว้ด้วยฟากไม้ไผ่ที่สภาพยังไม่ผุเก่า มีเตียงเล็กๆ ในห้องนอน มีหน้าต่างสองบานที่ติดมุ้งลวดกันยุงเอาไว้พร้อม และด้านหลังกระท่อมก็ยังมีพื้นที่เล็กๆ มีแคร่ไม้และชุดเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ทรงกลดเอามาตกแต่ง เพราะเขามักจะชอบแวะเข้ามานั่งดื่มกาแฟทอดอารมณ์ยามเช้าที่นี่บ่อยๆ
แม้กระท่อมน้อยหลังนี้จะอยู่ลึกเข้ามากลางไร่อ้อย แต่ก็มีน้ำมีไฟพร้อมให้อยู่อาศัย
