ผลลัพธ์จากการประมูลสินค้าชิ้นแรกไม่เลวนัก นับว่าเป็จุดเริ่มต้นที่ดี
จูหยวนหยวนกลับขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง “ดีมาก! อุ่นเครื่องกันเสร็จแล้ว เช่นนั้นต่อไปเริ่มประมูลสินค้าชิ้นที่สองได้...ผลจิ่วเยี่ยเจ็ดสี สมุนไพรระดับสูงสำหรับปรุงโอสถทะลวงิญญา ประสิทธิภาพของมันเป็อย่างไรคงไม่ต้องให้ข้าน้อยพูดให้มากความ ราคาเริ่มต้นหนึ่งพันศิลาเซียน!”
……
“สินค้าชิ้นที่สิบ ศิลาหานอวี่ วัตถุดิบชั้นยอดในการสร้างสมบัติวิเศษธาตุดิน ราคาเริ่มต้นสามพันศิลาเซียน
……
“สินค้าชิ้นที่ยี่สิบ ไม้อู๋เกินอายุพันปี วัตถุดิบชั้นยอดในการสร้างกระบี่ธาตุไม้ ราคาเริ่มต้นสี่พันศิลาเซียน”
……
“สินค้าชิ้นที่สามสิบ ของเหลวเพลิงปฐี สามารถยกระดับสมบัติิญญาธาตุไฟได้ระดับหนึ่ง เพิ่มความเร็วในการวิวัฒนาการ ราคาเริ่มต้นห้าพันศิลาเซียน”
……
ตรงกลางเวที มีสมบัติฟ้าดินชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกยกเข้ามาและออกไป ทำให้ผู้คนมองสินค้าจนตาลายไปหมด
ไม่พูดมิได้เลยว่าทักษะการพูดของจูหยวนหยวนเก่งมากจริงๆ เป็พิธีกรมาสองชั่วยามกว่าแล้ว กลับดูไม่เหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ยังคงดูสดชื่นแจ่มใส
ฟังคำอธิบายจากจูหยวนหยวน ดูคำแนะนำจากกระจกแสง จั๋วอวิ๋นเซียนรู้สึกได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย
คำพูดของคนโบราณมิเคยโกหก อ่านตำราให้มาก และเดินทางไปดูด้วยตนเอง สิ่งของมากมายที่เห็นในหนังสือกับของจริงต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“นายน้อย สิ่งของมากมายเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงไม่ประมูลสิ่งใดเลยเล่า? หรือว่าท่านคิดจะประหยัดเงินให้เกาะสามเซียน?”
ฉินตงหวู่ร้อนใจแล้ว เสี่ยวจิ่วกับเสี่ยวเนี่ยนทานอาหารอย่างเดียว พวกเขาไม่เข้าใจว่ามารดากำลังร้อนใจอะไร
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างมิได้ใส่ใจ “ถึงแม้วัตถุดิบเหล่านี้จะไม่เลว แต่ไม่มีประโยชน์กับข้า เหตุใดต้องสิ้นเปลืองศิลาเซียนด้วย...”
ความจริงแล้วในฐานะที่จั๋วอวิ๋นเซียนเป็เ้าหอหลางฮ้วน เป็ผู้รับผิดชอบเื่การสร้างเซียนยุทธ์ ปกติแล้วมีวัตถุดิบใดที่เขา้าแล้วไม่ได้บ้าง? ยิ่งไปกว่านั้นหลายวันมานี้เขาแอบเก็บวัตถุดิบชั้นยอดไปไม่น้อย เขาจึงมิได้ขาดแคลนของเหล่านี้
……
ทว่าในเวลานี้เอง จูหยวนหยวนวางสินค้าชิ้นหนึ่งอีกครั้งจากนั้นกล่าวว่า “ทุกคนเชิญดูทางนี้ นี่คือสินค้าชิ้นที่เจ็ดสิบเจ็ด ‘เพลิงอสูร’”
เมื่อเปิดกล่องออก มีไข่มุกสีดำเม็ดหนึ่งวางไว้อยู่ในนั้น
“เอ๊ะ? เมล็ดเพลิงอีกชิ้นหรือ? สีดำด้วย!”
“เป็เพลิงที่แปลกประหลาดมาก รู้สึกว่ามองนานๆ แล้วเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาเลย!”
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน จูหยวนหยวนกล่าวอธิบายทันที “ทุกท่านอาจจะไม่ทราบ ‘เพลิงอสูร’ นี้เป็เมล็ดเพลิงระดับเจ็ด...”
จูหยวนหยวนยังไม่ทันพูดจบ รอบด้านก็เกิดเสียงพูดคุยเสียงดัง มีคนไม่น้อยที่เผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา!
เมื่อครู่เมล็ดเพลิงระดับห้าก็ทำให้ผู้คนแย่งชิงอย่างบ้าคลั่งแล้ว ตอนนี้ถึงกับปรากฏเมล็ดเพลิงระดับเจ็ดอีกเม็ดหนึ่ง จะมิให้ทุกคนตื่นเต้นได้อย่างไร
จากการบันทึกของหอเหนือฟ้า แผ่นดินเซียนฉยงมีเมล็ดเพลิงนับพันชนิด ต่างก็มีความพิเศษในตัวเอง คุณสมบัติแตกต่างกัน
เพื่อสะดวกแก่การเปรียบเทียบของผู้บำเพ็ญเซียน หอเหนือฟ้าจึงตั้ง ‘ทำเนียบเพลิงิญญาฟ้าดิน’ ขึ้นมาโดยเฉพาะ พวกเขาจดบันทึกข้อมูลของเพลิงิญญาเข้าไปจัดอันดับในทำเนียบ เมล็ดเพลิงระดับเจ็ดอย่างน้อยก็จัดอยู่ในหนึ่งร้อยอันดับแรก เมล็ดเพลิงระดับแปดมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเช่นกัน ส่วนเมล็ดเพลิงระดับเก้าเท่าที่รู้มามีเพียงสิบชนิด ทุกชนิดล้วนมีพลังที่น่าหวาดกลัวและคุณสมบัติที่มหัศจรรย์
เพียงแค่คิดก็รู้ว่า หากเมล็ดเพลิงระดับเจ็ดปรากฏบนโลกนี้ ขั้วอำนาจต่างๆ ต้องไม่ยอมปล่อยไปแน่!
“ช้าก่อน! ทุกคนช้าก่อน โปรดฟังที่ข้าน้อยพูดให้จบก่อน!”
จูหยวนหยวนรีบพูดแทรกความคิดของทุกคน นางกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อนว่า “ที่จริงแล้ว ‘เพลิงอสูร’ เม็ดนี้คือเพลิงแก่นจ้าวอสูรโบราณ ไม่เพียงแฝงด้วยพลังิญญาของจ้าวอสูร ยังแฝงด้วยพลังปีศาจเสี้ยวหนึ่ง ดังนั้นเมล็ดเพลิงระดับเจ็ดนี้จึงแสดงพลังออกมาได้เพียงสามส่วนเท่านั้น อีกทั้งถึงแม้เพลิงชนิดนี้จะมีิญญา แต่กลับมิอาจหลอมรวมกับเจ็ดจิตได้ มิเช่นนั้นจะทำให้พลังปีศาจเข้าสู่ร่างกาย ผลลัพธ์สถานเบาอาจจะธาตุไฟเข้าแทรก เพลิงแผดเผาร่าง สถานหนักถูกปีศาจควบคุม มิอาจไปผุดไปเกิดได้อีก”
“……”
เมื่อได้ยินคำว่ามิอาจไปผุดไปเกิดได้อีก ผู้คนรอบด้านก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“เฮ้อ! ดีใจเสียเปล่า ที่แท้ก็แค่ของไร้ประโยชน์!”
“ใช่แล้ว! เมล็ดเพลิงเช่นนี้ ผู้ใดจะกล้าหลอมรวมกัน?”
“หอเจินเป่าหมายความว่าอย่างไร? เอาของเยี่ยงนี้มาประมูลหรือ? แบบนี้เป็การทำร้ายผู้อื่นมิใช่หรือ? ดูดีแต่ไร้ประโยชน์ ไม่สู้ไม่เอาออกมาดีกว่า!”
……
สาเหตุที่ปีศาจอสูรถูกเรียกว่าปีศาจอสูร ก็เพราะพวกปีศาจอสูรล้วนไร้ความเป็มนุษย์ กลืนกินเืเนื้อิญญาของสิ่งมีชีวิตเป็อาหาร เพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง หากผู้บำเพ็ญเซียนปกติแปดเปื้อนพลังปีศาจ จะตกต่ำจนมิอาจย้อนกลับมาได้อีก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ทุกคนรู้สึกผิดหวังอย่างห้ามมิได้
เมล็ดเพลิงระดับเจ็ดแสดงพลังออกมาได้เพียงสามส่วน อีกทั้งยังอาจจะกลายเป็ปีศาจด้วย มูลค่าของมันจึงลดลงมาก ถึงอย่างไรก็มิใช่ทุกคนที่จะสามารถกำราบพลังปีศาจของเพลิงอสูรได้
แต่เมื่อทุกคนลองคิดดูก็เข้าใจขึ้นมา หากเป็เมล็ดเพลิงระดับเจ็ดจริงๆ มูลค่าของมันต้องสูงกว่าเพลิงิญญาระดับห้าเป็สิบเท่าแน่ น่าจะเอาออกมาประมูลในวันที่สี่ถึงจะถูก
“อะแฮ่ม!”
เห็นได้ชัดว่าจูหยวนหยวนรู้ผลลัพธ์เช่นนี้ั้แ่แรกแล้วจึงกล่าวอย่างมิได้ใส่ใจ “เพลิงอสูรระดับเจ็ด ราคาเริ่มต้นหนึ่งแสน เริ่มประมูลได้!”
“……”
ทันใดนั้นเสียงในหอเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดเสนอราคา บรรยากาศน่าอึดอัดยิ่ง
ศิลาเซียนหนึ่งแสนมิใช่ตัวเลขน้อยๆ ใครจะจ่ายศิลาเซียนมากขนาดนี้เพื่อซื้อของที่เป็อันตรายเล่า?
“ทุกคนต้องคิดเช่นนี้ เพลิงอสูรนี้อย่างไรก็เป็ถึงเมล็ดเพลิงระดับเจ็ด เป็สมบัติล้ำค่าในหมู่เปลวเพลิง ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ แต่มีระดับไม่ต่ำเลย มีค่าให้ศึกษาไม่น้อย”
“อีกทั้งถ้าสามารถหาสมบัติที่สามารถกำจัดพลังปีศาจได้ มิใช่เท่ากับว่าได้เมล็ดเพลิงระดับเจ็ดเม็ดหนึ่งไปเลยหรือ?”
“เมื่อคิดเช่นนี้ทุกคนรู้สึกคุ้มค่าแล้วใช่หรือไม่?”
จูหยวนหยวนพูดแล้วพูดอีก นางใช้ทักษะการพูดให้เป็ประโยชน์ ในที่สุดก็มีคนสามคนร่วมประมูล แต่น่าเสียดายที่ความนิยมไม่สูงนัก คนร่วมประมูลเพียงคิดจะเอามาศึกษาเท่านั้น มิได้คิดจะหลอมรวมมัน
“สามแสนศิลาเซียน”
ทันใดนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนก็เสนอราคา ผู้คนรอบด้านต่างมึนงง
พวกเขาคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วคนที่ร่วมประมูลก็คือคุณชายไป๋เฮ่อแห่งเกาะสามเซียน? แต่คนธรรมดาที่ไร้พลังอย่างเขา ซื้อของสิ่งนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร?
“นายน้อย นี่ท่าน...”
ฉินตงหวู่ตะลึง นางอยากจะพูดบางอย่างแต่มิได้พูด นางรู้จักนิสัยของจั๋วอวิ๋นเซียนดี เขาต้องไม่หาเื่ใส่ตัวแน่ อีกทั้งไม่มีทางทำเื่ที่ไร้ประโยชน์เป็แน่
จั๋วอวิ๋นเซียนเห็นผู้คนมากมายมองมาที่ตนจึงอธิบายกับฉินตงหวู่ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ก่อนหน้านี้ที่ไม่ประมูล เพราะไม่อยากเป็เป้าสายตา ไม่อยากถูกคนจับตามอง...แต่เมล็ดเพลิงไม่สมบูรณ์เม็ดหนึ่ง คิดว่าคงไม่เป็ที่น่าสนใจนัก จึงประมูลเอามาลองศึกษาดู”
ถึงแม้จั๋วอวิ๋นเซียนจะพูดเสียงไม่ดังมาก แต่ผู้คนรอบด้านล้วนเป็ยอดฝีมือ จึงได้ยินชัดเจนและมิได้สงสัยอะไร
จูหยวนหยวนได้สติกลับมา นางะโเสียงดังทันที “สามแสนศิลาเซียน ห้องหมายเลขสี่มีคนเสนอสามแสนศิลาเซียน ยังมีใครให้สูงกว่านี้อีกหรือไม่?”
“สามแสนศิลาเซียนครั้งที่หนึ่ง!”
“สามแสนศิลาเซียนครั้งที่สอง!”
“สามแสนศิลาเซียนครั้งที่สาม...ปิดประมูล!”
ท้ายที่สุดจั๋วอวิ๋นเซียนจึงประมูลเพลิงอสูรมาได้ในราคาสามแสนศิลาเซียน
คนอื่นๆ ก็มิได้พูดมาก จูหยวนหยวนผ่อนลมหายใจออกมาเช่นกัน ขอเพียงของไม่เหลือ หอเจินเป่าของพวกนางก็ยังได้กำไร
ยิ่งไปกว่านั้นสามแสนศิลาเซียนก็เป็ราคาที่สูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย
