จางซื่อไม่กล้ามองหน้าหลี่ซื่อ จึงก้มหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อนขณะเอ่ยว่า “ท่านแม่ให้…ให้เงินเ้าแล้ว!”
หลี่ซื่อมองพี่สะใภ้สามอย่างผิดหวัง ภายในบ้านใหญ่สกุลหยวนผู้ที่ดีกับนางที่สุดคือพี่สะใภ้ผู้นี้ แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับร่วมมือกับเ้าใหญ่มาใส่ร้ายนาง
“ข้าขอสาบาน หากข้าโกหกขอให้ถูกฟ้าผ่า ตายไปขอให้ร่วงลงไปอยู่ในนรกชั้นที่สิบแปด!” หลี่ซื่อะโด้วยในใจเ็ปประหนึ่งถูกฉีกกระชากออกเป็เสี่ยงๆ ขณะที่แววตาแดงก่ำอย่างโกรธแค้น คล้ายกับคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น
“ข้ากล้าสาบานแล้ว แล้วพวกท่านทุกคนกล้าสาบานหรือไม่ เ้าใหญ่ ท่านแม่ พี่สะใภ้สาม ท่านทุกคนกล้าสาบานต่อฟ้าหรือไม่!”
สีหน้าเ้าใหญ่เปลี่ยนไปในทันใด คาดไม่ถึงว่าท่านอาสะใภ้สี่ที่ปกติขี้กลัวจะกล้าพูดเช่นนี้ ที่ผ่านมาใช่ว่าไม่เคยต้องแบกหม้อดำ ยามนี้ก็ไม่ใช่ว่ายอมแบกแต่โดยดีหรือ
“ท่านอาสะใภ้สี่ ข้าขอสาบาน หากข้าโกหกขอให้ถูกฟ้าผ่า!” เ้าใหญ่กล่าวสาบานเสียงสูง ใต้หล้านี้มีเื่์ลงโทษโดยการถูกฟ้าผ่าที่ใดกัน นางมีชีวิตอยู่มาถึงสองชาติ ชาติก่อนเคยพบเจอผู้คนไม่ดีมากมายต่างสาบานว่าขอให้ถูกฟ้าผ่า แต่ไม่เคยเห็นว่าจะมีใครถูกฟ้าผ่าจริงๆ เลยสักคน ถึงกระนั้นนางก็ยังเผื่อไว้ก่อนโดยการไม่ได้สาบานว่าขอให้ตกนรก
“ท่านอาสะใภ้สี่ พวกเราดีต่อท่านมาโดยตลอด สะใภ้ที่ไม่อาจมีบุตรได้อย่างท่าน พวกเราไม่ปลดออกเพราะเห็นแก่ความดีที่มีมา แต่ท่านกลับโยนความผิดให้ท่านย่าเช่นนี้ยังนับว่าเป็คนอยู่อีกหรือไม่!”
หวางซื่อได้สติกลับคืนมาจากความหวาดหวั่น สาบานหรือ...ผู้ใดจะไม่กล้า “เมื่อครู่นี้เ้าใหญ่สาบานแล้ว เหตุใดถึงยังไม่ถูกฟ้าผ่าเล่า นั่นแปลว่าเป็เ้าต่างหากที่โกหก นางหญิงแพศยา ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
ส่วนตัวนางมีหรือจะกล้าสาบาน ยุคนี้ผู้คนล้วนหวาดกลัวเื่ภูตผีปีศาจเป็ที่สุด จะออกตัวสาบานสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร
“ท่านไม่ต้องตีข้าจนตายหรอก ข้าตายเองได้ ท่านไม่ได้ให้เงินข้า เพียงแค่บอกให้ไปขโมยกลอนคู่ที่บ้านสกุลกู้มาเท่านั้น!” หลี่ซื่อโต้กลับเสียงดังก่อนจะผลักหวางซื่อออกแล้ววิ่งเอาศีรษะกระแทกกับกำแพงที่อยู่ไม่ไกล
‘ปึง!’ สิ้นเสียงนั้นก็พบว่ามีเืไหลออกมาจากศีรษะของหลี่ซื่อเต็มไปหมด ทุกคนต่างตาโตยืนนิ่งทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะ
เป็ผู้ใหญ่บ้านที่ได้สติกลับคืนมาก่อนผู้ใด ยื่นมือชี้ไปทางหญิงชาวบ้านสองคนแล้วเอ่ยว่า “ยังจะมัวยืนนิ่งอยู่อีก รีบไปพยุงนางขึ้นมา!” จากนั้นถึงค่อยะโเรียกหมอที่กำลังตรวจดูอาการของหยวนเหล่าซานและหยวนเหล่าซื่อภายในบ้าน “ท่านหมอ รีบมาดูอาการสะใภ้สี่ก่อนเถิด!”
หมอได้ยินดังนั้นจึงรีบออกมาจับชีพจรให้หลี่ซื่อ เพียงครู่เดียวก็เอ่ยว่า “ร่างกายนางอ่อนแอมิได้มีเรี่ยวแรงมากนัก นับว่ายังเคราะห์ดี หาไม่แล้ว…” พูดจบก็รีบทำแผลใส่ยาที่ศีรษะให้แก่หลี่ซื่อจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นใช้นิ้วหยิกที่บริเวณเหนือริมฝีปากเบาๆ ไม่นานคนป่วยก็ฟื้นขึ้นมา
“ดีเหลือเกิน กล้าแกล้งตายเช่นนั้นหรือ ท่านพี่ สะใภ้เช่นนี้พวกเราคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ทั้งโต้เถียงผู้ใหญ่ ขโมยเงิน ไหนจะแกล้งตายอีก ท่านปลดนางเถิด!”
สีหน้าผู้เฒ่าหยวนดำทะมึน จ้องเขม็งไปยังหลี่ซื่อที่หญิงชาวบ้านกำลังช่วยกันประคองขึ้นมา เหตุการณ์มาถึงยามนี้หากไม่ปลดคงจะไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเอาหน้าตาและชื่อเสียงของสกุลหยวนไปไว้ที่ใด
“สะใภ้เช่นเ้าสกุลหยวนคงเก็บเอาไว้ไม่ได้แล้ว นับั้แ่วันนี้ไปเ้าไม่ใช่สะใภ้ของสกุลหยวนอีก ชาวบ้านทุกคน ขอทุกคนเป็พยานให้แก่สกุลหยวนของข้าด้วย ผู้ใหญ่บ้าน รบกวนท่านเขียนหนังสือหย่าสักฉบับ”
ชาวบ้านทุกคนเห็นผู้เฒ่าหยวนเอาจริงเื่หย่าก็ต่างพูดเตือน สตรีที่ถูกหย่าต่อไปจะให้นางใช้ชีวิตอย่างไร กลับบ้านเดิมก็ไม่ได้ เพราะเป็การทำให้บ้านเดิมเสียหน้า
หลี่ซื่อหันไปมองสามีที่ยังคงอยู่ในห้องโถงตามสัญชาตญาณ ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบตา
ความจริงแล้วหยวนเหล่าซื่อไม่ได้้าจะปลดภรรยา เพียงแต่นี่เป็ความคิดของท่านพ่อท่านแม่ของเขา เป็เพราะหลี่ซื่อโต้เถียงกับพวกท่าน เื่ถึงได้บานปลายกลายเป็เช่นนี้
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับเื่ภายในสกุลหยวนเลยแม้แต่น้อย แต่ก็จนปัญญาเพราะตัวเองต้องทำตามหน้าที่
“หลี่ซื่อ เ้ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่” เื่ขโมยเงินมีเพียงแค่คนสกุลหยวนเท่านั้นที่รู้ความจริง เื่นี้เป็เื่จริงหรือโกหกก็พูดได้ยาก แต่ทว่าภายในใจลึกๆ ของเขานั้นเชื่อว่าหลี่ซื่อไม่ได้โกหก แต่ต่อให้เขาเชื่อแล้วจะทำอันใดได้ เพราะแม้แต่ทางการก็ยังไม่อาจวินิจฉัยเื่ภายในบ้านได้เด็ดขาด แล้วนับประสาอะไรกับเขาที่ไม่ใช่เ้าหน้าที่ของทางการด้วยซ้ำ เป็แค่ผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น
หลี่ซื่อยิ้มอย่างขมขื่น “ข้ายังจะพูดอันใดได้อีก”
เวลานี้นางย่อมพูดอันใดไม่ได้อยู่แล้ว
ชาวบ้านทุกคนต่างมองหลี่ซื่ออย่างสงสารเห็นใจ ถูกปลดในวันส่งท้ายปีเช่นนี้แล้วต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไร
หลังได้หนังสือหย่ามา หญิงชาวบ้านผู้หนึ่งได้ประคองหลี่ซื่อเข้าไปเก็บของในห้อง ข้าวของของนางมิได้มีอะไรมากมาย หลี่ซื่อเก็บของเ่าั้ไว้ในห่อผ้า นางอยู่ที่บ้านเดิมสกุลหยวนมาหลายปี หนึ่งปีมีสี่ฤดูกาล ทว่าเสื้อผ้าที่มีกลับมีแค่หนึ่งห่อเล็กเท่านั้น แต่ไหนเลยจะรู้ว่าพอออกมาจากห้อง หวางซื่อกลับแย่งห่อผ้าของนางไปแล้วโยนลงบนพื้นต่อหน้าทุกคน
ในหมู่ชาวบ้านมีชาวบ้านที่เป็บุรุษรวมอยู่ด้วย ตามธรรมเนียมแล้วสตรีมิอาจให้บุรุษเห็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของตนได้ เพราะจะเท่ากับว่าถูกเห็นร่างกายของตนเอง หญิงชาวบ้านหลายคนรีบเข้าไปช่วยเก็บเสื้อผ้าของหลี่ซื่อใส่ห่อสัมภาระไว้ตามเดิม และชี้หน้าด่าทอว่าการกระทำของหวางซื่อนั้นช่างร้ายกาจยิ่งนัก
หวางซื่อกลับเอ่ยด้วยสีหน้าเย้ยหยันดูแคลนอย่างไม่ใส่ใจ “นางเป็ขโมย ข้าเลย้าตรวจดูว่าได้ขโมยเงินของข้าไปอีกหรือไม่!”
“รีบไปเถิด บัดนี้เ้าตัดขาดกับสกุลหยวนแล้ว ขืนอยู่ต่อได้ถูกแม่สามีบีบคั้นจนตายแน่!”
“เ้ากลับไปแล้ว พูดกับที่บ้านเดิมให้รู้เื่ บอกว่าเื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้า เป็สกุลหยวนที่ทำเกินไป”
“ใช่ ไม่ช้าก็เร็ว อย่างไรก็ต้องมีวันนี้ เ้ารีบกลับบ้านเดิมก่อนที่ฟ้าจะมืดเถิด ยามนี้เป็ฤดูหนาว หากเดินทางตอนกลางคืนจะไม่ปลอดภัย”
ชาวบ้านใจดีหลายคนเอ่ยพลางเดินไปส่งหลี่ซื่อ
ครั้นเดินไปได้ระยะหนึ่งหลี่ซื่อโค้งกายคารวะขอบคุณทุกคน “ข้าขอขอบคุณทุกท่านมากที่เป็ห่วงข้า แต่ข้าไม่ได้เอาเงินของสกุลหยวนไปจริงๆ”
หญิงชาวบ้านเหล่านี้ตอบคำ “พวกเราเชื่อเ้า มีหรือที่พวกเราจะไม่รู้นิสัยของหวางซื่อ”
“เ้าวางใจเถิด หากมีคนในหมู่บ้านคนใดพูดว่าเ้าขโมยเงิน พวกเราจะช่วยพูดแทนเ้าเอง”
หลี่ซื่อซึ้งในน้ำใจของชาวบ้านที่มาส่ง “ทุกท่านส่งข้าแค่นี้พอ วันนี้เป็วันส่งท้ายปี พวกท่านไม่ควรอยู่ข้างนอกนาน รีบกลับบ้านไปเถิด” นางอวยพรหญิงชาวบ้านเหล่านี้ก่อนจะหมุนกายเดินไปอีกทาง
หญิงชาวบ้านกลุ่มนี้มองตามแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวของหลี่ซื่อด้วยความรู้สึกสงสาร ใต้หล้านี้ไม่เคยขาดผู้ที่น่าสงสาร นี่แหละคือชีวิต…
หลี่ซื่อไม่สามารถกลับไปบ้านเดิมได้ หากบ้านเดิมให้การสนับสนุนนางเช่นนั้นคงไม่ถูกบ้านใหญ่สกุลหยวนรังแก นางเดินไปยังแม่น้ำซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ยามนี้คือฤดูเหมันต์ น้ำในแม่น้ำจึงกลายเป็น้ำแข็ง หลี่ซื่อเดินไปเรื่อยๆ เลียบริมแม่น้ำ มองหาจุดที่น้ำแข็งบางที่สุดโดยหมายจะะโลงไป
ะโลงไปแล้วทุกอย่างจะได้จบเสียที
ชาตินี้นางลำบากยิ่งนัก ชาติหน้านางยอมเป็วัวเป็ม้า ไม่อยากเกิดเป็คนอีกแล้ว
“เจินเจิน พวกเราจะได้ปลาจริงหรือ” หลังเล่นหิมะจนพอใจแล้ว เด็กๆ ก็วิ่งมาที่ริมแม่น้ำเพื่อจะจับปลา
“แน่นอน” เจินเจินตอบอย่างมั่นใจ ชาติก่อนนางเคยจับปลาในแม่น้ำที่เป็น้ำแข็งกับพี่สาวสุนัขจิ้งจอก
จับได้ง่ายดายยิ่ง แค่ขุดรูพวกมันก็จะะโขึ้นมาแล้ว ปลาเ่าั้ช่างโง่งมเหลือเกิน
พี่สาวสุนัขจิ้งจอกยังบอกอีกว่า วิธีนี้เรียกว่า ‘เพียงแค่ตีก็ได้กวาง เพียงแค่ขุดก็ได้ปลา’
