ไม่น่าเชื่อว่าเพียงหนึ่งราตรีที่ผ่านพ้น สำนักหมาป่าทมิฬจะถูกฆ่าล้างสำนักจนไม่เหลือแม้แต่ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว การจู่โจมโดยไม่อาจตั้งตัวนั้นได้ส่งผลให้เหล่าสมาชิกในสำนักต้องสังเวยชีวิตอย่างน่าสลดใจ สิ่งนี้กล่าวว่าได้สร้างความตื่นตะลึงแก่กลุ่มอิทธิพลมืดในยุทธภพอยู่ไม่น้อย แม้ว่าสำนักหมาป่าทมิฬจะเป็สำนักที่พึ่งก่อตั้งได้ไม่กี่สิบปีแต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความโเี้และไร้ความปรานี การล่มสลายของสำนักในครั้งนี้จึงกลายเป็ปริศนาที่ยากจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้น
สิ่งที่น่าตื่นตะลึงนั่นคืออดีตผู้ก่อตั้งสำนักนั้นเป็ถึงราชทินนามเทพ์ิญญาที่มีรากฐานบ่มเพาะไม่ธรรมดาสามัญรวมไปถึงเ้าสำนักคนปัจจุบันนั้นก็เป็ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงที่มากไปด้วยความสามารถไม่อ่อนด้อยแม้จะขึ้นชื่อในเื่ของความวิปริตมากกว่าก็ตาม ไม่นับรวมถึงบรรดาผู้าุโที่ล้วนต่างเป็ราชทินนามระดับสูงที่ไม่อาจดูแคลนได้ทั้งสถานที่ตั้งยังรายล้อมไปด้วยมหาค่ายกลเขตแดนธรรมชาติที่ใช่ว่าจะสามารถบุกฝ่าทะลวงไปได้โดยง่าย ข่าวการกวาดล้างสำนักหมาป่าทมิฬได้แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง ไม่รู้ว่าทางสำนักได้ไปรับภารกิจหรือได้ล่วงเกินกลุ่มอิทธิพลใดกัน
การสังหารตัวตนราชทินนามเทพ์ิญญาที่คอยสนับสนุนเื้ัรวมไปถึงผู้ฝึกตนราชทินนามระดับสูงให้ตกตายไปสิ้นเพียงคืนเดียวเป็เื่ยากที่จะเชื่อได้ว่าจะเกิดขึ้น แม้ในยุทธภพแห่งนี้ข่าวการกวาดล้างกลุ่มอิทธิพลน้อยใหญ่จะเคยเกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนก็จริง ทว่าย่อมใช้เวลาไม่น้อยกว่าที่การปะทะสัประยุทธ์จะสิ้นสุดสุดลง ด้วยเพราะกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ล้วนพรั่งพร้อมไปด้วยสมบัติวิเศษที่ไม่สามัญและกำลังพลที่ไม่อ่อนด้อย การจะสังหารผู้แกร่งกล้าจำนวนมากมายถึงเพียงนี้ภายในชั่วข้ามคืนย่อมเกิดจากกองกำลังที่มีพลังฝีมือเหนือกว่าหรือไม่ก็มีจำนวนที่มากเพียงพอในการลงมือเพียงครั้งเดียวเช่นนี้ได้
“เป็ไปได้ว่ากองกำลังที่เข้าทำลายสำนักหมาป่าทมิฬนั่นคงเป็ฝีมือของตระกูลหวังที่อยู่เื้ัขอรับ...” บุรุษชุดดำรายงานสถานการณ์ความเป็ไปให้ได้รับรู้
ข่าวเื่การล่มสลายของสำนักหมาป่าทมิฬได้ถูกยืนยันจากสายสืบข่าวของหอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์แล้วว่าเป็เื่จริงอย่างแน่นอน การที่กลุ่มอิทธิพลชั้นแนวหน้าได้ถูกลบหายไปอย่างง่ายดายในยุทธภพเช่นนี้ย่อมสร้างแรงสั่นะเืได้อย่างไม่ยากนัก แต่อย่างไรแล้วข่าวนี้นับว่าเป็สิ่งที่สร้างความยินดีแก่กลุ่มอิทธิพลชั้นรองอยู่ไม่น้อยที่้าเข้ามาแทนที่กลุ่มอิทธิพลที่ล่มสลายไป แต่สิ่งที่ตามมานั่นคือมีกลุ่มอิทธิพลจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่พยายามสืบเสาะหาต้นตอว่าผู้ที่ลงมือได้อย่างเด็ดขาดเช่นนี้เป็กลุ่มอิทธิพลใดกัน
“ในคืนที่ติดตามท่านหลงไปยังตระกูลหวัง ข้าััได้ว่าท่านปรมาจารย์น้อยหวังหนิงอ้ายนั้นกลิ่นอายแข็งแกร่งถือเป็รุ่นเยาว์ที่อายุเพียงยี่สิบปีแต่กลับโดดเด่นยิ่งขอรับ...” ชายชุดดำเอ่ยขึ้นพร้อมกับลอบสังเกตผู้เป็นายตรงหน้า
“นายท่านช่างมีสายตาที่กว้างไกลนักที่ริเริ่มผูกสัมพันธ์กับทางตระกูลหวัง วันข้างหน้าไม่รู้ว่าคุณชายน้อยหวังท่านนี้จะสร้างคลื่นลมเปลี่ยนแปลงยุทธภพได้มากน้อยอย่างไร เอาละ!! แยกย้ายไปทำหน้าที่ได้แล้วจำไว้ว่าแผนการของนายท่านไม่อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ทั้งสิ้น...” บุรุษวัยกลางคนที่ถูกเรียกขานเป็ที่รู้จักในนามท่านหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่เงาสีดำหลากหลายสายจะพุ่งทะยานแยกย้ายหายไปในที่สุด...
ยามเมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าทาบทาผืนนภาด้วยสีเหลืองส้มอันงดงามราวกับผืนผ้าใบที่ถูกวาดระบายอย่างประณีต หมู่เมฆสีขาวปุยราวสำลีลอยละล่องประดับท้องฟ้าแทนที่ดวงดาวที่ลาลับหายไปในยามค่ำคืนสัญญาณของเช้าวันใหม่ได้หมุนเวียนเริ่มต้นอีกครั้ง ภายในม่านมิติตระกูลหวังต่างอัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณฟ้าดินอันเข้มข้นมหาค่ายกลที่ถูกวางกำกับกล่าวว่าเป็ฝีมือของบรรดาท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งที่เชี่ยวชาญในเื่ศาสตร์แห่งค่ายกลที่ผสานเข้ากับอักขระเวทย์โบราณอันล้ำลึก สามารถชักนำเอากระแสพลังปราณฟ้าดินจากภายนอกกลั่นกรองเป็พลังปราณอันบริสุทธิ์ทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งม่านพลังอำพรางอันแกร่งกร้าวได้อีกด้วย
ภายในลานกว้างด้านหน้าของตำหนักหลังหนึ่งในม่านพิภพตระกูลหวัง ร่างของหนิงอ้ายกำลังนั่งขัดสมาธิสงบจิตใจ เบื้องหน้าของเขาคือผลึกสีโลหิตที่ได้จากงานประมูลที่ยามนี้ภายในต่างทอแสงสีแดงประกายงดงามวิจิตรยิ่ง ทั้งพลังปราณฟ้าดินที่อัดแน่นอยู่ในนั้นก็มีความบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวด จิติญญาแห่งนักปรุงโอสถอันละเอียดอ่อนต่างถูกถักทอเป็โครงข่ายสีขาวพิสุทธิ์ถาโถมไปยังวัตถุตรงหน้า ทันใดนั้นพลังสายเือันเข้มข้นรุนแรงสายหนึ่งได้ปะทุออกมาเบื้องหน้าก่อนที่ผลึกหยกโลหิตนี้จะเคลื่อนเข้าหาร่างของเขาอย่างช้า ๆ จากนั้นจึงหายวับเข้าไปในร่างกาย
หนิงอ้ายขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับเพ่งสมาธิกำกับจิติญญาเพื่อบัญชาการเคลื่อนย้ายผลึกหยกโลหิตนี้ไปยังใจกลางของมหาสมุทรทะเลลมปราณก่อนที่เปลวเพลิงของสายเืเผ่าพันธุ์าทั้งสองจะพุ่งเข้าแผดเผาล้อมรอบ ก่อนที่เปลวเพลิงสีแดงทองประกายรุ้งอันลึกล้ำนี้จะทะลักทะลายพวยพุ่งออกทั่วทั้งร่างของหนิงอ้ายถือเป็ปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตายิ่ง
สิ่งที่เกิดขึ้นในตำหนักส่วนชั้นในอันเป็พื้นที่หวงห้ามของท่านประมุขตระกูลนั้นได้เรียกความสนใจจากผู้คนในม่านพิภพนี้อย่างแท้จริง แม้้าทัศนารับชมเข้าใกล้มากเพียงใดทว่าบริเวณส่วนนั้นล้วนรายล้อมไปด้วยบรรดาผู้าุโระดับสูงในตระกูลรวมไปถึงสุดยอดฝีมือพันธมิตรอันแข็งแกร่ง กลิ่นอายของราชทินนามระดับสูงที่แผ่ซ่านคุกคามเป็ดั่งสัญญาณเตือนแก่ผู้ที่ยังมีสติยั้งคิด ขอเพียงมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้าสู่รัศมีเขตดังกล่าวบรรดาสุดยอดฝีมือเหล่านี้ย่อมไม่หวงแหนและมอบวิชายุทธ์พิฆาตเข้าโจมตีในทันที
ไม่ไกลไปนั้นบรรดาผู้าุโที่พึ่งออกจากการเก็บตัวเลื่อนระดับยังคงทอดสายตาเฝ้ามองคุณชายน้อยที่อยู่ในม่านพลังกลางลานกว้างตรงหน้า ดูเหมือนว่าพลังสายโลหิตในตัวได้ถูกยกระดับเหนือขึ้นอีกชั้นแล้ว ทั่วบริเวณนั้นต่างตลบอบอวลไปด้วยไอร้อนและเปลวเพลิงบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่ว หากไร้ซึ่งม่านพลังตรงหน้าแล้วทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างย่อมถูกแผดเผาจนมลายไปสิ้น
เปลวเพลิงสีแดงทองประกายรุ้งยังคงแผดเผาทำลายผลึกหยกโลหิตที่อยู่ภายในมหาสมุทรทะเลลมปราณอย่างไม่หยุดยั้ง ท่ามกลางจิติญญาอันละเอียดอ่อนครอบคลุมบัญชาการได้อย่างเบ็ดเสร็จ คลื่นพลังทำลายล้างอันอหังการนับพันนับหมื่นสายต่างอัดกระแทกส่วนชั้นนอกที่ปกคลุมจนสั่นะเือย่างรุนแรง พริบตานั้นกลิ่นอายอันลึกล้ำยิ่งยวดได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรในร่างกายก่อนจะผ่านจุดตันเถียรและไหลลงสู่มหาสมุทรทะเลลมปราณส่งผลให้กลิ่นอายพลังปราณในร่างกายของหนิงอ้ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับที่ขนาดของผลึกหยกโลหิตก็มีขนาดที่เล็กลงสิ่งนี้อาศัยเพียงเวลาเท่านั้น
เสาแสงสีแดงทองประกายรุ้งยังคงทอแสงประกายอยู่ถึงสองสามวันก่อนจะเลือนหายไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่าเปลวเพลิงพิสดารที่เลยลุกโหมท่วมตัวของหนิงอ้ายค่อย ๆ มอดลงไปเช่นกัน กลิ่นอายของหนิงอ้ายที่แผ่ซ่านสะกดข่มไปทั่วทั้งบริเวณนั้นย่อมเป็ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงที่มีรากฐานบ่มเพาะลึกล้ำอย่างถึงที่สุด
สิ่งนี้ได้สร้างความตื่นตะลึงแก่บรรดาผู้าุโและผู้ลักลอบสังเกตการณ์ทั้งสิ้น ระดับพลังปราณในร่างกายของชายหนุ่มนั้นถึงกับเลื่อนระดับสองถึงสามขั้นย่อยจากราชทินนามเทพยุทธ์ขั้นกลางกลายเป็ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงด้วยระยะเวลาที่สั้นถึงเพียงนี้ นี่ออกจะทำให้บรรดาตาเฒ่าประหลาดทั้งหลายที่เฝ้าเก็บตัวดูดซับลมปราณฟ้าดินนานนับปีจึงจะสามารถเลือนได้หนึ่งขั้นย่อยแทบจะกระอักโลหิตออกมาเลยทีเดียว
ภายในมหาสมุทรทะเลลมปราณของหนิงอ้ายบัดนี้หยกโลหิตก่อนหน้าได้ถูกแผดเผาและหลอมรวมเข้ากับสายเืทั้งสองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เคล็ดวิชาที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในต่างถูกหนิงอ้ายได้รับการถ่ายทอดโดยตรงไปพร้อมกัน แม้ว่าหนิงอ้ายจะบรรลุสำเร็จถึงเป้าหมายที่วางไว้ในครั้งนี้แต่เขายังคงเคี่ยวกรำพลังปราณในร่างกายให้ยิ่งยวดมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ เปลวเพลิงแห่งสายโลหิตนี้ได้หลอมรวมขึ้นเป็เปลวเพลิงใหม่ประกายระยิบระยับพวยพุ่งทะยานอาบย้อมไปทั่วทั่งมหาสมุทรทะเลลมปราณ นอกจากจะงดงามยิ่งแล้วยังคงแผ่ซ่านกลิ่นอายอันดุกร้าวแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นหลายเท่า
หนิงอ้ายลืมตาขึ้นช้า ๆ จากนั้นจึงได้ผายมือออกไปยังเบื้องหน้าปรากฎเป็เปลวเพลิงสีแดงทองส้มประกายรุ้งที่เปล่งประกายทอแสงหยอกล้อกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องกระทบ ทันทีที่เปลวเพลิงสายนี้ถูกขยายออกไป บรรดาสรรพสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตต่างสูญสลายเป็ผงเถ้าก่อนที่ชั่วอึดใจต่อมาจะกลับมาเป็ดังเดิมราวกับก่อนหน้าไม่เกิดสิ่งใดขึ้น
เปลวเพลิงนี้เป็การหลอมผสานขึ้นจากสายโลหิตของสัตว์าถึงสามเผ่าพันธ์ดังนั้นจึงย่อมมีพลานุภาพที่ลึกล้ำพิสดารยากจะคาดเดายิ่ง เปลวเพลิงประกายส้มสายนี้เกิดจากสายเืของเผ่าพันธ์วิหคกระดิ่ง์าที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นทำเนียบ ดังนั้นเปลวเพลิงสายนี้ย่อมไม่ธรรมดาสามัญอย่างใด
“หนิงอ้ายขอขอบคุณผู้าุโทุกท่านที่เสียสละเวลาคุ้มกันข้าในครั้งนี้ขอรับ...” หนิงอ้ายกล่าวขึ้นพร้อมกับประสานมือขึ้นคำนับด้วยท่าทีมากด้วยมารยาทที่พึงกระทำ
“เพียงแค่สองสามวันคุณชายน้อยถึงกับเลื่อนขั้นเป็ราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูง ความรวดเร็วเช่นนี้ทอดสายตาไปทั่วทั้งยุทธภพหรือบรรดาสุดยอดรุ่นเยาว์ของแต่ละตระกูลย่อมไม่อาจเปรียบเทียบได้” ผู้าุโลู่เหวินเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี ท่ามกลางการพยักหน้าสนับสนุนคำกล่าวนี้จากผู้าุโที่รายล้อมอยู่
“หากไม่ได้ผลึกหยกโลหิตจากหอประมูลนี้แล้ว ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะสามารถเลือนระดับได้เช่นกันขอรับ” หนิงอ้ายตอบกลับไปพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย
“ยินดีกับเ้าด้วยหนิงเอ๋อร์...” หวังจิ่งหลงเมื่อทราบว่าหลานชายของตนออกจากการเข้าฌานแล้วจึงรีบตรงมาด้วยความรวดเร็ว จากนั้นหนิงอ้ายจึงได้มอบโอสถวิเศษให้แก่บรรดาผู้าุโเหล่านี้อีกเล็กน้อยก่อนจะขอแยกตัวติดตามหวังจิ่งหลงไปยังเรือนพักในทันที
เมื่อนึกถึงการหวนกลับคืนสู่สำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์แล้ว หัวใจของหนิงอ้ายก็พลันเต้นระรัวด้วยความความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าแฝงอยู่ในใจเช่นกัน ความทรงจำอันอบอุ่นในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงคิดถึงรำลึกถึงท่านอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา บรรดาศิษย์พี่ทั้งหลายที่คอยดูแลและเหล่าสหายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดระยะเวลาที่ได้ศึกษาอยู่ในสำนักแม้จะเป็เพียงระยะเวลาที่ไม่นานก็ตาม
"พรุ่งนี้หลานจะออกเดินทางกลับไปยังสำนักที่ดินแดนพิภพระดับกลางแล้วใช่หรือไม่?"
"ป้ายหยกชิ้นนี้ถือเป็ของขวัญต้อนรับการกลับมาของหลานถือเป็ป้ายหยกประจำตัวในฐานะของคุณชายน้อยตระกูลหวังแห่งดินแดนจูเชว่ ทั้งยังมีสัญลักษณ์ระบุตำแหน่งผู้าุโระดับสูงของตระกูล ด้วยอายุเพียงยี่สิบปีแต่กลับถือครองพลังปราณราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูง ทั้งยังประกอบไปด้วยคุณสมบัติของนักปรุงโอสถระดับเจ็ดขั้นสูง หลานเป็สุดยอดต้นกล้าที่เป็ดั่งความหวังของตระกูลอย่างแท้จริง..." หวังจิ่งหลงเอ่ยถ้อยคำยืดยาวพร้อมกับส่งมอบกล่องที่บรรจุป้ายหยกให้แก่หนิงอ้าย
"ขอบคุณท่านตาขอรับ"
"ส่วนเื่ราวทางนี้เ้าไม่ต้องเป็กังวลมากนัก ยิ่งได้ความร่วมมือจากทางหอประมูลด้วยแล้วแผนการหลังจากนี้คงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด ตาเชื่อว่าพวกเรายังพอมีเวลาตระเตรียมรับมือกับเผ่าพันธ์มารปีศาจหลังจากนี้..."
หนิงอ้ายรู้ดีว่าแคว้นจูเชว่แห่งนี้ล้วนเป็ถิ่นซุ่มัซ่อนพยัคฆ์ บรรดาสุดยอดฝีมือผู้แกร่งกล้าที่ปรากฏตัวเป็ที่รับรู้นั้นหาใช่เป็ขุมพลังแข็งแกร่งที่แท้จริง ตัวตนประหลาดที่เร้นกายไม่เปิดเผยเหล่านี้ล้วนเป็กำลังหลักในยามวิกฤติได้เป็อย่างดีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ส่งผลจนถึงกับพินาศย่อยยับกลุ่มพวกคนเหล่านี้ย่อมไม่เคลื่อนไหวโดยง่ายอย่างแน่นอน..
