เล่มที่ 6 บทที่ 166 วิชากระบี่
หางตาของอสุรกายกุ่ยหวังหย่อนคล้อยลงมา มันดูชราภาพเป็อย่างมาก ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยิัเหี่ยวย่น บัดนี้มันกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เกิดจากการซ้อนทับของซากโครงกระดูกจำนวนมาก ก่อนที่มันจะยื่นมืออันซูบผอมออกมา
หลังจากที่ยื่นมือออกมา อยู่ดีๆ ก็มีควันดำสายหนึ่งผุดขึ้นมาจากใต้พิภพ และมันก็ถูกคว้าหมับไว้ทันที…
หลินเฟยเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกเหมือนเคยได้ยินเื่ของกุ่ยหวังชราภาพตนนี้จากที่ใดมาก่อน…
“น่าประหลาด…” ขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าเคยได้ยินจากที่ใด หลินเฟยก็พบว่าบริเวณที่มีควันดำลอยออกมานั้น มีซากศพโบราณซากหนึ่งมีใบหน้าเคร่งขรึม แถมบนหัวยังมีรัดเกล้าคาดไว้ หลินเฟยใจกระตุกขึ้นมาทันที ขณะที่กำลังจะพินิจดูอีกครั้ง อสุรกายกุ่ยหวังก็ลืมตาขึ้น…
ดวงตาสีเขียวมองทะลุภาพนิมิตออกมาราวกับมีกระแสคมกริบพยายามทิ่มแทงเข้ามาจำนวนมาก
มีดบินมากมายปรากฏขึ้นมาในภาพนิติ มันดูสมจริงราวกับจะทะลุออกมา กระแสคมกริบนี้รุนแรงมาก เพียงมองก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ร่างกายอดที่จะสั่นเทาอย่างหวาดกลัวไม่ได้เหมือนกับเป็สัตว์ตัวน้อยที่เผชิญหน้ากับราชสีห์แข็งแกร่ง…
ชั่วขณะที่มีดลอยออกมา หลินเฟยก็กัดฟันแน่นก่อนจะปลดปล่อยปราณกระบี่ทงโยวออกมาสะบั้นภาพนิมิตนั่นทันที
พริบตาต่อมาก็สะบั้นตัดห้วงหยินหยางจนภาพนิมิตแตกสลาย หลังจากตัดขาดห้วงมิติทั้งสองเหตุการณ์ออกจากกัน แรงกดดันอันตรายก็สลายหายไปทันที
ขณะที่ภาพนิมิตกำลังแตกสลาย เสี้ยวสุดท้ายของภาพนิมิตก็ปรากฏเป็ภาพดวงตาของอสุรกายกุ่ยหวังขึ้นมา ก่อนจะมีเสียงแหบพร่าจากความชราดังขึ้น
“ข้าจักมาเอาชีวิตเ้าที่เทศกาลไห่หุ้ย”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงนั้น ภาพนิมิตทั้งหมดก็สลายไปเสียก่อน
บัดนี้แผ่นหลังของหลินเฟยเปียกชุ่มไปทั่ว เหงื่อเม็ดโตก็ผุดพรายขึ้นมาเต็มใบหน้า
เป็เวลานานกว่าหลินเฟยจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“ชะล่าใจเกินไปแล้ว…”
หลังจากพูดจบก็ทิ้งตัวลงกับพื้น ใบหน้าขาวในตอนนี้กลับแซมไปด้วยความหม่นหมอง
คิดไม่ถึงเลยว่าอสุรกายกุ่ยหวังที่หุบเขากระบี่นั้นจะเป็เพียงร่างอวตาร…
หากไม่ใช่เพราะควันดำขั้นเซียนเทียนดูดกลืนเจิงหลิงที่หลงเหลือของเ้าอสุรกายไป จนทำให้เห็นความความทรงจำบางส่วนละก็ เกรงว่าจะต้องใช้เวลาเป็นานกว่าหลินเฟยจะรู้ว่าอสุรกายที่สูบควันดำจากซากศพในที่รกร้างนั่นคือร่างจริงของมัน…
พลังของมันดูจะกล้าแกร่งกว่าที่คิดไว้นับสิบเท่าเลยทีเดียว…
แถมในมือยังมีมีดบินฮั่วอู๋ที่เป็สมบัติประจำสำนักสำโยวิอีกด้วย หากประมือกันซึ่งๆหน้า คงจะต้องตายสถานเดียว หากไม่ใช่เพราะเมื่อครู่สามารถตั้งสติได้ทันท่วงทีและรีบปล่อยปราณกระบี่ทงโยวออกมาตัดขาดห้วงมิติละก็ เกรงว่าป่านนี้คงได้ตายภายใต้คมมีดบินที่กำลังพุ่งตรงมาแล้วก็ได้…
หลินเฟยทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาอย่างตั้งใจ จู่ๆก็ััถึงสายลมสายหนึ่งที่กระทบิัขึ้นมา ความหม่นดำที่แฝงอยู่บริเวณหน้าผากก็ชัดเจนขึ้น ปรากฏเป็ไออสูรขุมหนึ่งปะทุขึ้นมา ก่อนจะหลอมรวมกลายเป็ใบหน้าอสูรแสนอัปลักษณ์
ภายใต้การโคจรของพลังปราณ ทำให้พลังปราณที่ไหลวนเกิดเป็โม่ขนาดั์ บัดนี้กำลังบดทำลายไออสูรที่ปะทุออกมาเรื่อยๆ ไออสูรที่กลายเป็หัวของอสุรกายที่มีเขาเดียวอยู่บนหัว มันกำลังคำรามสนั่นภายใต้การบดทำลายของโม่ั์ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถสลายไออสูรเหล่านี้ไปได้
หลินเฟยเห็นดังนั้นก็ปลดปล่อยปราณกระบี่ทั้งสี่สายเข้าช่วย ทันใดนั้นเขาบนหัวอสุรกายก็มีกระแสคมกริบปรากฏขึ้นมา คมนั้นพุ่งเข้าต้านการบดขยี้ของปราณกระบี่ทั้งสี่ทันที
จากการกดข่มกันอย่างดุเดือดเป็เวลานาน ในที่สุดหัวของอสุรกายก็สลายกลายเป็ไออสูรอีกครั้ง กระแสคมกริบกลับอ่อนแรงลง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถขจัดออกไปได้เสียที ทำได้อย่างมากก็แค่กดข่มเท่านั้น
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ไออสูรที่อยู่เหนือหัวของหลินเฟยก็สลายไป บัดนี้จึงถือว่าสามารถกดข่มลงไปได้บ้างแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นหลินเฟยก็ยังเผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมาเหมือนเดิม…
อสุรกายกุ่ยหวังตนนี้ช่างโเี้อำมหิตไม่น้อย ชั่วขณะที่มันรู้ว่าเป็หลินเฟย มันก็ส่งมีดบินฮั่วอู๋พุ่งเข้ามาทันที แม้จะไม่อาจทะลุภาพนิมิตออกมาได้ แต่เพราะมันอาศัยความสัมพันธ์ของอสุรกายประหลาดตนนั้น จึงสามารถส่งพลังส่วนหนึ่งทะลุออกมาได้…
หากมันสามารถสังหารหลินเฟยได้ ก็ถือว่าดีมาก แต่ถ้าไม่ได้ละก็ ขอแค่ฝังไออสูรเข้าไปร่างก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
เพราะหากหลินเฟยมีไออสูรของกุ่ยหวังอยู่ละก็ มันก็จะสามารถติดตามมาได้ตลอดเวลา หลินเฟยก็จะไม่อาจอำพรางตัวได้อีกต่อไป…
“เกรงว่าตอนเทศกาลไห่หุ่ย คงจะเกิดยุ่งยากไม่เบา…” หลินเฟยพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ทว่าพอหันไปเห็นค่ายกลแปดอสูรหลิงเป่าที่อยู่นอกห้วงมิติดินิถู่ก็ชะงักฉับพลันราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นหลินเฟยก็แค่นหัวเราะเ็าออกมา
“ในเมื่อจะมา อย่างนั้นก็คงต้องเตรียมของรับขวัญให้สักหน่อยแล้ว”
หลังจากจบเื่ทุกอย่าง หลินเฟยกก็เดินออกมาจากทางหลังร้าน เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็พบกับเจียงหลีและฟานซื่อที่กำลังเดินเข้ามาพอดี
“ในที่สุดก็ออกมาจากการบำเพ็ญเสียที ยินดีด้วยที่ฝ่าเคราะห์ด่านที่สองสำเร็จ…” ฟานซื่อเอ่ยด้วยยิ้ม ขณะที่สองมือยกคารวะ
เมื่อคืนทางด้านหลังร้านมีเปลวไฟลุกโชน แต่กลับไม่ลามไปข้างเคียงแม้แต่น้อย หากเข้าใกล้ก็จะทำให้จิตใจรุ่มร้อน เป็ใครมาเจอเข้า ก็รู้ได้ว่าขณะนี้มีคนกำลังฝ่าเคราะห์ไฟอยู่ และบัดนี้หลินเฟยก็มีสีหน้าแดงเรื่ออย่างคนที่มีสุขภาพดี ลมหายใจก็หนักแน่น จึงทำให้รู้ได้ทันทีว่าเขาสามารถฝ่าเคราะห์สำเร็จแล้ว
เจียงหลีกลอกตาไปมา ก่อนจะประชิดเข้าไปที่ด้านข้างหลินเฟย
“เมื่อคืนนอนพักเต็มอิ่มไหม…”
หลินเฟยได้ยินดังนั้นก็เหล่มอง ‘เมื่อคืนทั้งฝ่าเคราะห์ไฟ ทั้งต่อสู้กับอสุรกาย จนบริเวณด้านหลังร้านแทบจะพังทลายเป็หน้ากลอง แล้วจะเอาเวลาไหนไปนอนกันเล่า?’
“มีอะไรก็พูดมา”
“ฮ่าๆ คือว่าตอนนี้กิจการกำลังไปได้ด้วยดีเลย หรือว่าเราจะหลอมกระบี่ให้มากขึ้นดีล่ะ?”
ขณะที่พูดเจียงหลีก็ถูมือไปมา สีหน้าก็ดูเ็ปไม่น้อย ทุกวันจะขายกระบี่แค่สิบเล่มเท่านั้น ไม่เคยขายมากกว่านี้เลยสักครั้ง จึงมีคน้าซื้อกระบี่อีกมาก เจียงหลีเห็นหินิญญามากมายที่มากับเหล่าลูกค้าที่ต่อแถวรออยู่นอกร้าน แต่กลับไม่สามารถคว้ามาใส่กระเป๋าได้ จึงอดที่จะเสียดายไม่ได้…
“ข้าไม่รีบ…” หลินเฟยส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะตบบ่าของเจียงหลีเบาๆ
“จริงสิ เดี๋ยวข้าจะสอนวิชากระบี่ให้”
“หา วิชากระบี่งั้นหรือ?” เจียงหลีได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงักทันที ก่อนที่ความยินดีจะฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้า
“จะสอนข้าจริงๆหรือ?”
แม้หลินเฟยจะไม่ได้แสดงฝีมือออกมาเท่าไร แต่เจียงหลีก็รู้สึกได้ว่าพลังของอีกฝ่ายจะต้องลึกล้ำเป็อย่างมาก ต่อให้เป็อันจื่อเจี๋ยซึ่งเป็ที่หนึ่งในบรรดาศิษย์สายในของสำนักโยวิ แถมเกือบจะได้เลื่อนเป็ศิษย์สายตรง ก็ยังถูกหลินเฟยสะบั้นจนชื่อิหัวขาดในกระบวนท่าเดียว
แล้วก็…
ยังมีจ้าวซื่อไห่ นั่นก็เป็ถึงศิษย์สายตรงของสำนักเชียนซานมีลำดับไม่ต่ำเลยทีเดียว แต่พอเจอหลินเฟยกลับมีสภาพเหมือนหนูเจอแมว ถึงขนาดที่ไม่อาจเก็บซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ได้เลยทีเดียว ได้ยินคนสำนักเชียนซานพูดว่า จ้าวซื่อไห่เคยพลาดท่าให้หลินเฟยมาก่อน แต่รายละเอียดเป็อย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้ ทว่ามีเสียงลือกันว่าในตอนนั้นจ้าวซื่อไห่ถึงกับต้องหนีหัวซุกหัวซุน จนแทบจะชนเข้ากับค่ายกลคุ้มกันของสำนักจนแตกเลยทีเดียว…
‘แล้วคนเช่นหลินเฟยกลับจะสอนวิชาให้เนี่ยนะ?’
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
