ทางด้านจิ้งหยวน ตอนนี้เขาเป็คนเกียจคร้านเต็มเวลา เพราะเขาไม่มีหน้าที่หรืองานอะไรให้ทำ ดังนั้น ั้แ่เขามาถึงโลกนี้ เขาจึงมีเวลาว่างเป็อย่างมาก จึงอยากจะหาเส้นทางสร้างธุรกิจในโลกนี้สักนิดหน่อย
หลังจากตามหาต้าเซี่ยน เขาก็ขอให้ต้าเซี่ยนไปซื้อขวดเคลือบขนาดเล็กมาจำนวนหนึ่ง โดยไม่ลืมที่จะบอกข้อกำหนดสำหรับลักษณะเพิ่มเติมลงไปด้วย เพื่อให้ตัวต้าเซี่ยนไปซื้อขวดพวกนี้ให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด
ซึ่งธุรกิจแรกที่เขาอยากจะลองดูคือการขายแชมพูและครีมนวด
ด้วยที่ในเวลานี้ จิ้งหยวนมีแชมพูหลายร้อยขวดที่เขาเก็บไว้ในลูกบาศก์มิติ
หากอยากขาย เขาไม่สามารถขายได้โดยตรงได้ เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยอาจจะทำให้เกิดความสงสัยมากมายตามมา ดังนั้นการสั่งทำเครื่องเคลือบกระเบื้อง จึงเป็ตัวเลือกที่ดีในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับโลกยุคโบราณ
โชคดี ที่เครื่องปั้นดินเผาของโลกนี้สมบูรณ์แบบมาก ทั้งแข็งแรง และคงทนระดับหนึ่ง ทำให้เพียงไม่นานหลังที่จากรออยู่ประมาณสองสามวัน ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเอาขวดเคลือบสีขาวและสีน้ำตาลชุดแรกมาส่งที่จวน
“คุณชาย ทั้งหมดนี้เป็ของชุดแรก มีจำนวนถึง 300 ชิ้น ส่วนชุดที่เหลือคงต้องรออีกสักพัก แต่ท่านซื้อขวดพวกนี้มาเยอะแยะทำไมขอรับ?” หลังจากที่ได้ของมา ต้าเซี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงข้อสงสัยที่ติดค้างอยู่ในใจ
ซึ่งในเวลานี้ จิ้งหยวนก็ไม่จำเป็ต้องปิดบังจุดประสงค์อีก แต่เขาก็ยังพูดโกหกแต่งเื่บางอย่างขึ้นมาเพื่อความสมจริง
“เมื่อหลายวันก่อน ข้าได้รู้จักพ่อค้าต่างถิ่น พวกเขาเป็พ่อค้าจากอาณาจักรอันไกลโพ้นอีกฟากของทะเล พวกเขาให้ชุดของเหลวที่สามารถทำความสะอาดเส้นผมมาให้ข้า มันมีกลิ่นหอมและทำให้ผมอ่อนนุ่มที่เรียกว่าแชมพู เครื่องเคลือบเหล่านี้มีไว้สำหรับบรรจุของเหลวเ่าั้”
ต้าเซี่ยนจำได้ ว่ามีผู้คนแปลกหน้าที่มักจะมาและไปที่ประตูหลังของจวนสกุลจิ้งใน่สองสามที่ผ่านมา แม้ว่ามันจะเป็แค่เื่บังเอิญ แต่การเข้าใจผิดเช่นนี้จิ้งหยวนไม่จำเป็ต้องเปลืองแรงโกหก
“เป็เช่นนี้นี่เอง การลงทุนพวกนี้ก็เพื่อหาค่าใช้จ่ายเข้ามาในจวนของเราสินะ คุณชายฉลาดและมีพร์มาก บ่าวชรานับถือนับถือ..”
“หยุดประจบสอพลอได้แล้ว เรียกคนใช้มารวมกันที่ห้องโถงใหญ่ ข้าจะสอนพวกเขาให้รู้จักการบรรจุแชมพูลงขวดเคลือบ!” จิ้งหยวนก็ได้แต่กลอกตากับท่าทางของอีกฝ่าย จากนั้นต้าเซี่ยนก็รีบะโสั่งให้ข้ารับใช้ในจวนมารวมตัวกัน
โต๊ะและเก้าอี้ในห้องโถงถูกยกออก แล้วตามพื้นก็ถูกวางแทนด้วยขวดกระเบื้องขนาดข้อมือ จิ้งหยวนก็เริ่มสาธิตวิธีบีบของเหลวจากขวดพาสติกลงไปในขวดกระเบื้อง มันเป็เื่ที่ง่ายไม่ซับซ้อน จนเมื่อใส่แชมพูเข้าไปในขวดเคลือบชุดหนึ่งเสร็จสิ้น จิ้งหยวนก็บอกให้ต้าเซี่ยนเตรียมรถม้าเพื่อเริ่มแผนขั้นต่อไป
การทำธุรกิจ นอกจากการมีสินค้าที่ดีก็ต้องมีการโฆษณาที่ดีด้วย ดังนั้นผลิตภัณฑ์พวกนี้ต้องได้รับการส่งเสริมโดยผู้หญิงที่มีอำนาจและชื่อเสียง เขาไม่ได้ตั้งใจจะขายให้กับคนทั่วไป แต่เน้นการเปิดตัวไปที่กลุ่มสตรีผู้สูงศักดิ์
โดยคนแรกสุดที่จิ้งหยวนนึกออกและน่าจะช่วยเขาในเื่นี้ได้ ก็คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากน้าสาวของเขาอย่างพระสนมอู่เฟย
“เตรียมรถม้า”
“ข้าจะเข้าวังไปเฝ้าพระสนม”
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้นในการเดินทางมาถึงหน้าประตูวังหลวง
จิ้งหยวนที่มาถึง เขาก็เดินลงมาจากรถม้าแล้วแจ้งว่าเขา้าเข้าพบพระสนมอู่เฟย ทำเอานายทวารทหารที่ประจำอยู่หน้าประตูวังหลวงสับสน เพราะด้วยตำแหน่งโหว อีกฝ่ายก็สามารถเข้าออกวังได้ตลอดอยู่แล้ว แต่การที่อีกฝ่ายนั่งรถม้าแล้วลงมาพูดกับพวกเขาที่มียศต่ำต้อยด้วยตัวเอง มันก็ทำเอานายทหารเ่าั้เกิดอาการระแวง เกรงว่าอาจจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่เข้าตาท่านโหว แล้วอีกฝ่ายเกิดอารมณ์อยากจะแกล้งพวกเขาเล่นหรือเปล่า
ช่วยไม่ได้ ด้วยชื่อเสียงกิตติมศักดิ์ของจิ้งหยวนคนก่อนที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เขาจึงไม่เคยเข้าวังด้วยความตั้งใจของตัวเอง ไม่เคยมาทำงานในฐานะโหวที่ท้องพระโรงเหมือนขุนนางคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ที่ต้องเข้า ก็ต่อเมื่อเขามีความผิดแล้วจักรพรรดิส่งทหารไปรับ
ดังนั้นในความทรงจำเื่การเข้าวังนั้น จิ้งหยวนที่มาจากอีกโลกจึงไม่รู้ แล้วหยุดรอเพื่อให้ทหารพาตัวเขาเข้าไปข้างในตามที่พอจะรู้จากความทรงจำเดิม
ก่อนที่ทันใดนั้น ขันทีน้อยสองคนวัย 7-8 ขวบที่ถูกเรียกตัวจากวังชั้นใน จะเดินออกมาอย่างกลัวๆ กล้าๆ ตัวสั่น สายตาทหารที่มองก็เห็นใจ ที่พวกขันทีเก่าหวาดกลัวท่านโหวเกินไปแล้วส่งเด็กใหม่มารับหน้าแทน
“ระ..ระ..เรียนท่านโหว ตอนนี้พระสนมอู่เฟยกำลังพูดคุยกับฮองเฮาซึ่งยังไม่สะดวกพบ”
“ขะ..ขะ..ข้าน้อยทั้งสองจะพาท่านโหวไปที่เรือนรับรองก่อนขอรับ”
ขันทีทั้งสองก็พูดอย่างตะกุกตะกัก จนทำเอาจิ้งหยวนที่เห็นแบบนี้ก็ได้แต่ยกมือเกาหัว เริ่มสงสัยตัวเองว่าตกลงแล้วเขาคือตัวอะไร ทำไมทุกคนถึงแสดงอาการตัวสั่นเสมอตอนเจอหน้าเวลาพูดคุย
“ได้สิ แต่ข้าเอารถม้าเข้าไปด้วยได้ใช่หรือไม่”
มีหีบบรรจุของอยู่หลายอย่างที่เขาจะเอามานำเสนอพระสนม หากให้แบกก็คงหนักเอาการ เพราะเท่าที่จำได้ ตำหนักหยางในส่วนวังหลังที่พระมาตุจฉาอยู่ค่อนข้างไกลพอควร
“ดะ ได้ขอรับ”
ขันทีน้อยทั้งสองก็พูดช้าๆ ว่าสามารถ แต่พอจิ้งหยวนปืนขึ้นรถม้าที่นั่งมาเตรียมจะเดินทาง เขาก็หยุดชะงักแล้วมองไปที่ขันทีน้อยทั้งสอง จนทำเอาทั้งคู่กอดกันแน่นหวาดกลัวเกือบฉี่ใส่กางเกง
“พวกเ้าก็ขึ้นมาด้วยสิ หากเดินไปด้วยเท้าคงทำให้ข้าเสียเวลา”
ปกติขันทีที่มารับจะเดินเท้านำทาง แต่ด้วยที่จิ้งหยวนเห็นว่าเป็เด็ก เขาจึงอยากจะใจดีให้ทั้งคู่นั่งบนรถมาไปพร้อมๆ กัน
ถึงจะลังเลและหวาดกลัว แต่หากปฏิเสธพวกเขาก็กลัวว่าผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งกว่าเก่า ทั้งคู่จึงพยักหน้าพยายามปืนขึ้นไปนั่งที่ด้านหน้าเบียดกับคนขับรถ จนจิ้งหยวนต้องส่ายหัวแล้วสั่งให้เด็กทั้งสองมานั่งข้างในกับเขาแทน
“พวกเ้าจะไปเบียดคนขับรถม้าทำไม มานั่งข้างในกับ..ขะ..ข้า…”
แง๊
T^T
T^T
ในที่สุดเด็กทั้งสองที่อดกลั้นมานานก็ทนไม่ไหว อ้าปากร้องไห้ออกมาทั้งน้ำตา ทำเอาจิ้งหยวนตะลึงและเสียเวลาปลอบขวัญอยู่นาน พยายามถามและหาเื่คุยเพื่อให้ขันทีน้อยทั้งสองสงบลง
ก่อนจะได้รู้ระหว่างเดินทางว่าเด็กทั้งสองเป็เด็กกำพร้า เพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาก็เลยยอมมาเป็ขันทีในวังเพื่อความอยู่รอด
ภาพลักษณ์ของเมืองหลวงถือว่าอุดมสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนเขตอื่นจะไม่ได้เป็อย่างที่เห็น ด้วยระบบโครงสร้างสังคมและการจัดการเมืองที่ถือว่าล้าหลัง หากไม่อาศัยหรือเติบโตในเมืองใหญ่ โอกาสรอดชีวิตก็คงต่ำเกินจนการขายตัวเองเพื่อแลกกับอาหารกลายมาเป็เื่ปกติ
ถึงจะสงสารแต่จิ้งหยวนไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รู้เื่ใหม่ๆ ของโลกใบนี้ เพราะความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อน มันมีแต่ขี้เลื่อยแทบจะไม่มีอะไรที่เป็ประโยชน์ต่อเขาเลย
