“พี่ทิณณ์มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”
“พ่อกับแม่พิมพ์ติดต่อมาแล้วนะ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด เธอเอื้อมไปจับแขนของเขา แล้วเอ่ยถามขึ้นในทันที
“พ่อกับแม่เป็ไงบ้างคะ ท่านสบายดีไหม ตอนนี้เป็ไงบ้างคะ” ทว่าสีหน้าของชนกันต์ ทำให้พิมพ์มาดาเริ่มรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“พ่อกับแม่พิมพ์เป็อะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก่อนที่ชนกันต์จะกุมมือเธอไว้แน่น
“ฟังพี่ดี ๆ นะ เมื่อวานคุณลุงโทรมาบอก ว่าแม่ของพิมพ์ป่วยหนัก เงินที่เก็บไว้ตอนทำงานหมดไปกับค่ารักษา คุณลุงดูเหมือนจะหมดหนทางแล้ว ร้องไห้กับพี่อยู่นาน ถ้าหากว่าไม่มีเงินรักษาคุณป้า ก็จำเป็ที่จะต้องยุติการรักษาโดยทันที” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้น หัวใจดวงน้อยของเธอแทบแตกสลายในทันที
“ค่ารักษาอีกราว ๆ หกเจ็ดแสนได้ พี่ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน” ชนกันต์พูดพร้อมกับเลื่อนสายตามองกำไลข้อมือราคาแพงของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะกำมือเขาแน่นด้วยความเป็ห่วง
“คุณแม่ป่วยเป็อะไรคะ แล้วทำไมอยู่ ๆ ถึงป่วยได้คะ”
“ข้อนั้นพี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงป่วยได้ อาจจะเพราะคิดมากหลายเื่ด้วยแหละ อย่าลืมนะว่าคุณลุงกับคุณป้าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หมด เป็ไปได้ว่าการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นมาจากความเครียดและก็การทำงานหนัก ความจริงแล้วคุณลุงกำชับพี่ด้วยนะว่าไม่ให้บอกเื่นี้กับพิมพ์ เพราะกลัวว่าพิมพ์จะไม่สบายใจทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง แต่พี่มาคิด ๆ ดูแล้ว ยังไงพิมพ์ก็ควรรับรู้ ก็เลยแวะมาบอก”
หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจดวงน้อยถูกบีบด้วยความเป็ห่วง เธอค่อย ๆ เลื่อนสายตามายังกำไลข้อมือราคาแพงของตัวเอง ภาพที่เทวทิณณ์พาเธอเข้าไปเลือกและจ่ายเงินให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทำให้หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่กันต์ช่วยเอาไปขาย แล้วส่งเงินให้คุณพ่อเอาไปรักษาแม่ได้ไหมคะ” ร่างบางค่อย ๆ จำใจถอดออกมาแล้วยื่นให้เขาพร้อมน้ำตา เธอรู้ว่ากำไลนี้เป็สิ่งแทนใจที่เทวทิณณ์มอบให้ด้วยความจริงใจ แต่เวลานี้ชีวิตของมารดามีค่ามากกว่า
“แต่ว่ามันเป็ของทิณณ์” ชนกันต์เอ่ยขึ้น
“พิมพ์ไม่มีทางเลือกแล้วค่ะ พิมพ์รบกวนพี่กันต์ช่วยเป็ธุระเื่คุณแม่ด้วยนะคะ” พิมพ์มาดากล่าวย้ำพร้อมกับจับจ้องกำไลนั้นอย่างมีความหมาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบเก็บใส่กระเป๋าในทันที
“ถ้าไงพี่จะติดต่อพิมพ์ไปอีกทีละกัน” หลังจากได้กำไลแล้ว ชายหนุ่มรีบปลีกตัวออกจากร้านในทันที พร้อมกับร่างของพิมพ์มาดาเดินเคียงคู่ออกมา
“ถ้างั้นพี่ไปก่อนนะ จะได้รีบส่งเงินให้คุณลุงด้วย”
“พี่กันต์คะ” ก่อนจะก้าวเท้าออกไป เขาชะงักเพราะเสียงเรียกอ่อนหวานนั้น
“มีอะไรเหรอ”
“พิมพ์ขอบคุณมากนะคะ ที่ดูช่วยเหลือครอบครัวของพิมพ์ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ” คำกล่าวขอบคุณของหญิงสาวทำให้เขาพยักหน้าตอบรับ แล้วเบี่ยงตัวเดินจากไปพร้อมกำไลแทนใจของเทวทิณณ์
สายตาของคนในบริษัททอดมองตรงมายังเทวทิณณ์ ลูกชายคนเดียวของฉัตรภพ กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังห้องผู้บริหาร ก่อนจะพบกับบรรพตที่เดินสวนมาพอดี
“ทิณณ์” เขาเอ่ยเรียกด้วยความแปลกใจ พร้อมกับทอดมองคนตรงหน้า ที่อยู่ในชุดนักศึกษา ก่อนจะปล่อยยิ้มแล้วเอ่ยทักอย่างเป็กันเอง
“ฉันไม่เห็นหน้านายเป็ปีเลย ทำไมไม่กลับบ้านบ้าง”
“อีกไม่นานผมก็เรียนจบแล้ว เราจะได้เจอกันทุกวันแน่นอน” เทวทิณณ์พูดพร้อมกับตบบ่าเขา แล้วส่งยิ้มให้อย่างมีเล่ห์ั์ ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินไปยังห้องของบิดา ภายใต้สายตาของพนักงานที่จับจ้องมองตรงมาทั้งสอง
“ทิณณ์” ฉัตรภพรีบวางปากกาลง เมื่อเห็นลูกชายยืนอยู่ตรงหน้า เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“พ่อครับ” เทวทิณณ์ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาบิดาพร้อมรอยยิ้ม
“ลมอะไรหอบมาถึงบริษัท”
“ผมมีเื่อยากปรึกษา” คำพูดพร้อมท่าทางของลูกชายทำให้ฉัตรภพขมวดคิ้ว พลันจับจ้องมองไปยังใบหน้าของลูกชายตัวเอง
“เื่อะไร” ชายกลางคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ถ้าผมเรียนจบแล้ว กลับมาทำงานให้พ่อตามที่สัญญาไว้ ผมขอมีแฟนนะ” ฉัตรภพถอนหายใจพร้อมกับจับจ้องมองใบหน้าลูกชายอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าให้ความรักเป็สิ่งสุดท้ายอย่าได้สนใจมัน” ฉัตรภพเอ่ยขึ้น ก่อนที่เทวทิณณ์จะย่อตัวนั่งลง
“ผมรู้ว่าผมยังเด็กในสายตาของพ่อ ที่ผมเข้ามาคุยกับพ่อ เพราะผมรู้ว่าเหลือเวลาอีกไม่นานผมก็จะเรียนจบ ผมจะต้องเข้ามาทำงานที่บริษัทเต็มตัว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเก็บไว้คือแฟนที่กำลังคบอยู่”
“ใคร อย่าบอกนะว่าเป็ผู้หญิงที่แกซื้อมาสามแสนคนนั้น”
“ครับ” เขาตอบรับ ก่อนที่ฉัตรภพจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรเหมาะสมกับแกสักอย่าง”
“ผมไม่ได้้าความเหมาะสม ที่ผมเข้ามาขออนุญาตพ่อ เพราะผม้าคบกับเธออย่างเปิดเผย ไม่ว่าเวลานี้หรือเวลาไหน ผมก็อยากให้เธอเคียงข้างผมไม่ต้องหลบซ่อนสายตาของใคร”
“จะมั่นใจได้ไงว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่ข้างลูกไปตลอด อย่าลืมว่าลูกซื้อผู้หญิงคนนี้ เพราะเงินไม่ใช่เหรอ” เทวทิณณ์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“ผู้หญิงทุกคนเข้าหาผมเพราะเงิน แต่กับพิมพ์มาดาแล้วผมรู้สึกว่าเธอแตกต่าง”
“คนที่ตกอยู่ในอำนาจของความลุ่มหลง มักจะพูดแบบนี้เสมอนั่นแหละ แต่เอาเถอะ ถ้ากล้ามาขอคบกับผู้หญิงคนนี้ ฉันก็จะไม่ยุ่งกับผู้หญิงของแก ตราบเท่าที่แกตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่” เทวทิณณ์ได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ใบหน้าหล่อเหลาของเขามุ่งมั่นมีความหวังขึ้นมาก่อนที่จะพูดกับบิดาเป็ครั้งสุดท้าย
“พ่อครับ พิมพ์คือรักแรกของผม พ่อต้องให้สัญญานะ ว่าจะไม่ยุ่งกับความรักครั้งนี้ของผม” ชายกลางคนได้ยินดังนั้นจึงมองลูกชายของเขา แล้วพยักหน้าขึ้นลง
