ฟู่ถิงเย่พาลูกน้องไปยังกรมสรรพาวุธ
เห็นช่างฝีมือกลุ่มหนึ่งมุงอยู่หน้ากระโจมที่เขาจัดเตรียมไว้ให้หวาชิงเสวี่ยมาแต่ไกล โต๊ะ เก้าอี้ และเตียงถูกยกออกมาทั้งหมด รวมถึงอุปกรณ์ทำธนูก็ถูกโยนทิ้งไว้กับพื้น!
ไห่ซื่อเซวียนที่ติดตามฟู่ถิงเย่มาด้วยเห็นภาพนี้ก็โกรธจัด พุ่งเข้าไปปะทะคารมกับเว่ยฮั่นทันที!
“ใต้เท้าเว่ยหมายความว่าอย่างไร?! รวมตัวกันก่อความวุ่นวายในค่ายทหาร ตามกฎมีโทษปะา!”
พวกช่างฝีมือได้ยินเช่นนั้นก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนก หลายคนจึงมองไปที่เว่ยฮั่น
แต่รองหัวหน้าเว่ยกลับไม่หวาดหวั่น เดินออกมาจากฝูงชนอย่างสง่าผ่าเผย ค้อมคำนับอย่างนอบน้อม แล้วกล่าวเสียงดังฟังชัดว่า “ข้าน้อยอยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง หากสามารถทำให้ท่านแม่ทัพเปลี่ยนใจได้ แม้ตายก็ไม่เสียดาย! ั้แ่โบราณมาในกองทัพไม่มีสตรี สตรีนางหนึ่งจะมาสร้างอาวุธยิ่งไม่เคยได้ยิน! ขอให้ท่านแม่ทัพเพิกถอนคำสั่งด้วยเถิด จะได้ไม่เกิดหายนะใหญ่หลวง!”
ไห่ซื่อเซวียนะโออกมาเสียงเย็น “ท่านแม่ทัพเชิญคนเข้ามาในค่ายเพื่อปรับปรุงธนู มันจะกลายเป็หายนะใหญ่หลวงอย่างที่ปากของท่านว่าได้อย่างไร! หายนะใหญ่หลวงหรือ? ข้าว่าท่านต่างหากที่เป็หายนะใหญ่หลวง! พวกท่านต่อต้านคำสั่งของกองทัพอย่างโจ่งแจ้ง! ทำลายระเบียบวินัย! ช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนัก!”
เหลียงเหวินเฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา “ใต้เท้าเว่ย กรมสรรพาวุธต้องจัดหาอาวุธและชุดเกราะตามจำนวนที่กำหนดทุกวัน ท่านพาคนพวกนี้มาชุมนุมกันอยู่ที่นี่...หากส่งมอบไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ถือเป็การขัดขวางภารกิจทางทหาร ต้องถูกลงโทษสถานหนัก!”
ช่างฝีมือที่อยู่ด้านหลังเว่ยฮั่นซุบซิบกัน และดูเหมือนจะเริ่มถอยกลับไป
ในตอนนั้น รองหัวหน้าเว่ยไม่พูดอะไร ยกชายเสื้อตัวยาวขึ้น คุกเข่าลงกับพื้นทันที เขายืดหลังตรง
การคุกเข่าของเขา ทำให้ช่างฝีมือเ่าั้ถอยไม่ได้! ต่างต้องพากันคุกเข่าตามไป ในชั่วพริบตา ฟู่ถิงเย่ก็เผชิญหน้ากับผู้คนที่คุกเข่าอยู่เต็มพื้น!
ไห่ซื่อเซวียนโกรธมาก!
เว่ยฮั่นจงใจทำให้ท่านแม่ทัพลำบากใจ! คนมากมายขนาดนี้ จับไปปะาทั้งหมดก็ไม่ได้!
“ท่านแม่ทัพ ท่านคิดว่า...” ไห่ซื่อเซวียนมองไปที่ฟู่ถิงเย่
ฟู่ถิงเย่กลับไม่โกรธ
เขามองเว่ยฮั่นที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างเ็า แล้วถามว่า “ใต้เท้าเว่ย การกระทำเช่นนี้ของท่าน เป็เพราะไม่้าให้สตรีเข้ามาในค่าย หรือกลัวว่าสตรีนางนั้นจะสร้างธนูวิเศษขึ้นมาได้ แล้วแย่งความโดดเด่นของท่านไป?”
เว่ยฮั่นเชิดหน้ากล่าวว่า “ท่านแม่ทัพดูถูกข้าน้อยเกินไป! หากทุกคนสามารถสร้างอาวุธชั้นยอดเช่นช่างตีเหล็กหลิวได้ ทุ่มเทเพื่อกองทัพของเรา ข้าน้อยก็ยินดียอมรับ!”
“เช่นนั้นหรือ หากเป็เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว” ฟู่ถิงเย่ไม่มองเขาอีก พูดกับไห่ซื่อเซวียนที่อยู่ข้างๆ ว่า “ส่งพลธนูร้อยนายมาที่นี่”
“ขอรับ!”
ทุกคนตกอยู่ในความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฟู่ถิงเย่ถึงเรียกพลธนูมา แต่ก็ไม่กล้าถาม ต่างพากันคุกเข่าอยู่กับพื้นเงียบๆ
ไม่นานนัก พลธนูร้อยนายก็มาถึง
ฟู่ถิงเย่ตบบ่าเหลียงเหวินเฉิง “บอกพวกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น”
“หา? ...” เหลียงเหวินเฉิงมีสีหน้าลำบากใจ พูดตะกุกตะกัก “นี่... เอ่อ... เื่นี้...”
ฟู่ถิงเย่ปรายตามองเขาอย่างเ็า—
เหลียงเหวินเฉิงรู้สึกเสียววาบในใจ! รีบพูดว่า “ข้า...ข้าเป็ผู้ควบคุมการผลิตธนูหน้าไม้ของค่ายธนูหน้าไม้! เพื่อการปรับปรุงธนู ท่านแม่ทัพจึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาในค่ายเพื่อให้คำแนะนำ แต่เนื่องจากใต้เท้าเว่ยแห่งกรมสรรพาวุธมาขัดขวาง จึงทำให้เื่นี้ต้องหยุดชะงัก...”
เขาพูดพลางมองฟู่ถิงเย่ด้วยความหวาดหวั่น และไม่รู้ว่าที่ตัวเองพูดไปนั้นจะใช้ได้หรือไม่
โชคดีที่ท่านแม่ทัพไม่ได้จ้องมองเขาอีกแล้ว
ฟู่ถิงเย่มองเหล่านายทหารที่อยู่ตรงหน้า แล้วกล่าวเสียงดังว่า “บางทีพวกเ้าคงจะได้ยินมาบ้างแล้วว่า ผู้ที่ข้าเชิญมาช่วยปรับปรุงธนูหน้าไม้นั้น เป็สตรี”
นายทหารเ่าั้ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฟู่ถิงเย่กล่าวต่อ “ั้แ่โบราณมาในกองทัพไม่มีสตรี แต่ธนูนี้มีอานุภาพมหาศาล แม้มีความหวังเพียงเล็กน้อย ข้าก็จะไม่ยอมแพ้! หากล้มเหลว ข้าก็จะยอมรับคำหัวเราะเยาะของผู้คนทั้งใต้หล้า แต่หากทำสำเร็จ พวกเ้าจะมีธนูวิเศษอยู่ในมือ ฆ่าพวกสุนัขเหลียวให้ราบคาบ! แต่บางคนยังยึดติดกับกฎเก่าๆ หัวรั้น ดื้อด้าน จะขัดขวางโอกาสในการกำจัดทหารเหลียว! พวกเ้าว่าควรฆ่าทิ้งหรือไม่?!”
“ฆ่า!!!—” พลธนูร้อยนายะโพร้อมกัน
เหลียงเหวินเฉิงเห็นว่าร่างกายของช่างฝีมือหลายคนที่คุกเข่าอยู่สั่นเทา...
ฟู่ถิงเย่ะโเสียงเ็าว่า “อีกหนึ่งเค่อหากยังมีใครขัดขวาง สังหารได้ทันที! คำสั่งของกองทัพไม่มีข้อยกเว้น!”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป ไม่แม้แต่จะมองเว่ยฮั่น
...
ภายในกระโจมใหญ่ ฟู่ถิงเย่ยกชาขึ้นดื่มอึกใหญ่
ไห่ซื่อเซวียนเปิดม่านเข้ามา พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ไม่ถึงครึ่งเค่อก็แยกย้ายกันไปหมดแล้ว”
“แล้วตาแก่เว่ยล่ะ?” ฟู่ถิงเย่ถาม
“เหลือแค่เขาคนเดียวที่คุกเข่าอยู่ สุดท้ายก็ถูกคนหลายคนหว่านล้อมจนต้องจากไป” ไห่ซื่อเซวียนยังคงโกรธเว่ยฮั่นอยู่ “รองหัวหน้าเว่ยแก่ขนาดนี้แล้ว ยังชอบก่อเื่! เขาไม่กลัวว่าวันหนึ่งท่านจะฆ่าเขาจริงๆ หรือ?!”
ฟู่ถิงเย่ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “เขาคงอยากให้ข้าฆ่าเขาให้ตาย เพื่อให้สมกับชื่อเสียงความซื่อสัตย์และเที่ยงธรรมของเขา”
ไห่ซื่อเซวียนถอนหายใจอย่างจนใจ “ตาแก่นี่จัดการยากจริงๆ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้เื่ราวใหญ่โตขนาดนี้แล้ว หากแม่นางหวาสร้างธนูตามภาพร่างไม่ได้ คงจบไม่สวยแน่”
ฟู่ถิงเย่ไม่สนใจ “ไม่มีทางสร้างไม่ได้หรอก ข้าดูภาพร่างแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะดีกว่าธนูแบบเดิม แต่จะยิงได้ไกลสี่ร้อยก้าว [1] หรือไม่...ต้องรอดูกันต่อไป”
ไห่ซื่อเซวียนหัวเราะฮึฮึแล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็ดี ไม่อย่างนั้นตาแก่เว่ยผู้นั้นไม่รู้จะก่อเื่อะไรอีก...”
“เ้าไปที่เมืองผานสุ่ย บอกจ้าวเซิงให้พาคนมาหาข้า” ฟู่ถิงเย่กล่าว
“ขอรับ ข้าน้อยรับบัญชา!” ไห่ซื่อเซวียนหันหลังจากไปอย่างยินดี
ฟู่ถิงเย่นั่งตัวตรง ถ้วยชาในมือว่างเปล่าแล้ว เมื่อเขานึกถึงหวาชิงเสวี่ยที่จะมาถึงในไม่ช้า สีหน้าก็แสดงถึงความมีชีวิตชีวาและความยินดี พร้อมกับความสุขที่ไม่อาจปิดบังได้
...
หวาชิงเสวี่ยหาช่างไม้ฝีมือดีคนหนึ่งมาทำแม่พิมพ์สบู่
เป็กล่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าฝ่ามือ ทั้งสี่ด้านสามารถถอดออกได้ เพื่อให้นางนำสบู่ออกจากพิมพ์ได้ง่าย มีแต่์ที่ทรงรู้ว่าครั้งที่แล้วนางต้องออกแรงมากแค่ไหนกว่าจะควักสบู่ออกจากชามเครื่องเคลือบได้!
แน่นอนว่า ด้านล่างต้องสลักเกล็ดหิมะเล็กๆ อันน่ารักของนางไว้ด้วย
หลังจากอธิบายความ้าแล้ว ช่างไม้บอกว่าไม่มีปัญหา ถามหวาชิงเสวี่ยว่า้าจำนวนเท่าไร
หวาชิงเสวี่ยพูดอย่างห้าวหาญว่า เอาห้าสิบชิ้นก่อน!
นางจ่ายเงินมัดจำไปส่วนหนึ่ง กำชับช่างไม้ว่าต้องขัดผิวไม้ให้เรียบเนียน ก่อนจะไป ก็มีเื่น่ายินดีอีกอย่าง!
หวาชิงเสวี่ยค้นพบขี้ผึ้ง!
ใช่แล้ว ขี้ผึ้ง เหตุใดนางคิดไม่ถึงมาก่อนกันนะ?!
ในสมัยโบราณมีการใช้ขี้ผึ้งมาอย่างยาวนาน ทำเทียนไข ทำตราประทับ ย้อมผ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนใช้ขี้ผึ้งทั้งนั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ขี้ผึ้งทาลงบนเครื่องใช้ในบ้านที่ทำจากไม้ที่ขัดเรียบแล้วเป็เื่ที่รู้กันทั่วไป แต่ทำไมนางถึงคิดไม่ถึงมาก่อน!
หวาชิงเสวี่ยดีใจมาก “ท่านลุง ขายขี้ผึ้งพวกนี้ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ?”
“แม่นางอยากได้ก็หยิบไปเลย ขี้ผึ้งแค่นี้ก็ไม่ได้มีค่าอะไร” ช่างไม้ได้รับงานจากนาง จึงสุภาพมาก
“ไม่ไม่ไม่ ข้าอยากได้มากกว่านี้เ้าค่ะ...”
สุดท้ายหวาชิงเสวี่ยก็ซื้อขี้ผึ้งมาได้ชามใหญ่หนึ่งใบ
ขี้ผึ้งเป็สารตามธรรมชาติที่ช่วยลดแรงตึงผิวและใช้ปรับความแข็งของผลิตภัณฑ์ มีคุณสมบัติในการป้องกันการเน่าเสีย ให้ความชุ่มชื้น ต้านเชื้อแบคทีเรีย เพียงแค่เพิ่มความร้อนให้ละลาย ก็สามารถนำไปใช้เพื่อช่วยให้ส่วนผสมของน้ำมันและน้ำเข้ากันได้ เป็วัตถุดิบจากธรรมชาติที่นิยมใช้มากที่สุดในการDIYลิปบาล์ม สบู่ทำมือ และเทียนหอม
หากหวาชิงเสวี่ยทำสบู่ทำมือ การเติมขี้ผึ้งลงไปเล็กน้อยจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของสบู่ได้
ส่วนขี้ผึ้งที่เหลือ หวาชิงเสวี่ยเตรียมไว้ทำลิปบาล์ม! ลิปบาล์มบำรุงริมฝีปากขั้นพื้นฐานเพียงแค่ใช้ขี้ผึ้งกับน้ำมันพืชก็สามารถทำได้
สบู่ธรรมดาที่ใช้ซักผ้าขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเป็สบู่ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณและให้ความชุ่มชื้น คนรวยก็ยินดีที่จะจ่ายเงิน อีกทั้งลิปบาล์มบำรุงริมฝีปากก็น่าจะเปิดตลาดได้มากกว่า
หวาชิงเสวี่ยรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะรวยแล้ว!
นางถือวัตถุดิบสำหรับทำสบู่ทำมือที่ซื้อมาจากข้างถนนกลับบ้าน พอวางของลงก็มีคนมาเคาะประตู
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็จ้าวเซิงแน่ๆ ...
คนที่อาศัยอยู่แถวนี้ และรู้จักนาง มีแต่จ้าวเซิงเท่านั้น
“อ้าว แม่นางหวา ยังไม่ได้ทานข้าวหรือขอรับ!” พอเปิดประตูก็เห็นใบหน้ายิ้มแย้มที่คุ้นเคยของจ้าวเซิง
“พึ่งกลับมาเ้าค่ะ ยังไม่ได้ทำอาหารเลย”
“ทางค่ายทหารเตรียมพร้อมเรียบร้อยหมดแล้ว ท่านจะออกเดินทางไปพรุ่งนี้เลยหรือไม่ขอรับ?”
หวาชิงเสวี่ยชะงักไปชั่วครู่ “อ้อ...เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะเตรียมตัว ต้องเอาอะไรไปบ้างหรือ?”
จ้าวเซิงยิ้ม “แค่ตัวท่านไปก็พอขอรับ! ของอย่างอื่น ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่านหมดแล้วขอรับ”
หวาชิงเสวี่ยหน้าแดงเล็กน้อย พูดเสียงเบาว่า “ขอแค่ไม่สร้างความลำบากให้ท่านแม่ทัพก็พอ...”
“ไม่ลำบากหรอกขอรับ! ต่อให้มีความยากลำบากเพียงใด ท่านแม่ทัพก็จะจัดการให้ท่านจนเสร็จเรียบร้อย!”
หวาชิงเสวี่ยยิ้มอย่างเขินอาย
...
บรรยากาศภายในกรมสรรพาวุธเต็มไปด้วยความกดดัน
เหลียงเหวินเฉิงและช่างฝีมืออุ้มไม้ไผ่กองใหญ่เดินกลับมา พอเจอช่างฝีมือจากค่ายอื่น อีกฝ่ายก็เย้ยหยันว่า “นี่คือไม้ไผ่ที่ใช้ทำธนูวิเศษหรือ? ดูแล้วก็ไม่เห็นจะต่างจากแบบเดิมนี่ นายช่างเหลียง ท่านอุ้มมาผิดแล้วกระมัง? ไม่สู้ไปที่อารามทำพิธีปลุกเสกหน่อย ดีไม่ดีอาจจะได้ผล ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร! ...” ช่างฝีมือของค่ายธนูหน้าไม้คนหนึ่งออกโรงปกป้องเหลียงเหวินเฉิง
เหลียงเหวินเฉิงดึงอีกฝ่ายเอาไว้ เขาส่ายหน้า “ช่างเถิด...”
อีกฝ่ายจากไปอย่างอวดเบ่ง
เหลียงเหวินเฉิงกับพรรคพวกอดกลั้นความโมโหเอาไว้ เดินกลับไปที่ค่ายธนูหน้าไม้ ช่างฝีมือหนุ่มคนหนึ่งวางไม้ไผ่ลงอย่างหัวเสีย บ่นว่า “ข้าไม่เข้าใจ! พวกค่ายเครื่องมือเหล็กปรับปรุงอาวุธ ทุกคนต่างชื่นชม เหตุใดพอเป็ค่ายธนูหน้าไม้ของเราจะปรับปรุงอาวุธบ้าง กลับถูกดูแคลน?!”
“จะทำอย่างไรได้...” อีกคนพูด “ก่อนที่ค่ายเครื่องมือเหล็กจะปรับปรุงอาวุธ รองแม่ทัพฉินเอามีดเชือดหมูมาให้ทุกคนดูว่ามันคมและแข็งแรงแค่ไหน แต่พวกเราในตอนนี้...มีแค่ภาพร่างกับไม้ไผ่พวกนี้ ไม่แปลกที่จะถูกตั้งคำถาม”
“ดังนั้นพวกเราถึงต้องทำให้ดี!” เหลียงเหวินเฉิงมองไปที่พวกเขา พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “พรุ่งนี้ เมื่อแม่นางหวามาถึง พวกเราก็จะเริ่มลงมือ! สร้างสุดยอดธนูระยะยิงสี่ร้อยก้าว ให้เ้าพวกนั้นพูดไม่ออกไปเลย!”
“เห็นด้วย! สร้างธนูให้ดีที่สุดไปเลย!”
“นายช่างเหลียงว่าอย่างไร พวกเราก็ว่าอย่างนั้น!”
“ให้พวกนั้นได้เห็นดีกันไปข้าง! ...”
...
ช่างตีเหล็กหลิวนั่งอยู่ข้างเตาผิงด้วยสีหน้ากังวล เขามองใบมีดที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในมือ ยังคงรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง
มันไม่ถูกต้องที่ตรงไหน...
เป็เื่ของอุณหภูมิ หรือสัดส่วนกันล่ะ? หรือว่าตีไม่ครบจำนวนครั้ง? ...
มีคนเดินเข้ามาจากข้างนอก
“นี่ เมื่อครู่ที่เ้าพูดไปมันเกินไปหน่อยหรือไม่? เ้าไม่กลัวพวกค่ายธนูหน้าไม้มาหาเื่เ้าหรือ?”
“พวกเขามาหาเื่ข้า? ฮ่าฮ่า พวกเขาเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ถ้าสร้างธนูที่ยิงได้ไกลสี่ร้อยก้าวไม่ได้ ก็เตรียมตัวถูกคนทั้งค่ายหัวเราะเยาะได้เลย!”
“เฮ้อ...นายช่างเหลียงก็แค่อยากจะปรับปรุงอาวุธเหมือนกันนี่นา เพียงแค่ดันไปเจอคนผิด เหตุใดถึงไปเชิญสตรีนางหนึ่งมากันนะ...”
“นั่นน่ะซี! ค่ายเครื่องมือเหล็กของเรานี่โชคดีจริงๆ ที่ได้พบกับบุคคลมีความสามารถเช่นท่านลุงหลิว!” คนคนนั้นพูดพลางยิ้มให้ช่างตีเหล็กหลิวอย่างประจบเอาใจ “ท่านลุงหลิว ท่านยังยุ่งอยู่หรือ? ยามนี้ก็ดึกแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะขอรับ”
จากช่างตีเหล็กาุโที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็คนที่ทุกคนต่างประจบเอาใจ ช่างตีเหล็กหลิวยังรู้สึกไม่ค่อยชินนัก จึงยิ้มแห้งๆ แล้วตอบว่า “ข้าจะอยู่ต่ออีกสักพัก”
“เช่นนั้น พวกข้าสองคนขอตัวก่อน ท่านทำงานต่อไปเถอะ”
“...อืม”
————————————————————————————————————
[1]ก้าว (步) หน่วยวัดระยะทางของจีน โดยทั่วไป 1 ก้าว เท่ากับประมาณ 1.3 เมตร
