เ่ิูพูดคุยกับอูหม่าแค่สองสามประโยคเท่านั้น อูหม่าก็สำนึกในบุญคุณครั้งแล้วครั้งเล่า นางคิดว่าที่นางตัดสินใจออกไปหางานในตลาดวันนั้น คือความถูกต้องที่เกินกว่าคำว่าถูกต้อง
พูดถึงแล้ว นางไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้นางที่กินข้าวกลางวันเสร็จแล้วนึกครึ้มอยากไปหางานที่ตลาดเหมือนกัน คราวนั้นเป็ครั้งแรกที่นางเข้าตลาด มีความไม่กล้านิดหน่อย นางยืนอยู่เงียบๆ ในมุมหนึ่ง ไม่กล้าะโโหวกเหวกเรียกลูกค้าอย่างคนอื่นเขา ผลคือรออยู่สองชั่วยามก็ยังไม่มีใครมาจ้าง นางจวนจะร่ำไห้โฮกลับบ้านอยู่แล้ว แต่ก็เจอกับนายท่านเย่พอดี ตอนนั้น นายยังคิดว่านายท่านดูเด็กมากด้วยซ้ำ ไม่น่าจะพึ่งพาได้เท่าใด ที่ไหนได้เล่า...
ตอนนี้ครอบครัวของนางกำลังลืมตาอ้าปากได้โดยแท้
่หลังๆ มานี้ นางและสามีเกือบถูกฝ่ายพลาธิการหวดจนตายทั้งเป็เพราะเื่เบี้ยทหารนั่นแล้ว แต่ก็เพราะเหตุนี้ ตอนนี้ทั้งด่านโยวเยี่ยนถึงได้รู้ว่าเย่โหวเหย่คนใหม่คือภูผาให้พวกนางสองคนพึ่งพิง เพื่อปกป้องคนทั้งสองนั้น ท่านไม่เสียดายที่จะทำผิดต่อเหล่าขุนพลาุโของฝ่ายพลาธิการ มีโหวเหย่ที่น่าเกรงขามและยืดหยุ่นคอยคุ้มหัว มีหรือที่ใครจะกล้ามาระราน?
อูหม่าเองก็รู้ ว่าหากอยากใช้ชีวิตอันดีต่อไป ก็ต้องหาวิธีอยู่ที่หอคอยอาชาขาวแห่งนี้ต่อไป
โหวเหย่ชอบอาหารที่นางทำ
เพื่อให้โหวเหย่พอใจยิ่งกว่าเดิม อูหม่าจึงใช้เวลาที่เหลือจากการปัดกวาดหอคอยอาชาขาวไปคัดสรรและสรรหาวัตถุดิบทำอาหารอย่างขะมักเขม้น
นางทำแม้กระทั่งไปครูพักลักจำในโรงเตี๊ยมใกล้ๆ ภายหลังเมื่อเ้าของรู้เข้า แต่ก็รู้ว่านางเป็คนของเย่โหวเหย่ผู้เข้มแข็งเกรียงไกร ก็ไม่กล้าว่าอะไรนาง แน่นอนว่าหวังอาศัยจะสร้างเส้นสายกับเ่ิูผู้สูงล้ำคนใหม่ของด่านโยวเยี่ยนผ่านทางอูหม่าด้วยเช่นกัน
ผ่านไประยะสั้นๆ ฝีมือการทำอาหารของนางกลับดีขึ้นไวทันตาเห็น
วันนี้เ่ิูถามนางตามอารมณ์ อูหม่าก็รู้สึกเหมือนการทุ่มเทของนางหลายวันมานี้ได้รับผลตอบแทนที่นับค่าไม่ได้แล้ว
รอจนเ่ิูกินเสร็จ นางก็เก็บจานชามอย่างระมัดระวังแล้วไปปิดบานประตู ไม่กล้ารบกวนเขาอีก
ในห้อง
เ่ิูยิ้ม เขาคิดว่าตนหาผู้รับใช้ได้ถูกต้องยิ่งนัก
อย่างน้อยจากที่ตามองเห็นนี้ อูหม่ากระทำการทุกอย่างดีกว่าที่เขาเคยคาดคิด หอคอยอาชาขาวภายใต้การจัดการของนาง มีระเบียบไม่ยุ่งเหยิง ดีกว่าตอนไป๋หย่วนสิงดูแลไม่รู้กี่เท่า อีกทั้งไป๋หย่วนสิงยังสามารถไปฝึกฝนได้ดั่งใจหมาย แม้ว่าคุณสมบัติเขาจะแสนธรรมดา แต่เป็ถึงทาสกระบี่อาชาขาว ้าการสนับสนุนพลังยุทธ์ ด้วยเหตุนั้นจึงต้องพยายามยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อกินอาหารมือดึกเสร็จแล้ว อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เขาก็รู้สึกสบายไปทั้งตัว
เ่ิูมาถึงห้องสงบในชั้นสี่ เริ่มฝึกฝนต่อ
ผ่านประสบการณ์วันนี้ เ่ิูดีอกดีใจเป็พิเศษ
เขาเข้าสู่สภาวะปล่อยวางอย่างรวดเร็ว เคลื่อนวิชาลมหายใจไร้ชื่อที่บิดาถ่ายทอดไว้ให้ ประหนึ่งนักพรตแก่กล้า แสงจันทราสาดส่องผ่านบานหน้าต่าง ตกกระทบเรือนร่างของเขา ชุดขาวราวกับหยกงาม ใบหน้าดั่งน้ำค้างแข็ง ทุกอย่างประดุจบรรจงวาดอย่างสดสวย
วิชาลมหายใจไร้ชื่อ สำแดงเดชอย่างสำคัญยิ่งยวดในเส้นทางสายวรยุทธ์ของเ่ิู
เ่ิูฝึกฝนมาได้จนถึงทุกวันนี้ อาจเรียกได้ว่าเก้าสิบเก้าจากร้อยเป็ผลตั้งต้นมาจากวิชาลมหายใจไร้ชื่อนี้ทั้งสิ้น
ตอนอยู่ในหลุมศพัของรังัหิมะนั้น ร่างมายาลึกลับที่หลับใหลมานานล้านปีได้บอกกับเขาด้วยตัวเองมาแล้ว วิชานี้เหมือนว่าสร้างมาเพื่อเ่ิูผู้เดียวเท่านั้น คนอื่นไม่อาจฝึกฝนได้ นี่ทำให้เ่ิูวาดหวังและเห็นค่าวิชาไร้ชื่อเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากความตกตะลึง ทุกวันเขาจะใช้เวลาส่วนมากไปกับการฝึกวิชาลมหายใจไร้ชื่อ
ประโยชน์ของวิชาพลังภายใน คือเพิ่มลมปราณของผู้ฝึกนั่นเอง
และแหล่งที่มาของลมปราณแห่งนักยุทธ์ที่ระดับต่ำกว่าทะเลระทมก็คือการดูดซับเอาปราณิญญาแห่งใต้หล้าเข้าร่างกายทั้งสิ้น และวิชาวรยุทธ์สูงส่งหรือไม่นั้น เป็ตัวตัดสินคุณภาพและความเร็วในการรับเอาปราณิญญาด้วย จากกระบวนการที่เห็นนี้ วิชาลมหายใจไร้ชื่อจึงเป็จังหวะเรียบง่ายแห่งเส้นทางอันยิ่งใหญ่โดยแท้
ฝึกฝนวิชาไร้ชื่อมานานหลายปี ร่างกายของเ่ิูจึงกลายเป็สัญชาตญาณของตนเอง สูดลมหายใจเข้าผ่อนหายใจออก เป็ธรรมชาติตลอดเวลาเหมือนคนกินดื่มและนอนหลับ เขาเข้าสู่สภาวะว่างเปล่าลืมเลือนตัวตน ร่างกายดั่งกระบวนอักขระแ่ากำลังโคจรโดยอัตโนมัติ
รูขุมขนสามพันหกร้อยล้านทั่วร่างอ้าออกรับเอาปราณิญญาเข้าไป
มีเพียงผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดเท่านั้นจึงจะสามารถล่วงรู้ถึงวังน้ำวนขนาดเล็กของปราณิญญา ดั่งัเกล็ดที่ล่องลอยบนผิวกายเ่ิูมิได้ขาด การรวมกลุ่มเป็วังน้ำวนน้อยเหล่านี้กลายเป็วังน้ำวนพลังงานไร้รูปร่างรอบกายเขา อากาศธาตุบิดเบนมาพันรอบเ่ิูจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สิ่งที่พันรอบกายเขาไปพร้อมๆ กันก็คือ ภาพมายาัหิมะยี่สิบตน
นับั้แ่เ่ิูสูบเอากลิ่นอายแห่งาาัหิมะเป็ตา ได้ปราณน้ำแข็งปริศนา ยามที่เคลื่อนวิชาวรยุทธ์จะมีภาพมายาัหิมะสีเงินปรากฏขึ้นมาเสมอ มันจะส่งเสียงครวญของั กระทั่งแผ่อำนาจกดดันเฉพาะตัวของเผ่าัมาอ่อนจาง ตอนที่ประมือกัน หากคู่ต่อสู้พลังอ่อนด้อยกว่าเขาเกินไป เ่ิูไม่จำเป็ต้องลงมือ ไอเย็นและอำนาจกดดันของัก็จะสยบศัตรูให้พ่ายราบคาบไปเอง
ภาพมายาัหิมะทั้งยี่สิบตนนั้น นับวันมีแต่จะกล้าแข็งและเป็จริงขึ้นมา ดั่งร่างเทพัคุ้มครอง ทะลุผ่านร่างกายของเขา ออกท่องไปทั่วแขนขา กระดูก เส้นปราณปกติทั้งสิบสองและเส้นปราณพิศวงทั้งแปด
เป็ไปอย่างค่อยเป็ค่อยไป เ่ิูถูกปกคลุมด้วยแสงสุกใสและไอเย็นสีเงิน
ัหิมะมายาแต่ละตนลัดเลาะหนึ่งครั้ง เป็วัฏจักร
ัหิมะมายาทุกตนลัดเลาะหนึ่งครั้ง เป็มหาวัฏจักร
กระบวนการดูดซับเอาปราณิญญาใต้หล้ามาเป็พลังของตนนี้ เป็การขัดเกลาร่างกายและเปลี่ยนแปลงสภาพกายไปด้วยในตัว นักยุทธ์ก้าวข้ามอาณาน้อยใหญ่ได้เมื่อใด อายุก็จะรับกันโดยเพิ่มขึ้นตาม ต้องอาศัยการขัดเกลาร่างกายเช่นนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน ท้ายสุดจึงเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างทรงประสิทธิภาพ
เวลาหลั่งไหลผ่านไป
หนึ่งชั่วยามต่อมา
เ่ิูลืมตาขึ้นช้าๆ
เขารู้สึกถึงความสบายอย่างเหลือเชื่อทั่วทั้งร่าง
เวลาเรียนวิชาได้สิ้นสุดลงแล้ว
เมื่อััถึงพลังลมปราณที่เพิ่มขึ้นในกาย เ่ิูก็พยักหน้าน้อยๆ
วันนี้บางทีอาจเป็เหตุมาจากจิตใจปลอดโปร่งกระมัง การฝึกฝนถึงได้ดีกว่าวันธรรมดามากนัก พลังลมปราณของเขาตอนนี้ล้นปรี่อย่างกับแม่น้ำฉางเจียง เข้าสู่จุดสูงสุดของอาณาน้ำพุิญญายี่สิบตาเรียบร้อยแล้ว ก้าวเล็กๆ ขึ้นอีกหน่อยก็เข้าอาณาน้ำพุิญญาตาที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว
แต่การพัฒนาเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่ทำให้เขาพอใจเลย
เขารู้ ว่าความเร็วในการฝึกของเขามากพอจะสั่นะเืคนทั้งโลกแล้ว แล้วก็รู้ด้วยว่าการฝึกวรยุทธ์ต้องอาศัยการเก็บเล็กผสมน้อย หากมัวรีบร้อนอาจร่วงมากกว่ารอด กระทั่งอาจมีความเสี่ยงจะธาตุไฟเข้าแทรกจนเข้าสายมาร แต่วันนี้เด็กหนุ่มได้เห็นพลังของ่เี่ิ รวมทั้งเยี่ยนปู้หุยและลู่เฉาเกอตอนปะทะกันแล้ว ช่างเป็แรงกระตุ้นตัวเขาเหลือเกิน
การต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดที่แท้จริงเหมือนภาพวาดของมารโรมรันกับเทพ อำนาจเหมือนปกครองฟ้าดินเพียงผู้เดียว ทำให้เ่ิูปรารถนาจะก้าวไปเบื้องหน้าด้วยทั้งหมดที่มี
นั่นต่างหากคือพลังและอาณาที่นักยุทธ์ควรใฝ่ฝัน
ตอนนี้เ่ิูนับได้ว่าเป็บุรุษหมื่นศัตรู จะเหาะลัดฟ้าหรือจมสู่ปฐีก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ว่าระดับยังห่างจากเยี่ยนปู้หุยเป็ต้นมากโขนัก
ไม่ได้พลังของผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดมา เช่นนั้นก็ยากจะกอบกุมชะตาตัวเองไว้ในกำมือได้
เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน กระตุ้นเ่ิูอย่างมาก
เขาคิด แล้วก็ตัดสินใจ
เ่ิูนำผลึกอัญมณีที่คล้ายกับผลไม้แช่แข็งสีขาวขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากหม้อทองเหลืองยอดเมฆาที่มีน้ำพุิญญาตาหนึ่งคอยให้ความอบอุ่นชุ่มชื้นในโลกตันเถียน มันมันวาวดั่งหยก ใสสะอาดไร้ราคี ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของสิ่งเจือปน เขาคว้ามันไว้ในมือ สะท้อนแสงโคมไฟในห้องสงบเป็แสงสว่างอ่อนๆ
อัญมณีแท้
สมบัติทรัพยากรแท้จริงของการฝึกวรยุทธ์
การฝึกฝนวรยุทธ์นั้น อาณารองจากทะเลระทมลงมาล้วนสามารถสำเร็จได้ด้วยการดูดซับเอาปราณใต้หล้าเข้าร่างกาย แต่ว่าเหนืออาณาทะเลระทมขึ้นไป หากดูดซับปราณิญญาที่ลอยล่องแยกจากกันแล้วแปรเป็พลังลมปราณของตนเอง ก็ยากจะเติมเต็มความ้าในการเพิ่มระดับพลังไปแล้ว
เพราะทุกขั้นเล็กๆ ของอาณาทะเลระทมนั้นต้องก้าวข้ามด้วยปราณิญญาฟ้าดินจำนวนมากเสมอ หากพึ่งพาวิชาดูดซับเอามาอย่างเดียวจะผลาญเวลานานแสนนาน เวลานี้จะเนิ่นนานจนถึงขั้นอายุอันยืนยาวของเ้าตัวหายไปครึ่งหนึ่ง มีความเป็ไปได้สูงว่าจะไม่มีทางสูบเอาปราณิญญาใต้หล้าเข้ามาได้เพียงพอต่อความ้าในการเลื่อนขั้น
ด้วยเงื่อนไขเช่นนี้ หาก้าพลิกฟ้า ตัดเอาเสี้ยวหนึ่งของชีวิต จำต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการ
โลกนี้ ปัญหายากเย็นไม่น้อยเลย แต่วิธีแก้ปัญหายากเย็นนั้นมีมากกว่า
นับแต่โบราณกาลมา เหล่าผู้อัจฉริยะนั้นเหนือคนทั่วไปจนน่าอัศจรรย์ ข้ามผ่านอุปสรรคยากแค้นต่างๆ นานา เพื่อมาพบพานเส้นทางแห่งการฝึกฝน เหยียบย่ำเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามบั่นทอนและความมืดเพื่อคนรุ่นหลัง สู่เส้นทางแห่งแสงสว่าง การจะคลี่คลายปัญหายุ่งยากหลังเข้าอาณาทะเลระทมแล้วนั้นมีสี่ส่วนใหญ่ด้วยกัน
หนึ่งในนั้นคือการหยิบยืมพลังอย่างอื่น ฟ้าดินไม่เคยขาดแคลนสมบัติอันเพริศแพร้ว ยอดเพชรแห่งวันเวลาแอบซ่อนพลังงานมหาศาล หากได้มันมา จะสามารถพัฒนาในเส้นทางแห่งการฝึกฝนได้อีกขั้น ข้อสองคือกระบวนอักขระเป็ศูนย์รวม ใช้กระบวนอักขระรวบรวมเอาปราณิญญาใต้หล้า ข้อสามคือตามหาแดนแห่งโชคชะตา เป็ที่รวบรวมกระบวนอักขระซึ่งธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นมา การฝึกฝนก็จะสำเร็จไปครึ่งทาง ข้อสุดท้ายคือพึ่งศิลปะแห่งการปรุงยา นำยอดสมุนไพรมาใช้เพื่อตนเอง...
นอกจากวิธีการเป็ทางการสี่อย่างนี้แล้ว ยังมีวิธีสายมารอีกมากมาย อาทิ ขโมยพลังลมปราณจากคนอื่น สังเวยด้วยเื ยืมพลังและอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มิใช่ทางที่แท้จริง ถูกห้ามจากยุทธภพโดยสิ้นเชิง
และอัญมณีแท้ในมือเ่ิูตอนนี้ คือสมบัติเพริศแพร้วชิ้นนั้น
สิ่งที่เรียกว่าอัญมณีแท้นั้น เป็ของประหลาดที่ปราณิญญาใต้หล้าแข็งตัวและอัดแน่น ก่อตัวเป็รูปร่างภายใต้การเอื้ออำนวยของพลังและกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินอย่างเป็พิเศษบางส่วน เหมือนเช่นขุมสมบัติล้ำค่าทั้งหลาย ที่ถูกสิ่งมีชีวิตผู้ฉลาดเฉลียวขุดค้นขึ้นมาใช้ในการฝึกวิชา ผลสัมฤทธิ์นั้นแจ่มแจ้งเป็ที่สุด อัญมณีแท้คือผลึกรวมของปราณิญญาใต้หล้า ้าแค่การกลั่นและดูดซับเข้าไปเท่านั้น มันก็จะกลายเป็พลังภายในของตนเอง
สมบัติเช่นนี้ช่างน้อยเหลือใจ และเป็ทรัพยากรแห่งการฝึกฝนที่ล้ำค่าอย่างที่สุด
หากว่ากันโดยทั่วไป เหมืองอัญมณีแท้ก็ถูกอาณาจักร พรรคและอิทธิพลใหญ่ต่างๆ เบ็ดเสร็จไว้หมดแล้ว
ตำแหน่งาายาหงส์ฟ้าเิ่ิ๋แท้ๆ ยังเก็บรวบรวมอัญมณีแท้ได้แค่ใกล้จินหนึ่งเท่านั้นเอง ตอนที่มันกลั่นเ่ิู ทุกอย่างล้วนเสียเปล่า กลับกันยังทำให้พลังของเ่ิูเพิ่มขึ้นอย่างมาก และอัญมณีแท้ในมือเด็กหนุ่มนี้ ก็เป็สิ่งที่เขาได้ปูนบำเหน็จมาจากตอนที่ได้รับแต่งตั้งฐานันดรโหวเหย่นั่นเอง
“ทรัพยากรสิ้นเปลืองทั้งนั้น ใช้หมดก็ไม่มีอีกแล้ว ความจริงข้าก็อยากเก็บไว้ยามฉุกเฉิน แต่ตอนนี้...”
เ่ิูพิจารณาอีกครั้ง เขาโคจรพลังภายในอย่างหนักแน่น แล้วกลั่นพลังภายในก้อนนี้ เริ่มดูดเอาพลังงาน
ใต้การกระตุ้นกำลังภายใน อัญมณีแท้ที่ขนาดเท่ากำปั้นดั่งเทียนหอมถูกจุดไฟ ปลดปล่อยไอหมอกสะอาดบริสุทธิ์ออกมา เ่ิูโคจรวิชาไร้ชื่อ สูดลมหายใจเข้าไป ดูดซับเอาหมอกบริสุทธิ์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย
