สีหน้าของเหลยเฉียนหลงดูนิ่งขรึม มองไปยังฉินอวี่ที่มีใบหน้าเ้าเล่ห์ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เขาก็รู้สึกกลัว เมื่อมองดูความสงบนิ่งของฉินอวี่ ซึ่งกำลังทำเหมือนกำลังเดินเล่นในสวนอย่างสบายๆ แม้ว่าเหลยเฉียนหลงจะไม่ได้อยากจะยอมรับสักเท่าใด แต่วันนี้เขาคิดว่าการข้ามผ่านด่านจิตใจ คงเป็เื่ที่ยากยิ่งนัก
และไม่ได้มีเพียงตนเองเท่านั้นที่เป็เช่นนี้ คิดว่าผู้ที่ร่วมเดิมพันทุกคนคงไม่สามารถจะผ่านด่านจิตใจไปได้แล้ว
เหลยเฉียนหลงจ้องเขม็งไปทางฉินอวี่ และกัดฟันพูดขึ้นมา “หวังว่าเ้าคงไม่เสียใจภายหลังนะ!” พูดจบ เหลยเฉียนหลงก็หันกลับออกไป และเลือกที่จะยอมแพ้ในด่านจิตใจด้วยความสมัครใจ
ฉินอวี่มองเหลยเฉียนหลงที่กำลังจากไปด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกว่าตนเองประเมินเหลยเฉียนหลงต่ำเกินไป เขาสามารถจะยอมแพ้และวางมันลงได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหลยจั๋วเยว่จะให้เหลยเฉียนหลงมาขัดขวางตนเอง เพียงสิ่งนี้ก็ทำให้ผู้คนต่างได้พบกับสิ่งแปลกใหม่
เพียงแต่... ในเมื่อมาถึงด่านจิตใจแล้ว ฉินอวี่จะปล่อยให้เหลยเฉียนหลงจากไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร?
“ข้ายอมให้เ้าไปได้แล้วหรือ?” ฉินอวี่กล่าวอย่างใจเย็น
เหลยเฉียนหลงเดินต่อไปเพียงไม่กี่ก้าวก็หยุดลง สีหน้าของเขาดูน่ากลัวจนนิ่งขรึม เขาหันกลับมาจ้องฉินอวี่ และพูดขึ้นเสียงดัง “เ้าคิดจะฉีกหน้าตระกูลเหลยของข้าจริงหรือ?”
“ฉีกหน้า? เ้ากำลังจะบอกว่าเ้าคือตัวแทนของตระกูลเหลยหรือ? หรือเช่นนั้น พวกเรามาลองดูกันหน่อย ว่าหากข้าฆ่าเ้า ตระกูลเหลยจะกล้าฉีกหน้าอาจารย์ข้าเพื่อเ้าหรือไม่?” ฉินอวี่เยาะเย้ย เมื่อความบาดหมางได้เกิดขึ้นแล้ว เขาไม่คิดว่าหากตนเองยอมปล่อยเหลยเฉียนหลงไปในคราวนี้ แล้วจะทำให้เหลยจั๋วเยว่ยอมรามือกับเื่ที่ผ่านมา
เหลยเฉียนหลงถึงกับพูดไม่ออก สีหน้าเผยให้เห็นความดุร้าย แต่ก็ไม่มีข้อแก้ต่างใดๆ
ใช่ ต่อให้หลี่โหย่วฉายสังหารตนเอง ตระกูลเหลยก็คงไม่ยอมฉีกหน้าผู้เฒ่าร้องไห้เพื่อตนเองแน่นอน แม้ว่าตนเองจะมีตำแหน่งสูงใน
ตระกูลเหลย แต่ผู้ที่จะสามารถมาแทนที่ตนได้ ถึงไม่ได้มีจำนวนเป็ร้อยก็ยังมีอยู่สิบกว่าคน
“เ้า้าอะไร?” เหลยเฉียนหลงระงับความโกรธในใจเอาไว้ จ้องไปทางฉินอวี่และพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวด
ฉินอวี่เยาะเย้ย ร่างของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งตรงหน้าของเหลยเฉียนหลง และพูดอย่างเฉยเมย “้าอะไร? เชือดไก่ให้ลิงดูอย่างไรล่ะ!” พูดจบ ฉินอวี่ก็ใช้หมัดต่อยออกไปทันที
หมัดะเิฟ้า!
ในขณะที่ฉินอวี่ปรากฏตัวขึ้นมานั้น เหลยเฉียนหลงได้ระวังไว้ก่อนแล้ว ในขณะที่ฉินอวี่กำลังลงมือนั้น สายตาของเหลยเฉียนหลงก็ดูเหมือนจะบ้าคลั่งขึ้นมา เขารู้สึกได้ถึงพลังการโจมตีที่เพิ่มสูงขึ้นของฉินอวี่ เหลยเฉียนหลงกำหมัดทั้งสองข้างแน่น เกิดเสียงคำรามที่ดังสนั่นดุจสายฟ้าฟาดออกมาจากร่างกาย
ในฐานะที่เป็หนึ่งในอัจฉริยะอันภาคภูมิแห่งตระกูลเหลยของตี้หวัง เขามีพร์เป็อย่างยิ่ง และมักจะได้รับความสนใจจากตระกูลเหลย ในเื่ความแตกฉานของสายฟ้า เขาอยู่ในสิบอันดับแรกมาั้แ่ยังหนุ่ม จนสามารถควบคุมอสุนีคำรามอันบริสุทธิ์ได้ อีกทั้งยังมีวิชาลับในตระกูลเหลยแห่งตี้หวัง เขาจึงมีพละกำลังที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ในขณะที่ฉินอวี่กำลังลงมือนั้น เหลยเฉียนหลงก็เริ่มลงมือเช่นกัน ลำแสงสีม่วงขาวเปล่งสว่างออกมาจากร่างกาย อสุนีคำรามขนาดเท่าแขนก็โผล่ออกมาจากร่างกาย อสุนีคำรามของเขามีพลังของอสุนี์ จึงเห็นได้ว่า เหลยเฉียนหลงมีความชำนาญและแตกฉานในเื่ของสายฟ้ายิ่งนัก
เมื่ออสุนีคำรามถูกเรียกออกมาแล้ว เหลยเฉียนหลงก็พูดขึ้นทันทีอย่างไม่ลังเล “อสุนีทำลายล้าง!”
อสุนีคำรามม้วนตัวเข้ามาทันที และะเิขึ้นอย่างรุนแรงจนหมัดะเิฟ้าของฉินอวี่แตกกระจายไปในทันที และในเวลาเดียวกันนั้น
เหลยเฉียนหลงก็กระแทกหมัดขวาออกไปทันที
“หมัดอสุนีคำราม!”
“เปรี้ยง ตูม ตูม!”
เกิดเสียงดังสั่นะเืสนั่นหวั่นไหว สีหน้าของเหลยเฉียนหลงเปลี่ยนไปอย่างมากในทันที มองไปยังงูอสุนีบาตสีขาวสีม่วงขนาดเท่านิ้วมือหนาที่ลอยอยู่ตรงเบื้องหน้าด้วยความใ
อสุนี์? เขามีอสุนี์จริงๆ หรือ?
เหลยจั๋วเยว่เคยเตือนเหลยเฉียนหลง เื่ที่ฉินอวี่มีอสุนี์ไว้แล้ว แต่เหลยจั๋วเยว่ก็พยายามครุ่นคิดมาเป็เวลานาน และข้อสรุปสุดท้ายที่ได้มาคืออสุนี์ของฉินอวี่น่าจะเป็การหยิบยืมมาใช้งานจากอาวุธในกลุ่มตระกูลสายฟ้า ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่ากังวลใจ อีกอย่าง เหลยจั๋วเยว่ก็คาดว่าความมั่นใจของฉินอวี่จะต้องมาจากพลังภายนอกแน่นอน หากเดาไม่ผิดละก็ น่าจะเป็อาวุธเต๋าหรืออาวุธเซียนที่ผู้เฒ่าร้องไห้มอบให้หลี่โหย่วฉาย
และกฎของการท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณี คือไม่สามารถนำอาวุธระดับที่ต่ำกว่าอาวุธข้าไปภายใน ดังนั้น เหลยจั๋วเยว่จึงคิดจะให้ผู้ฝึกตนขั้นเทพ์ที่สามารถควบคุมฉินอวี่ได้เข้าร่วมการแข่งท้าประลองครั้งนี้
แต่สิ่งที่เหลยจั๋วเยว่ยังไม่รู้คือ พละกำลังของฉินอวี่มาจากตัวของเขาเอง ไม่ใช่พลังภายนอกที่ไหน
ดังนั้น ในครั้งนี้ เหลยจั๋วเยว่จึงกำลังจะผิดพลาดครั้งใหญ่แล้ว เขานึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะมีอสุนี์ของตนเองจริงๆ
เมื่อเห็นอสุนี์ที่กำลังเคลื่อนเข้ามา จิตใจของเหลยจั๋วเยว่ก็ว่างเปล่าไปทันที
ในฐานะศิษย์อัจฉริยะในตระกูลเหลยของตี้หวัง เหลยเฉียนหลงจึงรู้ถึงความแข็งแกร่งและทรงพลังของอสุนี์เป็อย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องใและยากที่จะเชื่อคือ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอสุนี์ของฉินอวี่ เขาก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ ราวกับว่า... อสุนี์นี้จะมีพลังกดดันอันมหาศาลจากสรวง์
เหลยเฉียนหลงเห็นด้วยตาตนเองมาแล้ว และยังเคยััมันมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนว่ามีอสุนี์ใดมีพลังกดดันจาก์!
แรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้ เหลยเฉียนหลงจะรู้สึกได้เพียง่เวลาที่ผู้แข็งแกร่งในสำนักกำลังข้ามผ่านทัณฑ์์ อสุนี์ชนิดนี้คืออสุนี์ที่แท้จริง
แต่คนนอกเพียงคนหนึ่งทำไมจึงมีอสุนี์เช่นนี้ได้? อย่างไรก็ตาม อสุนี์ที่มีพลังกดดันของ์ และถือกำเนิดขึ้นระหว่างฟ้าดินไม่ใช่สิ่งที่คนโดยทั่วไปอาจจะควบคุมไว้ได้ แม้เหลยจั๋วเยว่ที่เป็ปีศาจ ก็ไม่อาจจะควบคุมได้ เนื่องจาก อสุนี์ที่แฝงด้วยพลังกดดันของ์และพลังฟ้าดิน ไม่ใช่สิ่งที่คนโดยทั่วไปจะควบคุมได้
“สายฟ้าของใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน?” ขณะที่เหลยเฉียนหลงกำลังใอยู่นั้น ฉินอวี่ก็พูดเยาะเย้ยขึ้นมา จากนั้นอสุนี์ประจำตัวก็กระแทกใส่ท้องของเหลยเฉียนหลงทันที
“อย่าฆ่าข้าเลย!” เหลยเฉียนหลงะโอย่างหวาดกลัว ในตอนนี้ กุมารทิพย์ของเขาเกิดสั่นสะท้าน จิตใจสั่นเทา เมื่อเผชิญหน้ากับอสุนี์ เหลยเฉียนหลงก็เหมือนจะได้กลิ่นลมหายใจแห่งความตายขึ้นมาทันที
ภายใต้แรงกดดันอันแข็งแกร่งของด่านทดสอบจิตใจ พละกำลังแต่ละด้านของเหลยเฉียนหลงล้วนถูกจำกัดไว้ทุกด้าน ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธเต๋าของเขาก็ถูกเก็บเอาไว้ เหลยเฉียนหลงจึงไม่มีหนทางใดที่จะโจมตีฉินอวี่ได้เลย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าในการอยู่รอดทำให้เหลยเฉียนหลงเลือกที่จะประนีประนอม
ฉินอวี่มีความสุขยิ่งนัก เขาไม่ได้หมายจะเอาชีวิตของเหลยเฉียนหลงอยู่ั้แ่ต้น และไม่ได้กลัวว่าจะไปล่วงเกินต่อตระกูลเหลย แต่เป็เพราะเขาอยู่ที่นี่โดยลำพัง และ้าอำนาจจำนวนมากที่จะสามารถช่วยอาจารย์หวงถิงออกมาได้ หากฉีกหน้าตระกูลเหลยของตี้หวัง เกรงว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคจากทุกทางแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น... หากคิดจะช่วยอาจารย์หวงถิงก็คงยิ่งยากมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าฉินอวี่จะเคยคิดยืมชื่อเสียงของผู้เฒ่าร้องไห้ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว เขาก็รู้สึกไม่แน่ใจนัก นอกเสียจากจะไปร้องขอผู้เฒ่าร้องไห้ด้วยตนเองให้ยื่นมือช่วยอาจารย์ออกมา แต่สิ่งนี้ยิ่งเป็ไปไม่ได้ ต่อให้ตนเองได้เป็สามสิบหกขุนพล์ และผู้เฒ่าร้องไห้รับตนเองเป็ศิษย์ ถ่ายทอดวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนให้ตนเอง ก็ยังยากนักที่จะขอให้ผู้เฒ่าร้องไห้ยอมช่วยเหลือ...
ฉินอวี่จึงไม่้าฝากความหวังไว้กับผู้เฒ่าร้องไห้ ดังนั้น นับั้แ่แรกเริ่ม เขาจึงคิดอาศัยพลังความสามารถของตนเอง เพื่อช่วยอาจารย์หวงถิงออกมา เช่นเดียวกับที่อาจารย์หวงถิงยอมแอบเข้ามาในเหวลึกเพื่อช่วยชีวิตตนเอง
“ไม่ฆ่าเ้าก็ได้ แต่จะให้ทำอย่างไรดี เ้ารู้หรือไม่?” ฉินอวี่กล่าวขึ้นอย่างเฉยเมย ขณะที่อสุนี์ประจำตัวเขาลอยเคว้งอยู่ตรงหน้าท้องของเหลยเฉียนหลง
เหลยเฉียนหลงจ้องมองฉินอวี่ที่อยู่เพียงเอื้อมมือ และเริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก เขาเคยคิดจะลงมืออีกครั้งหนึ่ง แต่แล้ว วิธีการนี้ก็หมุนวนอยู่ในความคิดของเขาหลายร้อยรอบ ในทุกครั้งที่นึกถึงของแรงกดดันอันน่ากลัวของด่านจิตใจ เขาก็ต้องดิ้นรน ในใจของเหลยเฉียนหลงเริ่มเสียใจขึ้นเล็กน้อย ถ้ารู้แต่แรก ตนเองอาจเลือกที่จะหยุดตรงระยะสองพันจ้าง ถึงตอนนั้น... หากลงมือ ความกดดันที่ต้องเผชิญก็จะอ่อนแอลงไปมาก
ขณะที่เหลยเฉียนหลงกำลังลังเลนั้น เสียงที่เ็าก็ดังขึ้น “ลงมือ!”
เหลยเฉียนหลงสั่นสะท้านไปทั้งตัว มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอย่างกะทันหัน เขาไม่นึกถึงอสุนี์ที่ปะทุขึ้นในร่างกาย และมุ่งตรงไปทางฉินอวี่
สีหน้าของฉินอวี่เปลี่ยนไปทันที เพราะนึกไม่ถึงว่าเหลยเฉียนหลงจะกล้าลงมือ แต่เมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาทำให้ฉินอวี่เหมือนนั่งอยู่บนพรมเข็ม และรีบถอยหลังห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!
“ใครก็ตามที่สังหารคนผู้นี้ได้ ข้าจะมอบอาวุธเต๋าให้หนึ่งชิ้น และได้รับความคุ้มครองจากตระกูลเหลยตลอดชีวิต” เสียงที่เยือกเย็นดังมาในอากาศ คนที่พูดขึ้นมาคือชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังเดินมาอยู่ด้านหน้าสุด
ผู้ที่อยู่ตรงใกล้จุดหน้าสุดต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พวกเขาแทบจะตัดสินใจอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากสบตากันแล้วก็ลงมือโจมตีออกไปพร้อมกันอย่างไม่ลังเล
ในขณะนั้น การโจมตีกว่าสิบรูปแบบก็เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ลำแสงหมัด ผนึกฝ่ามือแต่ละแบบต่างโจมตีฉินอวี่อย่างดุเดือด
“อสุนี์คุ้มกาย!”
“เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!”
