มีตาแก่อ้วนขี้โมโหที่กลัวว่าอาหารของกลุ่มสองจะไม่อร่อยเท่ากลุ่มแรก เขาจึงเข้าไปถามผู้เฒ่าหวังโดยเฉพาะ สุดท้ายถึงได้รู้ว่ารายการอาหารทั้งสองรอบนั้นเหมือนกัน ชายชราผู้นั้นดีใจจนปรบมือร้องว่าดีๆ
มีสตรีที่ใบหน้าขึ้นกระวิ่งมาถามจางซื่อว่า อาหารของกลุ่มที่สองจะมีแจกของฝากกลับไปหรือไม่
“ข้าได้ยินมาจากน้องสะใภ้ว่า แขกกลุ่มที่สองก็จะได้รับซาลาเปาและซาลาเปายัดไส้กลับไปด้วยเช่นกัน” คนผู้นี้นับเป็คนที่สี่แล้วที่เข้ามาถามจางซื่อ สายตาที่คนเหล่านี้ใช้มองจางซื่อนั้นไม่เหมือนแต่ก่อนเลยสักนิด มันแฝงไปด้วยความอิจฉาไปจนถึงความเคารพนับถือเล็กๆ
สตรีที่มีกระบนใบหน้าเอ่ยว่า “คราที่แล้วภรรยาของหวังเฮ่านำซาลาเปายัดไส้กลับมาจากบ้านเดิม นางก็แบ่งให้ทุกคนได้ทาน สามีที่บ้านของข้าเป็จะกละ ทว่าเขากลับอดทนไม่กินแล้วนำซาลาเปาสองลูกนั้นกลับไปให้เด็กๆ ที่บ้านทาน ข้าเองก็โง่นัก เชื่อคำพูดเขา คิดว่าเขากินไปแล้วจึงได้แบ่งกันทานกับเด็กๆ จนหมด หลังจากเื่ผ่านไปเขาถึงค่อยมาบอกทีหลังว่า ตนยังไม่เคยได้ทานเลย”
จางซื่อเอ่ยว่า “ใจของเขามีเ้าและลูกๆ อยู่”
สตรีที่มีรอยกระบนใบหน้าอดแย้มรอยยิ้มแห่งความปีติไม่ได้ นางเอ่ยว่า “ครานี้ข้าจะเก็บของกินไว้ให้เขาได้ทานเยอะๆ หน่อย”
จางซื่อพยักหน้า เอ่ยอีกว่า “เ้าทานเป็กลุ่มที่สอง ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน ค่อยๆ ทานเสีย”
เป็ไปตามที่คนสกุลหวังเอ่ย อาหารที่ถูกยกขึ้นโต๊ะในรอบที่สองนั้นเหมือนกับรอบแรกไม่มีผิด
เหล่าแเื่ที่มาร่วมงานเลี้ยงล้วนพออกพอใจเป็อย่างยิ่ง ยามที่กลับถึงบ้านก็เล่าให้คนในบ้านได้ฟัง ท่าทีอวดเบ่งพึงพอใจเหลือจะกล่าว
หลังจากงานเลี้ยงสองรอบจบลงก็เป็เวลาเหว่ยฉือ [1] กับอีกครึ่งชั่วยามแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลหวังล้วนกลับไปหมดแล้ว แขกกลับไปเ้าของงานถึงได้หายใจอย่างสงบ ชั่วขณะนั้นครอบครัวสกุลหวังพลันสงบเงียบลง
อย่างไรก็ตามครอบครัวสกุลหวังยังมีงานให้ทำอีกมากมาย ทั้งคืนโต๊ะเก้าอี้ ล้างจาน ทำความสะอาดทั่วทั้งสถานที่
หวังเยวี่ยดึงหลี่ชิงชิงที่กำลังเก็บกวาดห้องครัวออกมา เอ่ยว่า “ชิงชิง เ้ายุ่งมาทั้งวันแล้ว รีบเข้าไปพักผ่อนเถิด ตรงนี้เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
รูปร่างหน้าตาของหวังเยวี่ยคล้ายคลึงหลิวซื่อยิ่ง ในหมู่สตรีทางใต้ นางถือว่ามีรูปร่างที่สูงใหญ่ ทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปากล้วนใหญ่ทั้งสิ้น หญิงสาวมีอุปนิสัยปราดเปรียวมีชีวิตชีวา นางก็คือหลิวซื่อที่ยังเยาว์วัยนั่นเอง
เมื่อวานยามบ่ายนางกลับไปที่บ้านสามี และมิได้กลับมามือเปล่า แต่ยังนำไข่ไก่กว่ายี่สิบฟองกลับมาด้วย
ก่อนหน้านี้ที่หวังจื้อไปบอกข่าวแก่หวังเยวี่ย เขาได้นำเนื้อหมูสองจิน ไข่ไก่ยี่สิบฟอง และผ้าฝ้ายผืนใหม่หนึ่งผืนยาวถึงหนึ่งจั้งติดตัวไปมอบให้นางด้วย
แม้ของขวัญที่หวังเยวี่ยนำกลับมาจะมิได้มากสู้ของที่สกุลหวังมอบให้ ทว่าสกุลหวังทราบดีว่าหลังจากที่หวังเยวี่ยออกเรือนไป นางก็ยังมิได้ตั้งครรภ์ให้สามี ฐานะในบ้านสามีจึงมิอาจมีสิทธิ์มีเสียงใด เมื่อรับรู้ถึงความลำบากของนาง สกุลหวังจึงไม่คิดจะไปจับผิดหรือต่อว่าที่นางมอบของขวัญคืนให้เพียงเล็กน้อย
หลี่ชิงชิงรู้สึกว่าขอเพียงหวังเยวี่ยมีแก่ใจเป็ห่วงนาง แค่นี้ก็นับว่ามีน้ำใจเพียงพอแล้ว นางเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่ง่ายเลยกว่าพี่สาวจะกลับมาที่บ้านได้สักครั้ง รีบไปสนทนากับท่านพ่อท่านแม่เถิดเ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่มักจะกล่าวถึงท่านให้ข้าฟังบ่อยๆ”
สตรีที่ออกเรือนไปแล้ว ยามกลับมายังบ้านเดิมย่อมนับว่าเป็แขก
มีบ้านใดที่ปล่อยให้แขกทำงานกันเล่า?
หวังเยวี่ยทำงานมาั้แ่เมื่อวาน ยังมิได้หยุดพักเลยแม้แต่น้อย หลี่ชิงชิงเป็คนมีเหตุผล นางย่อมเกรงใจหากปล่อยให้หวังเยวี่ยทำงานแต่ตัวเองกลับไปพักผ่อน
“ข้ายังมิได้กลับไปวันนี้ ยังมีเวลาให้สนทนากับท่านพ่อท่านแม่อีกมาก” ไม่ว่าหวังเยวี่ยจะมองหลี่ชิงชิงในมุมใดก็ล้วนถูกชะตา ดวงของหวังเฮ่าน้องชายคนนี้ดีกว่าหวังจื้อนัก ได้แต่งภรรยาที่ทั้งงดงาม ทั้งรู้จักหาเงิน อีกทั้งยังมีจิตใจที่ดีงามอีก พอนางคิดถึงหวังเฮ่าก็ให้อดเอ่ยมิได้ว่า “หากปล่อยให้เ้าเหนื่อยเช่นนี้ ยามน้องสามกลับมาเห็นเ้าผอมลง เขาคงปวดใจน่าดู”
หลี่ชิงชิงแย้มยิ้ม
หลิวซื่อเปลี่ยนกลับเป็ชุดเก่าแล้ว นางเดินฉับๆ เข้ามาด้วยฝีเท้าเร็วรี่ราวกับติดลมติดไฟ ก่อนเอ่ยเสียงสูงว่า “ชิงชิงไปพักผ่อนเถิด เื่เก็บกวาดครัวปล่อยให้ข้ากับพี่รองของเ้าจัดการก็พอ”
หวังเยวี่ยเร่งเร้าซ้ำ “เร็วเข้า ฟังคำท่านแม่”
“เช่นนั้นต้องลำบากท่านแม่กับพี่รองแล้วเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงต้องทำอาหารเพื่อรองรับงานเลี้ยงทั้งสองกลุ่ม หากไม่เหนื่อยก็คงประหลาดแล้ว นางจึงไม่เกรงใจ เดินหลบออกมาจากห้องครัว ปล่อยให้หลิวซื่อสองแม่ลูกได้สนทนากัน
หวังเยวี่ยทอดสายตาไปยังเงาร่างสะโอดสะองของหลี่ชิงชิงก่อนเอ่ยชมว่า “น้องสะใภ้ช่างดียิ่ง”
“ถูกต้อง ชิงชิงช่างดีเหลือเกิน” หลิวซื่อเริ่มเอ่ยยกยอหลี่ชิงชิงอีกครั้ง นางเล่าทุกเื่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่หลี่ชิงชิงแต่งเข้ามาให้หวังเยวี่ยฟัง
สีหน้าของหวังเยวี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย “น้องสะใภ้รู้วิชาแพทย์หรือเ้าคะ?”
“แน่นอน ฝีมือนางเก่งกาจนัก ชิงชิงสามารถล้างพิษงูได้ด้วยนะ!” น้ำเสียงของหลิวซื่อเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
หวังเยวี่ยกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นเงาของใครอื่น นางก็เอ่ยเสียงกระซิบ “ท่านแม่ ข้าขอให้น้องสะใภ้ช่วยดูได้หรือไม่ว่าข้าจะสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่?”
หลิวซื่อเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “เ้าย่อมตั้งครรภ์ได้ไม่มีปัญหา” ทว่าเมื่อเห็นหวังเยวี่ยเงียบลง นางจึงเอ่ยเสริมว่า “ข้าให้กำเนิดพวกเ้าห้าพี่น้อง มีเ้าคนเดียวที่เหมือนกับข้ามากที่สุด เ้าจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างไร?”
อีกด้านหนึ่ง หลี่เอ้อร์หลินตั้งใจเรียกหลี่ชิงชิงออกมาที่ลานบ้านบริเวณทางเข้าที่สอง ก่อนเอ่ยว่า “น้องสาวแสนดี ข้าครุ่นคิดมาหลายวันแล้ว รู้สึกว่าความคิดที่เ้าวางแผนให้ข้านั้นมีหลักการที่ดีนัก ข้าเชื่อแผนการของเ้า ข้าจะขายซาลาเปากับเ้าก่อน”
่สองสามวันมานี้หลี่ชิงชิงเองก็เฝ้าสังเกตหลี่เอ้อร์หลินเช่นกัน ก่อนจะพบว่าเขาเป็บุรุษที่ดีคนหนึ่ง นางจึงตัดสินใจสอนทักษะการทำซาลาเปาให้เขา และเอ่ยว่า “ดีเ้าค่ะ รอให้เวลาผ่านไป่หนึ่งก่อน จนท่านมีเงินทุนแล้ว ข้าจะสอนท่านทำซาลาเปา หลังจากที่เรียนรู้สำเร็จก็ไปเช่าบ้านในอำเภอใกล้ๆ กับหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนเพื่อขายซาลาเปาเ้าค่ะ”
สายตาของหลี่เอ้อร์หลินท่วมท้นไปด้วยความซาบซึ้ง เขาฉีกยิ้มก่อนเอ่ยว่า “เ้าสอนข้าทำซาลาเปา เช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าทำงานโดยไม่คิดเงิน เ้าเพียงดูแลเื่ที่พักและอาหารให้ข้าก็พอ”
ช่วยไม่ได้หากหลี่ชิงชิงจะมองหลี่เอ้อร์หลินดีขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน
แต่ไหนแต่ไรมานางแพ้ทางไม้อ่อน ไม่ชอบไม้แข็ง ผู้อื่นให้เกียรตินางหนึ่งฉื่อ นางก็จะตอบแทนให้เขาหนึ่งจั้ง
“ท่านคือพี่ชายแท้ๆ ของข้า เดินทางมาไกลถึงเพียงนี้เพื่อเยี่ยมเยือนข้า ทั้งยังช่วยข้าสร้างบ้านอีก บ้านของข้าจะช่วยดูแลท่านเื่อาหารการกินที่พักอาศัยย่อมเป็เื่ที่สมควรอยู่แล้ว ครานี้ท่านจะช่วยข้าขายซาลาเปา อีกทั้งมิใช่เวลาแค่สองสามวันแต่เป็ในระยะยาว การที่ข้าจะให้ค่าตอบแทนแก่ท่าน ย่อมเป็เื่ที่สมควรทำเช่นกันเ้าค่ะ”
หลี่เอ้อร์หลินกลับส่ายศีรษะราวกับกลองป๋องแป๋ง เขาเอ่ยว่า “อย่าเลย ข้ามิอาจรับเงินค่าจ้างจากเ้าได้จริงๆ”
และเพื่อโน้มน้าวน้องสาวของเขา ชายหนุ่มจึงตั้งใจเอ่ยโดยเฉพาะว่า “ข้าไปทำงานที่บ้านพี่สะใภ้ของเ้า ่หน้าร้อนแต่ต้องขุดบ่อน้ำ เกือบโดนแดดเผาตาย ่ฤดูหนาวแต่ต้องขุดบ่อปลา เกือบโดนความหนาวแช่แข็งตาย งานหนึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน ที่พักและการกินของบ้านพี่สะใภ้เ้าก็หาได้ดีไม่ แต่เงินสักแดงเดียวข้าก็ไม่รับเช่นกัน”
หลี่ชิงชิงถามกลับ “พี่สาม หากท่านไม่รับเงินค่าจ้าง ท่านจะหาเงินทุนไปเช่าบ้านในอำเภอได้อย่างไร จะพาพี่สะใภ้หลานชายหลานสาวของข้า ไปทำการค้าด้วยกันได้อย่างไร?”
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยว่า “เมื่อถึงเวลา ข้าจะขอยืมเงินทุนบางส่วนจากเ้า รอกระทั่งข้าได้เงินมาก็จะเอามาคืนเ้าอย่างแน่นอน”
หลี่ชิงชิงมองใบหน้าที่เสียโฉมของหลี่เอ้อร์หลิน นางรู้สึกเขาช่างเข้าตานางนัก หญิงสาวลอบเอ่ยในใจ พี่สามผู้นี้ไม่เลวเลยทีเดียว นางเอ่ยว่า “ยามที่พี่สามี น้องสามี น้องสาวสามีช่วยข้าขายของ ข้าก็มอบเงินตอบแทนให้พวกเขา ดังนั้นข้าจะจ่ายค่าจ้างให้ท่านเช่นกัน!”
หลี่เอ้อร์หลินตัดสินใจแล้วจึงไม่เอ่ยอันใดให้มากความ เมื่อเห็นความอ่อนล้าที่ฉายชัดบนใบหน้าของหลี่ชิงชิง เขาจึงบอกให้นางไปพักผ่อน
เรือนอิฐใหม่ทั้งหมดเพิ่งถูกสร้างขึ้นจึงยังมีกลิ่นตกค้างอยู่สองวัน ห้องนอนของหลี่ชิงชิงกับหวังเฮ่าอยู่ในส่วนที่สอง
หลี่ชิงชิงผลักประตูออกก่อนจะเดินเข้าไป เมื่อเห็นเรือนอิฐที่เป็ของตนและสามี ในใจของนางพลันรู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก มาถึงแคว้นต้าถังได้สามเดือนแล้ว ยามราตรีก็มีตะเกียงน้ำมันเพิ่มขึ้น มีเตาสามเตา มีเรือนอิฐให้อยู่ มีห้องน้ำในเรือนอิฐและสิ่งต่างๆ เื่ราวที่ปรารถนาแต่ละอย่างค่อยๆ กลายเป็ความจริง
“เครื่องเรือนมีน้อยยิ่ง แม้แต่โต๊ะเครื่องแป้งก็ไม่มี หนังสือเองก็มีน้อยเหลือทน ไม่มีแม้แต่เกวียนลา ได้แต่เดินด้วยขาของตนเอง ส่วนเงินก็ใช้จนเกือบหมดแล้วเช่นกัน” หลี่ชิงชิงนอนบนผ้าปูที่นอนผ้าฝ้ายผืนใหม่ ห่มตัวเองด้วยผ้าห่มนวมปุยฝ้าย นางเอ่ยพึมพำกับตนเองและผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆ ประตูก็เกิดเสียงดังปึงปัง ด้านนอกแว่วเสียงร้อนรนเหลือแสนของสตรี ะโดังเข้ามาว่า “ชิงชิง รีบตื่นเร็วเข้า เ้ารีบลุกขึ้นมาช่วยคนเร็วเข้า!”
--------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เหว่ยฉือ (未时) หมายถึง ่เวลา 13.00-15.00 น.
