หยางเฉินตกตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นวางถ้วยยาไว้บนโต๊ะ กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า "รั่วซีที่รัก ดื่มนี่แล้วทานข้าวปั้นตามนะครับ จะได้ไม่ขม”
หลินรั่วซีเดินลงมาข้างล่าง แล้วหยิบถ้วยยาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพร้อมเผยรอยยิ้มเล็กน้อย "นายหลอกเด็กให้กินยาอยู่หรือไง ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ"
หยางเฉินยิ้มกว้างกล่าวว่า "สำหรับผมคุณยังเป็เด็กตลอดกาล"
หลินรั่วซีไม่พอใจเล็กน้อย "พูดอย่างนี้ได้ยังไง อายุนายไม่ได้เยอะไปกว่าฉันด้วยซ้ำ"
"ผมอยากดูแลเด็กไม่ได้เหรอครับ?" หยางเฉินกล่าว
ใบหน้าของหลินรั่วซีแดงเป็ลูกพีช เธอตอบเขาด้วยเสียงตะกุกตะกัก "ฉันไม่เคยบอกหรือไงว่าให้พูดจาดีๆ หน่อย"
ป้าหวังที่ดื่มยาเสร็จแล้วมองดูหนุ่มสาวปรับความเข้าใจกัน เธอเดินยิ้มขึ้นชั้นบนอย่างเงียบๆ
หลินรั่วซีก้มหน้าดื่มยาไปอึกหนึ่ง ก็ขมวดคิ้วก่อนจะแลบลิ้นออกมาเล็กน้อย
หยางเฉินไม่สามารถช่วยอะไรได้ เขายิ้มพลางเปิดถุงพลาสติกนำข้าวปั้นจีนออกมายื่นให้หลินรั่วซี
หลินรั่วซีมองขนมข้าวปั้นตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เธอรีบคว้าข้าวปั้นจากมือของหยางเฉินแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างรวดเร็วพร้อมอธิบายว่า
"ฉันแค่ไม่อยากให้เสียของ ถ้าปล่อยค้างคืนไว้มันจะเสียเอา เปลืองเงินไปโดยใช่เหตุอีก"
"คุณฝึกฝนการเป็คนประหยัดอยู่ใช่มั้ยครับ?" หยางเฉินพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
หลินรั่วซีพึมพำว่า "รู้ก็ดีแล้ว" ก่อนจะดื่มยาเข้าไปอีกอึกหนึ่ง แล้วตามต่อด้วยขนมข้าวปั้น
เมื่อหลินรั่วซีทานยาเสร็จ ขนมข้าวปั้นก็หมดกล่องพอดี หยางเฉินรู้สึกว่าถ้ามีแข่งกินข้าวปั้น อย่างน้อยหลินรั่วซีจะต้องเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอน
หยางเฉินเก็บถ้วยชามที่ว่างเปล่าเดินเข้าไปในครัว และเริ่มต้นทำความสะอาดเครื่องมือต้มยาและถ้วยชามต่างๆ
หลินรั่วซียืนมองแผ่นหลังหยางเฉินอยู่ที่ทางเข้าห้องครัว ความรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นภายในจิตใจของเธอ เธอหวังให้่เวลานี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า
เมื่อหยางเฉินทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินรั่วซีก็ได้สติ เธอทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หยางเฉินเห็นดังนั้นก็ถามอย่างสงสัยว่า "คุณไม่ไปนอนเหรอครับ?"
"หือ?... ฉัน... ฉันมีเื่ที่จะต้องบอกนาย" หลินรั่วซีนึกขึ้นได้ว่ายังมีเื่ที่ต้องบอกหยางเฉินพอดี
"เื่อะไรครับ?" หยางเฉินถาม
"ตอนที่อยู่สถานีตำรวจ เอี๋ยนเอี๋ยนบอกว่าจะมีงานปาร์ตี้ในคืนวันศุกร์ และฉันอยากให้นายไปกับฉัน" หลินรั่วซีกล่าว
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะหลินรั่วซีไม่ค่อยมีส่วนร่วมในงานสังสรรค์ และงานสาธารณะต่างๆ
หลินรั่วซีกล่าวต่อว่า “ฉันรู้ว่าฉันไม่ค่อยได้ไปงานพวกนี้เท่าไหร่ แต่ถ้านายได้ไปพบปะผู้คนมากขึ้น มันจะเป็ประโยชน์กับนายในอนาคต"
หยางเฉินเข้าใจได้ทันที หลินรั่วซี้าให้เขาหาคอนเนคชั่นกับคนใหญ่คนโตในงานพวกนั้นนั่นเอง
"ผมไม่เห็นว่ามันจำเป็ และผมก็ไม่้าเงินเดือนมากไปกว่านี้ด้วย อีกอย่างคุณก็ทำงานจนเหนื่อยมากพออยู่แล้ว ถ้าไม่มีเวลาว่างเลยชีวิตก็ดูจะน่าเบื่อเกินไป" หยางเฉินกล่าว
หลินรั่วซีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า "นายก็รู้ว่าฉันเหนื่อย ทำไมไม่ช่วยฉันล่ะ ข้างนอกนั่นมีคนหนุ่มมากมายดิ้นรนต่อสู้อย่างหนัก ทำไมนายไม่ทำแบบพวกเขาบ้าง นายอยากใช้ชีวิตไปวันๆ แบบนี้ไปตลอดหรือไง?"
หยางเฉินถึงกับพูดไม่ออก อันที่จริงทุกวันนี้เขาใช้รถของภรรยา อยู่อาศัยในบ้านภรรยา งานที่ทำก็เป็งานที่ภรรยายื่นให้อีก
หลินรั่วซีรู้ตัวว่าพูดแรงเกินไป จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงขอโทษว่า
"ฉันไม่ได้บอกว่านายไม่ดี... แต่ฉันคิดว่านายสามารถทำมันได้ แต่นายเลือกที่จะไม่ทำเท่านั้น ฉันไม่ได้คาดหวังว่านายจะทำได้ในตอนนี้ แต่ฉันหวังว่าในอนาคตฉันจะสามารถฝากบริษัทไว้ในมือนายได้... ฉันไม่ได้เป็ผู้หญิงเก่ง ฉันก็อยากอยู่บ้านเป็แม่บ้านเหมือนกันถ้าเป็ไปได้ ทุกวันนี้ฉันต้องคอยคิดแผนการ เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ เพื่อทำให้บริษัทอยู่รอด ถ้าฉันไม่อยู่ในตำแหน่งนี้ ฉันก็ไม่อยากเอาชนะบริษัทฉางหลิน และไล่คนคนนู้นคนนี้ออก แต่จะให้ฉันทำอย่างไรได้ ในเมื่อพนักงานทุกคนต่างก็หวังพึ่งพาฉัน... นายเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดหรือเปล่า”
หยางเฉินพยักหน้ายิ้มและกล่าวว่า "ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไปกับคุณ"
ส่วนเื่การรับ่ต่อบริษัทอวี้เหล่ยนั้น? แน่นอนว่าหยางเฉินไม่้าเลยสักนิด แต่ถ้ากล่าวปฏิเสธในตอนนี้ เขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับราชินีน้ำแข็งผู้โหดร้ายอย่างแน่นอน
หลินรั่วซีได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้ายินดีออกมาทันที
"นายไม่ต้องกดดันไป โชคดีที่เ้าภาพงานเลี้ยงครั้งนี้เป็ตระกูลอันดับสองของจงไห่ ตระกูลหลิ่วเ้าของบริษัทเมฆาหยก แม้จะยังเป็รองตระกูลหยวน แต่ตระกูลหลิ่วก็ยังเป็ตระกูลที่ทรงอิทธิพลในเมือง"
ตระกูลหลิ่ว? บริษัทเมฆาหยก?
หยางเฉินจำได้ใจว่าคู่หมั้นของอันซิน ที่เขาเจอในวันนั้นเป็นายน้อยตระกูลหลิ่วไม่ใช่หรือไง? ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะชื่อหลิ่วหยุน...
ไม่แปลกใจเลยที่พ่อของอันซินอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับหลิ่วหยุน เพราะเขามีพื้นเพที่ไม่ธรรมดานี่เอง
"นี่คืองานประมูลการกุศล เริ่มแรกจะเป็งานเต้นรำ จัดที่โรงแรมเมฆาหยก แน่นอนว่าคนที่ไปงานจะมีแต่นักการเมืองและนักธุรกิจที่ร่ำรวย ซึ่งสามารถสนับสนุนนายได้" หลินรั่วซีอธิบาย
หยางเฉินพยักหน้ากล่าวว่า "แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะรับมือกับคนจำนวนมากงั้นเหรอ"
หลินรั่วซีเข้าใจความหมายของหยางเฉิน แน่นอนว่าหญิงสาวเองก็ย่อมเป็เป้าหมายของผู้คนด้วยเช่นกัน
"อย่าคิดมาก ตราบใดนายทำงานอย่างจริงจัง สักวันหนึ่งทุกคนจะเข้าหานายเอง" หลินรั่วซีกล่าว
"ผมแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงของผมถูกคนอื่นล้อมรอบ" หยางเฉินกะพริบตาไปที่หลินรั่วซี
หลินรั่วจ้องตาหยางเฉินพร้อมกล่าวว่า "นี่นายจะไม่จริงจังกับงานสักครั้งเลยใช่มั้ย?"
"ผมไม่จริงจังอย่างงั้นเหรอ?" หยางเฉินพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่
"แล้วตรงไหนล่ะที่จริงจัง!" หลินรั่วซีพูดขึ้นอย่างมีน้ำโห พร้อมวิ่งขึ้นชั้นบนพร้อมรองเท้ากระต่ายขนปุย
หลังจากทำความสะอาดข้าวของและเก็บจนเรียบร้อยแล้ว หยางเฉินก็ขึ้นไปในห้องของตัวเอง เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา... ชายหนุ่มสูดหายใจลึก ๆ ราวกับว่ากำลังมุ่งมั่นกับอะไรบางอย่าง
หยางเฉินรัวแป้นพิมพ์ใส่เบราว์เซอร์อย่างรวดเร็วราวกับเด็กประถมใส่ URL มั่วๆ แต่ทว่าหน้าเบราว์เซอร์กับปรากฏหน้าวิดีโอคอล ที่เป็รูปนกอินทรีสีฟ้ากำลังทะยานขึ้นมาอย่างได้อัศจรรย์
"ระบบกำลังรอการเชื่อมต่อ..."
ประมาณหนึ่งนาที นกอินทรีสีฟ้าก็หายไป เผยให้เห็นใบหน้าขาวซีดของชายชาวตะวันตก
ใบหน้าของชายผู้นี้เต็มไปด้วยรอยสักรูปร่างประหลาด คู่ดวงตาสีมรกตอันคมกริบคล้ายเสือดาวกำลังมองเหยื่อ ผมสีน้ำตาลที่ถูกสวมทับด้วยหมวกทหารเรืออังกฤษ
"มีอะไรให้โซรอนรับใช้หรือครับท่านเฮดีส!" ชายที่ชื่อโซรอนกล่าวทักทายอย่างนอบน้อมด้วยสำเนียงอังกฤษ ดวงตาที่มองมายังหยางเฉินคล้ายจะมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา
ได้ยินเสียงของเพื่อนเก่าแบบนี้ แววตาหยางเฉินก็ปรากฏความอ่อนโยน เขากล่าวตอบด้วยภาษาอังกฤษว่า
"ไม่เจอกันนานนะโซรอน นายเป็ไงบ้าง?"
"นอกจากคิดถึงท่านเฮดีสแล้ว พวกเราทุกคนสบายดีครับ" โซรอนดูเหมือนจะหัวเราะ แต่ใบหน้าที่แข็งทื่อดูจะไม่สอดคล้องกันอย่างยิ่ง
หยางเฉินหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ พ่นควันเป็รูปวงแหวนพลางกล่าวว่า
"โซรอน บอกกี่ครั้งแล้วว่านายไม่ใช่ทาสของฉัน ทั้งยังไม่ใช่คนรับใช้ นายเป็เพื่อนของฉัน ทำตัวตามสบายเถอะ"
โซรอนยิ้มเผยให้เห็นฟันดำคล้ำ "ท่านเฮดีส ผมโอเค แต่ท่านควรเข้าใจว่าท่านเป็ผู้มีพระคุณของผม พวกเราส่วนใหญ่มีความคิดเช่นเดียวกัน ผมก็เชื่อว่าพวกเราทุกคน อยากเป็เพื่อนกับคนที่แข็งแกร่งเช่นท่าน แต่... ความคิดแบบนี้มันเป็เื่ที่ยุ่งยาก และต้องให้เวลาพวกเราได้ปรับตัว"
"เอาล่ะ ดูเหมือนว่านายจะติดต่อกับตาแก่คอนสแตนตินอยู่เสมอสินะ นายเริ่มเหมือนหมอนั่นไปทุกทีแล้วสิ" หยางเฉินยิ้ม
โซรอนหัวเราะกล่าวว่า "รอนเป็คนที่น่าสนใจคนหนึ่ง แต่เขาก็ตระหนี่อย่างมาก สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเพิ่งกลับมาจากอิตาลี รู้ไหมว่าเขาให้มาร์การิต้าปี 80 เพียงสองขวดเท่านั้น"
"ลืมไปแล้วเหรอว่าคติประจำใจของรอนเป็ยังไง?" หยางเฉินถาม
“อ้าใช่... สำหรับคนขี้เหนียวแบบหมอนั่นก็เกินเยียวยาจริงๆ ผมก็หวังว่าซาตานจะยกโทษให้ตาแก่นั่นเหมือนกัน”
"เขาเป็คาทอลิกคุณไม่ต้องกังวลหรอก" หยางเฉินกล่าวอย่างสนุกสนาน
โซรอนส่ายหัว "ไม่ ไม่ เชื่อผมเถอะเ้านั่นมันเป็คาทอลิกเก๊ เขาไม่สามารถไป์ได้อย่างแน่นอน เสื้อผ้าที่เขาใส่ก็แค่เครื่องมือหลอกลวงผู้หญิงเท่านั้น และเขายังขายขีปนาวุธข้ามทวีปอีก นั่นทำให้ผมไม่พอใจอย่างมาก"
หยางเฉินเห็นโซรอนมีท่าทางอันโกรธเกรี้ยวก็ไม่สามารถช่วยอย่างไรได้ ทำได้เพียงหัวเราะออกมาเสียงดัง
"นายยังตลกเหมือนเดิมนะ"
"ท่านเฮดีส มันร้ายแรงมากนะครับ ทำไมท่านถึงคิดว่ามันเป็เื่ตลกไปได้ ว่าแต่ทำไมท่านถึงกลับไปประเทศจีน? ประเทศที่แม้แต่จะใช้ปืนกลยังต้องขออนุญาตจากรัฐบาล" โซรอนกล่าว
"คงไม่มีประเทศไหนที่จะตอบสนองความ้าของนายได้แล้วล่ะโซรอน ฉันบอกไม่ได้ว่ากลับมาที่จีนทำไม แต่ที่ฉันติดต่อนายในวันนี้เพราะคิดว่านายน่าจะช่วยเหลือฉันได้"
โซรอนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับลุกขึ้นยืนทันที
"ท่านเฮดีส ในที่สุดท่านก็้าแผ่ขยายความชั่วร้ายอีกครั้งแล้วใช่มั้ยครับ ยังไงดีครับ เริ่มจากตะวันออกกลางดีไหม? หรือไม่ก็แอฟริกาเหนือ หรือป่าฝนอะเมซอนดี? โอ้พระเ้า!!! หากมีเรือประจัญบานอยู่ในคลังล่ะก็ ผมคิดว่าผมสามารถทำได้ แต่จริงๆ แล้วแค่ส่งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ไปไม่กี่ลำก็น่าจะเพียงพอแล้ว!”
หยางเฉินสั่นศีรษะอย่างเหนื่อยอ่อน "โซรอน ตอนนี้โลกสงบมากแล้ว ฉันไม่อยากเป็ผู้ริเริ่มานะ"
"โอ้พระเ้า... ผมต้องขอโทษด้วย ผมลืมไปว่าท่านเฮดีสอยู่ในระดับพระเ้า ถ้าอย่างนั้นท่านจะให้ผมทำอะไรเหรอครับ!"
"ขอบคุณโซรอน อันที่จริงมันง่ายมาก ฉันอยากให้นายส่งทีม ''เหยี่ยวทะเล'' มาประเทศจีนหน่อย ขอเป็หน่วยลาดตระเวนและถนัดการพรางตัวเป็ใช้ได้ ไม่ต้องต่อสู้เก่ง นอกจากนี้ฉันอยากให้นายช่วยฉันค้นหาที่อยู่ของคน แต่ต้องเก็บเป็ความลับสุดยอด แน่นอนข้อมูลของบุคคลนั้นและข้อมูลการติดต่อ ฉันจะส่งไปให้นายเอง" หยางเฉินร้องขอโดยตรง
โซรอนทำความเคารพแบบทหารเรือ "รับทราบครับผม!"
"ขอบคุณ" หยางเฉินยิ้ม แล้ววางสาย พร้อมส่งข้อมูลที่เตรียมไว้ให้กับโซรอน
เมื่อเสร็จเื่แล้วหยางเฉินก็นั่งลงบนเตียงตั้งใจจะนอนหลับพักผ่อน แต่แล้วโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นอีกครั้ง
