บทที่ 113 ดึงิญญามาปรุงโอสถ
เมื่อการต่อสู้ที่ดุเดือดผ่านไป ในถ้ำเวลานี้ทุกคนต่างก็ได้รับในสิ่งที่พึงพอใจ แน่นอนว่าความพึงพอใจที่ว่ามานั้นก็เป็เพียงการฝืนใจเพื่อประนีประนอมต่อกันเท่านั้น เพราะความปรารถนาของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในขณะที่ขาดความสามารถ ถึงจะยับยั้งความอยากมีอยากได้พวกนั้นไว้ได้
เมิ่งเทียนอวิ๋นติดตามเมิ่งเสวียนโตวไปที่ห้องโถงด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นเต้น ตลอดทางมานี้เขาไม่ได้พบกับลู่อวี่เลย อีกทั้งยังเสียเวลาไปมากตอนอยู่ในห้องโถงกลาง ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือของเมิ่งเสวียนโตว เขาถึงได้่ชิงเอายาอายุวัฒนะและวัตถุดิบสำคัญในห้องปรุงโอสถจากมือของชายชุดดำผู้นั้นมาได้ครึ่งหนึ่ง นี้จึงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงอารมณ์ดีเช่นนี้
ทว่าลู่อวี่ที่เปรียบเสมือนหนามทิ่มแทงอยู่ในใจของเขาจึงไม่สามารถที่จะไม่สามารถละเลยได้ ดังนั้นหากไม่เห็นลู่อวี่ เขามักจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอ ถึงกับแอบสาปแช่งในใจ หากลู่อวี่ถูกลืมทิ้งไว้ในถ้ำก็คงดีไม่น้อยเลยไม่ใช่หรือ?
ตระกูลเมิ่งเองก็ไม่ได้มี่เวลาที่ดีเช่นกัน นอกจากเมิ่งเทียนอวิ๋นและเมิ่งเสวียนโตวแล้ว ยอดฝีมือขั้นตงซวนสามคนที่ติดตามมาได้สิ้นใจชีวิตไปคนหนึ่ง อีกทั้งยังาเ็ไปคนหนึ่งตอนที่พวกเขายื้อยุดฉุดกระชากสมบัติอยู่กับกลุ่มนักพรตสันโดษกลุ่มหนึ่ง แม้ว่าท้ายที่สุดไม่เพียงแต่ยึดสมบัติไปได้เท่านั้น แต่ยังสังหารกลุ่มนักพรตกลุ่มนั้นทิ้งไปครึ่งหนึ่งอีกด้วย สิ่งนั้นยังทำให้เมิ่งเทียนอวิ๋นโกรธจัด เมื่อใดก็ตามที่เขาพบกับนักพรตสันโดษระหว่างทาง ก็จะลงมือฆ่าพวกเขาทิ้งโดยไม่คำนึงถึงอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
ระหว่างที่ไปทางห้องโถงด้านหลังก็มีนักพรตอยู่กันไม่มากนัก แต่กลับมีค่ายกลกระบี่ ด่าน และกับดักที่มากจนเหลือคณานับเสียมากกว่า ถึงแม้จะเป็เช่นนั้นพวกเขาก็ค้นพบสถานที่ซ่อนสมบัติอยู่อีกหลายแห่ง ทำให้การเดินทางก็ช้าลงอย่างมาก ต่อให้จะมียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าเมิ่งเสวียนโตวผู้นี้อยู่ แต่ค่ายกลกระบี่และด่านต่างๆ มากมายเขาก็ไม่กล้าที่จะบุกเข้าไปโดยที่ไม่ได้เตรียมการใด
ส่วนในอีกด้านหนึ่ง กระบวนการค้นหาสมบัติของกลุ่มอาจารย์ค่ายกลกระบี่และนักพรตสันโดษขั้นเกิดเทพเ้าเหวินจงหยวน มีความปลอดภัยและผ่อนคลายกว่ามาก แน่นอนว่าหากไม่นับการต่อสู้ครั้งก่อนกับบุรุษที่มีแสงสีเขียวผู้นั้น และที่ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อตกลงบางอย่างกันอย่างจำใจ การร่วมทางล่าสมบัติครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
ทั้งสองคนต่างก็เป็นักพรตสันโดษ จึงไม่สนใจของที่ตระกูลใหญ่พวกนั้นจับตามากนัก แม้ว่าหลักๆ แล้ว จะมุ่งหน้าไปยังห้องโถงด้านหลัง แต่ขั้นตอนของรายละเอียดในการค้นหาก็ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลเมิ่งจะเทียบติดได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลู่อวี่และตู้เสวียนเฉิงสองคนนี้ ที่ทำราวกับวิ่งตรงไปที่ห้องโถงด้านหลังโดยไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ เลย แต่ระหว่างทางไม่ได้อะไรมาเลย
ในห้องโถงด้านหลัง!
เวลานี้ ใบหน้าของเด็กชายบูดบึ้งนัก เพราะเขาไม่คิดมาก่อนว่า เด็กหนุ่มผู้นี้ที่มีพลังยุทธ์ขั้นฟันฝ่าจะยังคงยืนหยัดอยู่ได้จนถึงตอนนี้ หลังจากเห็นลู่อวี่กินยาอายุวัฒนะเข้าไปเม็ดหนึ่ง ใบหน้าที่ซีดเซียวก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที จากนั้นก็เห็นสายฟ้าหนึ่งฟาดลงมาอีกครั้ง
แสงสีทองป้องกันที่ปล่อยออกมาจากอาวุธวิเศษระฆังสีทองของเด็กชายไม่มั่นคงเอาเสียเลยในเวลานี้ ไม่ว่าอาวุธวิเศษของใคร หากถูกเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวของลู่อวี่ถล่มหลายสิบครั้ง ก็ไม่สามารถทนได้เช่นเดียวกัน!
เดิมที เด็กชายซ่อนตัวอยู่ในกับดักของค่ายกลกระบี่โดยหวังว่าจะใช้การลอบโจมตีเพื่อจัดการกับลู่อวี่ให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่หลังจากการลอบโจมตีหลายครั้งล้มเหลว และอยู่ในสภาพที่เกือบจะได้รับาเ็ เขาจึงทำได้เพียงออกมาโจมตีอีกครั้ง
แม้ว่าร่างกายของเขาเองจะถูกแช่แข็งมานับหมื่นปี และยังดูเยาว์วัยอยู่ แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ร่างกายส่วนใหญ่ของตัวเองเหมือนจะเน่าเปื่อยไปแล้วครึ่งหนึ่ง หากยังไม่สามารถหาร่างที่เหมาะสมมาได้ ไม่ว่าจะมีพลังยุทธ์สูงเพียงไหนก็ตามเขาก็คงยืนหยัดอยู่ต่อได้อีกไม่นาน ยิ่งกว่านั้น เขาก็มีพลังยุทธ์อยู่เพียงขั้นตงซวนเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้เขาท้อแท้และไม่มีทางเลือกก็คือ เขาคิดว่ามีสายตาที่เฉียบแหลมไม่น้อย แม้ว่าเขาจะพยายามเลือกแล้วเลือกอีกจนได้ลู่อวี่มาเป็เป้าหมาย แต่บุรุษผู้นี้ก็เป็โรคจิตผู้หนึ่ง คนที่มีพลังยุทธ์ขั้นฟันฝ่าประลองฝีมือกับขั้นตงซวนในสมัยโบราณก็ไม่ใช่เื่ใหม่อะไร อัจฉริยะหลายคนก็สามารถทำได้ แต่ให้ตายเถิด คนปรุงโอสถที่มีพลังยุทธ์ขั้นฟันฝ่าผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่ได้เพราะยาอายุวัฒนะ ตอนนี้มีแนวโน้มที่จะเอาชนะเขาได้ด้วย ซึ่งทำให้เด็กชายไม่พอใจหนักเข้าไปอีก
หรือว่าโลกการเล่นแร่แปรธาตุในปัจจุบันเจริญรุ่งเรืองมากกว่าสมัยโบราณ? แม้ว่าตัวเองจะเป็เพียงเด็กปรุงโอสถ แต่ท่านปู่ก็ไม่ใช่ปรมาจารย์ปรุงโอสถ เพียงมีระดับพลังยุทธ์ที่สูงมากพอกันเท่านั้น ในแง่ระดับความสามารถในการปรุงโอสถก็ไม่ได้สูงกว่าตัวเองมากนัก แต่เหตุใดในขณะที่ตัวเองก็กินยาอายุวัฒนะเช่นเดียวกันแต่ยังไม่ได้ผลมากนัก แต่บุรุษที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้กลับแข็งแรงมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ!?
ตอนนี้ลู่อวี่ไม่คิดอะไรทั้งนั้น เพียงกินยา และกระตุ้นและปรับเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียว ในเวลาเดียวกันก็แบ่งจิตออกเป็สามส่วน เพื่อควบคุมไฟแท้หนิงคง และกระบี่เปลวเพลิงสีแดงเพื่อปกป้องตัวเขาเอง
เขาดูออกแม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของเด็กชายจะสูงพอ แต่ตอนที่ควบคุมการโจมตีของพระจันทร์เสี้ยวและเชือกผูกะนั้นไม่สามารถโจมตีได้เต็มที่ และทำได้เพียงพึ่งพาระฆังทองคำป้องกันเท่านั้น นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกโล่งใจไม่น้อย
อันที่จริง ต่อให้เด็กชายจะเป็คนสำคัญในสมัยโบราณ แต่นั่นมันบ่งบอกถึง่เวลาที่เขาประสบพบเจอมาเท่านั้น ทว่าในแง่สถานะและตัวตนเดิมของเขา จะให้มีวิทยายุทธ์และเคล็ดวิชาลับมากมายเหมือนลู่อวี่ได้อย่างไร ขนาดเลือกวิทยายุทธ์ที่เหมือนกันก็ต้องใช้เวลาหลายวัน ตอนนี้เด็กชายมีอาวุธวิเศษแล้วสองชิ้นพร้อมกับเคล็ดวิชาพลังเวทอีกหนึ่ง ต่อให้อยู่ในสมัยโบราณก็ถือว่าเป็บุคคลที่เก่งกาจมากแล้ว ทุกวันนี้ หากไม่ได้มาพบกับโรคจิตเช่นลู่อวี่ เขาคงจะฆ่าทุกคนไปนานแล้ว แต่ไม่ใช่กับคนที่มีพลังยุทธ์สูงกว่าเขา ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถรอดจากการเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่กระบวนท่าของเขาได้
ทันใดนั้น เงาเชือกสีทองก็เข้ามาพันรอบตัวของเขาไว้ราวกับแส้ ลู่อวี่อุทานออกมาด้วยความใ “ยังจะมีอีกหรือ!”
ขนาดที่ปากก็ะโอยู่นั้น คนก็หายวับไปเสียแล้ว กระบวนท่านี้เขารับมือด้วยไม่ได้จริงๆ หากเขาไม่มีโซ่ไฟแท้หนิงคงที่แปลงร่างมาจากไฟแท้หนิงคงที่ยังพอตะลุมบอนด้วยได้ เขาคงถูกเชือกผูกะนี้จับตัวไปแล้ว วิธีการโจมตีที่อันตรายของอาวุธนี้ นอกจากจะใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดในการหลบเลี่ยงแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีวิธีการใดที่จะรับมือกับมันได้ หากเขามีกระบี่บินระดับอาวุธวิเศษป้องกันอยู่ในมือ เขาคงจะยังพอมีวิธีจู่โจมหรือตัดเชือกผูกะนี้ทิ้งได้ แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย
เมื่อเห็นลู่อวี่หนีการจู่โจมของตัวเองได้อีกครั้ง เด็กชายก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะทุกครั้งที่เขาใช้เชือกผูกะ ต้องใช้พลังจิตในตัวเยอะไม่น้อย แม้ว่าจะใช้ยาอายุวัฒนะหลายครั้งเพื่อมาชดเชยพลังจิตที่ตัวเองใช้งานไปบางส่วนก็ตาม แต่ฟื้นตัวกลับตามส่วนที่ใช้ไปทัน ยิ่งกว่านั้นเขายังต้องประคับประคองการป้องกันของระฆังทอง และการโจมตีของทางพระจันทร์เสี้ยวไว้ด้วย ในขณะที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เวลาที่ยิ่งนานเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าความหวังที่จะชนะได้นั้นค่อยๆ เลือนรางจางหายไปเรื่อยๆ
“ตูม!” เด็กชายถูกโจมตีด้วยเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวของลู่อวี่อีกครั้ง แสงสายฟ้าสีม่วงทำให้ใบหน้าของเขาขาวซีด และเขาก็รู้แล้วว่าต้องออกไปจากที่นี่ตอนนี้ มิเช่นนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลู่อวี่ที่โกรธเกรี้ยวอยู่จะทำอะไรกับเขาบ้าง
ก่อนจะจากไป เขาต้องกดดันให้ลู่อวี่ถอยออกไปก่อน แม้ว่าจะมีกับดักค่ายกลกระบี่ค่อยช่วยเสริม แต่เขาก็ไม่กล้าชะล่าใจ ดังนั้นจึงหยิบเอายาอายุวัฒนะออกมากินอีกเม็ด ก่อนจะเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันก็สั่งการให้เชือกผูกะเข้าไปโจมตีอีกครั้ง
แม้ว่าลู่อวี่จะไม่ได้สังเกตเห็นอุบายใดจากเด็กชาย แต่เขาก็ไม่ได้ทำตัวตามสบายอย่างสีหน้าที่แสดงออก ดังนั้นเมื่อเชือกผูกะเข้ามาโจมตีอีกครั้ง ทันทีที่แสงบนตัวกะพริบก็หายวับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเด็กชายห่างออกไปประมาณสามจั้ง ในขณะเดียวกันก็ปล่อยเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวในมือที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วใส่ทันที ส่วนกระบี่เปลวเพลิงไฟสีแดงที่อยู่ห่างออกไปไกลก็แยกตัวออกเป็แสงกระบี่สามแสง แล้วพุ่งพรวดเหมือนธนูเข้ามาหาเด็กชายทันที ส่วนทางโซ่ไฟแท้หนิงคงก็ต่อสู้พันกันอุตลุดอยู่กับเชือกผูกะด้วยแรงที่มีทั้งหมด แม้แต่ลู่อวี่ก็ยืมเอาพลังจิตที่แข็งแกร่งมาควบคุมโซ่ไฟแท้หนิงคง และเชือกผูกมัดะที่พันกันอยู่จากนั้นก็ใช้เงื่อนตายผูกพวกเขาไว้ด้วยกัน
“บูม!” ในที่สุดระฆังทองป้องกันของเด็กชายก็พังทลายลงเสียงดังสนั่น ในเวลาเดียวกันนั้นก็ต้องรับผลพวงจากการโจมตีเข้ามาของเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวด้วย หลังจากกรีดร้องและกลิ้งตัวออกไป ส่วนหน้าอกและหน้าท้องทั้งหมดก็กลายเป็สีดำไหม้เกรียม ซึ่งทำให้เด็กชายที่เดิมทีเนื้อตัวเน่าเปื่อยและเสียหายไปกว่าครึ่งแล้วใกลัวจนิญญาลอยออกจากร่างไปแล้ว
เขาเป็เพียงเด็กปรุงโอสถที่เป็เ้านิกาย “จิ่วโจวกวน” มีประสบการณ์น้อยมากในการต่อสู้กับผู้อื่น เพราะเอาแต่ฝึกฝนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เมื่อมาถูกกดดันกับความเป็ความตายเช่นนี้ ธาตุแท้ของเขาก็ถูกเปิดเผยออกมาทันที
“ย้ากกก ลู่อวี่ นายน้อยลู่อวี่ โปรดให้อภัยข้าด้วย ข้าเพียงอยากได้ร่างกายเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อเท่านั้น ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอคารวะท่านเป็นาย เพียงท่านปล่อยให้ข้าได้มีชีวิตต่อจะให้ข้าทำอะไรก็ได้ ข้าขอร้องล่ะ!” เสียงร้องที่ดังฟังชัดและน่าสังเวชของเด็กชาย ทำให้ลู่อวี่ที่เตรียมนิ้วทะลวงฟ้าไว้แล้วก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ เมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองพบเจอมา ก็รู้สึกลังเลใจไม่น้อยเลย
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เด็กชายผู้นี้ก็ล่วงเกินตัวเขาเอง และถึงขั้นเื่คิดที่จะฆ่าเขาให้ตาย มันก็ต้องชดใช้ตามราคาที่สมควร
ลู่อวี่พูดอย่างเ็า “ไว้ชีวิตเ้า ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ฆ่าเ้าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับข้าอยู่แล้ว แต่เ้าก็ต้องให้เหตุผลกับข้ามาว่าเหตุใดถึงไม่ให้ฆ่าเ้า!”
เด็กชายนอนอยู่บนพื้น ร่างกายแข็งทื่อไปหมด มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่สามารถขยับได้เล็กน้อย ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกฉายแววในดวงตา ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เสแสร้งไม่ได้แล้ว
“ข้ามอบอาวุธวิเศษทั้งหมดของข้าให้ท่านหมดเลย ยังมีพลังเวทนั้นข้าก็ให้ท่านได้ด้วยเหมือนกัน ขอเพียงท่านช่วยให้ข้าได้มีชีวิตต่อ ร่างกายของข้าทนต่อไปไม่ได้แล้ว!”
ลู่อวี่พูดอย่างเฉยเมย “เ้าจะตายแล้ว อาวุธวิเศษมันก็ต้องเป็ของข้าอยู่แล้ว ส่วนพลังเวท หึหึ แม้ว่าจะไม่เลว แต่เ้าคิดว่าข้าจะสนใจหรือ?”
เด็กชายถึงกับตาเบิกกว้าง รู้สึกทำอะไรไม่ถูกหลังจากได้ฟังคำพูดของลู่อวี่ อันที่จริงเขาถูกแช่แข็งมาเป็หมื่นปี ความคิดและนิสัยยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนที่จะถูกแช่แข็ง เพียงหลุดออกมาจากผนึกได้โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะถูกความเป็ความตายบีบบังคับก็เลยเติบโตขึ้น คิดออกเพียงเพียงว่าต้องไปยึดครองร่างคนอื่นเพียงนี้เท่านั้น พูดไปก็น่าสงสาร และยิ่งซวยไปใหญ่เมื่อได้มาพบกับคนอย่างลู่อวี่ ที่ไม่ว่าสถานะ การสืบทอด หรือทรัพย์สินที่สมบูรณ์แบบมาก มิฉะนั้นความหวังที่จะสำเร็จของเขาก็คงมีสูงอยู่
เด็กชายที่ไม่คิดว่าจะหาทางแก้ปัญหาอื่น มองลู่อวี่เพื่อขอความช่วยเหลือ และถามว่า “แล้วนายน้อยว่าข้าควรทำอย่างไรดี?”
ลู่อวี่เองก็ปวดหัวเช่นกัน แต่ทันใดนั้นก็นึกขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามไปว่า “เ้าปรุงโอสถได้? เป็คนปรุงโอสถขั้นใดเล่า?”
“ขั้นห้า!” ดวงตาของเด็กชายเป็ประกายคนปรุงโอสถขั้นห้า ถือว่าเป็คนปรุงโอสถที่เก่งมากแล้วในยุคสมัยของเขา หากนายน้อยจากตระกูลลู่ผู้นี้อยากให้ตัวเองช่วยปรุงโอสถให้แล้วละก็ เขาก็ต้องมีชีวิตรอดอย่างแน่นอน และไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาเลยหากจะค้นหาร่างกายจากที่ไหนสักแห่ง ดังนั้นจึงกล่าวเสริมไปอีกว่า “ต่อให้เป็ยาอายุวัฒนะขั้นสี่ ข้าก็น่าจะทำได้!”
ลู่อวี่พยักหน้าโดยไม่บอกได้หรือไม่ได้ คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “เ้าหยุดคิดเื่จะชิงร่างใครมาเป็ร่างตัวเองได้แล้ว หากเช่นนั้นข้าจะไม่ไว้ใจเ้า โดยเฉพาะเ้าที่เคยมีประวัติมาก่อน ตอนนี้เ้ามีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น หนึ่งให้ข้าฆ่าเ้าทิ้งซะ แล้วข้าก็เอาของไป สองคือข้าจะดึงิญญาของเ้าออกมา แล้วใส่ลงในอาวุธวิเศษเตาหลอมยาวิเศษของข้า แล้วเ้าอยู่ปรุงโอสถให้ข้าร้อยปี หากเ้าทำตัวดีบางทีข้าอาจหาร่างให้เ้าใหม่ หรือส่งเ้าไปเกิดใหม่เลย เ้าเลือกมาแล้วกัน!”
