ในยุคโบราณกาล ยุคที่มนุษย์ยังไม่ถือกำเนิด เหล่าปีศาจเริงระบำบรรเลงเพลงมรณา ปีศาจร้ายผู้ยิ่งใหญ่นับไม่ถ้วนครองอำนาจสูงสุดในทวีปเฉียนหยวน
และเ้าปีศาจหลัวโหวก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์ปีศาจ พิชิตหมื่นปีศาจกลายเป็เ้าแห่งปีศาจทั้งมวล
หลัวโหวปราบปีศาจร้ายอันทรงพลังมากมายและรวบรวมปีศาจร้ายเหล่านี้ไว้ในเอกภพของตัวเอง กลายเป็สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในเอกภพ
พลังของปีศาจร้ายน่าพรั่นพรึงเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถจินตนาการ ทว่าเมื่อใดที่ปีศาจร้ายยอมจำนนให้กับผู้แข็งแกร่ง พวกมันจะก้มหัวรับใช้คนผู้นั้นโดยไม่มีวันหักหลังไปชั่วชีวิต
ในยุคโบราณกาล เฒ่าปีศาจปราบปีศาจนับหมื่นตน พวกมันติดตามเขาไปทั่วทุกหนแห่ง กลายเป็กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเฒ่าปีศาจ
หลังจากเฒ่าปีศาจดับสิ้นวายชีวา เหล่าปีศาจร้ายจึงถูกขังอยู่ในเอกภพ ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาสองยุคสมัยแล้ว
เอกภพของเฒ่าปีศาจคล้ายกับอาณาจักรขนาดเล็ก ซึ่งพวกปีศาจร้ายยังไม่สูญสิ้น หากกลับเติบโตอยู่ในเอกภพ กลายเป็ผู้ปกครองเอกภพแห่งนี้
เฒ่าปีศาจให้จูชิงเปิดเอกภพเพราะอยากให้ปีศาจร้ายในเอกภพรับใช้จูชิง
อย่างไรเสียมันก็เป็ขุมพลังอำนาจที่เฒ่าปีศาจสร้างขึ้นกับมือ เพลานี้จูชิงถือว่าเป็ศิษย์ของเฒ่าปีศาจ ดังนั้นเขาจึงอยากส่งต่อพวกมันให้กับจูชิง
เพียงแต่ด้วยนิสัยของปีศาจร้าย พวกมันเชื่อฟังเพียงคำสั่งของเ้าปีศาจหลัวโหว ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่าพวกมันจะเชื่อฟังคำสั่งของศิษย์หลัวโหว
หลัวโหวก็คือหลัวโหว ศิษย์ของหลัวโหวก็คือศิษย์ของหลัวโหว เว้นแต่ว่าจูชิงจะสำแดงพลานุภาพให้ปีศาจร้ายยอมจำนน มิฉะนั้นปีศาจร้ายพวกนั้นอาจกินจูชิงเป็อาหาร
ครั้นยุคสมัยโบราณล่มสลาย ปีศาจร้ายหายสาบสูญไปในสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ พวกปีศาจร้ายที่อาศัยอยู่ในเอกภพน่าจะเป็เผ่าพันธุ์สุดท้ายที่อาศัยอยู่ในโลกนี้
“เ้าอยากให้ข้าปราบปีศาจร้ายพวกนี้อย่างนั้นรึ?” จูชิงพูดไม่ออก เขาบอกตอนไหนว่าจะรับ่ต่อจากเฒ่าปีศาจ
“เ้าหนู ข้าแค่คิดเผื่อเ้าในระยะยาว เ้าควรตระหนักด้วยว่าลำพังพลังของเ้าตัวคนเดียวนั้นมีจำกัด หากไม่มีขุมพลังอำนาจคอยหนุนหลัง เ้าจะไปต่อได้ยาก” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงหน้าเปลี่ยนสี เฒ่าปีศาจพูดถูก ถ้าไม่ใช่เพราะขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาช่วย ต่อให้เขาแข็งแกร่งเพียงใด สุดท้ายก็คงถูกหอสุราลัยกับหอเงาฆ่าตายไปแล้ว
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนต้องเผชิญกับความสูญเสียก็เพราะเขา ไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้ในระยะเวลาอันสั้น ถ้าเขาเจอกับสถานการณ์เช่นนี้อีกครั้ง ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคงไม่มีกำลังเพียงพอที่จะปกป้องเขาอีกแล้ว
กองทัพปีศาจร้ายของเฒ่าปีศาจเป็กองทัพที่ไร้เทียมทานในยุคโบราณกาล พลานุภาพแกร่งกล้าหาใดเปรียบ หากมีกองทัพปีศาจร้ายคอยหนุนหลัง ในทวีปเฉียนหยวน ขุมพลังอำนาจที่สามารถประมือกับเขาได้นั้นน้อยนิดเพียงนับนิ้ว
“ปีศาจร้ายที่เ้าว่า เดาว่าน่าจะเหลืออยู่ไม่มากแล้วกระมัง” จูชิงนึกอะไรบางอย่างได้ อย่างไรเสียเฒ่าปีศาจก็เป็เ้าปีศาจแห่งยุคโบราณกาล พวกปีศาจร้ายที่ติดตามเขาก็เป็สิ่งมีชีวิตในยุคโบราณกาล เพลานี้ผ่านมาสองยุคสมัยแล้ว ปีศาจร้ายพวกนั้นน่าจะตายกันเกือบหมดแล้ว
ถึงแม้อายุขัยของขั้นนิพพานจะไร้ขีดกำจัด แต่ก็ไม่ได้เป็ะอย่างแท้จริง ในเอกภพของเฒ่าปีศาจไม่มีหินโลหิตคอยช่วยสยบปราณหยุดอายุขัย อยู่รอดมาได้หนึ่งยุคสมัยก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเพิ่งเข้ามาในเอกภพเป็ครั้งแรกหลังจากที่ตาย” เฒ่าปีศาจยิ้มเจื่อนพลางส่ายศีรษะ กระทั่งเขายังไม่รู้ว่าบริวารที่ยังรอดชีวิตอยู่นั้นเหลืออยู่เท่าไหร่
เอกภพของเฒ่าปีศาจวิวัฒนาการถึงขั้นระดับหนึ่ง มี 4 ฤดูหมุนวนผลัดเปลี่ยน พลังปราณฟ้าดินจางๆ ไหลเวียนอยู่ในอากาศ แม้ว่าจะไม่มาก ทว่าก็เพียงพอสำหรับการบำเพ็ญเพียร
จากบริเวณที่จูชิงอยู่ไม่ไกลนักมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ริมน้ำ พอมองเห็นว่ามีปีศาจจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่
“ดูเหมือนพวกมันจะมีชีวิตความเป็อยู่ไม่เลวเลย” จูชิงกล่าว
“ทว่าพลังอ่อนแอมาก เผ่าปีศาจร้ายไม่น่าจะอ่อนแอเฉกเช่นนี้” เฒ่าปีศาจขมวดคิ้ว
ร่างกายของปีศาจร้ายแตกต่างกับมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ปีศาจร้ายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มีิัเหมือนเหล็กและมีเขาแหลมคู่หนึ่งบนหัว รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดเป็อย่างมาก ดูเหมือนกับกระทิง!
“นั่นคือเผ่าปีศาจกระทิง ในหมู่ปีศาจร้ายน้อยตนนักที่จะมีพละกำลังเท่ากับพวกมัน” เฒ่าปีศาจกล่าว
จากมุมมองของจูชิง ร่างกายของเผ่าปีศาจกระทิงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่า มีพลังที่น่ากลัวซ่อนอยู่ภายใต้ิัที่เหมือนกับเหล็ก
ในด้านของพละกำลัง ถ้าเทียบกับเผ่าปีศาจวัวกระทิง กระทั่งจูชิงยังรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า
ช่วยไม่ได้ อย่างไรเสียนั่นก็คือลักษณะเฉพาะของเผ่าปีศาจกระทิง!
สำหรับจูชิงแล้ว เผ่าปีศาจกระทิงแข็งแกร่งมากพอแล้ว ทว่าสำหรับเฒ่าปีศาจ ปีศาจร้ายเหล่านี้ไม่ใช่ปีศาจร้ายเมื่อตอนนั้นอีกแล้ว พวกมันอ่อนแอมากเกินไป
“มอ!” ทันใดนั้น แววตาของปีศาจกระทิงตัวหนึ่งเป็ประกาย ครั้นสังเกตเห็นจูชิงก็รีบทะยานเข้าใส่จูชิงในทันที
“น่ากลัวมาก!” จูชิงใจสั่นสะท้าน พริบตาเดียวปีศาจกระทิงก็ปรากฏตัวต่อหน้าจูชิง มาดหมายใช้เขาอันแหลมคมกระซวกหน้าของเขา
บ้าคลั่ง กระหายเื แตกต่างกับกระทิงทั่วไปลิบลับ
“ปีศาจร้ายเกิดมาพร้อมกับความกระหายเืและา หากเกิดความขัดแย้งกันก็จะสู้จนตายไปข้างหนึ่งเป็เื่ธรรมดา” เฒ่าปีศาจพูด
จูชิงกลอกตา “เื่สำคัญขนาดนี้ทำไมถึงไม่บอกข้าก่อน”
“บอกตอนนี้ก็ยังไม่สาย ปีศาจกระทิงขั้นหลอมลมปราณสี่ชั้นฟ้า เ้ารับมือไหวอยู่แล้ว” เฒ่าปีศาจกล่าวอย่างเฉยเมย
“ประเมินข้าสูงไปกระมัง ใช่ว่าข้าจะสามารถรับมือได้เสียหน่อย” จูชิงเบะปาก
ถึงพูดแบบนั้นแต่การเคลื่อนไหวของจูชิงกลับคล่องแคล่วยิ่งยวด เขาก้าวเท้าถอยหลังข้างหนึ่ง เบี่ยงตัวหลบปีศาจกระทิงอย่างหวุดหวิด!
ระหว่างที่จูชิงหลบ ในเวลาเดียวกันก็เหวี่ยงเท้าเตะปีศาจกระทิง
“ตู้มมม!” จูชิงยิ้มกว้าง มองปีศาจกระทิงถูกเตะไปไกลหลายสิบเมตร ความรู้สึกที่เหมือนกับเตะแผ่นเหล็กทำเอาข้อเท้าเกือบหัก
“ร่างกายของกระทิงพวกนี้ทำจากเหล็กหรือไง!” จูชิงพูด
เห็นได้ชัดว่าปีศาจกระทิงตัวนั้นไม่คิดมาก่อนว่าเด็กร่างผอมบางผู้นี้จะหลบการโจมตีของตัวเองได้ ทั้งยังถูกเตะสวนกลับมาจนกระเด็น ความแรงของลูกเตะนั้นสร้างความเ็ปให้กับมันเล็กน้อย
ปีศาจกระทิงคำราม ยังคงพุ่งเข้าชนจูชิงอีกเช่นเดิม ซึ่งจูชิงเตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อนแล้ว เป็ไปไม่ได้ที่จะถูกปีศาจกระทิงชน เขากระทืบเท้าพริ้วกายลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเหยียบไหล่ปีศาจกระทิง!
จูชิงสำแดงพลานุภาพ ลมปราณเดือดพล่านบ้าคลั่ง แรงกดดันมหาศาลแสนพรั่นพรึงราวกับูเาั์กดทับอยู่บนตัวของปีศาจกระทิง
ปีศาจกระทิงหรือจะทนแรงขนาดนั้นได้อย่างไร ในที่สุดขาทั้งสองก็ทรุดล้มนอนลงไปกับพื้น!
“ความแข็งแกร่งของร่างกายน่าทึ่งมาก ทว่ารูปแบบของการโจมตีมีแค่พุ่งชนเพียงอย่างเดียว เว้นแต่จะเป็การลอบโจมตี ไม่เช่นนั้นยากที่จะประมือกับผู้ที่อยู่ในขั้นระดับพลังเดียวกัน” จูชิงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพลังของปีศาจกระทิง
พละกำลังแข็งแกร่ง การะเิพลังก็ไม่เลว การป้องกันก็ไร้ที่ติ ข้อเสียอย่างเดียวก็คือวิธีการโจมตีที่ง่ายเกินไป มันอาจได้ผลในครั้งแรก แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจรูปแบบการโจมตีของปีศาจกระทิงก็สามารถรับมือได้สบายๆ
โดยทั่วไปแล้วปีศาจกระทิงมักจะใช้ร่างกายในการต่อสู้เพียงอย่างเดียว ไม่มีแบบแผนหรือกลยุทธ์ใดๆ นับประสาอะไรกับการใช้วรยุทธ์ จูชิงฉงนสงสัยว่าปีศาจกระทิงพวกนี้รู้จักวิชาหรือวรยุทธ์บ้างหรือไม่
“เฒ่าปีศาจ ดูเหมือนบริวารเก่าของเ้าที่อาศัยอยู่ในเอกภพจะไม่มีฝีมือเท่าไหร่นัก” จูชิงหยอกล้อ
เฒ่าปีศาจพยักหน้า “ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่ามรดกของพวกมันจะขาดหายไป!”
เผ่าปีศาจร้ายไม่ได้รู้จักแค่การอาละวาด แต่พวกมันยังมีวิชายุทธ์เป็ของตัวเอง ทั้งพลานุภาพยังแข็งแกร่งมาก ดูได้จาก《เคล็ดวิชาาหลัวโหว》ของเฒ่าปีศาจ
แต่เพราะเอกภพนี้ ปีศาจร้ายล้มหายตายจากกันไปหลายต่อหลายรุ่น สุดท้ายมรดกสืบทอดก็ขาดหาย จนถึงตอนนี้มีปีศาจร้ายหลายตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิชา วรยุทธ์ คืออะไร รู้จักแค่กระบวนท่าครึ่งๆ กลางๆ จากผู้าุโรุ่นก่อน ซึ่งถือว่าเป็สมบัติหนึ่งเดียวของพวกมัน
“หากปีศาจร้ายมีพลังเพียงแค่นี้ ถึงจะมีจำนวนมากเพียงใดก็ไม่ได้เป็ภัยคุกคามอะไรต่อจอมยุทธ์ทวีปเฉียนหยวน” จูชิงกล่าว
“ค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไปเถอะ ขอแค่มีพื้นฐาน จะวิชายุทธ์หรืออะไรก็ฝึกฝนได้” เฒ่าปีศาจขมวดคิ้วเป็ปม สถานการณ์ของพวกปีศาจร้ายเลวร้ายกว่าที่เฒ่าปีศาจคาดเอาไว้มาก
ปีศาจกระทิงถูกจูชิงทับตัวจมลงไปในดิน มันหอบหายใจหนักหน่วงแทบสิ้นใจ ร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กฟกช้ำดำเขียว เสียงกระดูกแตกกรอบแกรบดังสะท้อนออกมาจากข้างใน
“เ้าปล่อยมันก่อนเถอะ” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงะโลงจากตัวปีศาจกระทิงแล้วเตะมันไปข้างๆ รังแกปีศาจกระทิงที่ไม่รู้จักวิชายุทธ์ ไม่น่าภูมิใจเลยสักนิด
ทันใดนั้นเอง ปีศาจกระทิงที่ถูกเตะไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวกลิ้งใส่จูชิง
“ยังอีกรึ?” จูชิงส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย หมุนควงแขนเหวี่ยงใส่ปีศาจกระทิง
“ตึง!” เสียงแหลมดังขึ้นในอากาศ
“ตึง!” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
เสียงดังติดต่อกันเก้าเสียง ไม่มากไม่น้อยไป!
“พฤฒาเก้าเสียง!” ปีศาจกระทิงกระเด็นลอยไปไกลราวกับว่าวสายขาดตกลงกลางหมู่บ้าน พื้นดินยุบกลายเป็หลุมขนาดใหญ่!
