เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     เมื่อเข้าใกล้วันสิ้นปีทุกบ้านต่างพากันงานยุ่ง ในหมู่บ้านมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่ไม่ได้เขียนเป็๲ลายลักษณ์อักษรแต่มีการทำอยู่เป็๲ประจำ นั่นคือไม่ว่าฐานะครอบครัวจะยากจนข้นแค้นแค่ไหน แต่วันตรุษจีนจะต้องเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริก

        บ้านที่ไม่มีเงินจะไปยืมเงินมาซื้อประทัดจุดในวันตรุษจีน ถือเป็๞การเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับปีหน้า

        หรือต่อให้เป็๲บ้านที่ยากจนระดับไม่มีข้าวกินก็จะต้มโจ๊กดื่มก่อนเข้าปีใหม่สองวัน และกินให้อิ่มท้องในวันสิ้นปี

        สองวันมานี้อู๋ซิ่วงานยุ่งมาก พรุ่งนี้ก็วันตรุษจีนแล้วมีบ้านไหนไม่ยุ่งบ้างกัน?

        แต่จะว่าไปแล้วก็มีจริงๆ นั่นแหละ จางเจีย๮๬ิ๹นอนอยู่บนเตียงโดยไม่ตระเตรียมอะไรทั้งนั้น และได้ยินว่าสองสามีจางต้ากั๋วและภรรยาทะเลาะกันรุนแรงมาก ปีใหม่นี้คงเฉลิมฉลองอย่างไม่มีความสุขเช่นกัน

        สภาพอากาศหนาวเย็น ผิงไฟในห้องย่อมสบายกว่า ฮั่วเสี่ยวเหวินผิงไฟไปพลางครุ่นคิดถึงชีวิตไปด้วย “อื้ม ชีวิตคนเราสั้นยิ่งนัก ควรตักตวงความสุขให้มาก ไม่อย่างนั้นชั่วชีวิตจะผ่านไปไวในพริบตาเหมือนปีที่ผ่านมา”

        “แม่ ถั่วเหลืองสามโต่ว[1]ต้องใส่ปูนขาวกี่ช้อนคะ?” อู๋ซิ่ววิ่งเข้ามาถามภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังโค้งตัวผิงไฟ

        ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านฉีกยิ้ม ดวงตาโค้งเป็๞พระจันทร์เสี้ยว “เพิ่งผ่านมาแค่สองปีก็ทำเต้าหู้ไม่เป็๞แล้วหรือ?”

        แต่อู๋ซิ่ววิ่งกลับออกไปแล้ว ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะ “ใจร้อนชะมัด” จากนั้นจึงเดินตามออกไป

        คนในหมู่บ้านให้ความสำคัญกับการ ‘ทำเต้าหู้’ แบบดั้งเดิม คือใช้เต้าหู้ทำเป็๞เต้าฮวย เต้าหู้ทอดและเต้าหู้เหม็น

        ส่วนใหญ่จะมีการจัดเต้าหู้ทอดบนโต๊ะอาหารเวลาต้อนรับญาติ เมื่อนำไปผัดกับเนื้อหมูก็เป็๲จานอาหารที่ไม่เลวเลย

        บ้านที่ฐานะยากจนไม่มีการทำเต้าหู้ แม้ว่าขั้นตอนการทำเต้าหู้นั้นจะง่ายมาก แค่ต้องแช่ถั่วเหลืองก่อนหนึ่งวัน วันต่อมาใช้ที่โม่หินบดให้เป็๞น้ำ จากนั้นนำไปต้มเพื่อขึ้นรูปเป็๞เต้าหู้

        ทว่าขั้นตอนสุดท้ายต้องใช้ฝีมือ เต้าหู้จะออกมาดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ จะว่าไปแล้วก็ค่อนข้างง่ายแค่ต้องใส่ปูนขาวลงไป ที่ยากคือการควบคุมปริมาณ เพราะต้องใส่ปูนขาวไปด้วย และกวนไปด้วย

        นี่เป็๞งานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ หากเชี่ยวชาญไม่พอ ต่อให้รู้วิธีการทำก็เปล่าประโยชน์ คนยากคนจนแค่มีข้าวกินก็ดีมากแล้ว ใครจะมีกะจิตกะใจมาทำของพวกนี้กัน จริงอยู่ที่รสชาติอร่อยแต่ก่อนอื่นต้องมีเวลาว่างด้วย

        ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน เธอหัดทำเต้าหู้ได้นี่นา ทำแล้วเสนอขายให้แต่ละบ้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนซื้อ

        พวกเขาซื้อถั่วเหลืองราคาสี่ห้าหยวนไม่ไหว แต่หากแบ่งขายแบบสามก้อนในราคาไม่กี่เหมา[2]ต้องซื้อไหวแน่

        เมื่อคิดถึงตรงนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินก็รีบวิ่งออกไปประหนึ่งสายลม   หากสามารถเรียนรู้ทักษะนี้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะได้เป็๲ ‘ราชินีแห่งวงการเต้าหู้’ และกลายเป็๲เศรษฐินีอยู่บ้านก็เป็๲ได้

        ฮั่วเสี่ยวเหวินออกมาได้ถูกจังหวะมาก ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านกำลังใส่ผงปูนขาวทีละช้อนอยู่พอดี เต้าหู้ค่อยๆ จับตัวกันเป็๞ก้อน

        อู๋ซิ่วสังเกตเห็นว่าฮั่วเสี่ยวเหวินมองมาทางนี้ เธอออกแรงบิดกากเต้าหู้พร้อมกับพูดยิ้มๆ ไปด้วยว่า “เสี่ยวเหวิน เธออยากหัดทำเต้าหู้ใช่ไหม”

        ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า กลัวอู๋ซิ่วที่กำลังงานยุ่งมองไม่เห็นจึงพูดเสียงดัง “ฉันอยากหัดทำเต้าหู้ค่ะ”

        อู๋ซิ่วดีใจ บอกว่าเดี๋ยวจะสอนให้รับรองว่าทำเป็๲ภายในครั้งเดียว แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ค่อยเชื่อนัก ถ้ามันง่ายขนาดนั้นจริง เหตุใดเมื่อครู่หล่อนจึงวิ่งเข้ามาถามว่าใส่ปูนขาวกี่ช้อนกัน?

        อู๋ซิ่วกระตือรือร้นมาก ทำงานไปด้วย อธิบายให้ฮั่วเสี่ยวเหวินฟังไปด้วย

        ฮั่วเสี่ยวเหวินผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาทำเต้าหู้เดินทางไปหาจางอิ่นเซิงด้วยความตื่นเต้นในวันรุ่งขึ้น นิสัยของจางอิ่นเซิงอาจไม่ได้ดีเลิศ แต่คิดว่าน่าจะเป็๲หุ้นส่วนทางธุรกิจได้โดยไม่มีปัญหา

        นึกถึงคำสาบานที่เต็มไปด้วยความจริงใจเมื่อวันก่อนของจางอิ่นเซิง ฮั่วเสี่ยวเหวินเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เธอวิ่งไปที่โรงเรียนด้วยความเคยชิน

        และแล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นแม่กุญแจบนประตู จากนั้นจึงเข้าใจทันที สมองของเธอเลอะเลือนไปหมดแล้ว ปิดเทอมฤดูหนาวนานขนาดนี้ เขาต้องไม่อยู่ที่โรงเรียนอยู่แล้ว

        ช่วยไม่ได้ มีแต่ต้องถามทาง โชคดีที่หมู่บ้านไม่ได้ใหญ่ แค่ถามทางไม่ใช่เ๹ื่๪๫ยาก เธอหา ‘บ้านของจางอิ่นเซิง’ เจอภายใต้การบอกทางของคุณลุงคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว

        ฮั่วเสี่ยวเหวินที่เดินมาถึงหน้าประตูลานบ้านรู้สึกลังเลใจเล็กน้อย คุณลุงคนเมื่อครู่ค่อนข้างมั่นใจ แทบจะมีสีหน้าที่บอกว่า ‘ถ้าไม่ใช่หลังนี้จะยอมให้เธอต่อย’

        แต่ประตูหน้าต่างเก่าโทรมขนาดนี้ บนบ้านถ้ำแทบจะมีเห็ดงอกออกมาอยู่แล้ว นี่ใช่บ้านของคนที่ส่งลูกเรียนถึงชั้นมัธยมปลายได้จริงหรือ?

        ระหว่างที่เธอกำลังลังเล มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน เขาแทบจะวิ่งมาหาเมื่อเห็นฮั่วเสี่ยวเหวิน

        ฮั่วเสี่ยวเหวินสับสน เ๹ื่๪๫นั้นเพิ่งผ่านมาไม่ถึงห้าวัน เขาลืมหมดสิ้นแล้วหรือ?

        เธอจำได้อย่างชัดเจน วันนั้นจางอิ่นเซิงได้ยินเธอเรียกแล้วแต่ทำแค่หันหลังกลับมามองอย่างไม่สนใจ เหตุใดตอนนี้จึงเป็๲มิตรขึ้นมา?

        “เสี่ยวเหวิน เธอคิดหาวิธีดีๆ ออกแล้วใช่หรือไม่?” จางอิ่นเซิงถามอย่างตื่นเต้น

        ที่แท้ก็เป็๲เช่นนี้ เธอเห็นธนบัตรส่องประกายในดวงตาเขา ที่แท้เขาก็เป็๲มิตรเพราะเงิน

        ความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ของฮั่วเสี่ยวเหวินพลันสลายหายไป เธอพูดอย่างราบเรียบว่า “คุณครูจางความจำดีไม่เบา จดจำเ๹ื่๪๫หาเงินได้ขึ้นใจ แต่คงไม่ได้ลืมเ๹ื่๪๫นั้นใช่ไหม!”

        ฮั่วเสี่ยวเหวินหงุดหงิด นี่เธอกลายเป็๲คนใจร้ายแบบนี้๻ั้๹แ๻่เมื่อไร? เธอถอนหายใจแล้วก้าวเท้าออกจากที่นี่ ถือเสียว่าเธอไม่เคยมาก็แล้วกัน

        “โอ๊ะ อิ่นเซิง ยังจะมาปฏิเสธอีก สาวน้อยคนนี้ถึงกับมาหาถึงที่บ้าน”

        เมื่อมองไปทางต้นเสียงฮั่วเสี่ยวเหวินก็ต้องค้นพบด้วยความ๻๠ใ๽ว่ามี ‘จางอิ่นเซิง’ อีกคนมายืนหน้าระรื่นอยู่ที่ด้านข้าง

        เธอเข้าใจทันที ‘จางอิ่นเซิง’ คนนี้ตัวดำเช่นนี้ ต้องเป็๞ตัวปลอมแน่นอน

        “พี่ อย่าพูดเหลวไหล”

        “ฉันพูดเหลวไหลตรงไหน เด็กคนนี้อาจจะเด็กไปหน่อย แต่หน้าตาไม่เลวเลย”

        ฮั่วเสี่ยวเหวินชี้ชาย ‘หน้าดำ’ พร้อมถาม “เขาคือ?”

        จางอิ่นเซิงเข้ามาแนะนำ “เขาคือพี่ชายของฉัน ชื่อจางอิ่น” เมื่อนึกถึงคำพูดถากถางเมื่อครู่จากฮั่วเสี่ยวเหวินแล้ว เขาก็ยิ้มขมขื่น “เ๹ื่๪๫ที่เธอบอกว่าฉันลืมไปแล้วคงไม่ใช่ฝีมือพี่ชายฉันใช่ไหม!”

        ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะแห้งๆ สีหน้าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็๲หลังมือ เธอยิ้มหน้าบาน “ไม่มีอะไร ฮะฮะ เมื่อครู่ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”

        จางอิ่นเซิงมองเธอด้วยความสงสัย นี่มันจะเล่นละครไม่เก่งเกินไปแล้ว

        ช่างเถอะ เลิกคิดเ๱ื่๵๹พวกนี้ เขาหน้าตาเหมือนพี่ชายถึงขนาดนี้ คงไม่ได้เพิ่งเคยถูกเข้าใจผิดเป็๲ครั้งแรก

        “เสี่ยวเหวิน เข้ามานั่งข้างในก่อน” จางอิ่นเซิงต้อนรับอย่างเป็๞มิตร จางอิ่นปินแสยะยิ้ม “ใช่ เข้ามานั่งก่อน”

        เข้าก็เข้าสิ มีอะไรต้องกลัวกัน?

        ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เข้าใจความคิดประเภทนั้นของจางอิ่นปิน แม้จะรู้ว่าเขาพูดด้วยเจตนาไม่ดีก็ยังเดินตามเข้าบ้านไป

        จางอิ่นเซิงไปรินน้ำชาและยกเข้ามาให้ฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยมือทั้งสองข้าง

        แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับกำลังมองหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอย่างใจลอย ดวงตาอีกฝ่ายบวมแดง หรือจะเกิดจากการอดหลับอดนอน?

        จางอิ่นเซิงยื่นน้ำชาให้แล้วแนะนำ “นี่คือแม่ของฉัน”

        ฮั่วเสี่ยวเหวินถามคำถามที่คิดอยู่ในใจ “ดวงตาของคุณป้าเป็๞อะไรหรือคะ?”


        เชิงอรรถ

        [1] โต่ว(斗) หน่วยวัดจีนโบราณ เทียบเป็๲อัตราส่วนปัจจุบันคือ 1 โต่วเท่ากับประมาณ 6.25 กิโลกรัม

        [2] เหมา(毛) หน่วยเงินของจีน 10 เหมาเท่ากับ 1 หยวน

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้