เมื่อเข้าใกล้วันสิ้นปีทุกบ้านต่างพากันงานยุ่ง ในหมู่บ้านมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่ไม่ได้เขียนเป็ลายลักษณ์อักษรแต่มีการทำอยู่เป็ประจำ นั่นคือไม่ว่าฐานะครอบครัวจะยากจนข้นแค้นแค่ไหน แต่วันตรุษจีนจะต้องเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริก
บ้านที่ไม่มีเงินจะไปยืมเงินมาซื้อประทัดจุดในวันตรุษจีน ถือเป็การเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับปีหน้า
หรือต่อให้เป็บ้านที่ยากจนระดับไม่มีข้าวกินก็จะต้มโจ๊กดื่มก่อนเข้าปีใหม่สองวัน และกินให้อิ่มท้องในวันสิ้นปี
สองวันมานี้อู๋ซิ่วงานยุ่งมาก พรุ่งนี้ก็วันตรุษจีนแล้วมีบ้านไหนไม่ยุ่งบ้างกัน?
แต่จะว่าไปแล้วก็มีจริงๆ นั่นแหละ จางเจียินอนอยู่บนเตียงโดยไม่ตระเตรียมอะไรทั้งนั้น และได้ยินว่าสองสามีจางต้ากั๋วและภรรยาทะเลาะกันรุนแรงมาก ปีใหม่นี้คงเฉลิมฉลองอย่างไม่มีความสุขเช่นกัน
สภาพอากาศหนาวเย็น ผิงไฟในห้องย่อมสบายกว่า ฮั่วเสี่ยวเหวินผิงไฟไปพลางครุ่นคิดถึงชีวิตไปด้วย “อื้ม ชีวิตคนเราสั้นยิ่งนัก ควรตักตวงความสุขให้มาก ไม่อย่างนั้นชั่วชีวิตจะผ่านไปไวในพริบตาเหมือนปีที่ผ่านมา”
“แม่ ถั่วเหลืองสามโต่ว[1]ต้องใส่ปูนขาวกี่ช้อนคะ?” อู๋ซิ่ววิ่งเข้ามาถามภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังโค้งตัวผิงไฟ
ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านฉีกยิ้ม ดวงตาโค้งเป็พระจันทร์เสี้ยว “เพิ่งผ่านมาแค่สองปีก็ทำเต้าหู้ไม่เป็แล้วหรือ?”
แต่อู๋ซิ่ววิ่งกลับออกไปแล้ว ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะ “ใจร้อนชะมัด” จากนั้นจึงเดินตามออกไป
คนในหมู่บ้านให้ความสำคัญกับการ ‘ทำเต้าหู้’ แบบดั้งเดิม คือใช้เต้าหู้ทำเป็เต้าฮวย เต้าหู้ทอดและเต้าหู้เหม็น
ส่วนใหญ่จะมีการจัดเต้าหู้ทอดบนโต๊ะอาหารเวลาต้อนรับญาติ เมื่อนำไปผัดกับเนื้อหมูก็เป็จานอาหารที่ไม่เลวเลย
บ้านที่ฐานะยากจนไม่มีการทำเต้าหู้ แม้ว่าขั้นตอนการทำเต้าหู้นั้นจะง่ายมาก แค่ต้องแช่ถั่วเหลืองก่อนหนึ่งวัน วันต่อมาใช้ที่โม่หินบดให้เป็น้ำ จากนั้นนำไปต้มเพื่อขึ้นรูปเป็เต้าหู้
ทว่าขั้นตอนสุดท้ายต้องใช้ฝีมือ เต้าหู้จะออกมาดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ จะว่าไปแล้วก็ค่อนข้างง่ายแค่ต้องใส่ปูนขาวลงไป ที่ยากคือการควบคุมปริมาณ เพราะต้องใส่ปูนขาวไปด้วย และกวนไปด้วย
นี่เป็งานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ หากเชี่ยวชาญไม่พอ ต่อให้รู้วิธีการทำก็เปล่าประโยชน์ คนยากคนจนแค่มีข้าวกินก็ดีมากแล้ว ใครจะมีกะจิตกะใจมาทำของพวกนี้กัน จริงอยู่ที่รสชาติอร่อยแต่ก่อนอื่นต้องมีเวลาว่างด้วย
ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน เธอหัดทำเต้าหู้ได้นี่นา ทำแล้วเสนอขายให้แต่ละบ้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนซื้อ
พวกเขาซื้อถั่วเหลืองราคาสี่ห้าหยวนไม่ไหว แต่หากแบ่งขายแบบสามก้อนในราคาไม่กี่เหมา[2]ต้องซื้อไหวแน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินก็รีบวิ่งออกไปประหนึ่งสายลม หากสามารถเรียนรู้ทักษะนี้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะได้เป็ ‘ราชินีแห่งวงการเต้าหู้’ และกลายเป็เศรษฐินีอยู่บ้านก็เป็ได้
ฮั่วเสี่ยวเหวินออกมาได้ถูกจังหวะมาก ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านกำลังใส่ผงปูนขาวทีละช้อนอยู่พอดี เต้าหู้ค่อยๆ จับตัวกันเป็ก้อน
อู๋ซิ่วสังเกตเห็นว่าฮั่วเสี่ยวเหวินมองมาทางนี้ เธอออกแรงบิดกากเต้าหู้พร้อมกับพูดยิ้มๆ ไปด้วยว่า “เสี่ยวเหวิน เธออยากหัดทำเต้าหู้ใช่ไหม”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า กลัวอู๋ซิ่วที่กำลังงานยุ่งมองไม่เห็นจึงพูดเสียงดัง “ฉันอยากหัดทำเต้าหู้ค่ะ”
อู๋ซิ่วดีใจ บอกว่าเดี๋ยวจะสอนให้รับรองว่าทำเป็ภายในครั้งเดียว แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ค่อยเชื่อนัก ถ้ามันง่ายขนาดนั้นจริง เหตุใดเมื่อครู่หล่อนจึงวิ่งเข้ามาถามว่าใส่ปูนขาวกี่ช้อนกัน?
อู๋ซิ่วกระตือรือร้นมาก ทำงานไปด้วย อธิบายให้ฮั่วเสี่ยวเหวินฟังไปด้วย
ฮั่วเสี่ยวเหวินผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาทำเต้าหู้เดินทางไปหาจางอิ่นเซิงด้วยความตื่นเต้นในวันรุ่งขึ้น นิสัยของจางอิ่นเซิงอาจไม่ได้ดีเลิศ แต่คิดว่าน่าจะเป็หุ้นส่วนทางธุรกิจได้โดยไม่มีปัญหา
นึกถึงคำสาบานที่เต็มไปด้วยความจริงใจเมื่อวันก่อนของจางอิ่นเซิง ฮั่วเสี่ยวเหวินเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เธอวิ่งไปที่โรงเรียนด้วยความเคยชิน
และแล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นแม่กุญแจบนประตู จากนั้นจึงเข้าใจทันที สมองของเธอเลอะเลือนไปหมดแล้ว ปิดเทอมฤดูหนาวนานขนาดนี้ เขาต้องไม่อยู่ที่โรงเรียนอยู่แล้ว
ช่วยไม่ได้ มีแต่ต้องถามทาง โชคดีที่หมู่บ้านไม่ได้ใหญ่ แค่ถามทางไม่ใช่เื่ยาก เธอหา ‘บ้านของจางอิ่นเซิง’ เจอภายใต้การบอกทางของคุณลุงคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินที่เดินมาถึงหน้าประตูลานบ้านรู้สึกลังเลใจเล็กน้อย คุณลุงคนเมื่อครู่ค่อนข้างมั่นใจ แทบจะมีสีหน้าที่บอกว่า ‘ถ้าไม่ใช่หลังนี้จะยอมให้เธอต่อย’
แต่ประตูหน้าต่างเก่าโทรมขนาดนี้ บนบ้านถ้ำแทบจะมีเห็ดงอกออกมาอยู่แล้ว นี่ใช่บ้านของคนที่ส่งลูกเรียนถึงชั้นมัธยมปลายได้จริงหรือ?
ระหว่างที่เธอกำลังลังเล มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน เขาแทบจะวิ่งมาหาเมื่อเห็นฮั่วเสี่ยวเหวิน
ฮั่วเสี่ยวเหวินสับสน เื่นั้นเพิ่งผ่านมาไม่ถึงห้าวัน เขาลืมหมดสิ้นแล้วหรือ?
เธอจำได้อย่างชัดเจน วันนั้นจางอิ่นเซิงได้ยินเธอเรียกแล้วแต่ทำแค่หันหลังกลับมามองอย่างไม่สนใจ เหตุใดตอนนี้จึงเป็มิตรขึ้นมา?
“เสี่ยวเหวิน เธอคิดหาวิธีดีๆ ออกแล้วใช่หรือไม่?” จางอิ่นเซิงถามอย่างตื่นเต้น
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ เธอเห็นธนบัตรส่องประกายในดวงตาเขา ที่แท้เขาก็เป็มิตรเพราะเงิน
ความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ของฮั่วเสี่ยวเหวินพลันสลายหายไป เธอพูดอย่างราบเรียบว่า “คุณครูจางความจำดีไม่เบา จดจำเื่หาเงินได้ขึ้นใจ แต่คงไม่ได้ลืมเื่นั้นใช่ไหม!”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหงุดหงิด นี่เธอกลายเป็คนใจร้ายแบบนี้ั้แ่เมื่อไร? เธอถอนหายใจแล้วก้าวเท้าออกจากที่นี่ ถือเสียว่าเธอไม่เคยมาก็แล้วกัน
“โอ๊ะ อิ่นเซิง ยังจะมาปฏิเสธอีก สาวน้อยคนนี้ถึงกับมาหาถึงที่บ้าน”
เมื่อมองไปทางต้นเสียงฮั่วเสี่ยวเหวินก็ต้องค้นพบด้วยความใว่ามี ‘จางอิ่นเซิง’ อีกคนมายืนหน้าระรื่นอยู่ที่ด้านข้าง
เธอเข้าใจทันที ‘จางอิ่นเซิง’ คนนี้ตัวดำเช่นนี้ ต้องเป็ตัวปลอมแน่นอน
“พี่ อย่าพูดเหลวไหล”
“ฉันพูดเหลวไหลตรงไหน เด็กคนนี้อาจจะเด็กไปหน่อย แต่หน้าตาไม่เลวเลย”
ฮั่วเสี่ยวเหวินชี้ชาย ‘หน้าดำ’ พร้อมถาม “เขาคือ?”
จางอิ่นเซิงเข้ามาแนะนำ “เขาคือพี่ชายของฉัน ชื่อจางอิ่น” เมื่อนึกถึงคำพูดถากถางเมื่อครู่จากฮั่วเสี่ยวเหวินแล้ว เขาก็ยิ้มขมขื่น “เื่ที่เธอบอกว่าฉันลืมไปแล้วคงไม่ใช่ฝีมือพี่ชายฉันใช่ไหม!”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะแห้งๆ สีหน้าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ เธอยิ้มหน้าบาน “ไม่มีอะไร ฮะฮะ เมื่อครู่ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
จางอิ่นเซิงมองเธอด้วยความสงสัย นี่มันจะเล่นละครไม่เก่งเกินไปแล้ว
ช่างเถอะ เลิกคิดเื่พวกนี้ เขาหน้าตาเหมือนพี่ชายถึงขนาดนี้ คงไม่ได้เพิ่งเคยถูกเข้าใจผิดเป็ครั้งแรก
“เสี่ยวเหวิน เข้ามานั่งข้างในก่อน” จางอิ่นเซิงต้อนรับอย่างเป็มิตร จางอิ่นปินแสยะยิ้ม “ใช่ เข้ามานั่งก่อน”
เข้าก็เข้าสิ มีอะไรต้องกลัวกัน?
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เข้าใจความคิดประเภทนั้นของจางอิ่นปิน แม้จะรู้ว่าเขาพูดด้วยเจตนาไม่ดีก็ยังเดินตามเข้าบ้านไป
จางอิ่นเซิงไปรินน้ำชาและยกเข้ามาให้ฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยมือทั้งสองข้าง
แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับกำลังมองหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอย่างใจลอย ดวงตาอีกฝ่ายบวมแดง หรือจะเกิดจากการอดหลับอดนอน?
จางอิ่นเซิงยื่นน้ำชาให้แล้วแนะนำ “นี่คือแม่ของฉัน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินถามคำถามที่คิดอยู่ในใจ “ดวงตาของคุณป้าเป็อะไรหรือคะ?”
เชิงอรรถ
[1] โต่ว(斗) หน่วยวัดจีนโบราณ เทียบเป็อัตราส่วนปัจจุบันคือ 1 โต่วเท่ากับประมาณ 6.25 กิโลกรัม
[2] เหมา(毛) หน่วยเงินของจีน 10 เหมาเท่ากับ 1 หยวน
