บทที่ 155 ฝนดอกไม้โปรยปราย
“อ้อ? เสิ่นตานเจวี๋ยสามารถปรุงโอสถแก้พิษครั้งเดียวได้หลายร้อยเม็ดเลยหรือ? ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเสิ่นตานเจวี๋ยสามารถปรุงโอสถขั้นห้าได้เพียงหนึ่งถึงสองชนิดเท่านั้นไม่ใช่หรือ? ทุกครั้งที่ปรุงก็ต้องใช้เวลาเจ็ดวันขึ้นไป โอกาสสำเร็จยังน้อยมากเสียด้วย ต่อให้เวลาจะผ่านไปหลายปี ฝีมือของเขาก็ไม่น่าจะพัฒนาอย่างก้าวะโได้ถึงเพียงนี้!” ลู่อวี่เอ่ยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เขาแอบรู้สึกว่าเื่นี้มีบางอย่างแปลกๆ หลังจากใคร่ครวญสักพักจึงถามขึ้นว่า “เ้าจงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะให้ข้าฟังอย่างละเอียดที!”
ลู่เหว่ยอิงรีบเล่าเหตุการณ์ที่ตนเองพบเห็นทั้งหมดในงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะปิดท้ายว่า “ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาหนิงชุยเฟิงกลับมาโด่งดังในเทียนตูอีกครั้งแล้ว เพราะอย่างไรเสียจำนวนนักปรุงโอสถของพวกเขาก็มีมากกว่าตระกูลลู่ของเรา!”
ความจริงแล้ว ลู่เหว่ยอิงเล่าด้วยความระมัดระวังอย่างมาก แม้ตอนนี้นายน้อยลู่จะมีนิสัยแตกต่างไปจากเมื่อสองสามปีก่อนแล้ว แต่โดยปกติแล้วพวกเขาไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับนายน้อยมากนัก จึงไม่ทราบว่านิสัยของนายน้อยในตอนนี้เป็อย่างไร หากพูดจาไม่ระวังแล้วนายน้อยเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา พวกเขาจะเป็ฝ่ายซวยเอาได้ เพราะพวกเขาทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากนี้จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาแล้ว
ลู่อวี่ไม่ล่วงรู้ความคิดของลู่เหว่ยอิง แต่ถึงรู้เขาก็ไม่เก็บมาใส่ใจอยู่ดี ตอนนี้เขากำลังใช้สมองใคร่ครวญว่างานเลี้ยงยาอายุวัฒนะของเขาหนิงชุยเฟิงส่งผลกระทบอะไรต่อตระกูลลู่บ้าง เขายังต้องใช้ไม้ใหญ่อย่างตระกูลลู่เป็กำบังลมฝนและฟื้นฟูพลังบำเพ็ญเพียร ย่อมต้องคิดหาทางช่วยไม้ใหญ่ต้นนี้ อีกอย่างเขาเองก็ไม่ใช่คนใจแข็งอะไร ่หลายปีที่ผ่านมา เขามองคนตระกูลลู่หลายคนเป็ครอบครัวแท้ๆ ของตัวเอง จะปล่อยให้เขาหนิงชุยเฟิงที่กระจอกงอกง่อยพรรค์นั้นมาทำลายการค้าที่เขาลงทุนลงแรงสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากได้อย่างไร!
ตอนนั้นเอง คนปรุงโอสถสองคนที่อยู่ด้านหลังลู่เหว่ยอิงก็เอ่ยแทรกขึ้นมาว่า “นายน้อย เขาหนิงชุยเฟิงจงใจเล่นงานตระกูลลู่ของพวกเราชัดๆ หากไม่มอบบทเรียนให้พวกเขาเสียบ้าง เกรงว่าในภายภาคหน้าเขาหนิงชุยเฟิงคงจะลงมือหนักกว่านี้! โดยเฉพาะศิษย์พี่ของเสิ่นตานเจวี๋ย เขาปรุงโอสถขั้นห้าออกมาได้ครั้งละหมื่นกว่าเม็ดเชียว นับเป็ภัยคุกคามร้ายแรงต่อตระกูลลู่ของพวกเรา!”
“หากเป็อย่างที่ลู่เหว่ยอิงเล่ามา ตอนที่เสิ่นตานเจวี๋ยกับหวันต่านเยวี่ยปรุงโอสถ พวกเขาใช้เตาหลอมโอสถใบเดียวกันใช่หรือไม่?
ทั้งสามคนพยักหน้ารับอย่างว่องไว แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายน้อยถึงถามเื่นี้ขึ้นมา
ลู่อวี่จึงเผยรอยยิ้มดูแคลนออกมา แต่ก็ยอมรับความคิดเห็นที่พวกเขาเพิ่งจะกล่าวออกมา “หากข้าเดาไม่ผิด การที่สองคนนั้นสามารถปรุงโอสถครั้งเดียวได้จำนวนมหาศาลเช่นนั้น คงไม่ได้อาศัยเพียงทักษะการปรุงโอสถที่ปราดเปรื่องเพียงอย่างเดียว แต่เป็ผลจากเตาหลอมโอสถใบนั้นด้วย! พวกเ้าไม่ได้สังเกตหรือว่านักปรุงโอสถขั้นห้าทั้งสองคนนั้นใช้เตาหลอมโอสถใบเดียวกัน? สำหรับนักปรุงโอสถขั้นต่ำ พวกเขาคงไม่เื่มากกับเตาหลอมโอสถสักเท่าไร ขอเพียงใช้งานได้ก็พอแล้ว แต่กับบรรดาคนปรุงโอสถขั้นสูงทั้งหลาย การใช้เตาหลอมที่ตนเองคุ้นชินถือเป็เื่สำคัญยิ่งนัก อีกอย่างทรัพย์สินของเขาหนิงชุยเฟิงกับภูมิหลังของพวกเขาสองคน ถึงเตาหลอมระดับอาวุธวิเศษจะล้ำค่าสักเพียงใด ก็คงไม่ถึงขั้นต้องแบ่งกันใช้เตาหลอมใบเดียวกันไม่ใช่หรือ ดังนั้นถึงทักษะการปรุงโอสถของพวกเขาจะยอดเยี่ยม แต่เตาหลอมโอสถใบนั้นจะต้องผิดปกติอย่างแน่นอน!”
ด้วยไหวพริบและประสบการณ์ของลู่อวี่ เพียงฟังเื่ราวของเสิ่นตานเจวี๋ยกับหวันต่านเยวี่ยจากปากของลู่เหว่ยอิง เขาก็มองออกทันทีว่าปัญหาอยู่ที่ใด แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าทักษะการปรุงโอสถของศิษย์พี่ของเสิ่นตานเจวี๋ยผู้นั้นย่อมไม่ใช่ธรรมดา ส่วนเื่ที่เสิ่นตานเจวี๋ยปรุงโอสถแก้พิษได้หลายร้อยเม็ดนั้น ไม่มีค่ามากพอให้เขาใส่ใจ
ด้วยความช่วยเหลือจากศิษย์พี่ของเขากับเตาหลอมโอสถใบนั้น มีวิธีการมากมายที่ช่วยให้เสิ่นตานเจวี๋ยปรุงโอสถจำนวนมหาศาลออกมาได้ เื่นี้ไม่นับว่าเป็ที่น่าแปลกใจ
“จริงด้วย นายน้อย หลังจบงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะ เสิ่นตานเจวี๋ยเปิดเผยกับทุกคนว่ายาชิงหลิงที่เขาปรุงออกมาหลายร้อยเม็ดนั้น มีสมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์ กลีบดอกของ ‘ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น’ เป็หนึ่งในองค์ประกอบหลัก ดูจากความล้ำค่าของวัตถุดิบปรุงโอสถ ในอนาคตอันใกล้นี้ เทียนตูคงจะไม่มียาชิงหลิงออกมาวางขายอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ยาชิงหลิงของพวกเขาถึงขายดีเป็เทน้ำเทท่า! ได้ยินว่าต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นเป็ของขวัญที่ศิษย์พี่ของเขามอบให้เขาหนิงชุยเฟิง แม้จะยังเป็เพียงต้นอ่อน แต่ก็มีค่ามากพอจะกลายเป็รากฐานสืบทอดของเขาหนิงชุยเฟิงได้!”
ลู่เหว่ยอิงไม่อยากให้เขาหนิงชุยเฟิงพลิกฟื้นกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาหนิงชุยเฟิงพยายามจะหาเื่ตระกูลลู่อยู่หลายครั้ง ท้ายที่สุดแล้วถึงขั้นบุกมารังแกกันถึงหน้าจวน ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลลู่ เขาเกลียดเขาหนิงชุยเฟิงจนเข้ากระดูกดำทีเดียว หากตอนนี้ตระกูลลู่ไม่มีคนปรุงโอสถ พวกเขาก็คงยอมอดทนให้เขาหนิงชุยเฟิงโขกสับเพื่อแลกกับประโยชน์จากการฝึกบำเพ็ญเพียร ทว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีทางยอมให้เขาหนิงชุยเฟิงกดข่มโดยเด็ดขาด
ซึ่งลู่อวี่ก็ไม่คิดจะยอมรับการกดขี่เช่นกัน เมื่อเห็นสีหน้าหมองหม่นของคนทั้งสามก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เื่ที่ตระกูลลู่มีต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น มีเพียงบิดาของเขา ผู้เฒ่าส่วนหนึ่งและท่านผู้เฒ่าสูงสุดเท่านั้นที่ทราบ แน่นอนว่าลู่อวี่กับตู้เสวียนเฉิงที่เป็คนนำมันกลับมาย่อมต้องรู้ด้วย ทว่าคนอื่นๆ ในตระกูลไม่ได้ทราบในเื่นี้
แต่ตอนนี้เขาหนิงชุยเฟิงกลับมีต้นอ่อนของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น เื่นี้สร้างความประหลาดใจให้ลู่อวี่ไม่น้อย อนึ่ง ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่เขานำกลับมาที่จวน เป็ของที่ได้มาจากถ้ำนักพรตโบราณอายุนับหมื่นปี อีกทั้งสถานการณ์เมื่อหมื่นปีก่อนกับตอนนี้นั้นแตกต่างกัน เมื่อหมื่นกว่าปีที่แล้วต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นแม้จะล้ำค่า แต่ก็ไม่ได้หายากถึงเพียงนั้น ทว่าโลกบำเพ็ญเพียรแห่งเทียนตูในปัจจุบัน การจะหาต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นสักต้นยากกว่าการปีน์เสียอีก
คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากตนเองเสาะหาต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นมาได้ เขาหนิงชุยเฟิงก็จะได้รับต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นเช่นกัน ซึ่งตามที่ลู่เหว่ยอิงบอกมา ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นเป็ของขวัญที่ศิษย์พี่ของเสิ่นตานเจวี๋ยมอบให้ ของล้ำค่าแห่งโลกา์เช่นนี้แม้จะเป็ต้นอ่อน ต่อให้เป็ตัวเขาก็ยังไม่คิดจะยกให้ผู้ใด? หรือต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นจะกลับมาเป็ที่แพร่หลายอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก ลู่อวี่ก็อดยิ้มเยาะตัวเองไม่ได้ ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นของตนเองอย่างน้อยก็มีอายุกว่าหมื่นปี ไม่ใช่สิ่งที่ต้นอ่อนของเขาหนิงชุยเฟิงจะเทียบได้ ต่อให้หวันต่านเยวี่ยผู้นั้นจะมีต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอยู่ในกำมือ แต่อายุของมันมากสุดก็คงแค่ไม่กี่พันปี หรืออาจจะแค่พันปีนิดๆ ด้วยซ้ำ มิฉะนั้นเขาคงไม่กล้าเอามาป่าวประกาศให้รู้โดยทั่วกันเช่นนี้ สมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์ล้วนเป็ที่้าของขุมกำลังใหญ่ทั้งหลาย แต่หากอายุขัยไม่ถึงที่กำหนด ถึงจะมีเก็บเอาไว้ก็เป็ได้เพียงของประดับบารมีเท่านั้น ใช้งานจริงไม่ค่อยได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็แหงนหน้าขึ้นมาดูว่าพวกลู่เหว่ยอิงยังอยู่ที่เดิมหรือไม่ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่จีชิงรั่วและลู่หนานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาปรุงโอสถอยู่ แววตาของพวกเขาฉายชัดถึงความตกตะลึงระคนอิจฉา ตกตะลึงที่พวกนางทั้งสองคนอายุยังน้อย แต่กลับสามารถปรุงโอสถเพียงลำพังได้ ส่วนความอิจฉาคือการที่สตรีทั้งสองได้รับการชี้แนะจากนายน้อยโดยตรง ในภายภาคหน้าย่อมต้องพัฒนาฝีมืออย่างไร้ขีดจำกัดแน่นอน
การปรุงโอสถเป็สิ่งที่มีขั้นตอนยุ่งยากยิ่งนัก ทว่าจีชิงรั่วกับลู่หนานยังเด็กเกินไป ต่อให้มีพร์ด้านการปรุงโอสถสักเพียงใด ก็คงเป็ได้เพียงการเล่นสนุกของเด็กน้อย และถึงจะมีฐานะสูงส่งมากพอ ก็มักจะเป็เพราะอายุน้อยเกินไป ไม่มีความสุขุมมากพอ ดังนั้นจึงหาคนที่ปรุงโอสถสำเร็จั้แ่อายุยังน้อยได้ยากยิ่ง
อีกอย่างเด็กสาวทั้งสองคนนี้ก็เพิ่งจะเริ่มปรุงโอสถได้ไม่นาน ยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “เอาละ ข้าเข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว พวกเ้าออกไปเถอะ”
ลู่อวี่ไม่อยากให้ทั้งสามคนรบกวนสมาธิของเด็กสาวทั้งสอง หลังจากไล่พวกเขาออกไปแล้ว จึงเห็นว่าลูกศิษย์ตัวน้อยกับลู่หนานกำลังเพ่งสมาธิจดจ่อกับการปรุงโอสถ ตนเองไม่อยากอยู่รบกวนพวกนางด้วย จึงเดินออกไปทางูเาด้านหลัง
ต้นอ่อนของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นหรือ? ลู่อวี่เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาหนิงชุยเฟิงก็ช่างทุ่มทุนเหลือเกิน ต้นอ่อนเช่นนั้นจะมีกลีบดอกให้เด็ดมากเพียงใดกันเชียว? ถึงปรุงโอสถออกมาได้ครั้งละหลายร้อยเม็ดเช่นนั้น ช่างน่าสงสารต้นอ่อนหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นต้นนั้น กว่าจะเติบโตขึ้นมาได้ไม่ใช่เื่ง่าย กลีบดอกทั้งหมดที่มีคงถูกเด็ดไปเกลี้ยงเลยกระมัง
พอนึกถึงสภาพต้นอ่อนหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่เด็ดดอกใบออกจนเกลี้ยง ลู่อวี่ก็เผยสีหน้าเห็นอกเห็นใจออกมาเล็กน้อย
ูเาด้านหลังที่ผู้เฒ่าสูงสุดใช้เป็สถานที่ฝึกบำเพ็ญ เป็เขตหวงห้ามของตระกูล นอกจากประมุขตระกูลกับผู้เฒ่าจำนวนหนึ่งแล้ว ก็มีเพียงลู่อวี่เท่านั้นที่สามารถเข้าออกสถานที่แห่งนี้ได้อย่างอิสระ
ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่ลู่อวี่ลงมือปลูกด้วยตัวเอง ยามนี้กำลังผลิดอกออกใบอย่างงดงามน่าชื่นชม ช่อดอกสีขาวมุกนับพันนับหมื่นบนต้นไม้โบกสะบัดตามแรงลม ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ กำจายไปทั่ว
ผู้เฒ่าสูงสุดของตระกูลลู่ ลู่ไท่ชัง ยามนี้กำลังศึกษาเคล็ดวิชาลี้ลับอยู่ที่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น วันนี้เป็วันที่ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นออกดอกพอดี นอกจากไอิญญาในหุบเขาจะเข้มข้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัวแล้ว ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แผ่ออกมาด้วย การบำเพ็ญเพียรใต้ต้นของมันจะช่วยเพิ่มความสามารถในการหยั่งรู้ ทำให้เข้าใจการบำเพ็ญเพียรได้ดีขึ้น
แล้วต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นของตระกูลลู่ก็มีอายุมากกว่าหมื่นปี ลำต้นหนาใหญ่ สามารถโอบรอบต้นไม้ได้ถึงเจ็ดแปดคน หรือต่อให้นั่งรวมกันสิบถึงยี่สิบคนก็ยังดูไม่เบียดเสียดแออัดจนเกินไป แต่คนที่มีสิทธิ์ฝึกบำเพ็ญตรงนั้นได้ มีเพียงบุคคลระดับสูงของตระกูลเท่านั้น แล้วเวลาส่วนใหญ่ก็มีเพียงผู้เฒ่าสูงสุดลู่ไท่ชังนั่งบำเพ็ญอยู่เพียงลำพัง
การมาเยือนของลู่อวี่ย่อมปิดบังการรับรู้ของผู้เฒ่าสูงสุดลู่ไท่ชังไม่ได้ เขาหยุดการบำเพ็ญเพียรแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ลู่อวี่น้อย วันนี้นึกอย่างไรถึงมาที่นี่ได้เล่า?”
ลู่อวี่ทำความเคารพอีกฝ่ายแล้วตอบว่า “รบกวนการบำเพ็ญของท่านแล้ว วันนี้ข้าเพียงมาเอาของบางอย่าง!”
“อยากได้อะไรเล่า หากที่นี่มีของที่เ้า้าก็จงหยิบเอาไปได้ตามใจชอบ ไม่ต้องเกรงใจ!” ลู่ไท่ชังเข้าใจสถานการณ์ของตระกูลลู่เป็อย่างดี ถึงแม้เขาจะไม่เคยยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจธุระภายในตระกูล แต่หากเขาอยากรู้เื่อะไรขึ้นมาก็สามารถสืบหาได้อย่างง่ายดาย ลู่อวี่ที่มีฐานะเป็นายน้อยและสมาชิกที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในตระกูลลู่ เขาย่อมใส่ใจอีกฝ่ายมากเป็พิเศษ จึงรู้ว่าเ้าเด็กคนนี้เพิ่งจะออกไปเที่ยวเล่นแล้วคว้าสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งมาอยู่ใต้การดูแลของตระกูลลู่ แล้วยังเพิ่งกลับมาถึงตระกูลไม่ทันจะครบสองวันดี!
“ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ เขาหนิงชุยเฟิงประกาศตัวเป็ศัตรูกับตระกูลลู่ของเราอย่างออกนอกหน้า ได้ยินว่าพวกเขามีสมุนไพรวิเศษที่แสนล้ำค่าอย่างยิ่งอยู่ชนิดหนึ่ง ซึ่งตระกูลลู่ของพวกเราก็มีเช่นเดียวกัน ข้าจึงแวะเวียนมาเก็บมันเสียหน่อย จะนำไปใช้ปรุงโอสถสักสองสามเตา จะดูสิว่าเขาหนิงชุยเฟิงยังกล้าอวดดีได้อีกหรือไม่”
“อ้อ สมุนไพรวิเศษชนิดใดเล่า ในคลังสมุนไพรของตระกูลลู่ไม่มีหรือ?” ลู่ไท่ชังแอบประหลาดใจเล็กน้อย ตอนนี้คลังสมุนไพรของตระกูลลู่กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ด้านในเก็บรักษาสมุนไพรวิเศษหลากชนิดเป็จำนวนนับไม่ถ้วน แต่เขากลับต้องวิ่งมาเอาจากที่นี่แทน
ลู่อวี่หัวเราะแห้งๆ ด้วยท่าทางรู้สึกผิด สายตาเหลือบมองต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่สูงตระหง่านด้านหลังลู่ไท่ชัง ก่อนจะก้าวเดินไปด้านหน้าเล็กน้อย แล้วยกเท้าเตะต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นหนึ่งทีโดยมีลู่ไท่ชังยืนตกตะลึงอยู่ข้างๆ การเตะครั้งนี้เขาออกแรงปานกลางค่อนไปทางหนักหน่วง เพราะต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่เป็สมุนไพรวิเศษแห่งโลกา์แตกต่างจากต้นไม้ทั่วไป ลำต้นของมันแข็งแรงทนทานยิ่งนัก แรงเพียงเท่านี้ยังไม่นับว่าเป็อะไรได้
