“ครอบครัวเราลงนามสัญญากับหอเพียวเซียง ต้องขายซาลาเปาให้หอเพียวเซียงวันละห้าร้อยลูก หากพรุ่งนี้ไม่ส่งซาลาเปาให้หอเพียวเซียง จะถือว่าครอบครัวเราผิดสัญญา ทำให้ถูกฟ้องร้องเอาได้” หลี่ชิงชิงเงยหน้าขึ้น มองหวังเฮ่าที่มีสีหน้าใแล้วเอ่ยถาม “จริงสิ เ้าเคยร่ำเรียนหนังสือมาก่อน คงจะไม่พอใจจนไม่ให้ครอบครัวเราขายซาลาเปาให้หอเพียวเซียงกระมัง?”
หวังเฮ่าจับจ้องภรรยาตัวน้อยของตน นี่นางเป็สตรีอย่างไรกัน เอ่ยถึงหอเพียวเซียงพร้อมสีหน้าราบเรียบ นางไม่รู้หรือว่าหอเพียวเซียงคือสถานที่แบบใด?
หลี่ชิงชิงเอ่ยอย่างอดทนว่า “แม้ว่าหอเพียวเซียงจะทําอาชีพเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายของราชสำนัก ไม่ใช่ครอบครัวเราเพียงครอบครัวเดียวที่ขายของให้หอเพียวเซียง แต่หลายคนในตำบลและหมู่บ้านล้วนขายสินค้าให้หอเพียวเซียง เป็การทำการค้ากับหอเพียวเซียง ครอบครัวเราไม่ได้ขโมยหรือปล้นสิ่งใด เพียงทำการค้าอย่างสุจริต ย่อมไม่มีปัญหาใด”
นางเอ่ยในใจว่า หากหวังเฮ่าคัดค้านก็ทำสิ่งใดไม่ได้อยู่ดี เพราะว่ายังมีสัญญาอยู่ หากตระกูลหวังผิดสัญญา ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็เงินสามเท่า เพราะยังอาจถูกฟ้องร้องได้
หวังเฮ่านึกถึงยามต้องพูดคุยเื่งานมงคลของน้องสาว หลานสาว และบุตรสาวของเขากับหลี่ชิงชิงที่ยังไม่เกิดในอนาคต นี่จะได้รับผลกระทบจากเื่นี้หรือไม่
เขารู้สึกว่าคําตอบคือไม่ ตามที่หลี่ชิงชิงกล่าว ไม่เพียงตระกูลหวังเท่านั้นที่ขายของให้กับหอเพียวเซียง
“เ้ากล่าวได้ถูกต้อง” หวังเฮ่าพยักหน้า ทำการค้าต้องมีขอบเขต ขอเพียงไม่ผิดกฎหมาย ตราบใดที่ตระกูลหวังไม่ละเมิดข้อนี้ก็เพียงพอแล้ว
“เ้ามีความคิดก้าวหน้าเช่นเดียวกับท่านพ่อ” หลี่ชิงชิงแย้มรอยยิ้มงดงามดุจบุปผา ในยุคสมัยนี้สตรีคนใดได้สามีที่ไม่มีความคิดล้าหลัง ช่างถือเป็เื่ดียิ่ง
“มา ข้าช่วย เมื่อครู่ข้าล้างมือพร้อมเ้าแล้ว” หวังเฮ่าเห็นว่าหลี่ชิงชิงนวดแป้งอย่างยากลําบาก จึงรีบช่วยเป็ลูกมือ
ผู้เฒ่าหวังและหลิวซื่อกําลังเดินย่อยอาหารอยู่ในลานบ้าน บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะของหวังเฮ่าสองสามีภรรยาดังออกมาจากห้องครัว ความสุขในใจนี้ไม่มีสิ่งใดสําคัญไปกว่าความรักใคร่ปรองดองระหว่างสามีภรรยาแล้ว
ทันใดนั้นน้ำเสียงเดือดดาลของหวังเฮ่าก็ดังออกมาจากห้องครัว “สมควรตาย! ข้าจะฆ่ามัน!”
หลังจากผู้เฒ่าหวังและหลิวซื่อสามีภรรยามองหน้ากัน ก็รีบเดินไปที่ห้องครัวทันที
หลี่ชิงชิงยืนอยู่ข้างกายหวังเฮ่า พลางเอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยเสียงอ่อนโยน “เื่นี้จบไปแล้ว เ้าอย่าโมโหไป อย่าทำผิดกฎหมายโดยการฆ่าคน ข้าว่าที่คนในบ้านไม่ได้บอกเ้า ก็เพราะกลัวว่าเ้าจะโมโหหนักแล้วไปทำร้ายโจวถง ยามนี้โจวถงไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านเฟิงแล้ว ไห่ซื่อผู้นั้นก็ไม่รู้หนีไปที่ใด อีกอย่างชื่อเสียงของโจวถงถูกทําลายไปหมดแล้ว ยังถูกคนในวงศ์ตระกูลทุบตีอย่างโเี้ ความโกรธของพี่หญิงก็หมดไปแล้ว เ้าอย่าได้โมโหไปเลย”
เื่ของหวังเยวี่ยต้องบอกให้หวังเฮ่ารู้ หลี่ชิงชิงคิดว่าการให้หวังเยวี่ยเอ่ยออกมาเองคงจะเป็เื่ที่รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย หลี่ชิงชิงจึงเป็คนบอกเื่นี้ให้ชัดเจน
เป็ดังที่คาดไว้ หลังจากหวังเฮ่ารู้เื่ก็โกรธยิ่งนัก เมื่อครู่เขาบันดาลโทสะขึ้นมาก็ถูกหลี่ชิงชิงเกลี้ยกล่อมเอาไว้ จึงระงับเพลิงโทสะที่มีอยู่เต็มเปี่ยมเอาไว้ พลางเอ่ยด้วยความโมโห “ข้าไม่รู้ว่าพี่หญิงได้รับความทุกข์มากถึงเพียงนี้ยามอยู่ที่ตระกูลโจว หลายปีมานี้ข้าอยู่ในกองทัพ จํานวนครั้งที่กลับบ้านน้อยจนนับได้ แต่ก็ยังถือว่าได้กลับมา แต่ที่บ้านกลับไม่มีผู้ใดบอกเื่พี่หญิงให้ได้รู้ หากข้ารู้ย่อมให้พี่หญิงหย่ากับโจวถงไปนานแล้ว จะยอมให้นางอยู่กับคนที่ไม่ใช่บุรุษเช่นนั้นได้อย่างไร?”
หลิวซื่อเดินเข้ามา ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยอย่างช้าๆ “หวังเฮ่า เป็ข้าที่ไม่ให้พวกเขาบอกเ้า เฮ้อ เื่นี้ต้องโทษข้า ข้าโง่เขลานัก ไม่รู้ว่าโจวถงมีจิตใจชั่วร้ายถึงเพียงนี้ ข้าทําร้ายพี่หญิงของเ้าแล้ว”
ผู้เฒ่าหวังกลัวว่าบุตรชายคนโตแท้ๆ ของเขาจะโกรธจนทำลายสุขภาพตนเองเข้า จึงตามเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “สิ่งที่ไม่ดีได้ผ่านไปแล้ว ยามนี้พี่หญิงเ้าอยู่ที่บ้านมีความสุขดี ส่วนชื่อเสียงก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น”
“พวกท่านควรเล่าเื่พี่หญิงให้ข้าฟังตั้งนานแล้ว! เื่ใหญ่เพียงนี้แต่กลับไม่บอกข้า!” เมื่อหวังเฮ่านึกถึงว่าหวังเยวี่ยได้รับความไม่เป็ธรรมมามากมาย เขาที่เป็น้องชายกลับมองข้ามมาหลายปี ในใจพลันเกิดความรู้สึกผิดเป็อย่างยิ่ง
หวังจื้อ หวังเยวี่ยและหวังเฮ่าไม่ใช่บุตรจากพ่อคนเดียวกัน แต่ถูกหลิวซื่อสั่งสอนมาตลอด ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาพี่น้องดียิ่งนัก
หวังเฮ่าตอนเด็กๆ ทั้งตะกละและซุกซนยิ่ง หวังจื้อและหวังเยวี่ยล้วนมอบของดีๆ ให้หวังเฮ่ากินเสมอ และยังเป็แพะยอมรับผิดแทนหวังเฮ่าอีกด้วย
ก่อนหวังเยวี่ยจะแต่งงานในปีนั้น หวังเฮ่ายังไม่ได้ไปเป็ทหาร
หวังเฮ่าเคยไปตรวจสอบโจวถงที่หมู่บ้านเฟิง รู้สึกว่าโจวถงมีคนมาชื่นชอบมากมาย ไม่เหมาะสมกับคนซื่อสัตย์อย่างหวังเยวี่ยเลย หวังเฮ่าเคยเตือนหวังเยวี่ยแล้วแต่ไม่เป็ผล
ตอนหวังเยวี่ยแต่งออกไป หวังเฮ่าอาลัยอาวรณ์จนร้องไห้ออกมา
หลิวซื่ออธิบาย “เฮ้อ ข้ากลัวว่าเ้ารู้เื่นี้แล้ว จะทำให้เสียสมาธิยามอยู่ในกองทัพ”
“ท่านมีสิ่งใดให้กลัวกันขอรับ ข้าเป็บุตรชายของครอบครัวนี้และโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ข้าควรได้รู้เื่สำคัญทั้งหมดของครอบครัว!” หวังเฮ่าอดไม่ได้ที่จะะโเสียงดังใส่บิดามารดา พอนวดแป้งเสร็จก็เดินไปหาหวังเยวี่ย
หลิวซื่อทอดถอนใจยาวหนึ่งเสียง เอ่ยกับหลี่ชิงชิงว่า “ปล่อยให้พวกเขาสองพี่น้องได้พูดคุยกันเถิด”
ผู้เฒ่าหวังส่ายหน้า เอ่ยกับหลิวซื่อว่า “ควรจะบอกเขาตั้งนานแล้ว”
น้ำเสียงของหลิวซื่อต่ำลงอย่างหาฟังได้ยาก เอ่ยช้าๆ ว่า “ต่อให้บอกเขา เขาก็ไม่รู้ว่าโจวถงเป็เช่นนั้น แก้ปัญหาไม่ได้อยู่ดี”
ในแคว้นต้าถัง หากสตรีที่อาศัยในบ้านสามีไม่สามารถให้กําเนิดบุตรได้ แม้ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ดีเพียงใดก็ยังถูกครอบครัวสามีหย่าได้ ในนามที่ไม่มีทายาทสืบตระกูล
เมื่อก่อนคนตระกูลหวังคิดมาตลอดว่า หวังเยวี่ยไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ เมื่อเห็นโจวถงและไห่ซื่อจึงมีท่าทีพ่ายแพ้ให้แล้วหนึ่งส่วน
หากไม่ใช่หลี่ชิงชิงได้ตรวจร่างกายของหวังเยวี่ย และคาดเดาว่าโจวถงไม่สามารถมีบุตรได้ ตีให้ตายคนตระกูลหวังก็ไม่มีทางล่วงรู้ความลับของโจวถง
เฮ้อ หากโทษก็ต้องโทษโจวถงที่ไร้ศีลธรรมและจิตใจโเี้เกินไป ส่วนหวังเยวี่ยซื่อบริสุทธิ์และเป็คนดีเกินไป
หลี่ชิงชิงตั้งใจเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าคิดว่าหากในบ้านมีเื่ใด โดยเฉพาะเื่สำคัญ ต้องบอกให้หวังเฮ่ารู้ หวังเฮ่าเคยเรียนหนังสือ ทั้งยังเป็ทหารในกองทัพ และยังสร้างความดีความชอบอีกด้วย เขามีประสบการณ์ สามารถออกความคิดให้ที่บ้านได้เ้าค่ะ”
หลิวซื่อถอนหายใจอีกครั้งก่อนเอ่ย “ข้ากลัวว่าเขาจะทนไม่ไหวจนไปทุบตีโจวถง ถึงตอนนั้นไม่ว่าจะทุบตีโจวถงจนสภาพกลายเป็อย่างไร พี่หญิงเ้าก็ยังต้องอยู่ดูแลโจวถง...”
ทางด้านหวังเฮ่านั้น เมื่อได้ยินหวังเยวี่ยเล่าถึงเหตุการณ์หย่าร้างของนางกับโจวถง ก็โกรธจนทรวงอกแทบจะะเิ
ครอบครัวของเขามีบุรุษทั้งหมดสี่คน ท่านพ่อมีนิสัยยอมคน และอายุมากแล้วจึงไม่สนใจสิ่งต่างๆ พี่ใหญ่ร่างกายพิการทำให้ไม่มั่นใจในตนเอง เวลาพูดคุยทั้งในบ้านนอกบ้านล้วนแทบจะไม่ได้ยินเสียง ส่วนน้องชายของเขาฉลาดเฉลียวแต่ยังไม่โตเป็ผู้ใหญ่ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ดูแลจัดการเื่ต่างๆ ได้ ทว่าเขากลับไปเป็ทหารแล้ว
หากเขายังอยู่ที่บ้าน สองแม่ลูกโจวถงจะกล้ารังแกหวังเยวี่ยขนาดนั้นได้อย่างไร?
หวังเยวี่ยกลับใจกว้าง และคิดได้นานแล้ว ครานี้นางไม่ได้ร้องไห้เมื่อหวนนึกถึงเื่ในอดีต ยังกล่าวอีกว่า “น้องสาม คนในวงศ์ตระกูลระบายความโกรธแทนข้าแล้ว โจวถงยังชดเชยเงินให้ข้าด้วย เ้าอยากอ่านหนังสือหย่าหรือไม่?”
“อ่านขอรับ” หวังเฮ่ากําหมัดแน่นอย่างระงับเพลิงโทสะในใจ
หวังเยวี่ยนำหนังสือหย่าที่เก็บอยู่ก้นกล่องมามอบให้หวังเฮ่า ส่ายศีรษะพลางเอ่ย “ไม่รู้ว่าโจวถงไปตายที่ใดแล้ว ไห่ซื่อก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
คนในวงศ์ตระกูลต่างช่วยครอบครัวตระกูลหวังจับตามองโจวถงและไห่ซื่อ แต่่นี้ล้วนไม่มีข่าวคราวของทั้งสองคน
หลังจากหวังเฮ่าอ่านหนังสือหย่าจบและได้สงบสติอารมณ์ลงแล้ว ก็คิดได้ว่าเช่นนี้เป็ผลดีที่สุดสําหรับหวังเยวี่ย เฮ้อ สตรีในยุคสมัยนี้มีชีวิตที่ยากลําบากกว่าบุรุษมาก โชคดีที่หวังเยวี่ยมีนิสัยร่าเริงมองโลกในแง่ดี และได้ออกมาจากเงามืดแล้ว เขาเอ่ยถามนาง “พี่หญิง ในอนาคตท่านมีแผนอย่างไรขอรับ?”
“ท่านแม่บอกว่า หากข้าเจอคนที่เหมาะสมก็ให้แต่งออกไป หากไม่เจอก็ไม่ต้องแต่ง” หวังเยวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงต่ำแล้วเอ่ย “ข้าดูคนไม่เป็ จึงเกิดความกลัวแล้ว ไม่กล้าแต่งงานอีก แต่หากข้าไม่แต่ง ให้อยู่ที่บ้านตลอดไปก็คงมิได้...”
