ทั้งฮวาเจาและฮวาเฉียงต่างก็ชะงักงันไป
ฮวาเฉียงไม่เคยคิดเลยว่าหลานสาวที่ทำให้เขาเป็กังวลจนผมร่วง จะสามารถแต่งงานออกเรือนได้ในพริบตา
ส่วนฮวาเจานั้นไม่เคยคิดเลยว่า ภายในสามวัน เธอจะถูกขอแต่งงานเป็ครั้งที่สอง....เสน่ห์ของเธอนี่มันแรงกว่าสมัยที่เธอเป็คนสวยในชาติที่แล้วซะอีก!
ช่างน่าดีใจและน่ากังวลใจในเวลาเดียวกันนะ~
"พวกเ้ามาช้าไปแล้ว หลานสาวข้าได้หมั้นหมายกับคนอื่นแล้ว" ฮวาเฉียงพูดขึ้นมา
คนในบ้านถึงกับงง พวกเขามาช้าไปก้าวหนึ่งเหรอ?
"หมั้นหมายกับบ้านใคร?" ป้าเฒ่ารีบถาม
"เื่นี้ พวกเ้าไม่ต้องไปยุ่ง" ฮวาเฉียงตอบ ที่เขาไม่กล้าพูดอะไรมากก็เพราะยังไม่เห็นเย่เซินกลับมา เขาก็เลยยังไม่กล้าฟันธง
ป้าเฒ่ากลับเข้าใจผิดไป คิดว่าเป็แค่คำแก้ตัวของฮวาเฉียง
นี่ดูถูกลูกชายของเธอจริงๆ เหรอ? ป้าเฒ่าเหลือบมองฮวาเจาอย่างเคียดแค้น ไม่สำนึกบุญคุณซะจริง!
"เธอแก่ มีเงื่อนไขอะไรก็พูดมาเลย!" นอกจากเื่เงินแล้ว อะไรก็พูดคุยกันได้!
"บ้านของฮวาเอ๋อร์ตกลงเื่คู่หมายไปแล้ว อีกสักพักพอถึงวันจัดงานพวกเ้าก็รู้เอง" ฮวาเฉียงลุกขึ้นส่งแขก
ท่าทีของทั้งสองปู่หลานดูหนักแน่นมาก
คนในชนบทก็ต้องมีหน้ามีตาเหมือนกัน ป้าเฒ่าก็ยังจะพูดต่อไปอีก แต่หวังจื้อหย่งกับแม่สื่อรู้สึกเสียหน้า เลยเดินออกไปก่อน
ป้าเฒ่าไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ตามออกไป
ฮวาเจาแค่พูดจาแบบขอไปทีเล็กน้อย ก็ไม่ได้ตามไปส่งแขกที่หน้าบ้าน แล้วก็กลับเข้าบ้านเตรียมทำอาหาร
เธอเอาเนื้อที่ซื้อมาเมื่อหลายวันก่อนออกมาตุ๋นเสีย เพราะมันหลายวันแล้ว ถ้าไม่กินก็จะเสียเปล่าๆ
ป้าเฒ่าที่เดินออกจากบ้านไปพอดีก็หันกลับมามอง เห็นว่าเธอเอาเนื้อมาใส่หม้อตั้งครึ่งกิโลก็รู้สึกเสียดายจนหน้าเบ้
"เนื้อเยอะขนาดนั้น! กินครั้งละสองสามชิ้นก็พอแล้ว เดือนนึงก็ได้กินเนื้อแล้ว ดีจะตาย! ฮวาเจานี่มันผลาญเงินจริงๆ! ไม่ได้การ ฉันต้องไปคุยกับเธอหน่อย!"
แม่สื่อเบ้ปากอย่างแรง แล้วรีบดึงเธอไว้ "นี่ก็คนในบ้านเธอนี่นา เธอจะไปยุ่งเื่ที่เขาจะกินเนื้อทำไม!" ถ้าปล่อยให้เธอเข้าไปพูดเสียชุดใหญ่แบบนั้น ตัวเธอเองก็คงอับอายไปด้วย!
ยุ่งเื่ชาวบ้านไปถึงหม้อข้าวเลยเหรอ? ทำเหมือนจะตายอดตายอยากซะขนาดนั้น น่าอายจริงๆ
บ้านหวังจนขนาดที่ไม่มีเงินซื้อลูกหมูมาเลี้ยง ซื้อมาก็ไม่มีข้าวเหลือให้มันกิน พวกเขาเลยไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว
แค่ได้เห็นเนื้อสด ป้าเฒ่าก็แทบจะน้ำลายไหลแล้ว
หวังจื้อหย่งเองก็ไม่ต่างกัน แต่เขาต้องไว้หน้า เลยหันหน้าหนี
ฮวาเฉียงเอาใจหลานสาว ยอมให้เธอกินของดีๆ คำเล่าลือนั้นดูเหมือนจะเป็เื่จริง
อีกอย่าง ดูจากรูปร่างของฮวาเจาก็รู้แล้วว่าเป็เื่จริง
ป้าเฒ่าเดินไปสามก้าวก็หันหลังกลับมามองทีหนึ่ง จนถูกแม่สื่อดึงกลับไป
ในปากของเธอก็พึมพำว่า "ฮวาเจาคนนี้ ฉันต้องได้มาเป็ลูกสะใภ้ให้ได้!"
แต่เมื่อคนเขาไม่ยอม เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
"ลูกชาย ว่าจะเอายังไงดี?" เธอถามหวังจื้อหย่ง ลูกชายคนโตของเธอ ในใจของเธอก็คือเสาหลักของบ้าน
หวังจื้อหย่งหันกลับไปมองบ้านเล็กที่มีควันลอยกรุ่น พวกเขาเดินช้า กลิ่นหอมๆ จากบ้านนั้นก็ลอยมา ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
"พรุ่งนี้ฉันจะมาอีก" เขาพูด
เหล็กดัดฟันไม่เท่าใจหญิง ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น จะจัดการไม่ได้เชียวเหรอ? อีกอย่าง ถ้าไม้แข็งไม่ได้ก็ต้องไม้อ่อน...เื่พวกนี้เขามีประสบการณ์ที่สุด! เขารู้ว่าตรงไหนที่จะทำให้ผู้หญิงเ็ปจนพูดไม่ออก
เมื่อเห็นลูกชายมั่นใจ ป้าเฒ่าก็วางใจ แล้วก็เดินน้ำลายไหลกลับบ้านไป
......
ฮวาเจาไม่ได้ใส่ใจคนพวกนั้นสักนิด พอทานอาหารกลางวันเสร็จก็ขึ้นเขา
เธอต้องไปหาอะไรให้หมูน้อยกินหน่อย ข้าวโพดที่บ้านก็แทบจะไม่พอให้สองปู่หลานกินอยู่แล้ว
ฮวาเจาแบกหาบขึ้นเขา ่พักเที่ยง เธอเจอกับชาวบ้านหลายคนตามทาง
มีคนทักทายเธออย่างกระตือรือร้นด้วย!
"ไอ้หนูฮวา ขึ้นเขาอีกแล้วเหรอ?"
คนที่พูดด้วยก็มีท่าทีที่ดี แค่ทักทายตามปกติ ฮวาเจาก็เลยยิ้มตอบ "ค่ะ ป้าซุน หนูขึ้นเขาไปหาผักให้หมู"
"จะไปทางน้ำพุร้อนอีกแล้วเหรอ?" ป้าซุนถาม
"ค่ะ" ไม่ไปทางนั้นจะไปทางไหนกัน บริเวณใกล้ๆ นี้ หญ้าเพิ่งจะงอก จะไปขุดอะไรได้กัน
ป้าซุนอ้าปาก เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยิ้มให้แล้วก็เดินจากไป
ฮวาเจารู้สึกแปลกๆ
แต่พอเจอคนที่สองที่ทักทายเธอ เธอก็รู้แล้วว่าทำไม
"ไอ้หนูฮวา ไปทางน้ำพุร้อนอีกแล้วเหรอ?" นี่ก็เป็ป้าคนหนึ่ง ยังไม่รอให้ฮวาเจาตอบก็พูดเองว่า "ถ้าเธอหาฟักทองอะไรได้อีก เอามาแลกกับป้าได้ไหม? ถั่วเขียวบ้านป้าหมดแล้ว แต่ถั่วเหลืองยังมีนะ แล้วก็ข้าวโพด ข้าวฟ่างก็มี เธออยากได้อะไรก็บอกมา!"
เมื่อวานเธอเอาฟักทองที่แลกมาไปตุ๋น พระเ้า รสชาติมันอร่อยกว่าเนื้อเสียอีก! หอมจนลูกๆ ร้องอยากกินกันใหญ่
แต่น้ำพุร้อนมันไกลเกินไป ไปทีก็เสียเวลาไปค่อนวัน แถมยังเสียเวลาทำงานด้วย ไม่งั้นเธอไปนานแล้ว
ฮวาเจาเองก็กำลังกลุ้มใจเื่อาหารหลักในบ้านไม่หลากหลาย
"ได้ค่ะป้า ถ้าหนูโชคดีเจออีก จะเอาไปแลกกับป้าค่ะ"
"เออๆ ดีๆ!" หญิงคนนั้นยิ้มจนตาหยี มองฮวาเจาด้วยสายตาที่เอ็นดู ใครว่าฮวาเจาขี้โมโหกัน? เธอดูดีออกนี่!
ฮวาเจายิ้ม แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นเขา
เื่เล็กน้อยที่ช่วยได้ เธอเต็มใจที่จะเป็มิตรกับผู้อื่น ทำแบบนี้ก็จะทำให้สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตของเธอดีขึ้น ถือว่าเป็เื่ที่ดีและจำเป็
ไม่งั้นพอเด็กๆ ของเธอโตขึ้น จะโดนเด็กในหมู่บ้านรังแกหรือเปล่า?
เพื่อเื่นี้ เธอต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านให้ได้
วันนี้ไม่ต้องสำรวจเส้นทาง ความเร็วของเธอก็เลยเร็วขึ้น อีก 2 ชั่วโมงก็ถึงน้ำพุร้อน แต่กลับเห็นเด็กๆ หลายคนกำลังเดินกลับ
ผักและฟักทองที่เธอเอาไปแลกเมื่อวาน ทำให้ทุกคนติดใจกันไปหมด ผู้ใหญ่ต้องไปทำงาน เด็กอายุ 10 กว่าปีไม่ต้องทำอะไร มีเวลาออกมาหาของกินมากมาย
แต่ผลลัพธ์ก็คือหาอะไรไม่เจอ นอกจากผักป่าแล้ว ไม่มีอะไรกินได้เลย
ก็พื้นที่ตรงนี้มันไม่ได้ใหญ่โตอะไรนี่นา
พอเห็นฮวาเจา เด็กๆ ก็ชะงักไป แล้วก็ก้มหน้าวิ่งหนีไป ไม่กล้าคุยกับเธอ
พี่ชายพี่สาวของพวกเขาแทบจะเคยโดนฮวาเจาตีมาแล้วทั้งนั้น พวกเขารู้ดีว่าฮวาเจาน่ากลัวขนาดไหน
ฮวาเจายิ้ม คนไปแล้วก็ทำให้เธอทำงานสะดวกขึ้น
เธอเดินสำรวจรอบๆ คาดว่าเด็กๆ เหล่านี้คงจะมาก่อนแล้ว พวกเขาได้กวาดทุกอย่างไปหมดแล้ว นอกจากหญ้าแล้ว ไม่มีผักป่าอะไรให้กินเหลือเลย
ก็พื้นที่มันไม่ได้ใหญ่นี่นา
เธอโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็เดินจากไป เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมา จนไปเจอต้นเกาลัดป่าที่ซ่อนตัวอยู่ ต้นยังเล็กอยู่เลย
จากนั้นก็เป็การแลกเปลี่ยนพลังงานรอบหนึ่ง ปังๆๆ ผลไม้ก็ร่วงลงมาเต็มพื้น พอดีกับที่ใส่ตะกร้าทั้งสองใบได้พอดี
ฮวาเจายิ้มอย่างดีใจ เกาลัดป่าเป็ของที่ดี มันมีกรดโฟลิกเยอะมาก หญิงมีครรภ์้ามากที่สุด มันจะช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้ และแฝดก็ชอบคลอดก่อนกำหนดด้วย ตอนที่เ้าของร่างเดิมคลอดก็คลอดก่อนกำหนด
เธอต้องระวัง
พอกลับมาถึงหมู่บ้าน ท้องฟ้าก็มืดแล้ว ทุกบ้านมีควันลอยกรุ่นขึ้นมาจากหลังคา ในบ้านก็มีแสงไฟลอดออกมาเป็ระยะๆ มีเสียงไก่ขันเสียงสุนัขเห่าดังมาเป็ครั้งคราว
พอมองจากไกลๆ หมู่บ้านเล็กๆ ก็ดูเงียบสงบและสวยงาม
ฮวาเจามองเห็นบ้านของตัวเองแต่ไกล ฮวาเฉียงยืนอยู่ตรงนั้น คอยมองด้วยความหวัง
จิตใจที่ว้าวุ่นและสับสนของเธอก็สงบลง
"ปู่ หนูมาแล้ว!" ฮวาเจาพูดด้วยน้ำเสียงที่ยิ้มแย้ม เสียงหวานๆ ที่สามารถทำให้หัวใจคนอ่อนโยนลงได้
ฮวาเฉียงยิ้มแล้วเดินเข้าไปหา
สองปู่หลานเดินเข้าบ้านอย่างมีความสุข ภายใต้แสงไฟ ฮวาเฉียงก็เห็นว่าในตะกร้ามีอะไร
"ทำไมมีเกาลัดเยอะขนาดนี้? เ้าไปเจอโพรงกระรอกมาเหรอ?"
เกาลัดพวกนี้สดและสะอาด เก็บรักษามาอย่างดี ดูยังไงก็ไม่ใช่เกาลัดที่เก็บจากพื้นดิน ไม่ใช่เกาลัดที่กระรอกซ่อนไว้ เพราะถ้าผ่านฤดูหนาวไปแล้วโดนความเย็นความร้อนก็จะเน่า
"ใช่ค่ะ กระรอกคงจะเกิดเื่อะไรขึ้น โดนกินไปแล้ว โพรงก็เลยตกเป็ของหนูหมด" ฮวาเจายิ้ม
"ฮ่าๆ ไอ้หนูฮวาบ้านปู่ดวงดีจริงๆ!" ฮวาเฉียงพูดอย่างดีใจ
